H1 — การปฏิเสธจาก Major Supply มุ่งสู่สภาพคล่องด้านล่าง
XAUUSD ซื้อขายอยู่บริเวณ 4,378 หลังจากฟื้นตัวจากโครงสร้าง H1 ด้านล่าง ราคาได้กลับขึ้นมาทดสอบ Major Supply Zone 4,385–4,405 อีกครั้ง โดยเส้นแนวโน้มขาลงหลักยังคงมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของราคา
ทองคำทำจุดสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์เมื่อวันศุกร์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ผ่อนคลายลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ตลาดเผชิญในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาทองคำ Spot เพิ่มขึ้นประมาณ 1.2% ขณะที่ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร Treasury ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดล่าสุด
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคยังคงมีลักษณะ Restrictive โดย Fed ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 3.75%–4.00% และยังคงคาดการณ์การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติม ขณะที่ตลาดประเมินความเป็นไปได้ประมาณ 55% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปในเดือนตุลาคม
ดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบเจ็ดสัปดาห์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่งซื้อขายเหนือระดับ 5% ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำ
Technical View
โครงสร้างการฟื้นตัวของทองคำบน H1 ดีขึ้นหลังจากเกิด MSS และการดีดตัวจาก Demand Zone ด้านล่าง ปัจจุบันราคาเข้าสู่พื้นที่ตัดสินใจสำคัญอีกครั้ง
โซน 4,385–4,405 สอดคล้องกับเส้นแนวโน้มขาลงก่อนหน้าและโครงสร้าง Swing ล่าสุด ทำให้การไล่เปิด Long บริเวณราคาปัจจุบันมีความน่าสนใจลดลง
หากราคาเกิดการปฏิเสธหรือไม่สามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ อาจกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวลงไปยัง Demand Zone 4,335–4,350
หากโซนนี้ไม่สามารถรองรับราคาได้ เป้าหมายด้านล่างถัดไปจะอยู่ที่ 4,270–4,290 และหากแรงขายขยายตัวต่อเนื่อง ราคาอาจเคลื่อนลงไปทดสอบ Major Demand / SSL 4,235–4,250
Key Zones
Current Price: 4,378.385
Major Supply / Sell Zone: 4,385–4,405
Demand Zone: 4,335–4,350
Downside Demand: 4,270–4,290
Major Demand / SSL: 4,235–4,250
Bearish Invalidation: การยอมรับราคาเหนือ 4,410–4,420 บน H1 อย่างต่อเนื่อง
Trading Plan
Sell Priority
โซนที่ให้ความสำคัญสำหรับการพิจารณา Sell คือ 4,385–4,405
ควรรอให้เกิดสัญญาณยืนยัน เช่น:
Bearish Rejection
Liquidity Sweep
Failed Acceptance
Lower-High Confirmation
เป้าหมาย:
TP1: 4,335–4,350
TP2: 4,270–4,290
TP3: 4,235–4,250
Invalidation: เหนือ 4,420
Sell View
ควรหลีกเลี่ยงการเปิด Sell อย่างรุนแรงใต้ราคาปัจจุบันหลังจากที่ทองคำฟื้นตัวขึ้นมา ควรปล่อยให้ราคาทดสอบโซน 4,385–4,405 ก่อน
หากผู้ขายสามารถป้องกันโซนดังกล่าวได้ อัตราส่วน Risk-to-Reward (R:R) จะมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยมีเป้าหมายกลับลงไปยัง Demand Zone
หากราคา Breakout และสามารถยืนเหนือ 4,420 บน H1 ได้อย่างชัดเจน สถานการณ์ขาลงจะอ่อนแอลง และจำเป็นต้องประเมินโครงสร้างตลาดใหม่อีกครั้ง
Important Note
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวในระยะสั้น แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของ Fed ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นแรงกดดันต่อทองคำ
ตลาดยังคงมีลักษณะ Two-Sided Environment และอาจเกิด Liquidity Sweep ที่รุนแรงบริเวณ Resistance ได้ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการยืนยันของราคาแทนการเปิดสถานะตามอารมณ์ตลาด
Final View
ทองคำฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แต่ขณะนี้กำลังทดสอบ Supply Zone บน H1 ไม่ใช่ Demand Zone ที่ชัดเจน
สถานการณ์หลักคือการกลับขึ้นไปทดสอบและถูกปฏิเสธบริเวณ 4,385–4,405 ก่อนปรับตัวลงสู่ 4,335–4,350 และอาจขยายตัวลงไปยัง 4,270–4,290 หากแรงขายเพิ่มขึ้น
Major Supply Zone บน H1 จะหยุดการฟื้นตัวของทองคำ ก่อนที่ราคาจะกลับลงไปสู่สภาพคล่องด้านล่างหรือไม่?
ซัพพลายโซน
H2 Bullish Reclaim มุ่งหน้าสู่ Major Supply
XAUUSD กำลังซื้อขายอยู่บริเวณ 4,413 หลังจากฟื้นตัวจากโซน 4,350 ล่าสุด และกำลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่างเส้น Resistance Trendline ที่ลาดลงและแนวรับระยะสั้นที่กำลังยกตัวขึ้น ขณะนี้ราคากำลังเข้าใกล้โซน Resistance แรก ทำให้การ Reclaim ครั้งถัดไปมีความสำคัญอย่างมาก
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ในวันพุธ เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่า ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นผลักดันให้ Brent ทะลุ $100 อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ 4.84% และตลาดกำลัง Price In โอกาสประมาณ 60% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ในสัปดาห์หน้า ทำให้ภาพรวม Macro ยังคงอ่อนไหวอย่างมากต่อข้อมูลเงินเฟ้อ
Catalyst ถัดไปคือ U.S. PPI วันนี้ 10 กันยายน เวลา 8:30 a.m. ET ตามด้วย CPI วันที่ 11 กันยายน เวลา 8:30 a.m. ET ข้อมูลทั้งสองชุดอาจเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายของ Fed อย่างมีนัยสำคัญ และอาจสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงให้กับ XAUUSD
Technical View
โครงสร้างภาพรวมยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้น Resistance ที่ลาดลง แต่ Price Action ระยะสั้นเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัว
โซนตัดสินใจทันทีคือ 4,415–4,445 Resistance หากราคาสามารถ Reclaim โซนนี้ได้อย่างชัดเจนและ Retest สำเร็จ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Bullish Structure และสนับสนุนการเคลื่อนไหวต่อไปยัง Supply ถัดไป
Upside Objective แรกอยู่บริเวณ 4,490–4,515 Supply Zone
หาก Buyers สามารถรักษา Momentum เหนือโซนดังกล่าวได้ เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นจะอยู่ที่ 4,600–4,635 Major Resistance / Supply Zone
ด้านล่างของราคาปัจจุบัน 4,285–4,310 Demand Zone / Strong Support ยังคงเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญบนกราฟ
Key Zones
Current Price: 4,412.820
Resistance / Reclaim: 4,415–4,445
Supply Zone: 4,490–4,515
Major Resistance / Supply: 4,600–4,635
Major Demand / Strong Support: 4,285–4,310
Trading Plan
Buy Priority: ยืนยันการ Reclaim 4,415–4,445
Condition: รอให้ราคาทะลุ Resistance และยืนยันโซนดังกล่าวเป็น Support ผ่าน Retest, Bullish Rejection หรือการสร้าง Higher-Low
TP1: 4,490–4,515
TP2: 4,600–4,635
Invalidation: หากไม่สามารถยืนเหนือ Resistance Structure ที่ Reclaim กลับมาได้ จะทำให้ Bullish Continuation ในระยะสั้นอ่อนแอลง
Important Note
PPI และ CPI คือความเสี่ยงหลักในระยะสั้น ด้วยราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ $100 และ Treasury Yields ที่ยังอยู่ในระดับสูง ตัวเลขเงินเฟ้อที่ร้อนแรงกว่าคาดอาจทำให้ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และกดดันราคาทองคำ
หลีกเลี่ยงการไล่ราคาตาม Breakout ในช่วง Reaction แรกของข้อมูล การยืนยันหลัง Liquidity Sweep ยังคงมีความสำคัญมากกว่าแท่งแรกที่เกิดขึ้น
Buy View
Scenario ที่ต้องการคือ ไม่ควร Buy โดยตรงใต้ Resistance
Breakout ที่ได้รับการยืนยันเหนือ 4,415–4,445 ตามด้วย Controlled Retest จะเป็น Bullish Setup ที่สะอาดกว่า หาก Buyers สามารถสร้าง Acceptance เหนือโซนนี้ได้ 4,490–4,515 จะกลายเป็นเป้าหมาย Liquidity ถัดไป
Final View
Gold กำลังพยายามเปลี่ยนจาก Consolidation ไปสู่ Recovery Phase ที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ 4,415–4,445 ยังคงเป็น Key Gate ที่สำคัญ
Scenario หลักคือ Bullish Reclaim และ Retest ของ Resistance ตามด้วย Expansion ไปยัง 4,490–4,515 และอาจขยายต่อไปถึง 4,600–4,635
Gold จะสามารถ Reclaim 4,445 ก่อนที่ PPI และ CPI จะเป็นตัวกระตุ้นการ Expansion ครั้งใหญ่ครั้งถัดไปได้หรือไม่?
Recap มายด์เซ็ทการเทรด🧠 5 มายด์เซ็ทการเทรดแบบยั่งยืน
หลายคนมุ่งหาแต่ "ระบบเทรด" (Strategy) ที่ดีที่สุด แต่ลืมไปว่าต่อให้ระบบดีแค่ไหน ถ้า "คน" ที่อยู่หลังจอจิตใจไม่นิ่งพอ ก็ไม่สามารถทำกำไรอย่างยั่งยืนได้
การเทรดด้วย Supply & Demand คือการ "อ่านเกมของรายใหญ่" (Smart Money) แต่ถ้าจิตใจเราเต็มไปด้วยความกลัว ความโลภ หรือความไม่อดทน เราก็จะอ่านเกมผิด หรือที่แย่กว่านั้นคือ... อ่านเกมถูก แต่ไม่กล้าเล่นตามเกมที่อ่าน
นี่คือ 5 มายด์เซ็ทสำคัญที่เทรดเดอร์สาย S/D ต้องมี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนครับ:
1. 🎯 เราคือ "นักแม่นปืน" ไม่ใช่ "คนยิงกราด" (The Sniper, Not The Machine Gunner)
* มายด์เซ็ท: เกมของเราคือการ "รอ" (Patience)
* การปฏิบัติ: เราไม่ไล่ตามราคาที่วิ่งไปแล้ว เราวิเคราะห์โซน Supply/Demand ที่ "คม" ที่สุด และ "รอ" ให้ราคา "วิ่งเข้ามาหา" กับดักที่เราวางไว้ เทรดเดอร์ที่ยั่งยืนรู้ว่า "การไม่เทรด" (นั่งทับมือ) คือส่วนหนึ่งของการเทรด
* คีย์เวิร์ด: เทรดน้อยลง แต่คุณภาพสูงขึ้น (Less is More)
2. 🛡️ โซนที่พัง คือ "ข้อมูล" ไม่ใช่ "ความล้มเหลว" (A Broken Zone is Data, Not Failure)
* มายด์เซ็ท: เราเป็นกลางต่อผลลัพธ์
* การปฏิบัติ: ไม่มีโซนไหนในโลกที่ชนะ 100% เมื่อโซนถูกทะลุ Smart Money แค่กำลังส่ง "ข้อมูล" ใหม่มาให้เราว่าเทรนด์แข็งแกร่ง หรือพวกเขาต้องการกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep)
* คีย์เวิร์ด: ยอมรับการขาดทุนที่คำนวณไว้ (Cut Loss) และไปรอ "อ่านเกม" ที่โซนถัดไป ห้ามแก้แค้นตลาด (Revenge Trade) เด็ดขาด!
3. ⚖️ โฟกัสที่ "กระบวนการ" ไม่ใช่ "กำไรรายวัน" (Process Over Outcome)
* มายด์เซ็ท: เทรดที่ "ดี" ไม่ได้แปลว่า "ชนะ" เสมอไป
* การปฏิบัติ: เทรดที่ "ดี" คือเทรดที่ทำตามแผน 100%:
* หาโซน S/D คุณภาพ
* รอราคาเข้าโซน
* ตั้ง SL/TP ชัดเจนตามแผน
* ปล่อยให้ตลาดทำงาน
* คีย์เวิร์ด: ถ้าทำตามนี้ครบ ต่อให้โดน SL ก็คือ "เทรดที่ดี" ความยั่งยืนเกิดจากการ "ทำซ้ำ" ในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่การฟลุ๊คชนะ
4. 🚫 "FOMO" คือศัตรูตัวฉกาจของนักเทรด S/D (Fear Of Missing Out is the Enemy)
* มายด์เซ็ท: ตลาดมีโอกาสให้เสมอ
* การปฏิบัติ: ศัตรูที่ร้ายที่สุดคือการ "กลัวตกรถ" เห็นราคาพุ่งออกจากโซน Demand ไปไกลแล้วรีบกระโดดตาม นี่คือการ "ไล่ราคา" ซึ่งเป็นจุดที่รายย่อยติดดอยเสมอ
* คีย์เวิร์ด: ถ้าคุณพลาดรถบัสคันนี้ ให้ไปรอที่ "ป้ายถัดไป" (โซนถัดไป) อย่างใจเย็น ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามรถบัส
5. 💡 เราเทรด "สิ่งที่เห็น" ไม่ใช่ "สิ่งที่คิด" (Trade What You See, Not What You Think)
* มายด์เซ็ท: เราเป็นผู้ "ตอบสนอง" ต่อตลาด ไม่ใช่ผู้ "คาดเดา"
* การปฏิบัติ:
* "ผมคิดว่ามันน่าจะลงต่อ" (นี่คือการพนัน)
* "ราคาเข้าสู่โซน Supply ที่แข็งแกร่ง และเริ่มสร้างแท่งเทียนกลับตัว" (นี่คือการเทรดตามหลักฐาน S/D)
* คีย์เวิร์ด: หน้าที่เราคือ "อ่านเกม" ตามที่ Smart Money ทิ้งร่องรอยไว้บนกราฟ ไม่ใช่การมโนหรือใช้อคติส่วนตัว
การเทรด S/D ที่ยั่งยืน คือการเปลี่ยนตัวเองจาก "นักพนันที่รีบร้อน" ให้เป็น "ผู้บริหารความเสี่ยงที่อดทน" ที่อ่านเกมของรายใหญ่เป็นครับ
มายด์เซ็ทข้อไหนที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุด หรือข้อไหนที่คุณกำลังพยายามพัฒนาอยู่? พิมพ์แชร์กันได้เลยครับ 👇
Gold Idea - 08/01/2025 (GC - Future Price)แผนนี้มี เป้าที่น่าสนใจอยู่ที่ด้านล่าง
ปัญหาคือ จะเข้า Sell ที่จุดไหนดีหละ?
มีโอกาสที่จะกลับลงเลย หรือ ขึ้นมาก่อนก็ได้
เพราะฉะนั้น จึงหา Supply ที่มีความเป็นไปได้สูงในการ ส่งราคาลงไป
ที่ Supply นั้นมี High Volume สูง แล้วนอกจากนี้มี Unfinished Auction (Footprint Chart) ที่ยังค้างอยุ่ก่อนถึง Supply + FVG M15
ต้องระวังจุดที่ก่อนหน้านั้นมีโอกาส Reject กราฟขึ้นมาได้ (แต่ก็มีโอกาสทะลุเช่นกัน จุดนี้ สุ่มเสี่ยงต้องรอ สัญญาณกลับตัว)
แผนคือ
Entry - รอ Sell จาก Supply หรือถ้า เค้าเทลงมาแรง อาจจะใช้โอกาส Follow Sell ได้ แต่ว่าถ้ารอขึ้นมาจะ Safe กว่า
Target - ปลายสวิงด้านล่าง
ถ้าถึง Target ก่อน หรือ Supply ไม่มี Reject = Cancel แผน
GBPAUD SHORT , technical analysis with money managementสมมุติ พอร์ต 100k
Risk 2%
แบ่งเข้า สองแบบ คือ risk per trade, grid trading
I believe that implementing a grid trading strategy may potentially increase the risk/reward ratio for traders who have a bearish narrative.
risk per trade = invest 0.5% RR 7
Risk 500 reward 3500
grid trading = 1.5 %
grid 1 = 0.5% RR2
Risk 500 reward 1000
grid 2 = 0.5% RR 4
Risk 500 Reward 2000
grid 3 = 0.5% RR 12
Risk 500 Reward 6000
in addition, to potentially increase profits when using a grid trading strategy, a trader can wait for a bearish candlestick pattern to occur before adding more short positions once the price hits each predetermined level. Furthermore, if the price rises for four consecutive candles with small-sized candlesticks, the trader may observe that the size of the candlesticks becomes increasingly smaller then add short position.
EURUSD โอกาสเข้า Sell เพื่อเก็บกวาด SL - Northanos FXสวัสดีครับวันนี้ northanos มองว่า EURUSD น่าให้ความสนใจในการหาจังหวะ sell
เนื่องจาก order flow เป็น bearish และมีการหลุด consolidation ซึ่งโดยมีเทคนิคคอลสนับสนุนดังนี้
Follow the HTF trend and momentum
HTF supply zone
Premium Area
Inefficient candle that lead to bos
แผนคือมองหาจังหวะเข้า sell ณ บริเวณ supply ด้านบนจากภาพ ถือป็นบริเวณที่น่าให้ความสนใจ
โดย target ระยะสั้นอยู่ที่ daily low เพื่อเก็บกวา liquidity
Disclaimer: นี่ไม่ใช่การชักชวน หรือ signal เพื่อให้ทำการเข้าเทรดแต่อย่างใด เป็นเพียง
แค่มุมมองของ northanos เท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อน
AUDJPY - แผนการเทรดเมื่อราคาอยู่ในช่วง Strong terendOANDA:AUDJPY
สวัสดีครับ วันนี้ northanos มองว่า AUDJPY มีความน่าสนใจในการมองหา sell opportunities
ตามหลักการของ Smart Money Concept จะเห็นว่า supply อยู่ที่ด้านบน ซึ่งค่อนข้างห่างจากราคา ณ ปัจจุบัน
สื่งที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนนั้นคือว่า ณ ตอนนี้ ราคาอยู่ในช่วง Impulsive phase ซึ่งเป็น strong trend
นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิด Deep pullback ดังนั้นจุดที่ผมให้ความสนใจสำหรับกรณีนี้คือ
บริเวณที่เป็น Fair Value Gap ซึ่งถ้าราคายังคงยืนยันที่จะเคลื่อนที่แบบ Dowtrend โดยที่เป็น Strong Trend แบบนี้
ค่อนข้างมีความน่าจะเป็นที่สูงที่ราคาจะลงต่อ เมื่อมีการ Pullback มาที่บริเวณนี้
Disclaimer !! : สิ่งนี้ทำขึ้นเพื่อเป็น educational purpose เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะชักชวนให้ลงทุนอะไรทั้งสิ้น การลงทุนมีความเสี่ยง
ผู้ที่สนใจควรศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน
EURUSD - แผนการเข้าซื้อตามทิศทางของโมเมนตัม - Northanos FXสวัสดีครับวันนี้ northanos มองว่า EURUSD น่าให้ความสนใจในการหาจังหวะ sell
เนื่องจาก order flow มีการเปลี่ยนเป็น bearish ซึ่งโดยมีเทคนิคคอลสนับสนุนดังนี้
Follow the HTF trend and momentum
HTF supply zone
Premium Area
Inefficient candle that lead to bos
แผนคือมองหาจังหวะเข้า sell ณ บริเวณ supply ด้านบนจากภาพ ถือป็นบริเวณที่น่าให้ความสนใจ
Disclaimer: นี่ไม่ใช่การชักชวน หรือ signal เพื่อให้ทำการเข้าเทรดแต่อย่างใด เป็นเพียง
แค่มุมมองของ northanos เท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อน
วิเคราะห์ทองคำประจำวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564 (ภาคเช้า)ทองคำตลาดวันจันทร์ที่ผ่านมาปิดร่วงกว่า -$20.13 (-1.16%)
ตลาดทองคำวันจันทร์ปิดร่วงอีกวันหลังดอลลาร์แข็งค่า และ Bond Yield 10 Year พุ่งทะลุ 1.717% หลังลงต่ำระดับ 1.634% การกลับขึ้นมาครั้งนี้ทำให้กดดันราคาทองคำให้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1.705.69 ก่อนจะปรับขึ้นมาทรงตัวบริเวณ 1,715-1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อเพิ่มหลักประกันเงินในการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น ยังผลให้ทองคำยังคงมีทิศทางในการปรับตัวลงต่อเนื่อง ทั้งนี้นักลงทุนก็ยังเฝ้าติดตามการแถลงการแผนการลงทุนด้านสาธารณูปโภคของประธานา
ธิบดีโจ ไบเดน ในวันพุธนี้ด้วย
ทางด้านเทคนิค ทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะการพักฐานราคา โดยยังทรงตัวเหนือบริเวณ 1,708 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คาดว่าหากดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่ทองคำจะถูกกดดันลงใกล้ 1,700 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง และเมื่อราคาทองคำอยู่ใกล้บริเวณ 1,708-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็มักจะมีแรงเข้าซื้อทองคำเพราะเนื่องจากราคาทองคำอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่เข้าทำกำไรระยะสั้นตามรอบปรับฐานราคา จึงแนะนำนักลงทุนให้ระมัดระวังการเข้าซื้อทองคำในเวลานี้ด้วย เพราะเมื่อราคาปรับขึ้นแล้วก็มักจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาทุกครั้ง
กลยุทธ์การเทรดทองคำ
Long Position : เมื่อราคาปรับตัวลงมาไม่หลุด 1,702 ดอลลาร์ต่อออนซ์ให้รอจังหวะเข้าซื้อที่บริเวณดังกล่าว หากราคาทองคำทรงตัวได้อย่างชัดเจน โดยให้เน้นการทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น พิจารณาปิดทำกำไรหากราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากยังสามารถหลุดขึ้นไปได้นั้น ก็ให้ชะลอการปิดทำกำไรบางส่วนออกไปก่อน ประเมินแนวต้านถัดไปที่ 1,728-1,732 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำปรับตัวต่ำกว่า 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
Short Position : เมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,726-1,723 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไม่ผ่าน ก็ให้รอจังหวะเข้าเปิดคำสั่ง "ขาย" ที่บริเวณนั้น หากราคาทองคำปรับตัวต่ำลงจากแนวต้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน โดยเน้นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น พิจารณาปิดทำกำไรหรือซื้อคืนหากราคาทองคำไม่สามารถผ่าน 1,718 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าวก็ให้ชะลอการปิดทำกำไรออกไปก่อน ประเมินแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,702 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือ 1,732 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
แนวรับแนวต้าน ทองคำกรอบรายชั่วโมง
---------------------------------------
Support : 1,708 / 1,700 / 1,695
---------------------------------------
Resistance : 1,718 / 1,726 / 1,736
---------------------------------------
กองทุน SPDR
---------------------------------------------------------------
- กองทุน SPDR ซื้อเพิ่มทองคำ 0.88 ตัน
- ปัจจุบันถือครองทองคำสุทธิที่ระดับ 1,037.50 ตัน
---------------------------------------------------------------
*การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง
**การวิเคราะห์เป็นเพียงการตั้งค่าสมมุติฐานจากอดีตถึงความน่าจะเป็นในปัจจุบันและอนาคต ไม่ได้เป็นเครื่องมือการันตีผลกำไรที่ถูกต้อง 100% เสมอไป
GBPAUD (4h/D1) Falling Wedge กับความเป็นไปได้ 2 แบบคู่เงิน GBPAUD สัปดาห์ที่ผ่านมาไอเดียการเทรด Buy ประสบความสำเร็จ โดยราคาได้ปรับตัวลงเข้าสู่ Buying Zone และปรับตัวขึ้นไปจนถึงเส้นเทรนไลน์กลางได้ระยะการเคลื่อนที่ 1400 จุด (1.80700) แต่ว่าหลังจากนั้นราคาได้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนถึงระดับราคา 1.76900 🔽
วิเคราะห์การเคลื่อนที่ในปัจจุบัน :-
รายเดือน: ราคาอยู่ในดีมานด์โซนรายเดือน Sep 2019
รายสัปดาห์: ราคาอยู่ที่ฐานของ #MagicMountain มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว
รายวัน: เคลื่อนที่อยู่ภายใต้โครงสร้าง Falling Wedge ราคาอยู่ที่แนวต้านของรูปแบบ
ราย 4 ชั่วโมง: ราคาอยู่บริเวณซัพพลายโซน มีโอกาสปรับตัวลดลง
ราย 1 ชั่วโมง: โซนสำหรับการรอ Take Action Entry/Exit
แนะนำให้รอพิจารณาราคาที่โซนปัจจุบัน อาจสามารถทำการ Short ระยะสั้นได้ หรือ หากราคาไม่กลับตัวลงให้เปลี่ยนหน้าหน้าเทรดเป็นการรอ Buy จากดีมานด์โซน
#GiveAndTakeZone by #ForexTradeReview
AUDJPY พิจารณาซัพพลายโซน H4 สำหรับการ Shortคู่เงินที่น่าสนใจสำหรับวันนี้ คือคู่เงิน AUDJPY กรอบการเคลื่อนที่ใน Timeframe H4 ทิศทางของราคาเป็นเทรนลง มีการเคลื่อนที่ของราคา ที่มีนัยยะสำคัญคือมีการเบรคดีมานด์โซน D1 #สีฟ้า เมือวันที่ 17/11/2560 ปัจจุบันราคาเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่ซัพพลายโซน H4 และแนวต้าน D1 และใกล้ระดับเส้นแนวต้านเทรนไลน์
พิจารณา Price Action ที่เกิดบริเวณซัพพลายโซนสำหรับการเทรด Sell ในช่วงราคา 85.800 - 85.850 เป้าหมายการทำกำไรคือดีมานด์โซนสีเหลือง 84.500 จุดตัดขาดทุน 86.000
















