# การวิเคราะห์รายสัปดาห์ GBP/USD: ปอนด์สเตอร์ลิงอยู่ในช่วงสะสมตัวขาขึ้นก่อนสัปดาห์สำคัญ
ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1.3600 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้อีกครั้ง แม้ว่าจะสามารถทำระดับสูงสุดในรอบสองเดือนได้ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน คู่เงิน GBP/USD กำลังเตรียมเข้าสู่สัปดาห์ที่มีความสำคัญสูง โดยปัจจัยหลักจะมาจากความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะประกาศ อีกทั้งโครงสร้างราคาปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงของการ “สะสมตัวก่อนการปรับขึ้นรอบถัดไป” หลังจากสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ได้สำเร็จ
ปอนด์สเตอร์ลิงยังคงสร้างการฟื้นตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสามารถทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนบริเวณใกล้ 1.3600 อย่างไรก็ตาม แรงขายได้กลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะมีการย่อตัวในช่วงท้าย แต่ GBP/USD ยังสามารถปิดบวกได้เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อที่ยังคงต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
## แนวโน้มเชิงบวกของปอนด์ยังคงอยู่
ในช่วงต้นสัปดาห์ GBP/USD เปิดตลาดด้วยช่องว่างขาลง (bearish gap) ประมาณ 45 pips ในวันจันทร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดช่องว่างดังกล่าวได้ทั้งหมด และสามารถดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยในกระบวนการนี้ ราคาสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับ 1.3500 เล็กน้อย ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมในตลาด
## ปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อราคา
การเคลื่อนไหวของราคาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ ความกังวลเกี่ยวกับการกลับมารุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านในอิสลามาบัดล้มเหลว ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณามาตรการโจมตีทางทหารแบบจำกัด
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ว่าเฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงในช่วงถัดมา โดยบรรยากาศตลาดเริ่มกลับมาเป็นเชิงบวก หลังมีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูต เช่น การแสดงท่าทีประนีประนอมจากผู้นำสหรัฐ และความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิง
นอกจากนี้ สัญญาณการทรงตัวของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของตลาดดีขึ้น
ในวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งยิ่งช่วยสนับสนุนบรรยากาศเชิงบวกในตลาด ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ตัวเลข GDP ของจีนที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการของธนาคารสหรัฐที่ออกมาดี ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นโดยรวม
สำหรับฝั่งสหราชอาณาจักร ปอนด์ได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลข GDP ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยขยายตัว 0.5% MoM ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.1%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดกลับมามีความระมัดระวังอีกครั้ง จากความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิงและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน ส่งผลให้โมเมนตัมขาขึ้นของปอนด์ชะลอตัว และทำให้ GBP/USD ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 1.3594
อีกทั้ง ความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของคู่เงินนี้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังอิหร่านประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และกดดันดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ GBP/USD ฟื้นตัวอีกครั้ง
## การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ในกราฟรายวัน GBP/USD เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.3579 โดยยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก เนื่องจากราคายังคงยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ทั้ง 20, 50, 100 และ 200 วัน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมาณ 1.3375–1.3450 การเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยในลักษณะนี้สะท้อนถึงแรงซื้อที่สามารถดูดซับแรงขายได้อย่างต่อเนื่อง
ดัชนี RSI (14) อยู่บริเวณ 62 แสดงถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแรง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) จึงยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ หากราคายังคงยืนเหนือแนวรับสำคัญ
### แนวต้าน
* 1.3600 (แนวต้านระยะสั้นสำคัญ)
* 1.3700
* 1.3840
### แนวรับ
* 1.3500
* 1.3451 (SMA 100 วัน)
* 1.3426 (SMA 50 วัน)
* 1.3413 (SMA 200 วัน)
* 1.3375 (SMA 20 วัน)
หากราคาหลุดต่ำกว่าโซน 1.3375–1.3450 จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการอ่อนตัวของแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน
## ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มของ GBP/USD ในสัปดาห์ถัดไปจะขึ้นอยู่กับทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ
* ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
* รายงานตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร
* ยอดค้าปลีกสหรัฐ และถ้อยแถลงของว่าที่ประธานเฟด
* ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักร
* ข้อมูล PMI ภาคการผลิตและบริการของทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐ
* ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร
## บทสรุปเชิงวิเคราะห์
GBP/USD อยู่ในช่วงของการสะสมตัวในแนวโน้มขาขึ้น หลังจากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้สำเร็จ โดยโครงสร้างตลาดยังคงสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ ตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือโซนแนวรับจากเส้นค่าเฉลี่ยหลัก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในระยะสั้นยังคงสูงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงิน
---
# แนวโน้มหลัก: สะสมตัวขาขึ้น (Bullish Consolidation) มีโอกาสปรับขึ้นต่อ หากยืนเหนือโซน 1.3375–1.3450 ได้
ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1.3600 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้อีกครั้ง แม้ว่าจะสามารถทำระดับสูงสุดในรอบสองเดือนได้ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน คู่เงิน GBP/USD กำลังเตรียมเข้าสู่สัปดาห์ที่มีความสำคัญสูง โดยปัจจัยหลักจะมาจากความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะประกาศ อีกทั้งโครงสร้างราคาปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงของการ “สะสมตัวก่อนการปรับขึ้นรอบถัดไป” หลังจากสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ได้สำเร็จ
ปอนด์สเตอร์ลิงยังคงสร้างการฟื้นตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสามารถทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนบริเวณใกล้ 1.3600 อย่างไรก็ตาม แรงขายได้กลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะมีการย่อตัวในช่วงท้าย แต่ GBP/USD ยังสามารถปิดบวกได้เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อที่ยังคงต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
## แนวโน้มเชิงบวกของปอนด์ยังคงอยู่
ในช่วงต้นสัปดาห์ GBP/USD เปิดตลาดด้วยช่องว่างขาลง (bearish gap) ประมาณ 45 pips ในวันจันทร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดช่องว่างดังกล่าวได้ทั้งหมด และสามารถดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยในกระบวนการนี้ ราคาสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับ 1.3500 เล็กน้อย ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมในตลาด
## ปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อราคา
การเคลื่อนไหวของราคาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ ความกังวลเกี่ยวกับการกลับมารุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านในอิสลามาบัดล้มเหลว ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณามาตรการโจมตีทางทหารแบบจำกัด
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ว่าเฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงในช่วงถัดมา โดยบรรยากาศตลาดเริ่มกลับมาเป็นเชิงบวก หลังมีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูต เช่น การแสดงท่าทีประนีประนอมจากผู้นำสหรัฐ และความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิง
นอกจากนี้ สัญญาณการทรงตัวของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของตลาดดีขึ้น
ในวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งยิ่งช่วยสนับสนุนบรรยากาศเชิงบวกในตลาด ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ตัวเลข GDP ของจีนที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการของธนาคารสหรัฐที่ออกมาดี ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นโดยรวม
สำหรับฝั่งสหราชอาณาจักร ปอนด์ได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลข GDP ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยขยายตัว 0.5% MoM ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.1%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดกลับมามีความระมัดระวังอีกครั้ง จากความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิงและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน ส่งผลให้โมเมนตัมขาขึ้นของปอนด์ชะลอตัว และทำให้ GBP/USD ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 1.3594
อีกทั้ง ความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของคู่เงินนี้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังอิหร่านประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และกดดันดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ GBP/USD ฟื้นตัวอีกครั้ง
## การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ในกราฟรายวัน GBP/USD เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.3579 โดยยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก เนื่องจากราคายังคงยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ทั้ง 20, 50, 100 และ 200 วัน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมาณ 1.3375–1.3450 การเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยในลักษณะนี้สะท้อนถึงแรงซื้อที่สามารถดูดซับแรงขายได้อย่างต่อเนื่อง
ดัชนี RSI (14) อยู่บริเวณ 62 แสดงถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแรง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) จึงยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ หากราคายังคงยืนเหนือแนวรับสำคัญ
### แนวต้าน
* 1.3600 (แนวต้านระยะสั้นสำคัญ)
* 1.3700
* 1.3840
### แนวรับ
* 1.3500
* 1.3451 (SMA 100 วัน)
* 1.3426 (SMA 50 วัน)
* 1.3413 (SMA 200 วัน)
* 1.3375 (SMA 20 วัน)
หากราคาหลุดต่ำกว่าโซน 1.3375–1.3450 จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการอ่อนตัวของแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน
## ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มของ GBP/USD ในสัปดาห์ถัดไปจะขึ้นอยู่กับทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ
* ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
* รายงานตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร
* ยอดค้าปลีกสหรัฐ และถ้อยแถลงของว่าที่ประธานเฟด
* ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักร
* ข้อมูล PMI ภาคการผลิตและบริการของทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐ
* ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร
## บทสรุปเชิงวิเคราะห์
GBP/USD อยู่ในช่วงของการสะสมตัวในแนวโน้มขาขึ้น หลังจากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้สำเร็จ โดยโครงสร้างตลาดยังคงสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ ตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือโซนแนวรับจากเส้นค่าเฉลี่ยหลัก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในระยะสั้นยังคงสูงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงิน
---
# แนวโน้มหลัก: สะสมตัวขาขึ้น (Bullish Consolidation) มีโอกาสปรับขึ้นต่อ หากยืนเหนือโซน 1.3375–1.3450 ได้
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ
ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน
