หุ้นกู้ของบริษัท
วันครบกำหนดอายุ2 ส.ค. 2033
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ23 ม.ค. 2050
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ28 ม.ค. 2060
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ21 ก.ย. 2047
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ31 ม.ค. 2046
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ12 ก.พ. 2048
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ24 พ.ค. 2049
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ30 ต.ค. 2034
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ13 พ.ค. 2045
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ23 ม.ค. 2045
ดอกเบี้ย—
วันครบกำหนดอายุ15 ม.ค. 2040
ดอกเบี้ย—
ดูหุ้นกู้เพิ่มเติม
เทรนของชุมชน
วันครบกำหนดอายุ17 ม.ค. 2034
ดอกเบี้ย8.25% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ15 ม.ค. 2029
ดอกเบี้ย9.75% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ16 ก.ย. 2026
ดอกเบี้ย3.20% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ—
ดอกเบี้ย5.13% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ15 ม.ค. 2049
ดอกเบี้ย4.45% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ15 ส.ค. 2052
ดอกเบี้ย4.45% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ—
ดอกเบี้ย3.90% (แปรผัน)
วันครบกำหนดอายุ9 พ.ย. 2052
ดอกเบี้ย6.90% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ1 ธ.ค. 2077
ดอกเบี้ย5.25% (คงที่)
วันครบกำหนดอายุ22 เม.ย. 2027
ดอกเบี้ย4.11% (แปรผัน)
อัตรา
สัญลักษณ์อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุวันครบกำหนดอายุ
สัญลักษณ์วันครบกำหนดอายุ / YTM
สัญลักษณ์อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุวันครบกำหนดอายุ
สัญลักษณ์วันครบกำหนดอายุ / YTM
สัญลักษณ์อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุดอกเบี้ย
สัญลักษณ์ดอกเบี้ย / YTM
สัญลักษณ์อัตราผลตอบแทนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุดอกเบี้ย
สัญลักษณ์ดอกเบี้ย / YTM
การรวบรวมหุ้นกู้
คำถามที่พบบ่อย
หุ้นกู้บริษัทเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทต่างๆ ออกเพื่อระดมทุนสำหรับการดำเนินธุรกิจ หุ้นกู้บริษัทต่างจากหุ้นตรงที่เป็นการกู้ยืมเงิน โดยนักลงทุนจะให้กู้ยืมเงิน และบริษัทตกลงที่จะจ่ายดอกเบี้ยตามปกติและชำระเงินต้นเต็มจำนวนเมื่อ ครบกำหนดอายุ
ถึงแม้ว่าหุ้นกู้บริษัทจะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นหรืออายุของบริษัทที่สั้นกว่า แต่โดยทั่วไปแล้วหุ้นกู้บริษัทมีความปลอดภัยมากกว่าหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้จะมีสิทธิ์เหนือกว่าผู้ถือหุ้นหากบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน
ใช้ ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเรา เพื่อค้นหาและวิเคราะห์หุ้นกู้บริษัทที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนของคุณ
ถึงแม้ว่าหุ้นกู้บริษัทจะมีความเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นหรืออายุของบริษัทที่สั้นกว่า แต่โดยทั่วไปแล้วหุ้นกู้บริษัทมีความปลอดภัยมากกว่าหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้จะมีสิทธิ์เหนือกว่าผู้ถือหุ้นหากบริษัทประสบปัญหาทางการเงิน
ใช้ ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเรา เพื่อค้นหาและวิเคราะห์หุ้นกู้บริษัทที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การลงทุนของคุณ
หุ้นกู้บริษัทที่ดีที่สุดที่ควรซื้อคือหุ้นกู้ที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และกลยุทธ์ของคุณ
ปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนพิจารณาคืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นการประเมินความเป็นไปได้ที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะสามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา สถาบันจัดอันดับเครดิตที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ได้แก่ Moody's, Fitch Ratings และ S&P Ratings
นักลงทุนหลายรายยังนิยม Fixed-income ETF — ซึ่งทำให้เข้าถึงหุ้นกู้บริษัทได้ง่ายขึ้นหากคุณยังไม่พร้อมที่จะลงทุนโดยตรง
คุณสามารถค้นหาหุ้นกู้ระดับ Investment-grade เพิ่มเติมได้จาก ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเรา
ปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนพิจารณาคืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นการประเมินความเป็นไปได้ที่บริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะสามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลา สถาบันจัดอันดับเครดิตที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ได้แก่ Moody's, Fitch Ratings และ S&P Ratings
นักลงทุนหลายรายยังนิยม Fixed-income ETF — ซึ่งทำให้เข้าถึงหุ้นกู้บริษัทได้ง่ายขึ้นหากคุณยังไม่พร้อมที่จะลงทุนโดยตรง
คุณสามารถค้นหาหุ้นกู้ระดับ Investment-grade เพิ่มเติมได้จาก ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเรา
อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้บริษัท คือ ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้บริษัทมี 4 ประเภทด้วยกัน
- อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) วัดรายได้ที่คุณได้รับจากหุ้นกู้เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน คำนวณได้โดยการหาร อัตราดอกเบี้ย ด้วยราคาของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนเมื่อครบกำหนด (Yield to Maturity: YTM) คืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่นักลงทุนจะได้รับหากซื้อหุ้นกู้ในราคาปัจจุบัน ถือไว้จนถึง วันครบกำหนด และรับดอกเบี้ยทั้งหมดและมูลค่าที่ตราไว้เมื่อครบกำหนดของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนแบบคิดทบต้นปีละ 2 ครั้ง (Bond Equivalent Yield: BEY) คำนวณได้จากการเพิ่มอัตราผลตอบแทนครึ่งปีเป็นสองเท่า ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเปรียบเทียบและไม่ได้หมายความถึงการวิเคราะห์โดยละเอียดของผลตอบแทนรวมของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปี (Effective Annual Yield: EAY) เป็นวิธีแสดงผลตอบแทนจริงของหุ้นกู้โดยถือว่าการจ่ายดอกเบี้ยได้รับการลงทุนซ้ำในอัตราเดียวกับผลตอบแทนดอกเบี้ยของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) วัดรายได้ที่คุณได้รับจากหุ้นกู้เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน คำนวณได้โดยการหาร อัตราดอกเบี้ย ด้วยราคาของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนเมื่อครบกำหนด (Yield to Maturity: YTM) คืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่นักลงทุนจะได้รับหากซื้อหุ้นกู้ในราคาปัจจุบัน ถือไว้จนถึง วันครบกำหนด และรับดอกเบี้ยทั้งหมดและมูลค่าที่ตราไว้เมื่อครบกำหนดของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนแบบคิดทบต้นปีละ 2 ครั้ง (Bond Equivalent Yield: BEY) คำนวณได้จากการเพิ่มอัตราผลตอบแทนครึ่งปีเป็นสองเท่า ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเปรียบเทียบและไม่ได้หมายความถึงการวิเคราะห์โดยละเอียดของผลตอบแทนรวมของหุ้นกู้
- อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงต่อปี (Effective Annual Yield: EAY) เป็นวิธีแสดงผลตอบแทนจริงของหุ้นกู้โดยถือว่าการจ่ายดอกเบี้ยได้รับการลงทุนซ้ำในอัตราเดียวกับผลตอบแทนดอกเบี้ยของหุ้นกู้
อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้บริษัท (coupon rate) คืออัตราดอกเบี้ยรายปีที่ผู้ออกหุ้นกู้จ่าย โดยพิจารณาจากมูลค่าที่ตราไว้ของพันธบัตร โดยปกติแล้วจะมีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นประจำ โดยมีความถี่ที่แตกต่างกันไปจนกว่าจะ ครบกำหนดอายุ (เช่น ทุก 3 หรือ 6 เดือน) ขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้นกู้
พันธบัตรรัฐบาลบางประเภทมีอัตรา zero-coupon ซึ่งหมายความว่าไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่จะถูกขายในราคาลดจากมูลค่าที่ตราไว้ ซึ่งช่วยชดเชยการขาดดอกเบี้ยปกติ
กำลังมองหาพันธบัตรที่ใช่อยู่ใช่ไหม? ใช้ ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเราเพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกอื่นๆ
พันธบัตรรัฐบาลบางประเภทมีอัตรา zero-coupon ซึ่งหมายความว่าไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย แต่จะถูกขายในราคาลดจากมูลค่าที่ตราไว้ ซึ่งช่วยชดเชยการขาดดอกเบี้ยปกติ
กำลังมองหาพันธบัตรที่ใช่อยู่ใช่ไหม? ใช้ ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเราเพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกอื่นๆ
บางครั้งถูกเรียกว่าตราสารหนี้ขยะ (junk bonds) หุ้นกู้บริษัทผลตอบแทนสูง มักออกโดยบริษัทที่ประสบปัญหาทางการเงิน บริษัทเหล่านี้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าและฐานะการเงินที่อ่อนแอกว่า ทำให้เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เพื่อชดเชยความเสี่ยงนี้ พวกเขาจึงเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดนักลงทุน นักลงทุนอาจซื้อหุ้นกู้เหล่านี้โดยหวังว่าจะได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา (capital gain) หากอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกดีขึ้น
ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ใด หลีกเลี่ยงการลงทุนแบบมั่วๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนลงทุนเสมอ
ติดตามข่าวสารล่าสุดจาก กระแสข่าว ของเรา และติดตาม ผลประกอบการของบริษัท เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงและผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้น
ไม่ว่าคุณจะใช้กลยุทธ์ใด หลีกเลี่ยงการลงทุนแบบมั่วๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนลงทุนเสมอ
ติดตามข่าวสารล่าสุดจาก กระแสข่าว ของเรา และติดตาม ผลประกอบการของบริษัท เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงและผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้น
หุ้นกู้บริษัทมีหลายประเภท สามารถจัดกลุ่มตามอุตสาหกรรมที่บริษัทดำเนินงาน (เช่น เทคโนโลยีหรือการขนส่ง) แบ่งตามอันดับความน่าเชื่อถือ จำแนกตามการมีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ประเภทใด คุณสามารถเลือกที่จะลงทุนได้เอง อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะบริษัท XYZ อยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง
เพื่อให้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมรายชื่อหุ้นกู้บริษัทต่างๆ ไว้ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง:
- หุ้นกู้บริษัทบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
- หุ้นกู้บริษัทที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย
- หุ้นกู้บริษัทอัตราผลตอบแทนสูง และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณสามารถเยี่ยมชมแหล่งความรู้ของเราและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ
ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกู้ประเภทใด คุณสามารถเลือกที่จะลงทุนได้เอง อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะบริษัท XYZ อยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง
เพื่อให้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมรายชื่อหุ้นกู้บริษัทต่างๆ ไว้ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง:
- หุ้นกู้บริษัทบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
- หุ้นกู้บริษัทที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย
- หุ้นกู้บริษัทอัตราผลตอบแทนสูง และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณสามารถเยี่ยมชมแหล่งความรู้ของเราและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ
มูลค่าที่ตราไว้ (หรือที่เรียกว่ามูลค่าหน้าตั๋วหรือเงินต้น) คือจำนวนเงินที่บริษัทตกลงที่จะชำระคืนเมื่อหุ้นกู้ ครบกำหนดอายุ
ในตลาดรอง ราคาหุ้นกู้อาจผันผวนเนื่องจากมีการออกหุ้นกู้ใหม่ที่มี อัตราดอกเบี้ย ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณถือหุ้นกู้บริษัทที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% และหุ้นกู้ใหม่ให้อัตราดอกเบี้ย 3.5% หุ้นกู้ของคุณอาจซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าเนื่องจากให้ผลตอบแทนน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนด หุ้นกู้ทั้งสองจะยังคงได้รับการชำระคืนที่มูลค่าที่ตราไว้เท่าเดิม ไม่ว่าราคาตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
ติดตาม อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด
ในตลาดรอง ราคาหุ้นกู้อาจผันผวนเนื่องจากมีการออกหุ้นกู้ใหม่ที่มี อัตราดอกเบี้ย ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น หากคุณถือหุ้นกู้บริษัทที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% และหุ้นกู้ใหม่ให้อัตราดอกเบี้ย 3.5% หุ้นกู้ของคุณอาจซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าเนื่องจากให้ผลตอบแทนน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนด หุ้นกู้ทั้งสองจะยังคงได้รับการชำระคืนที่มูลค่าที่ตราไว้เท่าเดิม ไม่ว่าราคาตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
ติดตาม อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตลาด
หุ้นกู้บริษัทที่ได้รับการจัดอันดับว่าเหมาะสมแก่การลงทุน (Investment-grade) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในบรรดาหุ้นกู้ทั้งหมด เนื่องจากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ปฏิบัติตามหลักปฏิบัติทางการเงินที่เข้มงวดและได้รับการยอมรับในด้านความมั่นคง การยอมรับนี้มาจากหนึ่งในสามหน่วยงานจัดอันดับเครดิตหลัก — ได้แก่ Moody's, Fitch Rating และ S&P Rating ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ใช้ระบบการจัดอันดับที่คล้ายคลึงกันสำหรับทั้งรัฐบาลและบริษัทต่างๆ
โดยทั่วไปแล้ว หุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับระดับลงทุนมักให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่จุดเด่นอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ นักลงทุนมักนิยมหุ้นกู้เหล่านี้เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีโอกาสได้รับเงินคืนสูงกว่า ซึ่งแตกต่างจากหุ้นกู้อัตราผลตอบแทนสูง ซึ่งอาจมีความผันผวนมากกว่า
ค้นหาบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับระดับลงทุนเพิ่มเติมได้โดยการกรองข้อมูลใน ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเรา
โดยทั่วไปแล้ว หุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับระดับลงทุนมักให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่จุดเด่นอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ นักลงทุนมักนิยมหุ้นกู้เหล่านี้เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีโอกาสได้รับเงินคืนสูงกว่า ซึ่งแตกต่างจากหุ้นกู้อัตราผลตอบแทนสูง ซึ่งอาจมีความผันผวนมากกว่า
ค้นหาบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับระดับลงทุนเพิ่มเติมได้โดยการกรองข้อมูลใน ตัวคัดกรองพันธบัตร ของเรา
วันครบกำหนดคือวันที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องชำระคืน มูลค่าหน้าตั๋ว ของหุ้นกู้ หุ้นกู้นี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดราคาของหุ้นกู้ และจนกว่าจะมีการไถ่ถอนหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับดอกเบี้ย (coupon rate)
โดยทั่วไปแล้ว หุ้นกู้บริษัทจะถูกจัดกลุ่มตามอายุ ดังนี้:
- ระยะสั้น: ไม่เกิน 3 ปี
- ระยะกลาง: 3–10 ปี
- ระยะยาว: 10 ปีขึ้นไป
หุ้นกู้ที่มีระยะเวลาครบกำหนดนานกว่ามักจะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากราคาอาจผันผวนไปตามกาลเวลาในตลาดรองอันเนื่องมาจากการออกหุ้นกู้ใหม่
สำรวจรายการ หุ้นกู้บริษัทระยะสั้น และ หุ้นกู้บริษัทระยะยาว ของเราเพื่อทำความเข้าใจตลาดพันธบัตรให้ดียิ่งขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว หุ้นกู้บริษัทจะถูกจัดกลุ่มตามอายุ ดังนี้:
- ระยะสั้น: ไม่เกิน 3 ปี
- ระยะกลาง: 3–10 ปี
- ระยะยาว: 10 ปีขึ้นไป
หุ้นกู้ที่มีระยะเวลาครบกำหนดนานกว่ามักจะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากราคาอาจผันผวนไปตามกาลเวลาในตลาดรองอันเนื่องมาจากการออกหุ้นกู้ใหม่
สำรวจรายการ หุ้นกู้บริษัทระยะสั้น และ หุ้นกู้บริษัทระยะยาว ของเราเพื่อทำความเข้าใจตลาดพันธบัตรให้ดียิ่งขึ้น
การซื้อหุ้นกู้บริษัทเป็นกระบวนการง่ายๆ แต่คุณจำเป็นต้องมีโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้เพื่อช่วยให้คุณเข้าถึงตลาดได้ เมื่อคุณพบโบรกเกอร์ที่ตรงกับสไตล์และความต้องการของคุณแล้ว คุณสามารถดำเนินการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์นั้นได้ สำรวจ รายชื่อพันธมิตรโบรกเกอร์ของเรา และเริ่มซื้อขายได้ทันทีจากกราฟของคุณ
ก่อนการลงทุน TradingView ขอแนะนำให้ใช้เวลาทำความเข้าใจตลาด คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์ของคุณได้โดยใช้ บัญชีการเทรดจำลอง และใช้ ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเราเพื่อค้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด
ก่อนการลงทุน TradingView ขอแนะนำให้ใช้เวลาทำความเข้าใจตลาด คุณสามารถทดสอบกลยุทธ์ของคุณได้โดยใช้ บัญชีการเทรดจำลอง และใช้ ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเราเพื่อค้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุด
ราคาตลาดคือราคาที่หุ้นกู้บริษัทขายในตลาดรอง ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ และหุ้นกู้อื่นๆ ที่มีอยู่ ราคาตลาดอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นกู้ ในกรณีเช่นนี้ หุ้นกู้จะถูกซื้อขายในราคาลดหรือเพิ่ม
คุณสามารถดูราคาและผลตอบแทนของหุ้นกู้ต่างๆ ได้จาก ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเรา
คุณสามารถดูราคาและผลตอบแทนของหุ้นกู้ต่างๆ ได้จาก ตัวคัดกรองหุ้นกู้ ของเรา
หุ้นกู้บริษัทถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการขาดทุนและรักษาเงินทุน สำหรับบริษัทต่างๆ หุ้นกู้บริษัทเป็นวิธีการระดมทุนเพื่อดำเนินกิจกรรมของบริษัท
เมื่อคุณซื้อหุ้นกู้ในราคา มูลค่าหน้าตั๋ว คุณจะเริ่มได้รับดอกเบี้ยเป็นประจำ หรือที่เรียกว่า การจ่ายดอกเบี้ย โดยปกติแล้วจะมีการจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน แต่บริษัทสามารถกำหนดความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยได้ในทุกกรณี หรือแม้แต่กำหนดตารางเวลาแบบไม่เป็นงวดก็ได้
เมื่อหุ้นกู้ถึง วันครบกำหนดอายุ บริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะจ่ายคืนหุ้นกู้เต็มจำนวนตามมูลค่าหน้าตั๋วให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ โดยสมมติว่าไม่มีการผิดนัดชำระหนี้
เมื่อคุณซื้อหุ้นกู้ในราคา มูลค่าหน้าตั๋ว คุณจะเริ่มได้รับดอกเบี้ยเป็นประจำ หรือที่เรียกว่า การจ่ายดอกเบี้ย โดยปกติแล้วจะมีการจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน แต่บริษัทสามารถกำหนดความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ยได้ในทุกกรณี หรือแม้แต่กำหนดตารางเวลาแบบไม่เป็นงวดก็ได้
เมื่อหุ้นกู้ถึง วันครบกำหนดอายุ บริษัทผู้ออกหุ้นกู้จะจ่ายคืนหุ้นกู้เต็มจำนวนตามมูลค่าหน้าตั๋วให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ โดยสมมติว่าไม่มีการผิดนัดชำระหนี้