ตลาด ETF
ARKK : ระบบ Action Zone ( MACD > 0 ) เขียวอีกครั้ง ( 14/6/2021 )หลังจากพาเม่าไปดอย ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และคนที่ซื้อกองทุน Ark ก็ร้อง จ๊าก กันแทบทุกคน
เพราะลงมาจากจุดสูงสุดถึง -40%
แต่วันนี้ หลังจากย่ำฐานกันมา 4 เดือน ในที่สุด ระบบอย่าง Action Zone หรือ MACD > 0 ก็เปลี่ยนเป็น "เขียว" อีกครั้ง เมื่อวานนี้ครับ
เท่าที่ดูอัตราส่วนการ correction แล้ว ก็น่าสนใจ เพราะลงไปแล้วถึงประมาณ 0.5 fib และเด้งกลับ ก็อาจจะลุ้น uptrend รอบใหม่ได้อีกนะครับ
SL ใต้ low ก่อนหน้ากันไป ก็ประมาณ -10% ครับ
สำหรับกองทุนของไทย ก็มีหลายตัว ที่ลงทุนในกองนี้ ใครอยากซื้อ ก็ลองไป google หาเอาเองนะครับ
การใช้ Linear Regression แชนแนลLinear Regression แชนแนล เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการระบุระดับราคาที่เป็นไปได้ของการเคลื่อนไหวของราคาในอนาคตโดยการสร้างกราฟการแจกแจงแบบปกติของแนวโน้ม
เมื่อใช้เครื่องมือ Regression Trend (อยู่ในแผงรูปวาดภายใต้กลุ่ม "Trend Line Tools") จะมีการเลือกจุดสองจุดบนแนวโน้มโดยทั่วไปจะอยู่ที่จุดเริ่มต้นของแนวโน้มและจุดสิ้นสุดของแนวโน้ม
เมื่อเลือกจุดสองจุดบนแผนภูมิการแจกแจงปกติของชุดข้อมูลจะคำนวณระหว่างจุดที่เลือกสองจุดและแสดงในรูปแบบของ linear regression แชนแนล
เส้นกึ่งกลางในแชนแนลนี้คือเส้น Linear Regression หรือค่าเฉลี่ย และเส้นบนและล่างคือค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบนและล่างจากค่าเฉลี่ยตามที่กำหนดไว้ในการตั้งค่าของเครื่องมือ (ค่าเริ่มต้นคือ +2 และ -2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากค่าเฉลี่ย)
ความสัมพันธ์ของความสัมพันธ์เชิงเส้นนี้จะแสดงเป็นค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน หรือค่า Pearson’s R ซึ่งสามารถแสดงหรือซ่อนบนแผนภูมิได้โดยเลือกจากเมนูรูปแบบเครื่องมือ
Pearson’s R แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์และทิศทางของมันโดยค่าที่เคลื่อนที่ระหว่าง -1 ถึง 1 เมื่อ Pearson’s R เคลื่อนที่ห่างจากศูนย์มากขึ้น ความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างราคาและเวลาจะเพิ่มขึ้น เมื่อใช้เครื่องมือ Regression Trend Pearson’s R จะถูกกำหนดเป็นค่าสัมบูรณ์ (บวก) เสมอ แต่สามารถระบุทิศทางของแนวโน้มได้ด้วยสายตา
การกลับตัวเข้าหาค่าเฉลี่ย (Mean)
เมื่อ Regression trend มีความสัมพันธ์กันสูงนี่เป็นผลมาจากความสอดคล้องของการเคลื่อนไหวของราคาที่วางตามค่าเฉลี่ย (เส้นกึ่งกลาง) โดยมีจุดน้อยกว่าที่เคลื่อนที่สูงกว่าและต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยไปยังระดับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานบนและล่าง
วิธีหนึ่งในการเทรดโดยใช้ Linear regression แชนแนลคือการเทรดการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อมันเคลื่อนตัวออกจาก และกลับไปที่ค่าเฉลี่ย
เมื่อใช้เครื่องมือนี้ สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตคือ แชนแนลที่มีแท่งกราฟจำนวนแท่งมากกว่าและมีความสัมพันธ์กันสูง มีแนวโน้มที่ราคาจะดำเนินต่อไปในแนวโน้มนั้นมากกว่ากราฟที่มีแท่งเทียนเพียงไม่กี่แท่งและมีความสัมพันธ์กันสูง
ควรพิจารณาความยาวนานของแนวโน้มเมื่อทำการเทรดแชนแนลเหล่านี้
ด้วยเครื่องมือ Regression Trend คุณสามารถเริ่มใช้การวิเคราะห์ทางสถิติในกลยุทธ์การเทรดของคุณได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ปุ่ม!
china health techแนวโน้มระยะสั้น เกิดสัญญาณ divergence มีโอกาสพักตัวที่ 2 ก่อนขึ้นต่อ หลังจากขึ้นมา 3 เดือนติดอย่างร้อนแรง
C
cannabis Goingup!!!!!ราคาล่าสุด +6% พยายาม brake ราคา แนวต้านวันที่ 30/04 ร้อนแรงแบบนี้ น่าจบwave พักพร้อมขึ้นต่อ
Pเพิ่มขึ้น
KraneShares MSCI All China Health Care Index ETF (KURE)KURE ลงทุนในบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในด้านสิทธิบัตรและการผลิตยา การบริหารจัดการ KURE ลงทุนในบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในด้านสิทธิบัตรและการผลิตยา การบริหารจัดการ
ณ วันนี้ยังคงเป็น Bullish Trend
WEAT : Wheat Fund ทำทรงย่ำฐาน เตรียมเป็นขาขึ้นรอบใหญ่?จากการมาลองใช้ platform เจ้าหนึ่ง ที่สามารถเทรดสินค้าต่างๆ ทั่วโลกได้ ทำให้ผมเปิดโลกมากๆ ครับ
โดยตอนนี้ก็ได้ลองใช้วิชาดูกราฟต่างๆ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 3 ปี ในตลาดคริปโต มาลองหากราฟของ Asset ต่างๆ ที่ Risk : Reward สวยๆ และลองเข้าดูครับ
อย่างรอบนี้ ผมกดหา Asset ต่างๆ ไปเรื่อยๆ ก็พบกับตัวที่น่าสนใจ นั่นก็คือ WEAT Fund ครับ
โดย Fund ที่ว่านี่ก็คือตัว ETF ที่ไปอ้างราคาตลาดของ Wheat ( ข้าวสาลี ) นั่นเอง
ถ้าเราสังเกตุกราฟ จะเห็นได้ว่า ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ราคา Wheat ตกต่ำอย่างมาก
แต่ในช่วงตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ราคา wheat เกิดการย่ำฐานที่ 4.85 มาหลายรอบมาก
และขึ้นไปชนกรอบ แนวต้านบนที่ 6 แล้วปิงปองอยู่ตรงนี้ตลอด 2 ปี
โดยตอนนี้ ถ้าสังเกตุดูดีๆ เราจะเริ่มเห็นการที่ราคา ทำท่าเหมือนจะ "ทะลุ" กรอบสะสม ตรงนี้ขึ้นไป
ผมประเมินแล้ว ตัวนี้ก็น่าสนใจมากๆ เพราะเราจะเห็นได้ว่า ถ้าเราต้องยอมแพ้ แบบจริงๆ จังๆ Stop Loss ของเราก็แคบนิดเดียว
โดยถ้าไปดู Daily เราจะเห็นคลื่นลูกล่าสุด ที่ย่อลงมาแล้วกลับขึ้นไปใหม่ และทำท่าเหมือนเตรียมจะระเบิดขึ้นไปอีกครั้ง
"ถ้า" ราคาทะลุกรอบนี้ขึ้นไปได้จริง WEAT ก็จะกลายเป็นทรงขาขึ้นระดับ Monthly ( ตามรูป )
ประกอบกับการพิมพ์เงิน QE ไม่จำกัดด้วย ก็ไม่แน่ อาจจะทำให้ wheat ราคาขึ้นก็ได้ 5555
ลองเสี่ยงดูครับ อยากรู้เหมือนกันว่า วิชานี้จะเวิร์คหรือป่าว
XAU/USD - counter trend move น่าจะยังไม่จบ2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้พยายามมองทองในมุมที่เราจะไป 1590 +
จาก price action สัปดาห์ที่แล้วที่เราได้มีการทำ low 1483 ทำให้ผิดรูปแบบของเวฟที่คิดไว้
ตอนนี้ได้มาทบทวน wave count ใหม่โดยดู xau/usd เทียบกับ GDX
ตอนนี้คิดว่าเราน่าจะอยู่เวฟ 4 จริงๆ
สำหรับเวฟนี้เป็นเวฟย่อยไหนของเวฟ 4?
ลองดูที่ชาร์ทกันครับ
ในกรอบ เราลงมา 5 wave สิ้นสุดที่ 1484 จากนั้นทำ counter trend rally ขึ้นไป 3 เวฟ (5-3-5) ใน tf ย่อย เป็นเวฟ a
จากนั้น เราทำ WXY correction ลงมา และทำ new low ที่ 1483
พอมี new low 1483 โดยมีรูปแบบ
จาก 1484-1524 = 3 waves
จาก 1524- 1483 = wxy = 3 waves
แสดงว่านี่เป็น correction แบบ expanded flat 3-3-5
และเรากำลังอยู่ในเวฟ c ในลักษณะ impulse ที่มี 5 wave
Target wave C ของ expanded flat คือ
1. C= 1.618 x ความยาว wave a (40) = 64.7 บวกไปจากจุดเริ่มต้นของ c ที่ 1483 = 1483 + 64.7 = 1547-1548
2. C = 0.618 x a (40) =24.7 บวกไปจากจุดสิ้นสุดของ a ที่ 1524 = 1524+24.7 = 1547-1548
มาดูแนว fibo retracement
มีแนว 14.8 บริเวณนั้นพอดี คิดว่าบริเวณนี้จะเป็น target
มาดูโครงสร้างเวฟย่อยตอนนี้
เราจบเวฟ 1-2 แล้วบริเวณ 1499
แล้วดูเหมือนเราจะมีเวฟย่อยของเวฟ 3 เกิดขึ้น
หลังจากนี้ต้องรอดู price action ต่อไป
แต่แผนตอนนี้คือเมื่อครบ 5 wave ที่ 1H TF จะ TP ไม้ buy ทั้งหมด แล้วเปิด sell ครับ
Gold - ใกล้ถึงจุดจบการ rebound หรือ เราจะเห็น 1800?ทบทวนกันก่อนว่า ตอนนี้เราอยู่ในเวฟ b ของ correction abc ในกราฟสัปดาห์
3 เหลี่ยม 6 ปีมีความสูง 253 จุด หากนับจากจุดเบรก เราจะได้เป้าบริเวณ 1600-5
ไม่มั่นใจว่าตอนนี้เราจบเวฟ 3 หรือยัง ถ้าจบแล้ว
เวฟ 3 เริ่มจาก 1400-1537 = 137 จุด
หาก 5 นับจาก จุดจบเวฟ 4 ไป 1605 ต้องน้อยกว่า 137 จุด มิฉะนั้น เวฟ 3 จะสั้นที่สุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้
หากเวฟ 3 ยังไม่จบ และตอนนี้เราอยู่ในเวฟ 4 ย่อยของเวฟ 3 ของเวฟ c ของเวฟ B
เชื่อได้ว่า 1800 น่าจะมาเยือน
ตอนนี้ดูในระยะเวลาใกล้ๆก่อน
คิดว่าเวฟ 4 กำลังก่อตัว
อาจจะมาในรูปของ 3 เหลี่ยม
ตอนนี้ต้องรอให้กราฟเฉลยครับ
ในส่วนของหุ้น S&P500 เชื่อว่าจะลงสู่ 2300 ในเวลาไม่นาน ทำให้ทองดีดตัวสูงขึ้นครับ
ไม่แนะนำให้ขายทองครับ ควร buy only
ทองคำ และ S&P500 - วันนี้เรากำลังอยู่ตรงจุดไหนของ cycle?
ถึงแม้ช่วงหลังๆจะมีความไม่แน่นอนของข่าวเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากมองทางด้านเทคนิคอย่างเดียว
จากกราฟจะเห็นว่าเราได้มาถึง target 2.618 fibonacci extension ของ bear market ช่วงปี 2000 ในอเมริกาที่เกิดจากภาวะเงินฝืดจากผลกระทบจากเหตุการณ์ต้มยำกุ้ง
ตลาดหุ้นอเมริกาได้ผ่าน the great bull run ในประวัติศาสตร์กินระยะเวลายาวนาน 10 ปี
ตอนนี้ด้วยข้อมูลเศรษฐกิจของอเมริกาที่ออกมาดีมากๆ sector ส่วนใหญ่ breakout อยู่ในขาขึ้น
เมื่อมองจากกราฟด้วยทฤษฎี Elliot wave ผมคิดว่าเราเพิ่งจบการย่อของเวฟ 4 และตลาดอเมริกากำลังมุ่งหน้าไปสู่เวฟที่ 5
สำหรับ near term หลังจากที่เริ่มปีด้วยการวิ่งขึ้นมา 20 กว่า% ตอนนี้คงไม่น่าแปลกใจหากจะมีการ take profit และย่อตัวเกิดขึ้น
หากนำ classic chart pattern มาจับ จะเห็นว่าราคาทำ pattern diamond top ที่มีการ break out ขึ้นด้านบน แต่ตอนนี้เราคงเห็นการย่อตัวมาทดสอบแนวรับตาม trend line
ก่อนที่จะขึ้นไปทำเวฟ 5
นี่คือ price objective แรกของเวฟ 5 สำหรับ S&P500 แต่หากเวฟที่ 5 มีการยืดออก target จะเลื่อนออกไปเรื่อยๆครับ
ทั้งหมดนี้สัมพันธ์กับทองอย่างไร?
ทองเป็นสินทรัพย์ที่มีนักลงทุนมักซื้อเมื่อตลาดหุ้นอยู่ใน bear market หรือย่อตัวลง ซึ่งเป็นภาวะ risk-off
แต่หากตลาดหุ้นกำลังอยู่ในขาขึ้น ตลาดจะอยู่ภาวะ risk-on
หมายความว่า นักลงทุนจะเลือกลงทุนในหุ้นที่เป็นขาขึ้นมากกว่าเนื่องจากได้กำไรและปันผล
แต่ทองไม่มีการปันผลใดๆ
เพราะฉะนั้น หากนักลงทุนมีความมั่นใจในตลาดหุ้น จะไม่มีคนเลือกซื้อทอง ทำให้ราคาทองตกลง
ตอนนี้ ในขณะที่ S&P500 กำลังย่อตัว ทองคงขึ้นมา correct ได้ระดับนึง
(ได้วิเคราะห์ไว้ในการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ ติดตามอ่านได้ที่ )
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ภายในสัปดาห์นี้ ทองคงจะถูกเทขายเมื่อตลาดหุ้นได้ย่อตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จะเห็นว่าทองได้จบ price objective ที่ 4.236 fibonacci level แล้วครับ
ทอง และหุ้น ไม่ได้ top และ bottom พร้อมกันครับ จะมีเหลื่อมกันบ้างในด้านเวลา เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นว่าหุ้นขึ้นหรือลง ทองจะต้องวิ่งด้านตรงข้ามทันทีนะครับ
ความสัมพันธ์เหล่านี้ ต้องดูบริบทของตลาดในขณะนั้นด้วย
ผมคิดว่า ทองคำสามารถทำราคาได้ถึง 1296-1302 ในขณะที่ S&P500 กำลังย่อตัว ครับ
รอขายทองคำทุกครั้งที่ราคาดีดขึ้น
ขายไปจนกว่า S&P500 จะจบเวฟ 5 ครับ จากนั้นค่อยเริ่มซื้อทองคำได้อีกครั้ง
TDEX Grid Idea การศึกษา- การ Short ควรใช้กำไรมาเป็นมาร์จิ้น และมีความเสี่ยงสูงกว่าด้าน Long ในระยะยาว หากสินค้ามีรูปแบบของการสะสมมูลค่า และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นตามเวลา (มูลค่าของเงิน เทียบกับมูลค่ารวมตลาดหุ้น) ตลาดหุ้นจะมีการเติมบริษัทใหม่ที่มีมูลค่าสูงกว่าเข้ามาแทน ทำให้โดยพื้นฐานจะเป็นแนวโน้มขึ้นในระยะไกล
- Position เป็นรูปแบบการหวังผลระยะยาว แต่สามารถนำมาผสมกับกริดได้ โดยตำแหน่งเดียวกันยิงสอง order
- แบคเทสได้ด้วย Excel โดยเขียนสูตรคำนวณทุนที่จะวางบนเส้นกริด
Grid Position Buy
ตัวอย่างการคำนวณ Back test Grid *หากยังไม่คิด spread swap commission Fee
ที่ราคา 10 บาท Position 1 : วางทุน 500 บาท 2 order หมายถึงได้สินค้า 500/10 = 50 unit / order
หากราคาไป 11 บาท ปิด 1 order กำไรคือ ส่วนต่างราคา * จำนวน unit คือ 1*50 = 50 บาท
หากราคาไป 9 บาท และใช้ CS วาง SL จริงที่ 0 order นี้จะไม่ทำงานต่อ แต่เปิด Position 2 แทน
ที่ราคา 9 บาท Position 2 : วางทุน 500 บาท 2 order หมายถึงได้สินค้า 500/9 = 55.55 unit / order
หากราคาไป 10 บาท ปิด 1 order กำไรคือ ส่วนต่างราคา * จำนวน unit คือ 1*55.55 = 55.55 บาท
ทุนสุทธิกรณีวางแบบดังกล่าว เฉพาะกริดคือ 500*จำนวนกริด
หากวางขอบเขตการเล่นถึง 0 จะมี 10 Grid หรือใช้ทุน 5000 บาท
ดังนั้น CF ระหว่างกริดจะประมาณ 10% +
ส่วนถ้าวางทุนอีกส่วนขนาดเท่ากันในเส้นเดียวกันแต่ถือแบบ Position snowball อัตราส่วนผลตอบแทนจะลดลงครึ่งหนึ่ง แต่รองรับกรณีราคาพ้นเขต War zone ไปต่อ
*การออกแบบแผนโดยวางแผนจากราคาทั้งกระดาน เป็นความรู้ที่คุณต้านนำมาเผยแพร่ ซึ่งการออกแบบแผนการเล่นจะต่างกันไปตามมุมมองกับไอเดียของบุคคล
THD MSCI Thailand ETFหลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยยกตัวขึ้นมาในอาทิตย์นี้ โดยปัจจัยหลักหลายฝ่ายให้น้ำหนักเรื่องการเลือกตั้ง แต่ทางเทคนนิคกราฟรายสัปดาห์ พบว่ามีการ Break out ขึ้นมาจริง ๆ แต่ควรรอราคาปิดสิ้นสุดอาทิตย์นี้จริง ๆ ว่าปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยได้จริงหรือไม่ จากนั้นจึงควรตัดสินใจอีกครั้งว่าจะใช้กลยุทธ์ใดในการลงทุนอีกครั้ง




















