ปดาห์นี้ดู แรงงานสหรัฐ + ข่าวสงคราม ผันผวนสูงแต่ทองยังได้แรงหนุน
📌ทองคำในสัปดาห์นี้ (2–6 ก.พ.) #มุมมองส่วนตัว By #Nicharastrading
⸻
และสรุป ข่าวสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำ
⸻
• แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นชัด (Uptrend ต่อเนื่อง)
• สิ่งที่เกิดตอนนี้: ราคาขึ้นแรง → มีการ ย่อแรง (Pullback) ระยะสั้น
• โครงสร้างยังไม่พัง ตราบใดที่ไม่หลุดโซนรับหลัก 4500-4545 ถ้าไม่หลุดส่วนนี้ค่ะมายังถือได้อยู่แต่ถ้าเกิดหลุดราคานี้แนะนำว่าให้ยอม
*** สิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองคือในตัวของวันจันทร์ถ้ากราฟวันจันทร์เปิดมาเปิด Gap ราคา ราคาที่น่าสนใจของวันจันทร์คือ 5095 -5100
📍ขา Sell(ทองสอบ Sell ที่คารานี่ Sl 5115 TP 5068/5005/4989 )
📍ขา( Buy ตลาดเปิด ตาม บาย Tp มุมหวัง 4982 -5100 หลุด 4781 ยอม )
ถ้ากราฟเปิดมาแล้วช่วงเที่ยงยังไม่สามารถกลับลงมาปิดราคาได้แนะนำว่าให้ทำการบายอย่างต่อเนื่องไปทั้งวันเลยค่อยมาเซลตอนช่วงเย็นหรือค่ำไปแล้ว
หรือไม่ไปรอคอนเฟิร์มจากช่วงขาวตอนช่วง 22.00 ถ้ากราฟออกมาตามคาดการณ์ก็เซลล์ทองต่อแต่ถ้าไม่ก็กดบานตามเลย
⸻
🔑 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ (2–6 ก.พ.)
จันทร์–อังคาร (2–3 ก.พ.)
• 🇺🇸 JOLTS / ADP → ชี้ทิศแรงงาน
• ออกอ่อน = บวกทอง | ออกแรง = ทองพัก
พุธ (4 ก.พ.)
• 🇺🇸 ISM Services
• ต่ำกว่า 50 = หนุนทอง
ศุกร์ (6 ก.พ.)
• 🇺🇸 NFP / Unemployment Rate (สำคัญที่สุด)
• อ่อน = ทองพุ่ง | แรง = ทองย่อแรง
ตลอดสัปดาห์
• 🌍 ข่าวสงคราม ยูเครน / ตะวันออกกลาง → ยังหนุนทอง (Safe Haven)
• 📉 USD & Bond Yield → ขึ้นกดทอง / ลงหนุนทอง
⸻
✅ สรุป
สัปดาห์นี้ดู แรงงานสหรัฐ + ข่าวสงคราม
ผันผวนสูง แต่ทองยังได้แรงหนุนระยะกลาง
🔥 ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องจับตา
📌 1) ADP – การจ้างงานภาคเอกชน (4 ก.พ. เวลา 20:15 UTC)
• เป็นข้อมูล ก่อนหน้า NFP วัดการจ้างงานภาคเอกชน
• ถ้าออก ต่ำกว่าคาด → สัญญาณเศรษฐกิจชะลอ → ทองคำมีแนวโน้มขึ้น
• ถ้าออก สูงกว่าคาด → USD แข็ง → ทองคำมีแรงกดดันลดลง
👉 ADP ปกติมักส่งผลต่อความคาดหวัง Fed มาก่อน NFP
⸻
📌 2) ISM Services PMI (4 ก.พ. เวลา 22:00 UTC)
• เป็นดัชนีความแข็งแกร่งภาคบริการ สะท้อนเศรษฐกิจจริง
• ตัวเลขสูง = เศรษฐกิจยังแรง → USD แข็ง → ทองคำอ่อนตัว
• ตัวเลขอ่อน = เศรษฐกิจชะลอ → USD อ่อน → ทองคำขึ้น
👉 PMI เป็นตัวชี้นำก่อนตัวเลขจ้างงานจริง
⸻
📌 3) JOLTS – ตำแหน่งงานว่างสหรัฐ (3 ก.พ. เวลา 22:00 UTC)
• ชี้ความต้องการแรงงานโดยรวม
• เวลาที่ JOLTS อ่อนตัว → แรงกดดันดอลลาร์ลด → ทองคำมีโอกาสขึ้น
• เวลาที่แข็ง → USD มีแรงหนุน ทองคำอาจอ่อนตัวลง
⸻
📌 4) จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5 ก.พ.)
• ถ้าสูงกว่าคาด → สัญญาณเศรษฐกิจยังไม่แข็ง → ทองคำได้แรงหนุน
• ถ้าต่ำกว่าคาด → นัย USD แข็งขึ้น → ทองคำอ่อน
⸻
📌 5) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) + อัตราว่างงาน (6 ก.พ. เวลา 20:30 UTC)
นี่เป็นตัวเลขที่ “ใหญ่ที่สุด” ของสัปดาห์
• NFP สูงกว่าคาด → USD แข็ง → ทองคำปรับลง
• NFP ต่ำกว่าคาด → USD อ่อน → ทองคำเด้งขึ้นแรง
• อัตราว่างงานสูงขึ้น → เป็นบวกต่อทองคำ
👉 ผล NFP มีผลโดยตรงต่อแนวโน้ม Fed และอัตรดอกเบี้ย
⸻
📊 สรุปว่าข่าวไหนแรงสุดต่อทองคำในสัปดาห์หน้า
ข่าว ผลต่อทองคำ
📅 NFP (ศุกร์) ⭐⭐⭐⭐ (มากที่สุด) – ราคาทองผันผวนแรง
📅 ADP (พุธ) ⭐⭐⭐ – แนวโน้ม NFP ก่อนหน้า
📅 ISM Services PMI (พุธ) ⭐⭐⭐ – ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ
📅 JOLTS (อังคาร) ⭐⭐ – แนวโน้มแรงงานโดยรวม
📅 Initial Jobless Claims (พฤหัส) ⭐⭐ – สัญญาณแรงงานรายสัปดาห์
⸻
📉 ทำไมตัวเลขเหล่านี้ ส่งผลต่อทองคำ?
• ทองคำไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
→ ถ้าเศรษฐกิจแข็ง → Fed อาจขึ้นดอก/คงนโยบาย → USD แข็ง → ทองเงินย่อ
→ ถ้าเศรษฐกิจอ่อน → ความคาดหวังคัตดอกเบี้ยเพิ่ม → USD อ่อน → ทองขึ้น
👉 ทองคำมักวิ่งสวนทางกับ USD ในหลายสถานการณ์ และข้อมูลแรงงานเป็นหนึ่งในตัวกำหนดความคาดหวังดอกเบี้ย
⸻
🧠 สรุปภาพใหญ่ก่อนตลาดเปิด
➡️ แรงงานสหรัฐ – คือปัจจัยหลักที่จะกำหนด Sentiment USD → ส่งผลต่อราคาทองคำมากที่สุด
➡️ หากตัวเลข อ่อนแอ → ทองคำมีโอกาสทดสอบแนวต้านแรง
➡️ หากตัวเลข แข็ง → ทองคำมีโอกาสอ่อนตัวและถูกกดดันกลับลงมา
⸻
📌คำเตือน
อยากอยากให้ปรับขนาด Lot ที่เล่นอยู่ณปัจจุบัน ให้ลงมาจากเดิมหนึ่งถึงสองเท่าและขยับระยะ SL ที่กว้างขึ้นมากกว่าเดิม และอยากให้ดูเรื่องของมติไทม์เฟรมทุกไทม์เฟรมสำคัญหมดดังนั้นอยากให้เปลี่ยนเรื่องของมายด์เซ็ทการเทรดใหม่และเป็นไปได้ยังไม่อยากให้ตั้ง sl. ณปัจจุบัน แต่!!! ให้ตั้งเอสแอลเขียนขึ้นพอถึงจุดเอสแอลคัดทันทีห้ามปล่อย
📍และสิ่งสำคัญกำไรปิดและเข้าใหม่จุดเดิมที่เคยเข้าหรือราคาต่ำกว่าเดิม ไม่ต้องรันกำไรเน้นรอบ
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
ทองคำพุ่ง 30% แล้วร่วงเกือบ 16% เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ตั้งแต่ต้นปี 2026 ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 30% ภายในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว
เป็นการปรับขึ้นที่รุนแรง สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงเชิงระบบและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลก
แต่หลังจากนั้น ตลาดกลับช็อก
ทองคำเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง เกือบ 16% ในระยะเวลาอันสั้น
นี่ไม่ใช่การปรับฐานทางเทคนิคทั่วไป
แต่มันคือ การพลิกกลับของความเชื่อมั่น
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กราฟ
👉 แต่อยู่ที่ ความเชื่อมั่น
ถ้าทองขึ้นเพราะทรัมป์ — แล้วใครทำให้ทองร่วง?
ความผันผวนครั้งนี้ ส่วนใหญ่มาจาก โดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์ดำเนินนโยบายที่อยู่นอกกรอบเดิมทั้งหมด
ทั้งภาษี มาตรการคว่ำบาตร การข่มขู่ และแรงกดดันต่อทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง
กติกาเดิมแทบจะถูกทำลายลงทั้งหมด
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ บุคคลที่ทรัมป์แต่งตั้งโดยตรง
ปัจจุบันนั่งอยู่ใน คณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ประเด็นนี้เคยทำให้ตลาดกังวลว่า Fed อาจสูญเสียความเป็นอิสระ
และความกังวลนี้เองที่เป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ราคาทองพุ่งแรงในช่วงก่อนหน้า
ทรัมป์กลับลำ — ตลาดถึงกับงง
เมื่อ市場เริ่มเชื่อว่าทรัมป์จะผลักดันคนของตนขึ้นมาคุม Fed ต่อไป
เขากลับทำในสิ่งตรงกันข้าม
ก่อนหน้านี้ สื่อเคยคาดการณ์ว่า เควิน แฮสเซ็ตต์
ที่ปรึกษาเศรษฐกิจใกล้ชิดทรัมป์ และอดีตประธาน Council of Economic Advisers
อาจเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธาน Fed
แต่ทรัมป์ ไม่เลือกเควิน แฮสเซ็ตต์
เขากลับเสนอชื่อบุคคลที่ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากประหลาดใจ:
👉 เควิน วอร์ช
ความคาดเดาไม่ได้ของโดนัลด์ ทรัมป์
ทรัมป์โจมตี Fed อย่างต่อเนื่อง และกดดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย
แต่เมื่อมีอำนาจในการเสนอชื่อ
เขากลับเลือก เควิน วอร์ช — บุคคลที่ ต่อต้านนโยบายเงินราคาถูกอย่างชัดเจน
ประวัติของเควิน วอร์ช:
อดีตผู้ว่าการ Fed
ลาออกในปี 2011
เหตุผล: ไม่เห็นด้วยกับการอัดฉีดสภาพคล่องมากเกินไป
แนวคิดที่สม่ำเสมอ:
ไม่เอาคะแนนนิยมจากดอกเบี้ยต่ำ
ไม่แลกเสถียรภาพระยะยาวกับผลประโยชน์ระยะสั้น
การเลือกนี้ สวนทางอย่างสิ้นเชิง กับความคาดหวังของตลาดเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ความเชื่อมั่นต่อ Fed กลับมาอีกครั้ง
หากมองการทำงานของ เจอโรม พาวเวลล์ ในปัจจุบัน:
เผชิญแรงกดดันทางการเมือง
ถูกโจมตีในที่สาธารณะ
ถูกข่มขู่ให้มีการสอบสวน
แต่ Fed ยังคงไม่ลดดอกเบี้ย
ทุกการตัดสินใจอิงข้อมูลและกรอบกฎหมาย
ไม่ใช่อารมณ์หรือการเมือง
สิ่งนี้ทำให้โลกยังคงเชื่อมั่นใน:
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
ระบบการเงินของสหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐ
👉 เชื่อมั่นใน Fed = เชื่อมั่นในดอลลาร์
เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาที่ดอลลาร์
นักลงทุนเลือกถือ USD เพื่อสร้างผลตอบแทน
ไม่จำเป็นต้องซื้อทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงอีกต่อไป
นี่คือเหตุผลที่ทองคำปรับฐานแรง
ไม่ใช่เพราะเทคนิค
แต่เพราะ ความเชื่อมั่นเปลี่ยนทิศ
รากของปัญหา: สงครามระบบการชำระเงินโลก
ราคาทองคำสะท้อนคำถามที่ลึกกว่านั้น:
👉 โลกเชื่อมั่นใน ระบบการเงินของสหรัฐ หรือ จีน มากกว่ากัน?
สหรัฐยังรักษาความเชื่อมั่นได้ → ดอลลาร์แข็งค่า → ทองถูกกดดัน
ความเชื่อมั่นต่อสหรัฐลดลง → ดอลลาร์อ่อนค่า → ทองพุ่ง
ไม่มีระบบใดสมบูรณ์แบบ
เป็นเพียงการเลือก ระบบที่เสี่ยงน้อยกว่า
การเชื่อมั่นในสหรัฐมีความเสี่ยงเรื่องการอายัดทรัพย์
แต่การเชื่อมั่นในจีนก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน:
ไม่มีธนาคารกลางที่เป็นอิสระจริง
การเมืองสามารถแทรกแซงนโยบายการเงินได้ตลอดเวลา
โครงสร้างอำนาจขาดความโปร่งใส
แม้แต่ความสัมพันธ์ภายในระหว่าง สี จิ้นผิง และ จาง โหย่วเซี่ย
โลกภายนอกก็ยังไม่อาจรู้ความจริงได้ชัดเจน
ยิ่งทำให้การวางใจระยะยาวเป็นเรื่องยาก
นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศยังไม่กล้าเอนเอียงไปทางจีนอย่างเต็มตัว
บทสรุป
ทองคำไม่ได้ขึ้นหรือลงเพราะคำพูดเดียว
แต่สะท้อน ความเชื่อมั่นของโลกต่อระบบการเงิน
ความเชื่อมั่นเทไปที่ดอลลาร์ → ทองปรับฐาน
ความเชื่อมั่นออกจากดอลลาร์ → ทองกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในบทความถัดไป ผมจะวิเคราะห์ต่อว่า:
ถ้าเควิน วอร์ช กลายเป็นประธาน Fed จริง
นักเทรดและนักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร?
หากคุณสนใจ
👉 กด FOLLOW เพื่อติดตามบทวิเคราะห์ต่อไป
เพราะในช่วงตลาดแบบนี้
เลือกผิดฝั่ง = ต้นทุนที่แพงมาก
ถ้าคุณต้องการจับจุดต่ำสุด ให้รอ RSI ก่อนถ้าคุณต้องการจับจุดต่ำสุด ให้รอ RSI ก่อน
ไม่ต้องทำอะไรเลย
ตอนนี้ การยืนอยู่นอกตลาดก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว
ตลาดเคลื่อนไหวเร็ว วุ่นวาย และอึดอัด ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายต่างก็เสี่ยงที่จะติดกับดัก — ไม่ใช่เพราะทิศทางไม่ชัดเจน แต่เพราะตลาด ยังไม่จบกระบวนการของมัน
นี่คือช่วงเวลาที่ควร ใจเย็นและเฝ้าดู ไม่ใช่บังคับตัวเองให้เข้าเทรด
เฝ้าดูว่าราคาเริ่มชะลอตัวอย่างไร
เฝ้าดูว่าแรงขายเริ่มอ่อนลงอย่างไร
หมายเหตุ:
ให้โฟกัสที่ พฤติกรรมของ RSI เมื่อราคาชะลอตัวและ RSI แสดง การบรรจบ / การทรงตัวที่ชัดเจน นั่นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ เริ่มพิจารณาโอกาสฝั่งซื้อ (long) — ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น
จนกว่าจะถึงตอนนั้น การสังเกตคือสิ่งสำคัญที่สุด
บางครั้ง การไม่ทำอะไรเลย คือการตัดสินใจที่มีวินัยมากที่สุด
XTB- แรงขายเร่งตัวขึ้น จะหยุดที่จุดไหน?!กราฟราคาทองคำ - H1
หลังจากช่วงที่ราคาทองพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง ราคาทองกลับพลิกตัวอย่างกะทันหันและเกิดแรงขายหนักในคืนที่ผ่านมา ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ราคาทองดิ่งลงกว่า 500 USD/oz — การปรับตัวลงเร็วและแรงแบบนี้หาได้ยาก แสดงถึงความเสี่ยงสูงสุดของตลาดในเวลานี้
► การพลิกตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจิตวิทยาตลาดจากความตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เมื่อแรงขายทำกำไรท่วมตลาดถูกกระตุ้นขึ้น
แนวโน้มในช่วงเช้าวันนี้ยังคงเห็นความต่อสู้ระหว่างฝั่งซื้อและฝั่งขายอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ภายใต้แรงกดดันจากแท่งเทียนสีแดงที่มีตัวแท่งยาว สมดุลเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งขายมากขึ้น
► หากราคาสร้างแท่งเทียนลดลงชัดเจนและปิดต่ำกว่า 5,100 USD/oz แผนภาพขาลงอาจถูกกระตุ้นแรงขึ้น เปิดโอกาสให้ราคาลดลงไปยังแนวรับสำคัญราว 4,960 USD/oz หรือแม้แต่ 4,800 USD/oz ในระยะสั้น
โซนนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,962 – 4,965 USD หรือ 4,815 – 4,820 USD
🔴 แนวต้าน: 5,240 – 5,245 USD
ทองคำร่วงหลังพุ่งกว่า 25% ต้นเดือน แตะ $5,594 ก่อนถูกขายทำกำไร## วิเคราะห์: ราคาทองคำปรับตัวลง หลังดีลจัดสรรงบประมาณรัฐบาลหนุนดอลลาร์แข็งค่าและเกิดแรงขายทำกำไร
* ราคาทองคำปรับตัวลงในวันศุกร์ โดยมีแรงขายรอบใหม่เข้ามาหลังมีข่าวบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown)
* ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และเป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เกิดแรงขายทำกำไรในทองคำ
* อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ความกังวลด้านการค้า และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ
ราคาทองคำ (XAU/USD) เผชิญแรงขายทำกำไรอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ หลังจากราคาปรับขึ้นแบบเร่งตัว (Parabolic Rise) มากกว่า 25% ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ และทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับข้อตกลงในวุฒิสภาเพื่อจัดสรรงบประมาณให้รัฐบาลกลางดำเนินการต่อไปได้จนสิ้นปีงบประมาณ ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะสั้น และกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจสูญเสียความเป็นอิสระ ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจลดลง อาจจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยพยุงทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผลตอบแทน นอกจากนี้ ความเสี่ยงจากการขู่ขึ้นภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำรงอยู่ อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม และช่วยจำกัดการปรับลงของราคาทองคำได้ ดังนั้น ยังควรระมัดระวังก่อนยืนยันว่า XAU/USD ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
---
## ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด (Daily Digest Market Movers): ทองคำถูกกดดันจากความหวังดีลงบประมาณรัฐ และดอลลาร์แข็งค่าปานกลาง
พรรคเดโมแครตและทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงเพื่อจัดสรรงบประมาณชั่วคราวให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security) ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งผ่านแพ็กเกจการใช้จ่ายภายในวันศุกร์เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Shutdown) ข่าวดังกล่าวหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเล็กน้อย และกระตุ้นให้เกิดแรงขายทองคำเพิ่มเติมในช่วงการซื้อขายตลาดเอเชียวันศุกร์
ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง จากการที่ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 50% ต่อเครื่องบินที่ผลิตในแคนาดา จนกว่าเครื่องบิน Gulfstream ที่ผลิตในสหรัฐฯ จะได้รับการรับรองมาตรฐานในแคนาดา
ทรัมป์ยังโจมตีประธาน Fed เจอโรม พาวเวลล์ อีกครั้ง โดยโพสต์บน Truth Social ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมาก อย่างไรก็ตาม Fed ต่อต้านแรงกดดันทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันพุธ พร้อมส่งสัญญาณว่าจะยังคงใช้แนวทางระมัดระวังในการดำเนินนโยบาย
ทรัมป์ระบุว่าจะประกาศผู้ที่จะมาแทนเจอโรม พาวเวลล์ ในตำแหน่งประธาน Fed คนถัดไปในเช้าวันศุกร์ ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) จะได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงกังวลว่าหน่วยงานด้านนโยบายการเงินอาจถูกแทรกแซงทางการเมืองโดยตรง ซึ่งจะจำกัดการแข็งค่าต่อเนื่องของดอลลาร์
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังคงส่งเรือรบและเครื่องบินขับไล่ไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) ระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร และอาจเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน รัสเซียย้ำคำเชิญให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เดินทางไปมอสโกเพื่อเจรจาสันติภาพ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จากความแตกต่างอย่างลึกซึ้งในจุดยืนของทั้งสองฝ่าย โดยยูเครนปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการให้ยกพื้นที่ทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาส (Donbas) เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 4 ปี
นักลงทุนจับตาการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ (PPI) ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงตลาดอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ ความเห็นจากกรรมการ FOMC ที่มีอิทธิพล และการประกาศประธาน Fed คนใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางความต้องการดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยเช่นกัน
---
## มุมมองเทคนิค: ทองคำต้องหลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นและระดับ $5,100 เพื่อยืนยันโอกาสปรับฐานต่อ
ในกราฟ 4 ชั่วโมง เส้น MACD ปรับลงต่ำกว่าเส้น Signal และทั้งสองเส้นอยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ โดยแท่งฮิสโตแกรมฝั่งลบที่ขยายตัวสะท้อนแรงกดดันฝั่งขาลงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ที่ระดับ 50 ทำให้โมเมนตัมยังไม่ชัดเจนและค่อนข้างสมดุลใกล้แนวรับสำคัญ
โครงสร้างราคายังได้รับแรงพยุงจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ลากจากระดับ $4,526.24 ซึ่งเป็นแนวรับบริเวณ $5,174.74 หากราคายืนเหนือบริเวณดังกล่าวและดีดกลับได้ต่อเนื่อง อาจกลับไปสนับสนุนแนวโน้มฟื้นตัว แต่หากปิดต่ำกว่าแนวรับนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานลึกลง
เมื่อวัดจากจุดต่ำ $4,261.33 ถึงจุดสูง $5,594.20 ระดับ Fibonacci Retracement 38.2% อยู่ที่ $5,085.05 เป็นแนวรับแรก และระดับ 50% อยู่ที่ $4,927.77 หากแรงขายสามารถกดหลุดแนวรับเส้นแนวโน้มได้ โฟกัสจะย้ายไปที่แนวรับ 38.2% ในทางกลับกัน หากเกิดการฟื้นตัว ราคามีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 23.6% ที่ $5,279.64 แต่ด้วย MACD ที่อ่อนแรงและ RSI ที่เป็นกลาง ฝั่งขาขึ้นจำเป็นต้องมีโมเมนตัมที่ดีขึ้นเพื่อผ่านแนวต้านใกล้เคียง
(บทวิเคราะห์ทางเทคนิคในเรื่องนี้เขียนโดยใช้เครื่องมือ AI ช่วยเหลือ)
# สรุป: ทองคำเผชิญแรงขายทำกำไรหลังข่าวดีลงบประมาณหนุนดอลลาร์แข็งค่า แต่ความเสี่ยง Fed/การค้า/ภูมิรัฐศาสตร์ยังช่วยจำกัด downside และทำให้ยังไม่ยืนยันการจบรอบขาขึ้น
ราคาทองคำปรับฐาน - ย่อตัวลงระยะสั้น🔥ทรัมป์เตรียม "เชือด" พาวเวล? จ่อประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่วันนี้! ทองคำผันผวนหนัก!
ข่าวใหญ่รับเช้าวันศุกร์! Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Chair)" คนใหม่ แทนที่ Jerome Powell ในช่วงเช้าวันศุกร์นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ)
📉 สรุปประเด็นสำคัญ:
ใบสั่งทรัมป์: ทรัมป์ย้ำชัดว่าประธานเฟดคนใหม่จะต้องทำงานได้ดี และที่สำคัญคือ "ต้องลดอัตราดอกเบี้ย" ตามความต้องการของเขา
ทองคำร่วงปรับฐาน : หลังจากพุ่งทำ New High ที่ระดับ $5,600 ราคาทองคำ (XAUUSD) ถูกเทขายทำกำไร (Profit Taking) ลงมาแกว่งตัวแถว $5,405 ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย
จับตาคืนนี้ : นอกจากข่าวประธานเฟดแล้ว ยังมีตัวเลข PPI (ดัชนีราคาผู้ผลิต) คืนนี้ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
📊 มุมมองเทคนิค (Technical View):
หลังจากขึ้นไปแตะ $5,600 กราฟเกิดการย่อตัวแรง (Correction) และยังมีแรงกดดันฝั่งขายต่อเนื่อง
แผนการเทรดวันนี้:
🔴 SETUP SELL (เล่นสั้นเด้งขาย):
Zone: $5,350 - $5,352
Stop Loss: $5,357
Take Profit: $5,330 / $5,310 / $5,270
🟢 SETUP BUY (รอรับลึก):
Zone: $4,990 - $4,988
Stop Loss: $4,983
Take Profit: $5,000 / $5,030 / $5,055
⚠️ คำเตือน: ข่าวเปลี่ยนตัวประธานเฟดเป็นเรื่องใหญ่มาก! กราฟอาจสวิงรุนแรง โปรดคุมความเสี่ยง (MM) ให้ดีที่สุดครับ
ราคาทองคำสุดท้ายในเดือนมกราคมนี้จะเป็นเท่าไร?1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้นแข็งแกร่ง
ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้นที่มีความชันสูง (กรอบสีน้ำเงิน)
โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงชัดเจนและไม่ถูกทำลาย
การปรับขึ้นล่าสุดเป็น การเบรกเอาท์แบบเร่งตัวขึ้น แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังคุมตลาด
👉 ขณะนี้ราคาอยู่ใน ครึ่งบนของกรอบขาขึ้น หมายถึงตลาดยังแข็งแรง แต่มีโอกาสเกิดการย่อตัวทางเทคนิคในระยะสั้น
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
🔵 5,700 – 5,702:
โซน แนวต้านสำคัญ (ขอบบนของกรอบ + โซนอุปทานด้านบน)
เมื่อราคาขึ้นถึงบริเวณนี้ มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไรและความผันผวนสูง
📌 เงื่อนไขการขึ้นต่อ:
ต้องมีการ เบรกและปิดแท่งเทียนชัดเจนเหนือ 5,700 เพื่อยืนยันการไปต่อของแนวโน้มขาขึ้นสู่ระดับราคาที่สูงขึ้น
3️⃣ แนวรับ (Support)
🟢 5,500 – 5,502:
แนวรับใกล้สุด เป็นโซนสะสมราคาก่อนการพุ่งขึ้นล่าสุด
หากระดับนี้ยังรับอยู่ → แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นยังแข็งแรง
🟢 5,448 – 5,450:
แนวรับสำคัญ (จุดต่ำของการย่อ + ขอบล่างของโซนสะสม)
บริเวณนี้อาจมี แรงซื้อกลับเข้ามาอย่างชัดเจน หากราคาปรับฐานลึกลง
4️⃣ สรุปสั้นๆ
แนวโน้มหลักยังคงเป็น ขาขึ้น (UPTREND)
ราคากำลังเข้าใกล้โซนที่ผันผวนง่าย → ควร รอจังหวะย่อตัวเข้าแนวรับเพื่อซื้อ จะปลอดภัยกว่าการไล่ราคาสูง
หากราคาหลุดต่ำกว่า 5,445 จะเป็นสัญญาณแรกของการอ่อนแรงในรอบขาขึ้นนี้
แผนการเทรด
ซื้อทองคำ: 5,500 – 5,502
Stop Loss: 5,510
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
ซื้อทองคำ: 5,448 – 5,450
Stop Loss: 5,440
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XTB - แรงซื้อซบเซา ฝ่ายขายฉวยโอกาส?!ดัชนี GBPUSD, กรอบเวลา H4
ความอ่อนค่าของเงินดอลลาร์กำลังกลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญ ผลักดันให้หลายคู่สกุลเงินปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะคู่ GBPUSD ที่โดดเด่น ด้วยแรงหนุนนี้ คู่สกุลเงินได้ทะลุขึ้นเหนือจุดสูงสุดใกล้เคียงที่ระดับ 1.3786 ได้สำเร็จ ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นมีความมั่นคง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นในปัจจุบันยังซ่อนความเสี่ยงบางประการ เนื่องจากดัชนี USDIDX กำลังเข้าใกล้ระดับแนวรับสำคัญ และอาจเกิดการดีดตัวทางเทคนิค ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อการปรับตัวระยะสั้นของ GBPUSD
ในกรณีที่เงินดอลลาร์ฟื้นตัว ระดับแนวรับแรกที่ควรจับตามองอยู่ราว 1.3700 ซึ่งอาจมีแรงซื้อรองรับราคา หากแรงกดดันในการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากขึ้น ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ GBPUSD อาจปรับตัวลงไปยังบริเวณ 1.3567 เพื่อหาจุดสมดุลใหม่ก่อนที่จะกำหนดทิศทางต่อไป
โซนเทคนิคสำคัญ:
แนวรับ: 1.3567 - 1.3587
แนวต้าน: 1.3868 - 1.3984
ทดสอบแนวต้านสำคัญ จะมีแรงดีดขึ้นหรือไม่?!กราฟดัชนี USDIDX - D1
ดัชนี USDIDX กำลังเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนหลักในการกำหนดแนวโน้มในช่วงข้างหน้า หลังจากช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงแรง โซนนี้ยังคงทำหน้าที่พยุงราคาอยู่ ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวทางเทคนิคระยะสั้นจึงมีความเป็นไปได้สูง สัญญาณนี้ยิ่งได้รับการยืนยันมากขึ้นเมื่อดัชนี RSI ลงสู่โซนขายมากเกินไป พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่แสดงถึงเงินทุนเข้ามาซื้อบริเวณแนวรับ ทำให้ความฟื้นตัวระยะสั้นสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวม แรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้นการดีดตัวใด ๆ มีแนวโน้มเป็นเพียงการปรับตัวทางเทคนิคเพื่อ “สะสมแรง” สำหรับแนวโน้มขาลงหลักที่ยังคงอยู่ ทั้งนี้ โซนแนวรับรอบระดับ 96.00 ถูกทดสอบหลายครั้ง ทำให้ความน่าเชื่อถือของโซนนี้ลดลงอย่างมาก ในกรณีที่ล่าสุดUSDIDX ทำลายจุดต่ำสุดอย่างเด็ดขาดพร้อมแรงโมเมนตัมแรง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลดลงต่อไป โดยมีโซน 94.60 เป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่ควรติดตาม
โซนนิคสำคัญ:
🟢แนวรับ: 94.60 - 94.80
🔴แนวต้าน: 97.20 - 97.40
ทองคำ ATH: ระยะสั้นหรือคลื่นใหม่?ก่อนการประชุม FOMC ตลาดมีคำถามเดียวกันว่า
ทองคำจะปรับขึ้นก่อนการประชุมแล้วถูกเทขายอย่างรุนแรงหลังจากนั้น
หรือจะเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่และต่อยอดแนวโน้มขาขึ้น?
หลัง FOMC เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ — ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ
สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญคือ โทนท่าทีของเฟด และพาวเวลล์เลือกยืนตรงกลางอย่างชัดเจน:
ไม่ผ่อนคลายเกินไป และไม่เข้มงวดเกินไป
ที่สำคัญกว่า เฟดได้ ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมออกไปแล้ว
ขณะเดียวกันยัง คงสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยในระดับสูง
ผลลัพธ์คือ ทองคำไม่ถูกเทขายหนักหลัง FOMC และยังรักษาโครงสร้างใกล้จุดสูงสุดไว้ได้
ขณะนี้ โฟกัสของตลาดกำลังย้ายไปที่ความเสี่ยงภายนอก:
ความเสี่ยง รัฐบาลสหรัฐฯ ปิดทำการ
ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน
ความเสี่ยงจาก สงครามการค้า
ประเด็นเกี่ยวกับ ความเป็นอิสระของเฟด
👉 ภาพรวมมหภาคในตอนนี้ไม่เป็นลบต่อทองคำ
👉 สัญญาณ SELL เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น ไม่ใช่แกนหลักของแนวโน้ม
⏱️ ช่วงสังเกตการณ์ H1
ขอบล่าง: 5,415
ขอบบน: 5,600
ราคากำลังสะสมตัวใกล้จุดสูงสุดในกรอบกว้าง และอาจค่อย ๆ ขยับไปทดสอบระดับกลม ๆ ที่สูงขึ้น
🟢 แนวรับ / โซน BUY
5,505 – 5,410 – 5,310 – 5,250 – 5,100
🔴 แนวต้าน / ระดับสำคัญ
5,660–5,665 – 5,700 – 5,800 – 6,000
🧠 ฉากทัศน์หลัก
ความผันผวนกว้าง → การบริหารความเสี่ยงต้องมาก่อน
SELL เป็นเพียงการตอบสนองระยะสั้นบริเวณแนวต้าน
BUY เมื่อย่อตัวลงสู่แนวรับเพื่อถือไปตามแนวโน้ม ไม่ใช่เพื่อเดาจุดสูงสุด
⚠️ หมายเหตุสำคัญ
การอ่านกราฟคือ ทักษะ
การอ่านเฟดคือ กลยุทธ์
การอ่านคำพูดของทรัมป์คือ การเอาตัวรอด
ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับการทายถูก
แต่ให้รางวัลกับ วินัยและการเดินตามแนวโน้ม
👉 SELL เพื่อรับมือ — BUY เพื่ออยู่ในเกม
📌 ติดตามผมเพื่ออัปเดตฉากทัศน์มหภาค ระดับราคาสำคัญ และโอกาสการเทรดระยะยาว
อะไรจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการประกาศการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
ราคากำลังเคลื่อนที่อย่างชัดเจนภายใน กรอบแนวโน้มขาขึ้น (Ascending Channel)
โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงถูกรักษาไว้
→ หมายความว่า แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น (Bullish)
การปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งล่าสุดเป็นการ Breakout ออกจากช่วงสะสมราคา ซึ่งยืนยันว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังควบคุมตลาด
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
🔵 5,278 – 5,280 (โซนแนวต้านสำคัญ)
เป็นจุดบรรจบของหลายปัจจัย: ขอบบนของกรอบขาขึ้น + โซนอุปทานเดิม + เส้นแนวโน้ม + ระดับฟีโบนัชชี
บริเวณนี้มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไร หรือการย่อตัวระยะสั้น
หากต้องการยืนยันการขึ้นต่อ
→ ราคาจำเป็นต้อง ทะลุขึ้นอย่างชัดเจนและปิดแท่งเทียนเหนือโซนนี้
3️⃣ แนวรับ (Support)
🟢 5,200 (แนวรับใกล้สุด)
เป็นบริเวณจุด breakout ล่าสุด → แนวรับทางเทคนิคแรก
หากราคาย่อตัวลงมาแล้วสามารถยืนได้ แนวโน้มขาขึ้นยังคงไม่เสียโครงสร้าง
🟢 5,105 (แนวรับสำคัญ)
จุดต่ำเชิงโครงสร้างล่าสุด + ขอบล่างของกรอบขาขึ้น
หากราคาลงมาถึงโซนนี้และเกิดแรงซื้อกลับ → มีโอกาสที่แนวโน้มขาขึ้นระยะกลางจะดำเนินต่อ
4️⃣ สถานการณ์หลัก
✔ แนวโน้มยังคงสนับสนุนกลยุทธ์ ซื้อเมื่อย่อตัว (Buy the Dip) ตราบใดที่ราคายืนเหนือ 5,200
✔ การทะลุขึ้นเหนือ 5,280 อย่างแข็งแรง → เปิดโอกาสให้ราคาปรับขึ้นต่อภายในกรอบแนวโน้ม
⚠ หากราคาหลุดต่ำกว่า 5,105 → เตือนถึงการเสียโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น และอาจเกิดการปรับฐานลึกขึ้น
📌 แผนการเทรด
ซื้อทองคำ (BUY GOLD): 5,200 – 5,202
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 5,190
ทำกำไร (Take Profit): 100 – 300 – 500 pips
ขายทองคำ (SELL GOLD): 5,278 – 5,280
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 5,288
ทำกำไร (Take Profit): 100 – 300 – 500 pips
ทองคำทำ ATH ก่อน FOMC จะมีแรงเขย่าหนัก หรือเบรกขึ้นตรงๆ?
🧭 ภาพรวมมหภาค
Donald Trump ยังคงจุดยืนแข็งกร้าว เพิ่มการปรากฏตัวทางทหารในตะวันออกกลาง → ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ในระดับสูง
โฟกัสหลักคืนนี้: Federal Reserve
แรงกดดันทางการเมือง และคำถามเรื่องความเป็นอิสระของเฟด
ดัชนี DXY อ่อนค่าต่อเนื่อง ทดสอบโซนแนวรับประวัติศาสตร์ (ปี 2020–2022) → หนุนราคาทองคำ
👉 สรุป: ภูมิรัฐศาสตร์ + USD อ่อนค่า กำหนดทิศทางขาขึ้น แต่ เฟดเป็นตัวกำหนดความผันผวนระยะสั้น
📊 กรอบอินทราเดย์ที่ควรจับตา
กรอบบน: 5,280 – 5,305
กรอบล่าง: 5,190 – 5,160
→ มีโอกาสสูงที่จะ แกว่งตัวในกรอบและดูดซับสภาพคล่อง ก่อนการตัดสินใจของเฟด
🟢 แนวรับ
5,220–5,225 | 5,150–5,165 | 5,080–5,085 | 5,050–5,060
🔴 แนวต้าน
5,280–5,294 | 5,300 | 5,315 | 5,380–5,385
⚠️ หมายเหตุเชิงกลยุทธ์
ระวัง การเคลื่อนไหวหลอก / ล่าจุดตัดขาดทุน ภายในกรอบ
หลีกเลี่ยงการไล่ราคา หรือพยายามจับจุดสูงสุด หากยังไม่มีสัญญาณยืนยัน
โฟกัสที่ ปฏิกิริยาราคาในโซนสำคัญ และรักษาวินัย
สรุปท้าย: พื้นฐานยังหนุนทองคำ แต่วันนี้หัวใจคือ การตอบสนองของราคาในกรอบ 5,160–5,305
ใจเย็น — รอยืนยัน — เทรดตามปฏิกิริยา
XTB - ใกล้ทำจุดสูงสุดใหม่หรือไม่?GOLD - H1
หลังจากการปรับฐานกลับมายังระดับ $5,000/ออนซ์เมื่อค่ำวานนี้ ฝั่งซื้อกลับเข้ามาควบคุมตลาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาห่างจากจุดสูงสุดเดิมที่ $5,110/ออนซ์เพียงประมาณ 150 pips หากแรงซื้อยังคงมีอย่างต่อเนื่องในวันนี้ โอกาสที่ราคาจะทำทำสถิติใหม่เป็นไปได้สูง
ในทางกลับกัน หากเกิดแรงเทขายทำกำไรในโซนยอดจนราคาหันตัวลงอย่างรุนแรงและหลุดช่องทางขาขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรตามมาอย่างรวดเร็ว แรงกดดันนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นหากราคาหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดระยะสั้นของเมื่อวานที่ $4,990/ออนซ์ พร้อมกับเกิดรูปแบบ “สองยอด” บนกราฟ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสปรับฐานลึกขึ้นในระยะสั้น
โซนเทคนิคสำคัญ
🟢 แนวรับ: 5,020 – 5,035 USD หรือ 4,985 – 4,990 USD
🔴 แนวต้าน: 5,110 – 5,115 USD
ราคาทองคำจะกลับสู่ภาวะสภาพคล่องและปรับตัวสูงขึ้นต่อไปหรือไม่?📈 1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline) — แนวโน้มหลัก
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (BULLISH)
ราคากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใน กรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง
โครงสร้างตลาดยังคงสร้าง จุดสูงใหม่ที่สูงขึ้น และจุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้น (Higher Highs – Higher Lows)
การปรับตัวลงล่าสุดเป็นเพียง การย่อตัวทางเทคนิคกลับสู่เส้นแนวโน้มขาขึ้น
ยังไม่มีการทำลายโครงสร้าง → ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ยืนยัน
➡️ เส้นแนวโน้มด้านล่างกำลังทำหน้าที่เป็น แนวรับแบบไดนามิกที่สำคัญ
🟦 2️⃣ โซนแนวรับ (Support Zones)
🔹 4,996 – 4,994 → แนวรับระยะใกล้
เป็นจุดบรรจบของเส้นแนวโน้มขาขึ้นและโซนแรงซื้อ (Demand) ล่าสุด
หากราคามีแรงตอบสนองเชิงบวกบริเวณนี้ → มีโอกาสสูงที่แนวโน้มขาขึ้นจะดำเนินต่อ
🔹 4,974 – 4,976 → แนวรับแข็งแกร่ง / การทดสอบโครงสร้าง
สอดคล้องกับระดับ Fibonacci และจุดต่ำของโครงสร้างก่อนหน้า
หากราคาหลุดต่ำกว่าบริเวณนี้ → แสดงถึง แรงส่งของฝั่งขาขึ้นที่อ่อนตัวลง
🟥 3️⃣ โซนแนวต้าน (Resistance Zones)
🔸 5,109 – 5,111 → แนวต้านระยะใกล้ / จุดสูงล่าสุด
ราคามีการตอบสนองหลายครั้งที่ระดับนี้
จำเป็นต้องมี การเบรกและปิดแท่งเทียนเหนือระดับนี้อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันการขึ้นต่อ
🔸 5,148 – 5,150 → แนวต้านสำคัญ / โซนอุปทาน (Supply)
เป็นเป้าหมายถัดไปหากเกิดการเบรกขึ้น
มีโอกาสเกิด แรงขายทำกำไร ค่อนข้างมากในบริเวณนี้
🎯 แผนการเทรด
🟢 BUY GOLD: 4,996 – 4,994
Stop Loss: 4,989
Take Profit: +100 / +300 / +500 pips
🔴 SELL GOLD: 5,148 – 5,150
Stop Loss: 5,155
Take Profit: +100 / +300 / +500 pips
XTB - มีสัญญาณการลดลงในระยะสั้น?!กราฟราคาทองคำ H1:
ราคาทองคำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมากและเกินระดับจิตวิทยา 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ แม้ว่าแรงกดดันในการลดลงจะเกิดขึ้นหลังจากระดับ 5,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ด้วยแรงกดดันในการเพิ่มขึ้นนี้จึงยากที่จะบอกว่าฝ่ายขายสามารถกลับมาควบคุมได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่ผ่านมา ตัวชี้วัดส่วนใหญ่แสดงสัญญาณการซื้อเกิน ทำให้หมายความว่าปัจจัยเชิงลบใดๆ ก็สามารถกระตุ้นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญได้ ในกรอบเวลา H4 การปรากฏตัวของแท่งเทียน Doji ร่วมกับแท่งเทียนแดงที่มีเงายาวแสดงให้เห็นว่าฝ่ายขายเริ่มเข้าร่วมเพื่อสร้างสมดุลกับแรงซื้อที่แข็งแกร่ง แต่แรงกดดันในการขายจะเริ่มมีความแข็งแกร่งจริงๆ เมื่อราคาทะลุช่องทางการเพิ่มขึ้น (เส้นประสีเหลือง) อย่างสมบูรณ์
พื้นที่ทางเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 พื้นที่สนับสนุน: 5,025 - 30 ดอลลาร์ หรือ 4,978 - 82 ดอลลาร์
🔴 พื้นที่ต้านทาน: 5,110 - 15 ดอลลาร์
ราคาสูงสุดตลอดกาลครั้งต่อไป (ATH) ในวันนี้จะเป็นเท่าไหร่?1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (BULLISH)
ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว → โครงสร้าง Higher High – Higher Low ยังคงสมบูรณ์
การเคลื่อนไหวปัจจุบันเป็น การย่อตัวเชิงเทคนิคหลังจากคลื่นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ยังไม่พบสัญญาณกลับตัว
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
5,138 – 5,140: แนวต้านสำคัญ (จุดสูงสุดเป้าหมาย + ขอบบนของกรอบราคา)
สถานการณ์: มีโอกาสเกิด การทำกำไร / ราคาชะลอตัว
เงื่อนไขในการขึ้นต่อ: ต้องเบรกและปิดแท่งราคาเหนือโซนนี้อย่างชัดเจน
3️⃣ แนวรับ (Support)
5,021 – 5,019: แนวรับใกล้ (จุดบรรจบของเส้นแนวโน้มขาขึ้น + แนวรับแนวนอน)
หากยืนได้ → เน้น Buy ตามแนวโน้ม
หากหลุด → ราคาอาจ ปรับฐานลึกลงไปทดสอบเส้นแนวโน้มล่าง / EMA
4,967 – 4,965: แนวรับลึกกว่า + โซน EMA + พื้นที่กวาดสภาพคล่อง (แนวรับสำรอง)
📈 แผนการเทรด
BUY GOLD: 5,021 – 5,019
Stop Loss: 5,011
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
SELL GOLD: 5,138 – 5,140
Stop Loss: 5,148
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XAU/USD Weekly Outlook: เตรียมรับแรงกระแทกหน้าด่าน $5,000บทวิเคราะห์ประจำสัปดาห์ที่ 26 - 30 มกราคม 2026
สัปดาห์ที่ผ่านมา ทองคำ (Gold Spot) ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของเทรนด์ขาขึ้น (Strong Bull Market) ด้วยการทำ All-Time High ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยปิดตลาดล่าสุดที่ระดับ $4,982 ซึ่งอยู่ห่างจากแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ $5,000 เพียงเอื้อมมือ
ปัจจัยหนุนหลักยังคงเป็นเรื่องของ Geopolitics (ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการอ่อนค่าของดอลลาร์ ทำให้ทองคำยังคงเป็น "หลุมหลบภัย" ที่นักลงทุนทั่วโลกต้องการ
นี่คือมุมมองทางเทคนิคและแผนการเทรดสำหรับสัปดาห์นี้
1. ภาพรวมทางเทคนิค (Technical Overview)
จากกราฟรายวันและรายสัปดาห์ ราคายังคงวิ่งอยู่ในกรอบขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (Parabolic Run) แต่ใน Timeframe ระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณ Overbought จาก RSI ซึ่งเตือนว่าอาจเกิดการย่อตัวสั้นๆ ได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม "Trend is King" การสวนเทรนด์ในเวลานี้มีความเสี่ยงสูงมาก กลยุทธ์หลักยังคงเน้นฝั่ง BUY เป็นหลักครับ
2. ระดับราคาสำคัญ (Key Levels)
🔴 แนวต้าน (Resistance):
$5,006: แนวต้านแรกและเป็น High เดิม จุดนี้คือจุดวัดใจสำคัญ
$5,031: เป้าหมายถัดไปตาม Fibonacci Extension 161.8%
$5,113: เป้าหมายระยะกลาง หากราคายืนเหนือ $5,000 ได้อย่างมั่นคง
🟢 แนวรับ (Support):
$4,944 - $4,950: โซนแนวรับระยะสั้น (Intraday) เหมาะสำหรับการหาจังหวะ Scalping หรือ Day Trade
$4,903: (Critical Level) จุดหมุนสำคัญ หากราคาไม่หลุดตรงนี้ เทรนด์ขาขึ้นยังคงได้เปรียบมหาศาล
$4,830: แนวรับหลักที่แข็งแกร่ง (Major Support)
3. กลยุทธ์การเทรด (Trading Strategy)
Scenario A: Buy on Dip (แนะนำ ✅)
เนื่องจากราคาอยู่ใกล้แนวต้านใหญ่ $5,000 การไล่ราคา (Chase) มีความเสี่ยง ควรรอให้ตลาดย่อตัวลงมาพักฐาน (Correction)
Action: รอราคาลงมาทดสอบโซน $4,940 - $4,950 แล้วสังเกตแท่งเทียนกลับตัว (Rejection Candle) ใน Timeframe H1 หรือ H4
Target: $5,000 / $5,031
Scenario B: Breakout Play (Follow Trend)
หากเปิดตลาดวันจันทร์มีข่าวสงครามรุนแรง หรือแรงซื้อชนะขาด
Action: รอให้กราฟปิดแท่ง H4 เหนือระดับ $5,008 อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันการเบรกแนวต้านจิตวิทยา
Target: $5,050 / $5,113
⚠️ ข้อควรระวัง:
Psychological Resistance: ระดับ $5,000 เป็นตัวเลขจิตวิทยาที่สำคัญมาก มักจะมีแรงเทขายทำกำไร (Profit Taking) ออกมาเสมอ ระวังความผันผวนรุนแรง
News: ติดตามข่าวสารสงครามและประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
Disclaimer: บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรบริหารจัดการเงินทุน (Money Management) ให้เหมาะสม
สัปดาห์หน้า: ทองคำจะฟัง FED… หรือทำเนียบขาว?
🔎 บริบท
สัปดาห์หน้าอาจมี ความผันผวนสูง เมื่อ นโยบายการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลพร้อมกัน
Donald Trump ส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ อาจเก็บภาษี 100% ต่อสินค้าจากแคนาดา หากแคนาดาเข้าใกล้ข้อตกลงการค้ากับจีน → ความเสี่ยงสงครามการค้าเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์และกำลังทหารจำนวนมากไปยังพื้นที่รอบ ๆ Iran ทำให้เกิดความกังวลว่า ความตึงเครียดอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งได้ในเร็ววัน
👉 กระแสเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอาจกลับมา ทองคำมีโอกาส เปิดสัปดาห์แบบ gap-up และมีแรงซื้อช่วงต้น
🧠 มุมมองสั้น ๆ
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น
บริเวณราคาสูง: อาจมี การเขย่าราคาแรงระยะสั้น เพื่อดูดซับสภาพคล่อง
ไม่เดายอด/ก้น เน้นดู ปฏิกิริยาราคาในโซนสำคัญ
📌 ระดับราคาที่ควรจับตา
🟢 แนวรับ: 4920–4900 | 4890–4882 | 4850–4830 | 4660–4640
🔴 แนวต้าน (เพื่อสังเกตการณ์): 5006–5030–5090 | 5110–5115 | ATH ปัจจุบัน
🎭 ฉากทัศน์ประจำสัปดาห์ (อ้างอิง)
ต้นสัปดาห์: Gap-up / ดันขึ้นช่วงแรก
ก่อน FOMC: แกว่งตัว–กวาดสภาพคล่อง
หลังจากนั้น: ย่อลึก หรือ สร้างฐานแล้วไปต่อ
👉 เป็นการกระจายของบนยอด… หรือแค่พักก่อนขึ้นรอบใหม่?
ทองทำ ATH ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ – นี่คือสงครามเพื่อปกป้อง USDระเบิดและกระสุนเป็นแค่ม่านควัน
สงครามที่แท้จริงคือ ใครยังควบคุมเงินของโลกได้อยู่
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ทรัมป์ถึงปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม
นี่ ไม่ใช่สงครามอาวุธ
แต่มันคือ สงครามเพื่อปกป้องดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ถ้ามองการกระทำของสหรัฐแยกเป็นเรื่อง ๆ ทุกอย่างจะดู… สับสนมาก:
กดดัน อิหร่าน
คว่ำบาตรและควบคุม เวเนซุเอลา
ท่าทีแข็งกร้าวกับ รัสเซีย แต่ก็ยังคุยกันอยู่
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ → ดูเหมือนความวุ่นวาย
แต่ถ้าเอาทุกอย่างวางบน กระดานหมากเดียวกัน จะเห็นชัดว่ามี เป้าหมายเดียว
👉 ทำให้โลกยังคงต้องการ USD
ไม่ใช่น้ำมัน
ไม่ใช่อิหร่าน
ไม่ใช่เวเนซุเอลา
👉 แต่คือ “สกุลเงินชำระเงิน”
ทำไม USD ถึงสำคัญขนาดนี้?
สหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน:
ไม่ได้แข่งด้วยแรงงานราคาถูก
ไม่ได้ผลิตสินค้าราคาถูกจำนวนมาก
ไม่ได้พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
👉 สหรัฐอยู่ได้ด้วยเงินและระบบการเงิน
ถ้า USD เสียบทบาทศูนย์กลาง:
การพิมพ์เงินจะไม่ง่ายอีกต่อไป
หนี้สาธารณะจะกลายเป็นภาระจริง
พลังทางทหารจะขาด “ความเชื่อมั่นที่หนุนหลัง”
👉 เสีย USD = เสียสถานะมหาอำนาจ
ปัญหาที่แท้จริงเริ่มจากตรงไหน?
บางประเทศขายน้ำมันให้จีน โดยไม่ใช้ USD แต่ใช้:
เงินหยวน
การแลกเปลี่ยนแบบทวิภาคี (swap)
ระบบที่อยู่นอกการควบคุมของสหรัฐ
👉 สำหรับสหรัฐ นี่คือ การโจมตีโดยตรงต่อรากฐานอำนาจ
โดยไม่ต้องยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว
แล้วทรัมป์ทำอะไรอยู่?
ไม่ใช่รบเพื่อยึดน้ำมัน
ไม่ใช่รบเพื่อยึดดินแดน
👉 ทรัมป์ทำให้การค้าขายน้ำมันนอกระบบ USD มีความเสี่ยง
กลยุทธ์ที่ใช้อย่างเป็นรูปธรรม:
สร้างความไม่เสถียรแบบควบคุมได้
ทำให้กระแสน้ำมัน “นอกระบบ” เดินยาก
บังคับให้ประเทศต่าง ๆ กลับมาใช้ USD เพราะ… ปลอดภัยกว่า
ตัวอย่างง่าย ๆ สำหรับเทรดเดอร์
ลองนึกภาพตลาดที่รับ เงินแค่สกุลเดียว
อยากซื้ออะไรก็ต้องใช้เงินสกุลนั้น
วันหนึ่งมีร้านบางร้านบอกว่า:
“เรารับเงินสกุลอื่น ถูกกว่านะ”
เจ้าของตลาดไม่ปิดร้าน
เขาแค่:
ทำให้ขายยากขึ้น
เพิ่มความเสี่ยงในการขนส่ง
ตรวจสอบเข้มขึ้น
👉 สุดท้ายร้านเหล่านั้นก็ กลับมาใช้เงินสกุลเดิม
เพื่อจะได้ไม่ปวดหัว
นี่แหละคือวิธีที่ USD และน้ำมันทำงาน
มองภาพรวม – มุมมองของเทรดเดอร์
อิหร่าน – เวเนซุเอลา – ตะวันออกกลาง
สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เหตุการณ์สุ่ม
👉 นี่คือ สงครามเพื่อรักษาระเบียบการเงิน
ทรัมป์:
ไม่ได้รบเพราะน้ำมัน
ไม่ได้รบเพราะศีลธรรม
👉 เขารบเพื่อ สกุลเงินชำระเงิน
ใครก็ตามที่ทำให้โลก พึ่งพา USD น้อยลง
จะกลายเป็น เป้าหมายโดยอัตโนมัติ
สรุป – สไตล์เทรดเดอร์ (แซวเบา ๆ 😄)
ทองทำ ATH ไม่ใช่เพราะตลาด “บ้า”
👉 แต่มันคือผลลัพธ์ของ สงครามเพื่อปกป้องสกุลเงินเก็บค่าผ่านทางของโลก
ถ้าคุณเข้าใจจุดนี้:
กราฟจะดู “ไม่งี่เง่า” เท่าเดิม
คุณจะไม่อยาก short ทุกแท่งที่สูง
พอร์ตจะหัวใจวายน้อยลง 😄
แต่เดี๋ยวก่อน 😄
คำถามที่สำคัญกว่าคือ:
เมื่อผู้เล่นรายใหญ่กำลังเล่นหมากรุกการเงิน
เทรดเดอร์รายย่อยควรยืนตรงไหน
เพื่อไม่ให้โดนกวาดออกจากตลาด?
ในตอนถัดไป ผมจะพูดถึง:
ทำไม SELL ทองตอน ATH ถึงอยู่รอดยากมาก
เมื่อไล่ BUY คือความโง่ และเมื่อไหร่คือการไปตามกระแสที่ถูกต้อง
วิธีที่เทรดเดอร์จะ ปกป้องข้าวในจาน
เมื่อกราฟวิ่งเหมือนถูกไล่ล่า
👉 ถ้าโดนใจ กด 🚀 ไว้
ถ้ามี 🚀 เยอะ ผมจะเล่าต่อ — ไม่มีหมกเม็ด 😏
XTB - ลดเล็ก รอพุ่งต่อ?กราฟราคาทองคำ ช่วงเวลา H1:
ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ผ่านระดับ 4,900 USD/oz และทำจุดสูงสุดที่ 4,965 USD/oz เปิดโอกาสให้เข้าใกล้ระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 5,000 USD/oz ในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ เกิดการย่อตัวเล็ก ๆ ดึงราคากลับมาทดสอบแนวรับราว 4,900 USD/oz หากแรงปรับตัวนี้ยังคงอยู่ ราคาอาจถอยไปยังแนวรับที่เป็นไปได้เพื่อสะสมแรงและเสริมกำลังขาขึ้น สำหรับตอนนี้ แนวรับสำคัญแรกอยู่ราว 4,883 USD ตามด้วย 4,835 USD – ซึ่งเป็นระดับที่คาดว่าฝั่งซื้อจะกลับเข้ามา สร้างแรงขับเคลื่อนให้เกิดการปรับตัวขึ้นต่อไป
โซนทางเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 4,880 – 4,883 USD หรือ 4,835 – 4,845 USD
🔴 แนวต้าน: 4,965 – 4,970 USD
ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาล (ATH) ใกล้แตะระดับ 5,000 แล้ว1️⃣ เส้นแนวโน้ม (Trendline)
แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (BULLISH)
ราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ภายใน Ascending Channel ระยะยาว
การเคลื่อนไหวล่าสุด หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น → เป็นสัญญาณของ การปรับฐานทางเทคนิค ไม่ใช่การกลับตัวของแนวโน้ม เนื่องจากเส้นแนวโน้มหลักยังไม่ถูกทำลาย
2️⃣ แนวต้าน (Resistance)
5,000 – 5,005: แนวต้านสำคัญ (จุดสูงสุดของ Channel + โซนกระจายตัว)
→ มีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรสูง จำเป็นต้องมี การ Break & Close อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันการปรับตัวขึ้นต่อ
3️⃣ แนวรับ (Support)
4,888 – 4,890: แนวรับใกล้เคียง (โซนย่อตัวกลับเข้าเส้นแนวโน้มของ Channel)
4,840 – 4,845: แนวรับแข็งแกร่ง (จุดต่ำสุดของการปรับฐาน + Demand Zone)
→ หากโซนนี้ยังรับอยู่ได้ แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่
4️⃣ แผนการเคลื่อนไหวหลัก (Main Scenario)
สถานการณ์หลัก: ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับ → เกิดแรงซื้อกลับตามแนวโน้ม
ความเสี่ยง: หากหลุด 4,840 → โครงสร้างขาขึ้นอ่อนแรง มีโอกาสเข้าสู่ภาวะ Sideway หรือปรับตัวลงระยะสั้น
📈 แผนการเทรด
BUY GOLD: 4,888 – 4,890
Stop Loss: 4,880
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
SELL GOLD: 5,000 – 5,002
Stop Loss: 5,010
Take Profit: 100 – 300 – 500 pips
XTB - ทะลุโครงสร้างขาลงแล้ว กำลังปรับฐานเพื่อรับแรงขึ้นต่อ?กราฟคู่เงิน EURUSD - H4
ความอ่อนค่าของ USD ได้สร้างแรงหนุนอย่างชัดเจนให้กับคู่เงินนี้ ทำให้ราคาสามารถทะลุระดับสูงสุดระยะสั้นก่อนหน้าในบริเวณ 1.17 และทำให้เกิดการ ทะลุโครงสร้างขาลง ที่ลากยาวตั้งแต่ปลายปี 2025 ขณะนี้ราคาอยู่ในช่วง ปรับฐานเล็กน้อยหลังจากการขึ้นแรงที่ผ่านมา แต่แรงขายกำลังแสดงสัญญาณอ่อนลง
ดังนั้น การเด้งกลับขึ้นจากฝั่งซื้ออาจกลายเป็นตัวเร่งให้คู่เงินกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น โดยโซนแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ 1.1648 ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยหนุนการขึ้นนี้ไว้ ในขณะที่การทะลุผ่านแนวต้าน 1.18 จะเปิดโอกาสให้เกิดการ บูสต์ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะกลาง
โซนเทคนิคสำคัญ
🟢 แนวรับ: 1.1648 หรือ 1.157
🔴 แนวต้าน: 1.1800






















