ไดเวอร์เจนซ์: เทียบสวิงให้ถูกคู่และไม่เข้าก่อนโครงสร้างแตก

676
บทเรียน: ไดเวอร์เจนซ์ระหว่างราคากับโมเมนตัม โดยใช้ BTCUSDT กราฟ 4 ชั่วโมงเป็นตัวอย่าง

บทความนี้เป็นการทบทวนช่วงสุดสัปดาห์โดยอิงแท่งเทียนที่ปิดสมบูรณ์แล้วแท่งล่าสุด จุดประสงค์คือฝึกอ่านแนวคิดหนึ่งเรื่องให้ใช้ได้กับทุกตลาด ไม่ใช่สัญญาณให้เข้าซื้อขายตอนนี้

ขั้นที่ 1: แนวคิดคืออะไร

ไดเวอร์เจนซ์คือภาวะที่ราคาและโมเมนตัมเล่าเรื่องไม่ตรงกัน แบ่งได้สองแบบ

- ขาลง (Bearish divergence): ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ตัววัดโมเมนตัมทำจุดสูงต่ำกว่าเดิม แปลว่าแรงผลักในการขึ้นรอบหลังอ่อนลง แม้ราคาจะไปได้ไกลกว่า
- ขาขึ้น (Bullish divergence): ราคาทำจุดต่ำใหม่ แต่โมเมนตัมไม่ทำจุดต่ำใหม่ตาม

สิ่งที่ไดเวอร์เจนซ์บอกคือแรงอ่อนลง แต่ยังไม่ได้บอกว่าแนวโน้มกลับตัวแล้ว

ขั้นที่ 2: สิ่งที่ต้องสังเกตบนกราฟ

ภาพตัวอย่างไม่มีตัววัดโมเมนตัมแสดงอยู่ ผู้ฝึกต้องเพิ่มออสซิลเลเตอร์โมเมนตัมที่ตนใช้ประจำเอง แล้วสังเกตสามเรื่อง

1. จุดสวิงที่ชัดเจนของราคา ในกราฟนี้มียอดสองยอดในช่วงบนที่ระดับใกล้เคียงกัน ตามด้วยการไหลลงเป็นจุดสูงที่ต่ำลง ช่วงหลังมีจุดต่ำหลายจุดพร้อมไส้เทียนยาวด้านล่าง ทั้งหมดนี้เป็นคู่สวิงที่นำมาเทียบได้
2. ตำแหน่งของราคาเทียบกับโครงสร้าง ราคาล่าสุดอยู่ที่ 81728 ต่ำกว่าโซน 83215-84232 ซึ่งเป็นชั้นโปรไฟล์ปริมาณที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 18% ของโปรไฟล์ และสอดคล้องกับจุดสุดขั้วบนกราฟ
3. ขนาดการเคลื่อนไหวปกติ ATR(14) อยู่ที่ 845 หรือประมาณ 1.03% ต่อแท่ง 4 ชั่วโมง ใช้เป็นเกณฑ์ว่าความต่างระหว่างสวิงมีนัยหรือเป็นแค่สัญญาณรบกวน

ขั้นที่ 3: วิธีตรวจว่าเทียบสวิงถูกคู่

1. เลือกสวิงที่ยืนยันแล้วเท่านั้น คือจุดที่มีแท่งปิดยืนยันทั้งสองด้าน ไม่ใช่แท่งที่ยังวิ่งอยู่
2. ยอดต้องเทียบกับยอด จุดต่ำต้องเทียบกับจุดต่ำ และต้องเป็นแท่งเดียวกันทั้งบนราคาและบนตัววัดโมเมนตัม ห้ามเลื่อนหาจุดบนออสซิลเลเตอร์ที่ "สวยกว่า"
3. ระยะห่างของสองสวิงต้องสมเหตุสมผล ถ้าใกล้กันเกินไปจะเป็นแค่ความผันผวนภายในแท่ง ถ้าห่างกันเกินไปบริบทอาจเปลี่ยนไปแล้ว
4. ความต่างของราคาควรมากพอเมื่อเทียบกับ ATR ถ้ายอดใหม่สูงกว่ายอดเดิมเพียงเศษเสี้ยวของ 845 ให้ถือว่าเป็นยอดคู่มากกว่ายอดใหม่

ขั้นที่ 4: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ข้อผิดพลาดหลักคือการใช้ไดเวอร์เจนซ์เป็นเครื่องมือจับจังหวะเข้า ทั้งที่โครงสร้างยังไม่แตก ไดเวอร์เจนซ์อาจเกิดซ้ำได้หลายรอบขณะที่ราคายังไปต่อในทิศเดิม

ตัวอย่างจากกราฟนี้ หากราคากลับขึ้นไปที่โซน 83215-84232 แล้วทำจุดสูงใหม่ภายในโซน ขณะที่โมเมนตัมไม่ทำตาม สิ่งนั้นเป็นเพียง "ผู้สมัคร" ของไดเวอร์เจนซ์ขาลง ยังไม่ใช่เหตุผลพอให้ลงมือ สิ่งที่ควรรอคือการแตกโครงสร้าง เช่น แท่งปิดหลุดจุดต่ำย่อยล่าสุดที่ทำให้เกิดยอดนั้น

ขั้นที่ 5: กรอบสถานการณ์สำหรับฝึกคิด (ไม่ใช่สัญญาณ)

หากเงื่อนไขครบ คือราคาอยู่ที่โซน มีไดเวอร์เจนซ์ และโครงสร้างแตก จะวางแผนจากโซนได้ดังนี้ ไม่ใช่ทำตามราคาตลาดปัจจุบัน

| ระดับ | ราคา | ที่มาของระดับ | ระยะจากโซน |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย 1 | 79657 | ชั้นปริมาณ 5.4% ร่วมกับสวิง | ราว 4.2 ATR (4.3%) |
| เป้าหมาย 2 | 77284 | ชั้นปริมาณ 6.8% ร่วมกับสวิง | ราว 7.0 ATR (7.1%) |
| เป้าหมาย 3 | 74968 | จุดสุดขั้วของหน้าต่าง 260 แท่ง | ราว 9.8 ATR (9.9%) |
| จุดยกเลิกสถานการณ์ | 84402 | เลยขอบไกลของโซน | - |

อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนถึงเป้าหมายแรกประมาณ 1 ต่อ 3.0 แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะไปถึง

ขั้นฝึกปฏิบัติแบบคำนึงถึงความเสี่ยง

ก่อนตลาดเปิดรอบหน้า ให้ย้อนดูกราฟ 4 ชั่วโมงแล้วทำตามลำดับนี้

1. มาร์กคู่สวิงที่ยืนยันแล้วอย่างน้อยสามคู่
2. เทียบกับโมเมนตัมทีละคู่ตามเกณฑ์ในขั้นที่ 3
3. จดว่าคู่ใดเป็นไดเวอร์เจนซ์จริง
4. จดว่าหลังจากนั้นโครงสร้างแตกหรือไม่ และราคาไปทางไหน

ทำบนกระดาษหรือบัญชีทดลองก่อน และกำหนดขนาดความเสี่ยงต่อครั้งให้อยู่ในระดับที่ยอมรับการผิดได้เสมอ เพราะไดเวอร์เจนซ์เป็นเพียงหลักฐานประกอบ ไม่ใช่ความแน่นอน

Haftungsausschluss

Die Informationen und Veröffentlichungen sind nicht als Finanz-, Anlage-, Handels- oder andere Arten von Ratschlägen oder Empfehlungen gedacht, die von TradingView bereitgestellt oder gebilligt werden, und stellen diese nicht dar. Lesen Sie mehr in den Nutzungsbedingungen.