GBP/USD ฟื้นตัว แต่แนวโน้มยังถูกกดดันขาลง

588
# การวิเคราะห์ GBP/USD: ฟื้นตัวตาม Sentiment เสี่ยง แต่ยังเผชิญแรงกดดันขาลง

GBP/USD ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1.3450 ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของบรรยากาศการลงทุน (risk sentiment) ซึ่งช่วยจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันเงินปอนด์ยังคงรักษาการปรับตัวบวกในรายสัปดาห์ ท่ามกลางการเปลี่ยนจุดยืนเชิงเข้มงวด (hawkish) อย่างไม่คาดคิดจากธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)

## การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)

การวิเคราะห์กราฟรายวันสะท้อนถึงการเสริมแรงของแนวโน้มขาลง (bearish bias) หลังจากราคาปรับตัวลงจากกรอบบนของรูปแบบ descending channel นอกจากนี้ ดัชนี RSI (14 วัน) เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 40 เล็กน้อย ซึ่งยืนยันแรงกดดันฝั่งขาลงอย่างต่อเนื่อง มากกว่าจะเป็นภาวะ oversold และยังคงเน้นภาพของการทำ lower high ต่อเนื่อง

ในฝั่งขาลง GBP/USD มีแนวโน้มทดสอบแนวรับสำคัญที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนบริเวณ 1.3253 (บันทึกเมื่อ 3 ธันวาคม) หากหลุดระดับดังกล่าว อาจเปิดทางลงสู่กรอบล่างของ descending channel บริเวณ 1.3140 และต่อเนื่องไปยังระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ 1.3010

ในฝั่งขาขึ้น แนวต้านระยะสั้นอยู่ที่เส้น EMA 9 วัน บริเวณ 1.3414 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบบนของ descending channel หากราคาสามารถทะลุขึ้นไปได้ จะเป็นสัญญาณเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้น (bullish bias) และมีโอกาสทดสอบ EMA 50 วันที่ระดับ 1.3482 โดยโมเมนตัมระยะกลางที่ดีขึ้นอาจผลักดันราคาไปยังบริเวณ 1.3869 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 (ทำไว้เมื่อ 27 มกราคม)

## การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)

GBP/USD ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 1 สัปดาห์ใกล้ 1.3485 ในช่วงครึ่งแรกของเซสชันยุโรป โดยการปรับตัวขึ้นได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ซึ่งเพิ่มโอกาสในการขยายการรีบาวด์จากบริเวณ 1.3200 กลาง ๆ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านอาจใกล้สิ้นสุด ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระตุ้นการฟื้นตัวของ sentiment การลงทุนทั่วโลก เห็นได้จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวในเชิงบวก และลดความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวกลับอย่างมีนัยสำคัญในช่วงข้ามคืน ช่วยลดความกังวลต่อเงินเฟ้อจากสงคราม และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับนโยบายไปในเชิงเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง และกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าจากระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุน GBP/USD

ฝั่งเงินปอนด์ยังได้รับแรงหนุนจากการปรับคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของ BoE โดยก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยประมาณ 3 ครั้งในปี 2026 แต่ล่าสุดเปลี่ยนเป็นความน่าจะเป็นราว 70% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายถึง 100 basis points ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อค่าเงินปอนด์

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังว่ารัฐบาลอังกฤษอาจออกมาตรการช่วยเหลือครัวเรือนจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ตามที่นายกรัฐมนตรี Keir Starmer ส่งสัญญาณ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดพันธบัตร และจำกัด upside ของ GBP จึงควรระมัดระวังสำหรับนักลงทุนฝั่งขาขึ้น

Starmer ยังระบุว่ารัฐมนตรีคลัง Rachel Reeves ได้หารือกับ BoE ซึ่งสะท้อนความกังวลของรัฐบาลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาด ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวของทรัมป์ และย้ำว่าอิหร่านจะเป็นผู้กำหนดจุดสิ้นสุดของสงคราม พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงในภูมิภาค

ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียดนี้ อาจช่วยจำกัด downside ของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย และกดดันการปรับขึ้นของ GBP/USD ดังนั้น ตลาดยังคงจับตาพัฒนาการของความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในสัปดาห์นี้ เพื่อหาโอกาสลงทุนระยะสั้น

---

# สรุปเชิงวิเคราะห์

GBP/USD ฟื้นตัวตาม sentiment ความเสี่ยงและปัจจัย BoE ที่มีแนวโน้ม hawkish มากขึ้น แต่โครงสร้างทางเทคนิคยังเป็นขาลง ขณะที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาครัฐยังคงเป็นตัวจำกัด upside ในระยะสั้น

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ

ข้อมูลและบทความไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมทางการเงิน, การลงทุน, การซื้อขาย, ข้อเสนอแนะ หรือคำแนะนำประเภทอื่น ๆ ที่ให้หรือรับรองโดย TradingView อ่านเพิ่มเติมใน ข้อกำหนดการใช้งาน