สัปดาห์ที่ผ่านมาหวังว่าทุกคนจะทำกำไรจากการวิเคราห์ของผมได้ไม่มากก็น้อย
ในสัปดาห์หน้า แนวโน้มหลักคาดว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงของการ รวมฐาน (Consolidation) หรือ Sideways หลังจากที่ได้มีการปรับฐานครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ แต่ด้วยกิจกรรมของวาฬและปัจจัยข่าวสารทางเศรษฐกิจมหภาค อาจทำให้เกิดความผันผวนที่รุนแรงได้
1. การวิเคราะห์ทางเทคนิคและช่วงราคาสำคัญ
แนวต้านสำคัญ 109,300-108,300
แนวรับสำคัญ 104,500-103,500
แตะโซนไหนให้เล่นราคานั้น เช่น ลงไปแนวรับให้ซื้อ ขึ้นไปแนวต้านให้ขาย ทุกการเทรดให้มี SL ต้องเผื่อมากกว่าทองคำ และต้องใช้ลอทที่เล็กลงในการเทรด(จากการสังเกตพฤษติกรรม BTC)
2. การวิเคราะห์จากกิจกรรมของวาฬ
ช่วงหลังปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการเทรดของบิทคอยน์เปลี่ยนไปมาก เนื่องจากข่าวของ Donald Trump
ทำให้การเดินทางของสินทรัพย์เสี่ยงเปลี่ยนไป ไม่ว่าตั้งแต่ยุคสมัยแรกที่ได้เป็น ปธน. จนถึงรอบล่าสุด
การเปิดสถานะ Short ขนาดใหญ่ มีวาฬรายหนึ่งเปิดสถานะ Short BTC/ETH มูลค่าสูงถึง $900 ล้าน และอีกรายมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ $39 ล้านจากสถานะ Short $500 ล้าน นี่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่บางส่วนคาดว่าราคายังจะปรับตัวลงในระยะสั้น และการ Short ขนาดใหญ่นี้เป็น "เพดานทางจิตวิทยา" ที่อาจขัดขวางการขึ้นของราคาในทันที
การสะสม (Accumulation) และการถอนเหรียญออกจาก Exchange ข้อมูล on-chain บ่งชี้ว่ามีการ สะสมเหรียญของ Mid-sized Wallets กลับมาอีกครั้ง และระดับ Exchange Whale Ratio (EWR) ที่ยังต่ำ (น้อยกว่า 0.3) แสดงว่าวาฬส่วนใหญ่ ยังคงเก็บเหรียญไว้นอก Exchange (ไม่ได้เตรียมขาย) ซึ่งเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในระยะยาว
**ยังคงมีแนวโน้มหนักไปทางขายมากกว่า
3.การวิเคราะห์จากปัจจัยข่าวสารและเศรษฐกิจมหภาค
- กระแสเงินไหลออก ETF เชิงลบ สัปดาห์ที่ผ่านมา (ก่อน 18 ต.ค. 2568) มีเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กว่า $1.22 พันล้าน สะท้อนถึงการลดความเสี่ยงในระยะสั้นของนักลงทุนสถาบัน
- ความต้องการจากสถาบัน เชิงบวกระยะกลาง/ยาว แม้จะมีเงินไหลออก ETF แต่รายงานระบุว่า Institutional Buyers กำลังกลับมาเข้าสู่ตลาด ในช่วงที่ราคา Consolidation และปริมาณเงินในคลัง Bitcoin ของบริษัทต่างๆ ยังคงสูง (Corporate Treasuries พุ่งไปถึง $117 พันล้าน)
- นโยบายการเงินของ Fed เชิงบวกในอนาคตนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจบีบให้ Fed ต้อง ลดอัตราดอกเบี้ยและยุติ QT ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ในระยะถัดไป แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลทันทีในสัปดาห์นี้
สถานการณ์ที่เป็นไปได้
สถานการณ์หลัก (Sideways/ฟื้นตัวช้า): Bitcoin รักษาระดับเหนือ $108,000 และพยายามขึ้นไปทดสอบ $112,500 การกลับมาสะสมของ Mid-sized Wallets อาจช่วยให้ราคาค่อยๆ ฟื้นตัว
สถานการณ์ขาลง (Bearish Dip): หากแรงขายจากวาฬที่ Short สถานะไว้เข้ามากดดันประกอบกับมีข่าวร้ายหรือเงินไหลออกจาก ETF ต่อเนื่อง Bitcoin อาจหลุด $105,000 และลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปที่ $102,000
สถานการณ์ขาขึ้น (Bullish Breakout): การทะลุและยืนเหนือ $116,000 ได้อย่างแข็งแกร่ง จะเป็นการลบล้างแรง Short และเปิดประตูไปสู่โซน $128,000 - $130,000
ในสัปดาห์หน้า แนวโน้มหลักคาดว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงของการ รวมฐาน (Consolidation) หรือ Sideways หลังจากที่ได้มีการปรับฐานครั้งใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ แต่ด้วยกิจกรรมของวาฬและปัจจัยข่าวสารทางเศรษฐกิจมหภาค อาจทำให้เกิดความผันผวนที่รุนแรงได้
1. การวิเคราะห์ทางเทคนิคและช่วงราคาสำคัญ
แนวต้านสำคัญ 109,300-108,300
แนวรับสำคัญ 104,500-103,500
แตะโซนไหนให้เล่นราคานั้น เช่น ลงไปแนวรับให้ซื้อ ขึ้นไปแนวต้านให้ขาย ทุกการเทรดให้มี SL ต้องเผื่อมากกว่าทองคำ และต้องใช้ลอทที่เล็กลงในการเทรด(จากการสังเกตพฤษติกรรม BTC)
2. การวิเคราะห์จากกิจกรรมของวาฬ
ช่วงหลังปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการเทรดของบิทคอยน์เปลี่ยนไปมาก เนื่องจากข่าวของ Donald Trump
ทำให้การเดินทางของสินทรัพย์เสี่ยงเปลี่ยนไป ไม่ว่าตั้งแต่ยุคสมัยแรกที่ได้เป็น ปธน. จนถึงรอบล่าสุด
การเปิดสถานะ Short ขนาดใหญ่ มีวาฬรายหนึ่งเปิดสถานะ Short BTC/ETH มูลค่าสูงถึง $900 ล้าน และอีกรายมีกำไรที่ยังไม่รับรู้ $39 ล้านจากสถานะ Short $500 ล้าน นี่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่บางส่วนคาดว่าราคายังจะปรับตัวลงในระยะสั้น และการ Short ขนาดใหญ่นี้เป็น "เพดานทางจิตวิทยา" ที่อาจขัดขวางการขึ้นของราคาในทันที
การสะสม (Accumulation) และการถอนเหรียญออกจาก Exchange ข้อมูล on-chain บ่งชี้ว่ามีการ สะสมเหรียญของ Mid-sized Wallets กลับมาอีกครั้ง และระดับ Exchange Whale Ratio (EWR) ที่ยังต่ำ (น้อยกว่า 0.3) แสดงว่าวาฬส่วนใหญ่ ยังคงเก็บเหรียญไว้นอก Exchange (ไม่ได้เตรียมขาย) ซึ่งเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในระยะยาว
**ยังคงมีแนวโน้มหนักไปทางขายมากกว่า
3.การวิเคราะห์จากปัจจัยข่าวสารและเศรษฐกิจมหภาค
- กระแสเงินไหลออก ETF เชิงลบ สัปดาห์ที่ผ่านมา (ก่อน 18 ต.ค. 2568) มีเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กว่า $1.22 พันล้าน สะท้อนถึงการลดความเสี่ยงในระยะสั้นของนักลงทุนสถาบัน
- ความต้องการจากสถาบัน เชิงบวกระยะกลาง/ยาว แม้จะมีเงินไหลออก ETF แต่รายงานระบุว่า Institutional Buyers กำลังกลับมาเข้าสู่ตลาด ในช่วงที่ราคา Consolidation และปริมาณเงินในคลัง Bitcoin ของบริษัทต่างๆ ยังคงสูง (Corporate Treasuries พุ่งไปถึง $117 พันล้าน)
- นโยบายการเงินของ Fed เชิงบวกในอนาคตนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจบีบให้ Fed ต้อง ลดอัตราดอกเบี้ยและยุติ QT ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึง Bitcoin ในระยะถัดไป แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลทันทีในสัปดาห์นี้
สถานการณ์ที่เป็นไปได้
สถานการณ์หลัก (Sideways/ฟื้นตัวช้า): Bitcoin รักษาระดับเหนือ $108,000 และพยายามขึ้นไปทดสอบ $112,500 การกลับมาสะสมของ Mid-sized Wallets อาจช่วยให้ราคาค่อยๆ ฟื้นตัว
สถานการณ์ขาลง (Bearish Dip): หากแรงขายจากวาฬที่ Short สถานะไว้เข้ามากดดันประกอบกับมีข่าวร้ายหรือเงินไหลออกจาก ETF ต่อเนื่อง Bitcoin อาจหลุด $105,000 และลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปที่ $102,000
สถานการณ์ขาขึ้น (Bullish Breakout): การทะลุและยืนเหนือ $116,000 ได้อย่างแข็งแกร่ง จะเป็นการลบล้างแรง Short และเปิดประตูไปสู่โซน $128,000 - $130,000
免責事項
これらの情報および投稿は、TradingViewが提供または承認する金融、投資、取引、またはその他の種類の助言もしくは推奨であることを意図したものではなく、またこれらに該当するものでもありません。詳細は利用規約をご覧ください。
免責事項
これらの情報および投稿は、TradingViewが提供または承認する金融、投資、取引、またはその他の種類の助言もしくは推奨であることを意図したものではなく、またこれらに該当するものでもありません。詳細は利用規約をご覧ください。
