ทำไมเราถึงไม่ควรฟังกูรู / นักวิเคราะห์ แล้วมาเทรดตามความคิดเห็น?ช่วงนี้ กราฟหุ้นทั่วโลก วิ่ง rally กันเหนือ EMA18 + Break Trendline ขาลง กันแทบจะทุกตลาด เห็นทรงแล้วก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ เพราะในระยะกลาง ก็จะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นกันอีกรอบ
อย่างที่ผมเคยทำโพสบอกไปในเพจวันก่อนว่า เราไม่ต้องไปฟังกูรูสายโลกาวินาศอะไรมาก ดูกราฟมันทุกวัน ดูมันไปทุกสัปดาห์ ทำการบ้านไปเรื่อยๆ ถ้าทรงมันเริ่มกลับตัวเมื่อไหร่ ก็ค่อยๆ ทยอยหยอดเงินกลับเข้ามาเล่นในตลาด ถ้ายังไม่กลับ ก็นั่งเฉยๆ
ซึ่ง ถ้าคุณฟังกูรูมากๆ คุณก็มักจะเจอเหตุการณ์ดังนี้
1) พอกราฟวิ่งแรงๆ เขียวนานๆ กูรูสายมองขึ้นก็ออกมาชี้เป้า ไปเท่านั้นเท่านี้ คุณก็ FOMO ไปเข้าที่ยอดโดยไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงเลย พอมันขึ้นต่อ กูรูสายมองขึ้นก็ออกมาเคลม บอก เห็นไหม ไปต่ออีกแน่นวล
2) พอกราฟเริ่มย่อ ระบบเริ่มแดง กูรูสายมองขึ้นก็ยังคงออกมากาวว่า เดี๋ยวจะไปต่อแน่ๆ ทนถือไปเรื่อยๆ นะครับ รอบนี้กูรูสายโลกาวินาศก็จะออกมาเตือนรัวๆ แต่ คุณก็ยังไม่สนใจหรอก เพราะยังเมากาวอยู่
3) พอกราฟเริ่มลงมาลึก ลงมาหนัก ลงมานาน กูรูสายมองขึ้นก็เริ่มเงียบไป และกูรูสายโลกาวินาศ ก็จะออกมาเคลมรัวๆ ว่า เห็นไหม เป็นอย่างที่ผมบอกไหมล่ะ ผม...เตือนคุณแล้ว และบอกว่า ตลาดจะพังยับ พอคุณไปได้ยินความเห็นเหล่านี้มา คุณก็กลัว และ ไปขายที่ก้น.. ทั้งๆ ที่ทนดอยมานาน
4) พอกราฟเริ่มกลับตัว คุณก็ไม่กล้าเข้า เพราะกูรูสายโลกาวินาศ ก็จะออกมาคอยบอกว่า ขึ้นไม่จริงหรอก เดี๋ยวก็ลงเละยับ คุณก็ได้แต่นั่งดู... ยิ่งขึ้น คุณก็ไม่กล้าเข้า ก็นั่งดูไปเรื่อยๆ
5/1) พอกราฟวิ่งแรงๆ เขียวนานๆ กูรูสายมองขึ้นก็ออกมาชี้เป้า ไปเท่านั้นเท่านี้ ถ้าคุณยังไม่ออกไปจากตลาด หรือไม่ได้เรียนรู้อะไร คุณก็จะ FOMO ไปเข้าที่ยอดโดยไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงเลย พอมันขึ้นต่อ กูรูสายมองขึ้นก็ออกมาเคลม บอก เห็นไหม ไปต่ออีกแน่นวล
... แล้วก็วนลูปกันไป ไม่รู้จบ
วิธีแก้ ทำยังไง? ง่ายนิดเดียว ไปศึกษาหาความรู้ ดูกราฟให้เป็น มองเทรนให้ออก และ อย่าทิ้งตลาด ครับ
เพราะถ้าคุณทิ้งตลาด ไม่กลับมาดูบ่อยๆ คุณก็จะเข้ามาแค่สองตอน คือ... มาซื้อตอนทุกคนอยากจะซื้อ และ มาขายตอนทุกคนอยากจะขาย ครับ
ฝากไว้ให้คิด
ไอเดียชุมชน
วิเคราะห์ทองคำอังคารที่ 22 มีนาคม 2565 ทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวจากความกังวลสงครามรัสเซียและยูเครน
ตลาดทองคำได้กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ทองคำลงไปทำจุดต่ำสุดในช่วงวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาในระดับ 1894.89 โดยแรงซื้อทองคำกลับมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับกรณีสงครามรัสเซียและยูเครน ที่ทางฝั่งรัสเซียออกมาส่งสัญญาณถึงการเจรจาที่ได้ผลบรรลุต่ำกว่าที่รัสเซียต้องการ และทางฝั่งรัสเซียได้มีการเรียกทูตสหรัฐเข้าพบ เพื่อแจ้งถึงกรณีที่นายโจ ไบเดน ปธ.สหรัฐได้กล่าวหา ปธ.วลาดีเมียร์ ปูติน ว่าเป็นอาชญากรสงครามนั้น กำลังจะทำให้สัมพันธ์ภาพระหว่างสหรัฐกับรัสเซียใกล้ถึงจุดแตกหักแล้ว ทางฝั่งของยุโรปก็กำลังจะมีมาตรการที่เตรียมคว่ำบาตรน้ำมันต่อรัสเซียเช่นเดียวกันที่สหรัฐทำมาก่อนแล้วด้วยเช่นกัน หลังทางฝั่งยุโรปได้พยายามหาแหล่งพลังงานทดแทนพลังงานจากรัสเซีย
อย่างไรก็ดีการปรับขึ้นของทองคำขณะนี้ถือว่ายังมีแรงต้านจากการแข็งค่าของดอลลาร์อยู่เช่นกันรวมทั้งการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีด้วย หลังจากเมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา นายเจอโรมได้ออกมากล่าวเกี่ยวกับเรื่องตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อ อาจเป็นโอกาสให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยรอบต่อไปมากกว่า 25bps (0.25%) ในการประชุมครั้งใดครั้งหนึ่งได้ “หากมีความจำเป็น” คำกล่าวดังกล่าวทำให้มีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับดอกเบี้ยนโยบายคราวต่อไปที่ระดับ 0.50%
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commondity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ปรับขึ้น 0.20 ดอลลาร์ หรือ +0.01% ปิดที่ 1,929.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ประเมินทางเทคนิคทองคำวันนี้ โบรกเกอร์ FXCM
เช้านี้ทองคำปรับตัวขึ้นจากแนวรับที่มีการเข้าซื้อทำกำไรระยะสั้นเข้ามา แต่แรงซื้อยังต้องเผชิญแรงขายทำกำไรต่อเนื่องเมื่อราคาทองคำเข้าใกล้บริเวณ 1940-1936 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากวันนี้ทองคำยังสามารถทำจุดต่ำสุดสูงสุดยกระดับขึ้นได้เรื่อยๆ ก็มีโอกาสที่ทองคำจะกลับไปทดสอบระดับ 1950 ได้อีกครั้ง ทั้งนี้ทั้งนั้นทองคำยังต้องเจอแรงกดดันการแข็งค่าของดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ในขณะนี้ หากสองส่วนนี้ปรับฐานลงก็พอจะทำให้ทองคำปรับขึ้นไปได้ โดยประเมินการทดสอบราคาทองคำน่าจะอยู่แถวๆ 1949-1953 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นแนวของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันพาดผ่านอยู่
================
Indicator (TF H1)
================
True RSI (14) RSI ปรับตัวขึ้นในระดับฝั่ง Bullish และยังได้รับแรงสนับสนุนสะท้อนราคาของ SMA20 อยู่
เส้น SMA200 ปรับตัวลดลงและเข้าใกล้กับราคาของทองคำขณะนี้
เส้น SMA 50 ยังทรงตัวในทิศทางเฝ้ารอแรงสนับสนุนว่าจะเลือกฝั่งไหน
=================================
กลยุทธ์การเทรดทองคำกรอบรายชั่วโมง
=================================
Short Position : หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 1940-1936 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้นั้น อาจเสี่ยงเปิด “ขาย” เน้นทำกำไรระยะสั้น ปิดพิจารณาทำกำไรที่บริเวณแนวรับ 1928-1922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำปรับสูงกว่า 1940 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
Long Position : หากราคาทองคำปรับตัวย่อลงมาไม่หลุดต่ำกว่า 1922 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเสี่ยงเปิดคำสั่ง “ซื้อ” เน้นการทำกำไรระยะสั้น ปิดพิจารณาทำกำไรที่บริเวณแนวต้าน 1940-1938 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดตขาดทุนหากราคาทองคำปรับต่ำกว่า 1922-1915 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
แนวรับ แนวต้าน กรอบรายวัน (ระยะสั้น)
-------------------------------------------
Resistance :1974 / 2020 / 2048
-------------------------------------------
Support : 1900 / 19877 / 1854
-------------------------------------------
แนวรับ แนวต้าน กรอบรายชั่วโมง (ระยะสั้น)
-------------------------------------------
Resistance : 1940 / 1950 / 1963
-------------------------------------------
Support : 1929 / 1922/ 1916
-------------------------------------------
แนวโน้มทิศทางทองคำวันนี้
Time Frame H1 = Downtrend
Time Frame H4 = Uptrend
Time Frame Day = Uptrend
Time Frame Week = UPTREND
Time Frame Month = UPTREND
-------------------------------------------------
กองทุน SPDR ถือครองทองคำ (มีนาคม)
-------------------------------------------------
สถานะการถือครองทองคำ = ซื้อเพิ่มทองคำ 1.16 ตัน
คงถือสุทธิ = 1,083.60 ตัน
ราคาซื้อขายล่าสุด = 1935.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปรับการถือครองครั้งที่ = 14
รวมการเคลื่อนไหวล่าสุด = +56.61 ตัน
-------------------------------------------
*การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง
**ข้อมูลจากการวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเครื่องมือชี้นำระดมทุน เพียงเป็นเครื่องมือประกอบความรู้ในการลงทุนในแต่ละวันเท่านั้น จึงไม่มีส่วนต่อความรับผิดชอบใดๆ อันเกิดขึ้นในภายหลัง
***การวิเคราะห์เป็นเพียงสมมุติฐานค่าสถิติจากอดีต จึงไม่ได้เป็นเครื่องมือการันตี 100% ต่อการสร้างผลกำไรในอนาคต
บทเรียนจาก ZIGA Pump & DUMP 23/2/2022เขียนเอาไว้เตือนสติ ตัวเอง และคนอื่นๆ ไว้นิดนึงครับ
วันนี้ ถ้าใครดูวีดีโอ ที่คนแชร์ๆ กัน จะเห็นว่า อยู่ๆ ZIGA ก็ลงจาก 12 บาทกว่า ลงไป floor ที่ 10.2 หรือ -29% กันในเวลาแค่ เสี้ยววินาที
ถามว่าใครเจ็บ? ก็แน่อยู่แล้ว แมงเม่าสายไล่ราคานั่นเองครับ ซึ่งตอนนี้ก็คงจะเป็น VI จำเป็นกันอยู่
ผมก็เลยมาเขียนบทสรุปสั้นๆ เอาไว้ เพื่อที่จะได้เตือนสติ เราจะได้ไม่พลาดแบบนี้อีกในอนาคต ครับ
เพราะ จากการดูกราฟมานาน... มันเป็นเหมือนกันหมดเลยครับ ไอ้ pump & dump เนี่ย
1) ถ้ากราฟพุ่งชันๆๆๆ "อย่าไปไล่ราคา เด็ดขาด" ถ้าตกรถ ให้นั่งดูเฉยๆ
2) ถ้าอยากจะเล่นตามน้ำ คันมือจริงๆ ให้เล่นขำๆ ด้วยเงินที่เสียได้ และห้ามโลภไปเติมเงินเด็ดขาด
3) ถ้าข่าวเริ่มออก คนเริ่มอวดกำไร และเรามีของอยู่ ก็ควรทยอยๆ ขายได้แล้ว และอย่ากลับเข้าไปอีก
4) เหลือไม้สุดท้าย เอาไว้ลุ้น เผื่อมันไปต่อ และค่อยออกหมด ตอนกราฟมีการสะบัดแรง อาการเหมือนจะจบรอบ
5) ออกมาแล้ว ก็อย่าไปรีบกลับเข้าไปใหม่ นั่งดูมันฟอร์มตัว หรือ ไม่ต้องเล่นตัวนี้อีกเลยก็ได้ กอดกำไรเอาไว้ อิ่มๆ อุ่นๆ ครับ
เพียงแค่ 5 ข้อง่ายๆ นี้ คุณก็จะ รอดจากหุ้นปั่น ไปได้ทุกตลาดครับ
ไม่เชื่อผม ไปลองไล่กราฟพวก DOGE, SHIB, ADA, XRP, BTC, AMC ดูได้
ประเภทคำสั่งต่างๆ ทำงานอย่างไรเฮ้ทุกคน! 👋
วันนี้เราจะมาดูประเภทคำสั่งหลักที่มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน ที่มักพบเห็นในตลาด และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่ของพวกมันเล็กน้อย ว่าพวกมันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
ฟังดูเข้าท่านะ? ไปลุยกันเถอะ! 🚀
ก่อนที่เราจะพูดถึงประเภทคำสั่งต่างๆ ที่คุณอาจเห็นเมื่อคุณทำการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มของ TradingView สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าตลาดเกือบทั้งหมดทำงานอย่างไรในตอนแรก
เมื่อพูดถึงตลาดไม่ว่าที่ใด เวลาไหน ก็มี “BEST BID” และ “BEST ASK” เมื่อใดก็ได้ 🔢
BEST BID คือราคาสูงสุดที่ใครบางคนยินดีจ่ายสำหรับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง และ BEST ASK คือราคาต่ำสุดที่ใครบางคนยินดีที่จะขายสำหรับสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง
ลองคิดดูว่าเมื่อพูดถึงหุ้น โบรกเกอร์ของคุณจะนำเสนอตลาดรวมของคำสั่งซื้อ (คำสั่งซื้อ) สำหรับหุ้นใดหุ้นหนึ่ง สมมติว่าคุณอยู่ในตลาดหุ้น Apple คุณจะเห็นได้ว่าหุ้นนั้น “ซื้อขายที่” 175.50 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าราคาต่ำสุดที่ใครบางคนยินดีขายหุ้น Apple ของพวกเขาอาจอยู่ที่ประมาณ 175.52 ดอลลาร์ และราคาสูงสุดที่ใครบางคนยินดีจ่ายสำหรับหุ้น Apple อาจอยู่ที่ประมาณ 175.49 ดอลลาร์
ผู้เข้าร่วมตลาดเหล่านี้แสดงเจตจำนงของตนอย่างไร? โดยการวางลิมิตออร์เดอร์ ⌛
1.) ลิมิตออร์เดอร์ เป็นคำสั่งประเภทหนึ่งที่คุณส่งไปยังสถานที่ซื้อขายเมื่อคุณต้องการซื้อหรือขายบางอย่างในราคาที่แน่นอน
ในตัวอย่าง Apple ด้านบน สมมติว่าคุณต้องการซื้อ Apple แต่คุณไม่ต้องการจ่ายเงินมากกว่า $175.25 เมื่อคุณป้อนคำสั่งซื้อนี้และคลิก "ส่ง" คำสั่งซื้อของคุณจะไปถึงสถานที่ซื้อขายและเข้าร่วมคำสั่งซื้อในราคา 175.25 ดอลลาร์ และตอนนี้คุณจะอยู่ในสถานะ "Live" และอยู่ในตลาด โบรกเกอร์ของคุณจะหักเงินสดที่จำเป็นในการดำเนินการตามคำสั่งซื้อนั้นจากกำลังการซื้อของคุณในขณะที่คำสั่งซื้อของคุณเผยแพร่อยู่
คำถามต่อไป: หากทุกคนมีลิมิตออร์เดอร์ในรายการออร์เดอร์ แล้วราคาจะลดลงมาที่คุณไหม? 🔽
มีอยู่สองสามวิธี แต่วิธีหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดคือ: มาร์เก็ตออเดอร์ ⌚
2.) มาร์เก็ตออเดอร์ คือคำสั่งที่ส่งไปยังตลาดและดำเนินการซื้อหรือขายสินทรัพย์ทันทีไม่ว่าราคาจะเป็นเท่าไร
ผู้คนจำนวนมากใช้มาร์เก็ตออเดอร์เพราะพวกเขารับประกันได้ว่าคุณจะได้โพสิชั่นที่คุณต้องการในทันที ข้อเสียคือเมื่อคุณส่งมาร์เก็ตออเดอร์ คุณจะไม่สามารถควบคุมราคาที่คุณได้รับ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ในทันที และคุณอาจได้โพสิชั่นในราคาที่คุณไม่ต้องการ
กลับไปที่ตัวอย่างของเรา: หากคุณกำลังรอคำสั่งซื้อของคุณใน AAPL ซื้อหุ้นที่ 175.25 ดอลลาร์ ดังนั้นใครก็ตามที่จ่ายเงินให้กับคุณจะข้ามสเปรด ซึ่งนั่นอาจเป็นคำสั่งมาร์เก็ตออเดอร์ 💵
สมมติว่าคุณได้รับการซื้อหุ้นใน AAPL ที่ 175.25 ดอลลาร์ และคุณต้องการออกจากสถานะการซื้อของคุณหากหุ้นมีราคาต่ำกว่า 175 ดอลลาร์ ในกรณีนี้ คุณจะต้องใช้สต๊อปออเดอร์ 🛑
3.) สต๊อปออเดอร์ คือคำสั่งที่คุณส่งไปยังตลาดที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ Nasdaq/NYSE ซึ่งพวกมันมีราคาทริกเกอร์ และเมื่อราคาถูกทริกเกอร์ พวกมันจะดำเนินการ ลิมิตออเดอร์ หรือ มาร์เก็ตออเดอร์ ตามข้อมูลที่คุณได้ป้อนไป สิ่งเหล่านี้คือ สต๊อปลิมิตออเดรอ์ และ สต๊อปมาร์เก็ตออเดอร์
อาจฟังดูซับซ้อน แต่ก็ง่ายกว่าที่คิด
อีกครั้ง; กลับไปที่ตัวอย่างของเรา สมมติว่าคุณได้รับการซื้อใน AAPL ที่ 175.25 แต่แล้วคำสั่งสต๊อปออเดอร์ของคุณจะทำงานที่ 174.99 (คุณต้องการออกจากสถานะการซื้อ หากราคาหุ้นต่ำกว่า 175)
หากใช้มาร์ตเก็ตออเดอร์ในการสต๊อปออเดอร์ คุณจะถูกปิดออกจากโพสิชั่นในทันที ไม่ว่าราคาจะอยู่ที่เท่าไร ก็ง่ายๆ เท่านั้นล่ะ! ✅
สัปดาห์หน้า เราจะพูดถึงเทคนิคการสั่งซื้อที่เทรดเดอร์มืออาชีพใช้เพื่อให้ได้ราคาที่ดีขึ้น 🦾
ขอให้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย!
-ทีม TradingView 👀
องค์ประกอบ 3 อันดับแรกที่พบในแผนการซื้อขายที่ดีทั้งหมดเฮ้ทุกคน! 👋
เดือนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปีใหม่ เราได้ตั้งกระทู้ของเราเกี่ยวกับแนวคิดของการสร้างแผนการซื้อขายที่มั่นคง โพสต์แรกของเราขอให้คุณนึกถึงปัจจัยต่างๆ ที่สามารถทำนายความสำเร็จในระยะยาวได้ โพสต์ที่สองของเราจะอธิบายว่าเหตุใดแผนการซื้อขายจึงมีความสำคัญ ลิงก์โพสต์ทั้งสองนี้คุณจะพบได้ที่ท้ายของโพสต์ 👇
เมื่อพูดถึง *อะไร* และ *ทำไม* ก็มักจะต้องพูดถึง *อย่างไร*
วันนี้เราจะมาดูองค์ประกอบ 3 อันดับแรกที่พบในแผนการซื้อขายที่ดีทั้งหมด!
1️⃣ องค์ประกอบที่ 1: ทุกแผนการซื้อขายที่ดีจะต้องรู้ว่าเหตุใดจึงจะชนะ
ในการซื้อขาย มีสองตัวแปรที่สำคัญ: Bat Rate และ Win / Loss
► อัตรา Bat Rate อธิบายเปอร์เซ็นต์ของเวลาที่การซื้อขายจบลงด้วยการชนะ เทรดเดอร์ที่มีอัตรา Bat Rate 90% ชนะ 9 จากทุกๆ 10 การซื้อขาย
►Win / Loss อธิบายว่าการชนะโดยเฉลี่ยนั้นมากน้อยเพียงใด โดยสัมพันธ์กับการแพ้โดยเฉลี่ย เทรดเดอร์ที่ชนะ 0.5 / แพ้ ขาดทุนเป็นสองเท่าของชัยชนะของเขา
หากคุณคูณตัวเลขเหล่านี้เข้าด้วยกัน คุณจะได้ "ค่าที่คาดหวัง"
ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ที่มี Bat Rate 50% (ชนะครึ่งหนึ่ง) และ Win / Loss of 1 (แพ้เท่ากับกับการชนะ) เป็นเทรดเดอร์ที่ “คุ้มทุน” อย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว สิ่งที่คุณต้องทำคือทวีคูณค่าเหล่านี้ให้เป็นค่าบวก ผู้ซื้อขายจุดคุ้มทุนข้างต้นเพียงต้องชนะ 51% ของการซื้อขายเพื่อเริ่มทำเงิน หาก W/L ของเขายังคงที่
☝🏽ในการนำตัวเลขเหล่านี้ไปอยู่ในพื้นที่ "มูลค่าที่คาดหวัง" ในเชิงบวก ทุกแผนการซื้อขายที่ดีจำเป็นต้องคิดค้นวิธีค้นหาโอกาสในการซื้อขายที่คิดว่ามีความได้เปรียบอย่างเป็นระบบ อินพุตของระบบนี้ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อขายโดยสมบูรณ์ แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีรากฐานมาจากรูปแบบราคาที่ทำซ้ำ การสังเกตพื้นฐาน แนวโน้มมหภาค หรือรูปแบบและวัฏจักรอื่นๆ การทดสอบย้อนหลังมีประโยชน์ที่นี่เพื่อให้ทราบแนวคิดทั่วไปว่าแนวคิดสำหรับกลยุทธ์การซื้อขายนั้นเป็นจริงหรือไม่เมื่อเวลาผ่านไป
2️⃣ องค์ประกอบ 2: แผนการซื้อขายที่ดีทุกแผนคำนึงถึงลักษณะทางอารมณ์ของผู้ซื้อขาย
นี่เป็นองค์ประกอบที่ยากที่สุดในการหาจำนวน แต่ยังเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของแผนการซื้อขายที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ดี นั่นคือ ความสามารถในการแก้ไขจุดแข็งและจุดอ่อนของผู้ค้าแต่ละราย สิ่งนี้มีความสำคัญน้อยกว่าสำหรับธนาคารและกองทุนป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจมักเกิดขึ้นจากการกำกับดูแล แต่สำหรับผู้ค้าปลีกจะไม่มีใครอยู่เคียงข้างเพื่อบรรเทาข้อบกพร่องส่วนบุคคลของคุณ
คุณสามารถทำสิ่งที่คุณต้องการ! - เป็นดาบสองคมแห่งความรับผิดชอบที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับแผนการซื้อขายของคุณ
กล่าวโดยย่อ คุณสามารถเข้าใจได้ดีที่สุดว่าจุดใดที่คุณมีอารมณ์อ่อนแอที่สุดโดยดูจากประวัติการซื้อขายของคุณ ไม่มีใครสามารถทำสิ่งนี้ให้คุณได้ ดังนั้นจึงต้องมีการตระหนักรู้ในตนเองเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการขจัดความเสี่ยงทางอารมณ์ออกจากแผนการซื้อขายเป็นอะไรที่คุ้มค่ากับความพยายาม
😱 การซื้อขายทั้งหมดขึ้นอยู่กับความกลัว คุณต้องเข้าใจว่าความกลัวใดแข็งแกร่งกว่า - กลัวพลาดหรือกลัวการสูญเสียทุน คิดออกว่าอันไหนแข็งแกร่งกว่าและวางแผนตามนั้น
เพียงเพราะคุณเข้าใจบางกลยุทธ์และเห็นคนอื่นทำเงินจากการซื้อขายได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำได้ การดำเนินการด้วยความสม่ำเสมอ 100% ที่ประสิทธิภาพ 30% สำคัญกว่าการค้นหากลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ 100% ซึ่งคุณสามารถซื้อขายได้ด้วยความสม่ำเสมอ 10% เท่านั้น ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับตัวคุณเอง!
3️⃣ องค์ประกอบที่ 3: แผนการซื้อขายที่ดีทุกแผนมีความเสี่ยง
ไม่ว่าคุณจะมีเงินหนึ่งพันเหรียญหรือหนึ่งพันล้านดอลลาร์ การเพิกเฉยต่อความเสี่ยงเป็นวิธีที่แน่นอนในการประสบกับความผันผวนด้านการเงินและอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งอาจส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อการทำกำไรในระยะยาว ต่อไปนี้คือกลไกง่ายๆ ไม่กี่อย่างที่ธนาคาร กองทุนป้องกันความเสี่ยง และบริษัทสนับสนุน ใช้เพื่อลดความเสี่ยงอย่างมาก - แผนการซื้อขายที่ดีจะต้องไม่มองข้ามสิ่งเหล่านี้
💵 หยุดบัญชีทั้งหมด
ดูเหมือนว่า: เมื่อคุณสูญเสียเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนของคุณ คุณจะหยุดการซื้อขาย ชำระสถานะของคุณ และประเมินสิ่งที่ผิดพลาด เมื่อคุณพอใจกับการแก้ไขปัญหาแล้วเท่านั้น คุณจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ในอุตสาหกรรม ตัวเลขนี้โดยทั่วไปคือ 10%
💵 ความเสี่ยงต่อธีม
สิ่งนี้ทำให้แน่ใจได้ว่าคุณจะไม่จดจ่อกับ "การเดิมพัน" กับสิ่งๆ เดียวมากเกินไป แม้ว่าการเดิมพันจะกระจายไปในหลายเครื่องมือ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นเจ้าของบริษัทหลายแห่งในภาคส่วนเดียวกัน ผลการดำเนินงานของบริษัทก็มีแนวโน้มที่จะสัมพันธ์กันในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่แตกต่างกันก็ตาม การเพิ่มฮาร์ดแคปให้กับความเสี่ยงประเภทนี้สามารถลดความเสี่ยงหรือการจัดสรรที่เข้มข้นได้อย่างมาก
💵 ความเสี่ยงต่อโพสิชั่น
นักเทรดมืออาชีพและกองทุนป้องกันความเสี่ยงที่ประสบความสำเร็จหลายคนใช้แนวคิด "ทุนฟรี" เพื่อจัดการความเสี่ยง “ทุนฟรี” คือจำนวนเงินที่เป็นดอลลาร์แข็งซึ่งประกอบเป็นบัฟเฟอร์ระหว่างอิควิตี้ปัจจุบันของบัญชีและยอดหยุดการขาดทุนของบัญชีทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น หากนักเทรดฟอเร็กซ์ที่ธนาคารหยุดการขาดทุน 10% ในบัญชีทั้งหมดของเขาและเปิดบัญชีสกุลเงิน 10,000,000 ดอลลาร์ เขาจะ "ขาดทุน" ได้เพียง 1,000,000 ดอลลาร์ ก่อนที่เจ้านายจะดึงเขาออกมาคุย "ทุนอิสระ" ของเขาคือ 1,000,000 เหรียญ จากนั้นเขาจะปรับโพสิชั่นของเขาให้เสี่ยงเพียง 1-5% ของเงินทุนอิสระของเขาต่อการค้า ด้วยวิธีนี้ เขามีที่ว่างที่จะทำผิดพลาดอย่างน้อย 20 ครั้งติดต่อกันก่อนที่จะเกิดผลกระทบด้านลบ การใช้ขีดจำกัดความเสี่ยง "เงินทุนฟรี" ในแต่ละโพสิชั่นทำให้มั่นใจได้ว่าคุณมีที่ว่างเพียงพอสำหรับข้อผิดพลาด
ใช่ สิ่งนี้มักจะป้องกันไม่ให้คุณเพิ่มบัญชีของคุณเป็นสองเท่าในชั่วข้ามคืน แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมาย แต่มันคือความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าความเสี่ยงต่อโพสิชั่น “หนึ่ง R” (หนึ่งหน่วยความเสี่ยง)
☝🏽ไม่ว่าจะถูกมองว่าอย่างไร แผนการจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ *จริงๆ* สำหรับการจัดการความเสี่ยงของคุณ หากแผนเหล่านี้ไม่ถูกเขียนออกมาและดำเนินการ มักจะเพิกเฉยได้ง่ายกว่ามาก
🙏🏽ขอบคุณสำหรับการอ่าน; เรารอคอยที่จะทำให้ปี 2022 เป็นปีแห่งการสร้างสถิติร่วมกับคุณ 📈
หากคุณได้อะไรจากสิ่งนี้ อย่าลืมแบ่งปันกับเพื่อนเพื่อที่พวกเขาจะได้เข้าสู่ปี 2022 ด้วยการเป็นเทรดเดอร์ที่ดีขึ้น! 🍀
- ทีมงาน TradingView ❤️❤️
ในที่สุดรางวัลBroker Awards ก็มาถึงแล้ว!สวัสดีทุกคน 👋👋
ถึงเวลานั้นของปีอีกครั้ง: Broker Awards!
ปีที่แล้ว เรามอบรางวัลที่แตกต่างกัน 8 รางวัลให้กับโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่รวมอยู่ในแพลตฟอร์มของเรา โหวตโดยคุณ!
ตั้งแต่พิธีมอบรางวัลปีที่แล้ว จำนวนโบรกเกอร์แบบบูรณาการเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ซึ่งหมายความว่าการโหวตของคุณมีความสำคัญมากกว่าที่เคย! การแข่งขันเพื่อตำแหน่งสูงสุดนั้นดุเดือด ดังนั้น หากคุณเคยร่วมงานกับหนึ่งในพันธมิตรที่ผสานรวมกันของเรา อย่าลืมแสดงความคิดเห็นของคุณบนเพจของพวกเขา! บทวิจารณ์ของคุณมีความสำคัญต่อรางวัลนี้ และสามารถช่วยให้ผู้อื่นตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในเรื่องเงินของพวกเขาได้ ไปเดี๋ยวนี้ !
ในปีนี้ประเภทคือ:
โบรกเกอร์แห่งปี
โบรกเกอร์หลายสินทรัพย์ที่ดีที่สุด
โบรกเกอร์ยอดนิยม
โบรกเกอร์ฟิวเจอร์สที่ดีที่สุด
แชมป์โซเชียล
โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์และ CFD ที่ดีที่สุด
ที่สุดของเทคโนโลยีสุดล้ำ
สุดยอดโบรกเกอร์ / การแลกเปลี่ยน Crypto
จะผู้ชนะประกาศในวันที่ 20 มกราคม อย่าลืมจับตาดูเราเพื่อไม่ให้พลาดการประกาศ
อย่างจริงจัง: หากคุณยังไม่ได้ให้คะแนนโบรกเกอร์ที่คุณชื่นชอบ ไปที่หน้านี้ และคลิกไอคอนเพื่อไปที่ โปรไฟล์โบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้อง
เราแทบรอไม่ไหวแล้วว่าใครจะได้ที่ 1 ในปีนี้!
จำไว้ว่า คุณสามารถซื้อขายได้โดยตรงจาก TradingView โดยการเชื่อมต่อบัญชีของคุณกับหนึ่งในโบรกเกอร์ที่ยอดเยี่ยมของเรา ในการเริ่มต้น ให้คลิกปุ่มแผงการซื้อขายที่ด้านล่างของชาร์ตของคุณ
Gold Today Plan...07.01.22หลังจากราคามีการร่วงลงมาจากคืนวันก่อนและร่วงต่อเนื่องในเมื่อวานจากแรงกดดันเรื่องการขึ้นอันตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น พร้อมกับค่าดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น
ทำให้ราคาได้ร่วงลงอย่างมาก และราคาช่วงเช้าวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ คาดว่ารอการประกาศข่าวตัวเลขทางเศรษฐกิจในช่วงค่ำ อย่างตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานและรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงแรงงานของสหรัฐ
-เชิงเทคนิคคอล-
หลังจากราคาทะลุแนวขาขึ้นที่ช่วง 1788 ทำให้ขาขึ้นเสียทรงไปบ้าง และทะลุแนวเส้น Trendline ระยะกลางลงมา
ทำให้เปอร์เซ็นน้ำหนักขาลงมีมากขึ้น ในระยะสั้น และหากดู Sto และ Rsi ใน H4 ก็อยู่ในโซน ovs.
และหากเทียบ sto. ovs ก่อนหน้าเป็น ovs. lower low และตอนนี้เป็น ovs. ลากเลื้อย และเกิดภาพ Bullish Divergence ระดับเบา
และหากดูใน ovs. RSI H1 เป็น ovs. lower low เช่นเดียวกัน และ Sto. ovb. ไม่ผ่าน high เดิมทำให้หนุนมุมมองขาลง ระยะสั้นมากขึ้น
โดย Key zone สำคัญคือช่วง 1784-1788 และ 1795-1800 โดยมีเป้าขาลงระยะสั้นที่แนว 1773-1777 ระยะกลางที่แนว 1757-1765
สรุปภาพรวมทั้งหมด มุมมองเป็นขาลงระยะสั้นโดยมีเป้าที่แนว1773-1777 โดยคาดว่าราคาจะมีการขึ้นไประยะสั้นๆก่อนที่จะลงไปหาเป้าขาลง
-- แผนเข้า --
Bet Buy Zone : 1785-1790 TP 1795-1800 SL 1782-1785
Condition. : Sto. RSI M15 H1 ovs.
* Bet มีความเสี่ยง อาจจะเข้าระยะสั้นได้ TP ตามความพอใจส่วนบุคคล
====
Sell Zone 1 : 1795-1800 TP 1780-1785 SL 1802-1807
Condition. : RSI Sto. M15 ovb.// Sto. H1 ovb.
Sell Zone 2 : 1805-1808 TP 1790-1800//1780-1785 SL 1812-1815
Condition. : RSI Sto. M15 H1 ovb. // Sto. H4 ovb.
** เป็นบทวิเคราะห์จากทัศนะคติและมุมมองส่วนตัว โปรดใช้วิจาณญาณในการรับชม**
GALAUSDT วิเคราะห์กราฟTP#5 - 2.09623 ระยะยาว
TP#4 - 1.61904 ระยะยาว
TP#3 - 1.46213 ระยะยาว
TP#2 - 1.14050
TP#1 - 0.65867
BUY#1- 0.40794
BUY#2 - 0.36518
BUY#3 - 0.25688
CUTLOSE -
----------------------------------------------------
- ตอนนี้ยังไม่สามารถเบรคเส้นเทรนไลน์ไปได้นะครับ ในภาพใหญ่
- และตอนนี้ที่มีแรงซื้อเข้ามาเพราะมีการลิสต์เหรียญเข้า bitkub นะครับ กราฟเลยเหมือนมีการพุ่งขึ้น แต่เราควรมองกราฟของตลาดใหญ่ก่อนนะครับ
- หรือใครจะรอมันเบรคเส้นเทรนไลน์ข้างบนไปก่อน แล้วค่อยเข้าซื้อก็ได้นะครับ
แผนเทรด USD/JPY แผนเทรด USDJPY ครั้งนี้เทรดสวนเทรน มีโอกาสสูงที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปต่อ เเต่ครั้งนี้มีปัจจัยที่สำสัญที่ราคามีโอกาสลงมากกว่านะตอนนี้ ราคาได้ปรับตัวขึ้นมา เเละทำ เเพทเทิรน Rising Wedge ที่ไม่สวยเลย ราคาได้เบรคกรอบไปเลย เลยมารอเล่นโซน QML สามารถ sell ได้ตอนนี้ หรือ รอสัญญาณต่างๆตามมาก็ได้ ค่อยเข้า เช่น Reject หรือ สัญญาณ เเท่งเทียนอื่นๆ เเต่ตอนนี้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงมา เพราะ rsi 70+ ขึ้นมาสูงมาก เเรงซื้อมีมากเกินไป
เหตุผลมองลง
1. QML
2. rsi 70+
วิเคราะห์ BTC ประจำวันที่ 28/12/2021ทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่โรยด้วยหนามกุหลาบ
มาดูใน time frame 4h กัน
ราคายังยืนเหนือ EMA200 ไม่ได้ แรงเทขายเกร็งกำไรกันยังเยอะ จนราคาถูกเทหนัก
แท่งเทียนเกิดเป็น pattern double top ราคามีโอกาสลงมาทดสอบเส้นแนวรับ ที่ราว ๆ 47K
MACD ยังอยู่เหนือ 0 แต่ก็เข้าใกล้ 0 มาก ถ้าลงต่ำกว่า 0 จะพลิกเป็นขาลงในระยะสั้นๆ
RSI หลุด 50 มีโอกาสลงไปได้อีก ซึ่งจะฉุดราคาให้ลงตามลงไปด้วย
**** จุดเฝ้าติดตามใน tf 4h คือ
- STO RSI เริ่มเข้า zone over sold แล้ว รอสัญญาณตัดกันก่อน หรือให้หมดแรงเทขายก่อน น่าจะประมาณสัก 1 ทุ่ม
- ราคาอาจลงทดสอบแนวรับ แต่ไม่ควรหลุดแนวรับ หรือ ช่วงราคา 47K-48K
**** สรุป ใน tf 4h ****
- ราคายังคงผันผวนมาก
- macd อย่าต่ำกว่า 0 เป็นใช้ได้ ไม่งั้นอาจเกิด panic เทขายตามๆกัน
- ราคามีโอกาส swing ใน channel กรอบสีเหลือง
** บทความนี้ไม่ได้แนะนำ หรือ ชักชวนให้ลงทุน เป็นเพียงแต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในความเห็นส่วนตัว
** การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณของตัวท่านเองในการตัดสินใจลงทุน
วิธีสร้างแนวคิดการเทรดคุณภาพสูงสัปดาห์นี้ เราจะมาดูส่วนประกอบที่ใช้ในการสร้างและโพสต์แนวคิดการเทรดคุณภาพสูง
ในขณะที่หลายคนคิดว่าแนวคิดการเทรดที่ดีเริ่มต้นและจบลงด้วยการค้นหาการตั้งค่าแผนภูมิที่มีความน่าจะเป็นสูงในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องและมีความผันผวน แนวคิดการเทรดที่ *ดีที่สุด* มักจะรวมหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกัน ซึ่งอาจรวมถึงการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค หรือ การผสมผสานกันเพื่อเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ การสร้างอุปนิสัยในการรวมปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดเข้ากับกระบวนการคิดของคุณ สามารถนำไปสู่ Trade Setup ที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะเลือกที่จะแบ่งปันกับชุมชนหรือไม่ก็ตาม
ลองมาดูกันเถอะ!
มีคำถาม 2-3 ข้อที่คุณควรถามตัวเองเมื่อพยายามคิดหาไอเดียคุณภาพสูง และคำถามเหล่านี้รวมถึงคำถาม 5 ข้อที่คุ้นเคย:
ใคร (Who), ทำอะไร (What), ที่ไหน (Where), เมื่อไร (When), และอย่างไร (Why)
เริ่มกันที่ Who
Who --
แนวคิดการเทรดนี้มีไว้สำหรับ "ใคร"? เมื่อโพสต์แนวคิดการเทรด อย่าคิดไปเองว่าแนวคิดนั้นเหมาะกับทุกคน วิธีที่ชัดเจนที่สุดที่ TradingView ช่วยในเรื่องนี้คือการจัดหมวดหมู่โพสต์ตามประเภทสินทรัพย์ ดังนั้นฟอเร็กซ์เทรดเดอร์จึงมองหาแนวคิดเกี่ยวกับฟอเร็กซ์เป็นส่วนใหญ่ และนักลงทุนคริปโตก็จะไม่ได้ดูฟิวเจอร์สินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการที่ซับซ้อนกว่านี้เกิดขึ้นอีกด้วย เทรดเดอร์และนักลงทุนที่แตกต่างกันมักจะมีรูปแบบการซื้อขายที่แตกต่างกัน ดังนั้นแม้ในสินทรัพย์ประเภทเดียว แนวคิดการลงทุนระยะยาวอาจไม่สามารถใช้ได้กับเทรดเดอร์ระยะสั้น เมื่อสร้างแนวคิดการเทรด คุณควรระบุให้ผู้อ่าน (และตัวคุณเอง) ทราบว่าแนวคิดนี้เหมาะกับใคร และควรใช้กลยุทธ์ใดที่เหมาะสมที่สุด
What --
ไอเดียส่วนใหญ่มักทำงานได้ดีในการตอบคำถามนี้! มันง่ายมาก: ที่สำคัญที่สุด แนวคิดนี้ต้องการทำ "อะไร"? ไม่ว่าแนวคิดนั้นจะส่งผลถึงการชอร์ตตลาดหุ้น หรือการซื้อ/ขายสกุลเงินดิจิทัล ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแนวคิดของคุณระบุอย่างชัดเจนว่าอะไรคือแรงผลักดันในหลักการของการเทรด
Why --
นี่คือประเด็นหลักของแนวคิดการเทรดที่ดีใดๆ ว่า "ทำไม" ใครบางคนจึงควรลงทุนและเสี่ยงเงินตามวิสัยทัศน์ของคุณ? เป็นเรื่องปกติสำหรับเทรดเดอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรดเดอร์รายใหม่ ที่จะคิดว่าการที่จะตอบคำถามนี้ได้นั้น ควรมาจากความบรรจบกันของรูปแบบราคา อินดิเคเตอร์ และภาพวาดแผนภูมิ ซึ่งมีความสอดคล้องและเป็นระบบระเบียบไปทั้งหมด ในบางกรณี นี่เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลสำหรับคำถาม "ทำไม" - โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสินทรัพย์มีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง
แต่อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งวิธีนี้อาจไม่ลึกซึ้งพอ จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเกิด Trade Setup ทางเทคนิคอลสำหรับโอกาสในการซื้อบนแผนภูมิของคุณ สำหรับหุ้นที่แนวโน้มธุรกิจของบริษัทดูแย่ลง? และจะเกิดอะไรขึ้นถ้าในขณะที่คุณกำลังดูการซื้อขายอยู่ โครงสร้าง Descending Triangle เกิดขึ้นในตลาดกระทิงที่ใหญ่กว่า? นี่คือจุดที่การผสมผสานหลากหลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์พื้นฐานหรือความเข้าใจด้านเศรษฐกิจมหภาค สามารถปรับปรุงคุณภาพของแนวคิดการเทรดของคุณได้ การทำความเข้าใจบริบทบางอย่างเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่คุณกำลังซื้อขายสามารถช่วยเพิ่มความน่าจะเป็นให้กับคุณ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ: ราคาปัจจุบันในตลาดใดๆ ก็ตามคือภาพสะท้อนของมุมมองที่เป็นเอกฉันท์ของอนาคต สิ่งสำคัญคือต้องอธิบายว่า *ทำไม* ราคาหรือแนวคิดนั้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้
Where / When --
สิ่งสำคัญคือต้องแสดงให้เห็นว่าเหตุใด *ตอนนี้* จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินการตามแนวคิด และนี่คือจุดที่เทคนิคอลมีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยทั่วไป ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ส่วนใหญ่จะออกมาทุกๆ สองสัปดาห์เท่านั้น หากเป็นเช่นนั้น ระยะเวลาการเผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานสำหรับหุ้นนั้นยาวนานมากยิ่งกว่า ด้วยเหตุนี้ การใช้รูปแบบราคา อินดิเคเตอร์ กราฟแท่งเทียน และการวิเคราะห์ทางเทคนิคอื่นๆ จึงมีประโยชน์อย่างมากในการกำหนดความเสี่ยง การระบุตำแหน่งการซื้อขาย และทำให้การเทรดโดยรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นี่คือที่มาของการสร้างแผนภูมิที่ชัดเจน มันมีความสำคัญที่การระบุตำแหน่งของเทรดเดอร์ ดีมานด์และซัพพลายโซน และปัจจัยอื่น ๆ (ที่เทคนิคอลช่วยอธิบาย) นั้นมีผลอย่างไรต่อเวลาและความเสี่ยงของแนวคิดนั้น นอกจากนี้ เมื่อเผยแพร่แนวคิดบน TradingView แผนภูมิเป็นหนึ่งในวิธีการสื่อสารข้อมูลที่มองเห็นได้และแพร่หลายที่สุด การกำหนดสิ่งเหล่านั้นอย่างชัดเจนสามารถปรับปรุงคุณภาพของแนวคิดการซื้อขายได้อย่างมาก และทำให้มั่นใจได้ว่าคุณได้มีการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญอย่างชัดเจน
และตอนนี้คุณก็ทราบแล้ว - คำถามสำคัญที่เป็นแก่นของแนวคิดการเทรดที่ดีคืออะไร! เราหวังว่าจะได้เห็นว่ากรอบการสร้างแนวคิดการเทรดที่ดีนี้ถูกรวมเข้ากับโพสต์ในอนาคตของคุณอย่างไร
หากคุณคิดว่าคุณมีสิ่งที่จะสร้างแนวคิดการเทรดคุณภาพสูง กรุณาโพสต์มันไว้ด้านล่างนี้!
นอกจากนี้ หากคุณต้องการส่งแนวคิดการเทรดเพื่อให้ทีมบรรณาธิการพิจารณาในส่วน Editor's Picks เพียงโพสต์ไว้ในแชทนี้: th.tradingview.com
เรามาฉลองกัน!
- ทีมTradingView
RBA จะประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินประเด็นสำคัญของการปรับอัตราดอกเบี้ยของ RBA และนโยบายทางการเงิน
สิ่งที่จะเกิดขึ้น?
จะมีการประกาศตัดสินใจเกี่ยวกับปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลียหรือ RBA จะเป็นการประกาศในเดือนธันวาคมประกอบกับจะมีการแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนของนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลียซึ่งจะมีการประกาศออกมาและแถลงในช่วงเวลา 10:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
การคาดหวังในครั้งนี้?
โดยในส่วนของการตัดสินใจเกี่ยวกับปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลียนั้นนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เท่าเดิมที่ 0.10% แต่ในส่วนของนโยบายทางการเงินนั้นต้องจับตาดูว่าจะมีการกล่าวถึงในการกำหนดนโยบายทางการเงินอย่างไรหรืออาจจะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเหมือนเดิมในระยะนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
การวิเคราะห์ของราคา
ปัจจัยนี้อาจจะทำให้สกุลเงินออสเตรเลียมีความผันผวนและค่าเงินที่สำคัญก็คือ AUDUSD ที่อาจจะมีความผันผวนในระยะสั้นจึงควรติดตามกรอบแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
ถ้ามีการขยับตัวสูงขึ้นกรอบแนวต้านสำคัญแรกก็คือ 0.70640 แนวต้านที่สองก็คือ 0.70802 แนวต้านสุดท้ายก็คือ 0.71037
แต่ถ้ามีการปรับตัวร่วงลงแนวรับแรกก็คือ 0.70236 แนวรับที่สองก็คือ 0.70104 แนวรับสุดท้ายก็คือ 0.6990 สิ
วิเคราะห์ทองคำจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564ตลาดนิวยอร์คปิดบวกเช้าวันเสาร์รับหนุนโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่
ตลาดทองคำนิวยอร์คปิดตลาดเช้ามืดวันเสาร์ตามเวลาประเทศไทยบวกเพิ่ม หลังความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่กำลังลุกลาม สัญญาตลาดทองคำ COMEX (Commodity Exchange) ส่งมองเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.2 ดอลลาร์ หรือที่ 0.07% ปิดที่ระดับ 1,785.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สัญญาทองคำยังอยู่ในภาพการร่วงลงในระดับ 3.6% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในส่วนของดัชนีดอลลาร์สหรัฐเองก็เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักโดยปรับลดลง 0.75% แตะที่ระดับ 96.0468 ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
วันนี้จีนได้กำหนดค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ 6.3872 หยวนต่อดอลลาร์ ก็จะทำให้ดอลลาร์มีความผันผวนได้ในวันนี้ อาจส่งผลหนุนทองคำได้เล็กน้อยในระยะสั้นๆ
วันนี้ตลาดการเงินสหรัฐเปิดทำการปกติหลังปิดช่วงเทศกาล “วันขอบคุณพระเจ้า” ติดตามเรื่องราวสำคัญๆ ดังนี้
คำแถลงการณ์ของนายพาวเวลล์ ปธ.ธนาคารกลางสหรัฐฯ เวลา 22:00 น.
ยอดขายบ้านรอปิดปการขาย (MoM) (ต.ค.) คาดการณ์ 1.0% จากเดิม -2.3% 22:00 น
คำกล่าวของนางเยลเลน รมว.กระทรวงคลังสหรัฐ 22:00 น.
ประเมินทางเทคนิคทองคำวันนี้ โบรกเกอร์ FXCM
สำหรับวันนี้หากทางคำยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้นั้นก็จะมีผลให้ทองอาจปรับตัวต่ำลงต่อเนื่องจากการขายทำกำไรทองคำในระยะสั้นกันอีกรอบ แต่หากทองคำยังไม่หลุดแนวรับ 1778 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สิ่งที่เราจะได้เห็นการเคลื่อนไหวตัวทองคำเราประเมินว่าจะออกมาเป็นการเคลื่อนไหวออกข้างหรือ Sideway กันอีกรอบ โดยกรอบเคลื่อนไหวระหว่าง 1800-1778 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ภาพรวมทองคำยังพอมีแรงซื้อเข้าหนุนทำกำไรระยะสั้นตลอดวเวลาที่ทองคำปรับตัวลง ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะมองหาจังหวะดังกล่าวในการทำกำไรระยะสั้นได้เช่นกัน
สำหรับในภาพของกรอบเวลาขนาดใหญ่อย่าง Day เราก็ยังเห็นการเคลื่อนตัวในทิศทางขาขึ้น แต่แรงขายยังสนับสนุนการกดดันราคาทองคำอยู่พอสมควร จึงทำให้ราคายังไม่สามารถผ่าน 1800-1802 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากจะเข้าซื้อก็ควรรอที่ราคาเหนือระดับดังกล่าวก่อนถึงจะปลอดภัยกว่า สำหรับฝั่งขาย ก็ควรรอต่ำกว่า 1782 ก่อนระดับนี้น่าจะทำกำไรได้ปลอดภัยกว่าเช่นกัน
===========
Indicator (TF H1)
===========
True RSI (14) เส้น RSI เช้านี้ยังเคลื่อนตัวในกรอบต่ำกว่าระดับ 50 โดยแรงขายยังครองตลาด ณ ขณะนี้ ซึ่งอาจทำให้ราคาย่อตัวลงไปที่ระดับ 1785-1778 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเส้น SMA20 ยังอยู่สูงกว่าระดับ 50 แต่เริ่มโน้มตัวลงมาด้านล่างอาจตัดสินใจเข้า Sell ได้ที่เส้น SMA20 เคลื่อนต่ำกว่าระดับ 50 ก็ได้
เส้น SMA200 ยังคงลาดต่ำตัวลงมาต่อเนื่อง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาขยับตัวเข้าเส้น SMA200 วันแต่ก็ไม่สามารถผ่านแนวเส้นดังกล่าวขึ้นไปได้ จึงยังเห็นการขายทองคำออกมาเป็นระยะในเวลานี้
=================================
กลยุทธ์การเทรดทองคำกรอบรายชั่วโมง
=================================
long Position 1 : หากราคาหลุด 1800 ขึ้นมาได้และทรงตัวเหนือระดับดังกล่าวจังหวะย่อตัวของราคาหากยังมีทิศทางกลับขึ้นไปได้อีกให้เข้าเสี่ยงเปิดซื้อที่บริเวณดังกล่าว เน้นการลงทุนระยะสั้น เป้าหมายกำไรที่ระดับ 1815, 1824 และ 1835 ตามลำดับ (ตัดขาดทุนหากราคาหลุดต่ำกว่า 1795 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
Long Position 2 : หากราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับด้านล่างเหนือระดับ 1778 และทรงตัวได้ที่ระดับดังกล่าวอาจเสี่ยงเปิดเข้าซื้อในบริเวณนี้ โดยเน้นการลงทุนระยะสั้นเท่านั้น เป้าหมายทำกำไรอยู่ที่ระดับ 1795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1778 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
Short Position : หากราคาทองคำยังไม่ปรับขึ้นเหนือ 1800 ก็ให้เสี่ยงเปิด “ขาย” ในระดับ 1800-1795 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำกำไรระยะสั้น เป้าหมายที่ระดับ 1784, 1778 และ 1757 ตามลำดับ (ตัดขาดทุนหากราคาทองคำปรับขึ้นเหนือ 1802 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
แนวรับ แนวต้าน กรอบรายชั่วโมง (ระยะสั้น)
-------------------------------------------
Resistance : 1800 / 1813 / 1824
-------------------------------------------
Support : 1778 / 1756/ 1743
-------------------------------------------
แนวโน้มทิศทางทองคำวันนี้
Time Frame H1 = DOWNTREND
Time Frame H4 = DOWNTREND
Time Frame Day = N
Time Frame Week = UPTREND
Time Frame Month = UPTREND
การถือครองทองคำกองทุน SPDR (รายเดือน)
---------------------------------------------------------------
สถานะทองคำรายวัน : เปลี่ยนแปลล่าสุดเมื่อวันเสาร์ซื้อเพิ่ม 1.74 ตัน
ราคาซื้อขายล่าสุด : 1,792.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ถือครองทองคำสุทธิ : 992.85 ตัน
สถานะการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ : 9
รวมการเปลี่ยนแปลงในเดือนนี้ทั้งสิ้น : +10.71 ตัน
SPDR ยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง 6 วันติดๆ กัน สาเหตุหนึ่งจากสัญญาส่งมองเดือน ธ.ค.กำลังจะสิ้นสุดลง ก็อาจเป็นสิ่งเร่งเร้าให้มีการเข้าซื้อทองคำทำกำไรกันรอบสุดท้ายของปี นักลงทุนยังไม่ควรจะเข้าสะสมทองคำในระยะยาว ก่อนเพราะเดือนธันวาคมเฟดจะมีการออกมาประกาศเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่เราต้องติดตามกันว่าเฟดจะปรับหรือไม่?
---------------------------------------------------------------
*การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนการลงทุนทุกครั้ง
**ข้อมูลจากการวิเคราะห์ไม่ได้เป็นเครื่องมือชี้นำระดมทุน เพียงเป็นเครื่องมือประกอบความรู้ในการลงทุนในแต่ละวันเท่านั้น จึงไม่มีส่วนต่อความรับผิดชอบใดๆ อันเกิดขึ้นในภายหลัง
***การวิเคราะห์เป็นเพียงสมมุติฐานค่าสถิติจากอดีต จึงไม่ได้เป็นเครื่องมือการันตี 100% ต่อการสร้างผลกำไรในอนาคต
ภาษีไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ Elon Musk ขายหุ้นเทสลาภาษีไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ Elon Musk ขายหุ้นเทสลา
สิ่งที่จะเกิดขึ้น?
ยอดขายหุ้น Tesla ของ Elon Musk เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสร้างความประหลาดใจเล็กน้อยให้กับบรรดาผู้ที่ติดตามเรื่องราวการเรียกเก็บเงินภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ถึง 15 พันล้านดอลลาร์จากตัวเลือกหุ้นที่ได้รับในปี 2555 แต่ตามรายงานของนักบัญชี ยอดขายส่วนใหญ่ของเขาไม่ได้ ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับภาษี ซึ่งอาจหมายความว่าเขาจะขนถ่ายสินค้าออกมากกว่าที่คาดไว้
ตัวเลือกสำหรับหุ้น 23 ล้านหุ้นของ Musk จะหมดอายุในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นกำหนดเวลาสำหรับการเรียกเก็บภาษีอันเนื่องมาจากรัฐแคลิฟอร์เนียและ Internal Revenue Service มัสค์เริ่มใช้ทางเลือกในวันที่ 8 พ.ย. เขาใช้หุ้น 2.5 พันล้านดอลลาร์และขายตัวเลือกที่ใช้สิทธิจำนวน 1.1 พันล้านดอลลาร์เพื่อจ่ายภาษี
“หุ้นสามัญถูกขายเพียงเพื่อตอบสนองภาระหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้รายงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเลือกหุ้น” เชิงอรรถกล่าวในการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 8 พ.ย.
จากนั้นในวันจันทร์ มัสค์ขายหุ้นอีก 930 ล้านดอลลาร์เพื่อจ่ายภาษีสำหรับออปชั่นที่เขาใช้สิทธิในหุ้น 2.1 ล้านหุ้น นั่นทำให้ตัวเลือกทั้งหมดของเขาใช้สิทธิประมาณ 4.6 พันล้านดอลลาร์และขายหุ้นเพื่อให้เป็นไปตามภาระผูกพันในการหักภาษี ณ ที่จ่าย 2 พันล้านดอลลาร์
การคาดหวังในครั้งนี้?
เนื่องจากยอดขายของ Musk ที่เริ่มต้นในวันที่ 9 พฤศจิกายนเป็นการขายหุ้นแบบตรงไปตรงมาโดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย เขาจึงต้องเสียภาษีกำไรจากการลงทุนระยะยาวสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ การใช้เงินที่ได้เหล่านั้นเพื่อจ่ายภาษีตัวเลือกจะต้องเสียภาษีสองครั้ง - ครั้งเดียวสำหรับกำไรจากการลงทุนและอีกครั้งสำหรับตัวเลือก
Musk ยอมรับว่าหุ้นปกติมีประสิทธิภาพทางภาษีน้อยกว่าการขายหุ้นทางเลือก “ผู้สังเกตการณ์ที่ระมัดระวังจะสังเกตว่าอัตราการขายหุ้น (พื้นฐานต่ำ) ของฉันนั้นสูงกว่าอัตราการใช้สิทธิตัวเลือก 10b (พื้นฐานสูง) อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงใกล้เคียงกับการเพิ่มภาษีสูงสุดมากกว่าการลดขนาดให้เล็กสุด” เขาทวีตเมื่อวันอาทิตย์
การวิเคราะห์ของราคา
สิ่งที่สำคัญในปัจจัยนี้อาจจะทำให้หุ้นเทสล่ามีความผันผวนโดยเฉพาะในส่วนของปัจจัยของการขายหุ้นเกิดขึ้นจึงควรติดตามกรอบแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
ถ้ามีการปรับตัวร่วงลงกรอบแนวรับแรกก็คือ 983.24 ดอลล่าร์ต่อหุ้นแนวรับที่สองก็คือ 900.75 ดอลล่าร์ต่อหุ้นแนวรับสุดท้ายก็คือ 856.43 ดอลล่าร์ต่อหุ้น
แต่ถ้ามีการขยับตัวสูงขึ้นกรอบแนวต้านสำคัญแรกก็คือ 1050.95 ดอลล่าร์ต่อหุ้นแนวต้านที่สองก็คือ 1101.42 ดอลล่าร์ต่อหุ้นแนวต้านสุดท้ายก็คือ 1188.83 ดอลล่าร์ต่อหุ้น
EURUSD อัพเดทแผน Swing TraderEURUSD Timeframe D1
บทวิเคราะห์สำหรับ Swing Trader
ที่ถือออเดอร์มากกว่า 1 วันขึ้นไป
กัปตันกำลังมองหาจุด Buy EURUSD
ในระยะกลาง และ ระยะยาว
โดยมีเหตุผลสนับสนุนทางเทคนิคอลมีดังนี้
- เทรนด์ขาขึ้นใน TF W1
- เทรนด์ขาลงใน TF D1
- ราคาสร้างแนวรับหลักบริเวณราคา 1.14400
- บริเวณดังกล่าวยังเป็นจุด Confluence ของ Fibo 50+61.8%
ของสวิงหลักและสวิงย่อย และทั้งนี้ยังเป็นจุดที่ราคามีปริมาณซื้อขาย
สูงสุด ( POC )
- ราคาที่กำลังลงมาหาโซนดังกล่าว ได้ฟอร์มตัวเป็นสัญญาณกลับตัว
คือ Falling Wedge และ สัญญาณ Bullish Divergence
แผนคือรอให้ราคาลงมาแตะโซน 1.14400 ชัดเจน
แล้วหาสัญญาณกลับตัวใน Timeframe เล็กๆ อีกครั้ง
หรือรอให้ราคาเบรค Falling Wedge ออกไปสร้าง HH
ในเทรนด์ย่อย เพื่อยืนยันการกลับตัว
หากไม่มีสัญญาณยืนยันอย่าเข้าเทรด
หากราคาหลุดแนวรับ 1.14400 แผนเป็นอันยกเลิก
ปล. นี่คือบทวิเคราะห์เพื่อการศึกษา ไม่ใช่ซิกแนล
อย่าเทรดตามบทวิเคราะห์นี้ กัปตันจะไม่รับผิดชอบ
ความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หรือกำไรที่จะได้รับในอนาคต















