กำลังมองหาสิ่งทดแทนสำหรับการซื้อขายหุ้น Twitter หรือไม่? ตอนนี้การซื้อ Twitter ของ Elon Musk เสร็จสิ้นแล้ว และบริษัทถูกถอดออกจากตลาดซื้อขายแล้ว เทรดเดอร์จะซื้อขายหุ้นตัวไหนที่เทียบเคียงได้ในตอนนี้?
แน่นอน มีเพื่อนร่วมชาติในโซเชียลมีเดียรายอื่นๆ ที่ผู้ค้าสามารถหันไปหา หรือแม้แต่บริษัทอื่นๆ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่คล้ายคลึงกันซึ่งอยู่ในการเจรจาเทคโอเวอร์และปฏิบัติตามความผันผวนที่คล้ายคลึงกัน หุ้นที่พอดีกับใบเรียกเก็บเงินอาจเป็นค่าผิดปกติของโซเชียลมีเดีย พินเทอเรส
บางครั้ง Pinterest ชอบวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ Twitter และ Instagram ซึ่งผู้ใช้ค้นหาแรงบันดาลใจมากกว่าที่จะเผชิญกับความเป็นพิษและการพัฒนาความผิดปกติของภาพร่างกาย แม้ว่าฉันจะไม่สามารถพูดความจริงของการอ้างสิทธิ์นี้ได้ แต่ Pinterest ยังคงถูกจัดประเภทเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และราคาหุ้นอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระดับจุลภาคและมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อภาคย่อยนี้ ด้วยเหตุนี้ และดังที่แสดงไว้ในแผนภูมิ Pinterest และ Twitter ได้ดำเนินตามวิถีราคาหุ้นที่คล้ายคลึงกันมาก ราคาหุ้นคู่ขนานนี้จะยิ่งใกล้ขึ้นมากหากไม่ใช่สำหรับการเสนอราคาของ Musk สำหรับ Twitter ในราคาที่สูงขึ้นในเดือนเมษายน 2565 และการต่อสู้ในศาลที่ตามมาทำให้เขาเสร็จสิ้นการซื้อกิจการ
Pinterest เช่นเดียวกับ Twitter อาจเริ่มเสนอราคาซื้อกิจการโดยหวังว่าจะได้ราคาสูง
ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564 PayPal เสนอเงิน 45 พันล้านดอลลาร์สำหรับ Pinterest ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อกิจการบริษัทโซเชียลมีเดียที่แพงที่สุดนับตั้งแต่ Microsoft ซื้อกิจการ LinkedIn ในราคา 26 พันล้านดอลลาร์ในปี 2559 การเสนอราคาดังกล่าวจะเป็นตัวแทนของพรีเมี่ยม 24.5% เหนือราคาหุ้น PINS เมื่อวันก่อน ประกาศ. อย่างไรก็ตาม PayPal ปฏิเสธการเสนอราคาไม่นานหลังจากที่เสนอเมื่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนพิสูจน์ได้ว่าขัดต่อข้อตกลง และ PayPal ลดลงประมาณ 12.0% ในสามวันหลังจากเปิดเผยข้อเสนอ
ณ เดือนพฤศจิกายน 2565 มูลค่าของ Pinterest ลดลงเหลือ 16.5 พันล้านดอลลาร์และอาจเป็นราคาที่น่าดึงดูดยิ่งขึ้นสำหรับผู้มีคู่ครองรายอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากค่าที่คณะกรรมการของ PayPal เห็นใน Pinterest (และนักลงทุนของ Paypal มองข้าม) ยังคงอยู่ บางทีการบอกว่าสิ่งนี้เป็นความจริงก็คือรายงานผลประกอบการไตรมาสสามของ Pinterest ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม 2565 Pinterest รายงานว่ารายรับในไตรมาสที่สามเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบเป็นรายปีเป็น 685 ล้านดอลลาร์ หุ้น Pinterest เพิ่มขึ้น ~ 11% ในช่วงห้าวันทำการล่าสุด
สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้โดดเด่นคือเมื่อคุณเปรียบเทียบกับโซเชียลมีเดียและหุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยเฉพาะ Facebook ที่ลดลง ~29% และตัวอักษร (ซึ่งเป็นเจ้าของ YouTube) ที่ลดลง ~8% เนื่องจากพวกเขารายงานรายได้ตามลำดับในช่วงเวลาเดียวกัน สัปดาห์. มีข่าวลือว่ากำลังสำรวจการเข้าซื้อกิจการของ Pinterest หลังจากที่ Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet ตอบคำถามที่ส่งถึงเขาในเดือนกันยายนเกี่ยวกับเป้าหมายที่บริษัทกำลังพิจารณาเข้าซื้อกิจการ
[แกะหุ้นเด้ง]ดู COSTCO หุ้น 100 เด้ง ผ่าน BizModel และกราฟ pt.2
- ธุรกิจ Costco เป็นห้างขายส่งคล้ายๆ Makro ของเรา แต่มีสินค้าไซส์ยัก และอาหารราคาถูก
- กำไรแบบ Recurring Income ของบริษัทผ่าน Membership Fees เป็น Keyman ในการที่ทำให้บริาัทเติบโตไปพร้อมกับยอดขาย
- การที่ราคาหุ้นขึ้นเกิดจากหลัก Twin Engine คือ PE ขยายตัวจากความคาดหวังดีจากตลาด และ กำไรสุทธิที่เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
- ราคาหุ้นจะมีค่าเป็นเท่าไรเกิดจากสมการ Price = PE * EPS
(Twin Engine คือหลักการที่ PE ขยายตัว และ EPS เติบโตนั่นเอง)
- ปัจจุบัน Costco มีรายได้จาก Membership ที่ราวๆ 4 billions เทียบเท่ากับหุ้นที่ราคา 9 เหรียญ หากเราถือหุ้นที่ราคา 9 เหรียญจากเมื่อ 30 ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ได้ ก็นับว่าคุณได้สินทรัพย์ที่เติบโตไม่ต่ำกว่า 9% มาครองเลย
=================================
ถ้านึกถึงห้างขายส่งบ้านเราต้อง MAKRO แต่ถ้านึกถึงห้างขายส่งระดับโลก COSTCO คือบริษัทที่เป็นเบอร์ 1 ด้านนี้เลยครับ
COSTCO เป็นห้างค้าส่งสัญชาติสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1986 และจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นมานานกว่าครึ่งชีวิตของคนหนึ่งคนเลย
และมักถูกพูดถึงบ่อยๆ ในหนังสือการลงทุนหลายเล่ม เพราะนี่คือหนึ่งในหุ้นที่มีธุรกิจใช้ได้ ผลกำไรเติบโต ราคาหุ้นจึงสะท้อนมูลค่าที่ซ่อนอยู่นี้ด้วยราคาที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนอื่น ผมขออธิบายก่อนนะครับ ว่า Costco นอกจากธุรกิจจะเป็นธุรกิจห้างค้าหลีกแล้ว รายได้อีกส่วนที่เป็นตัวช่วย Costco มาหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้บริษัทยังอยู่ยั่งยืนได้ นั่นคือรายได้จาก membership fee ครับ
โดยบัตร Member นี้เอง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากไม่ว่าจะเป็นส่วนลดสินค้าภายในห้าง ส่วนรถปั๊ม ประกัน ตั๋วเครื่องบิน เสื้อถ้า รถยนต์ อาหารและยา และอื่นๆๆ อีกมากที่อาจกล่าวไม่ถึง
ตรงส่วนนี้เราอาจพิจารณาได้ว่าบัตรเมมเบอร์ของ Costco นั้นมี Networking Effect ที่แข็งแกร่งมาก ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสเกลการถ้าปลีกของเครือ Costco อยู่แล้ว ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าระดับประเทศ (ที่มีขนาดใหญ่ลำดับต้นๆ ของโลก) จนสามารถเจรจาของส่วนลดเพื่อมาจุนเจือชาว Member ได้
โดยสัดส่วน Membership Fee นี้เปรียบได้กับกระแสเงินสดที่ทาง Costco ได้มาไม่ต่างจาก Subscription รายปีเลยครับ โดยแต่ละปี Costco เองมีรายได้จากตรงนี้เติบโตกว่า 9% CAGR ต่อเนื่องกันกว่า 30 ปี
=====================================================
เทียบตั้งแต่ปี 1993
CostCo มี Membership Revenue อยู่ที่ 309 ล้านเหรียญ
และปี 2022 ล่าสุดมีรายได้ส่วนนี้กว่า 4,224 ล้านเหรียญทีเดียว]
โดยปัจจุบัน ณ ราคา 502 เหรียญนี้ Cosco มี Market Cap ที่ 222 Billion
หากท่านใดมีหุ้น Costco ที่ Market Cap 4 billions หรือที่ราคา 9 เหรียญ ท่านอาจได้กระแสเงินสดฟรีๆ จากมูลค่า รายได้ส่วนของ Membership เปล่าๆ (เป็นอีกหนึ่งมุมมองของการถือยาวครับ)
=====================================================
สิ่งที่ช่วยผลักดันให้ราคาของ Costco ไปได้ไกล ส่วนหนึ่งมาจากรายได้จากร้านค้าปลีกที่เติบโตตลอดเวลาตาม GDP ของประเทศนั้นๆ
และ Business Model ของ Costco เองก็เป็นธุรกิจกิน Spread Margin แคบๆ จากการซื้อมาขายไป และเพิ่มลูกลเ่นให้กับสินค้าตัวเองผ่านการออกแบบ "ผลิตภัณฑ์ไซส์ยักษ์" ที่นอกจากประหยัดแล้วยังน่าตื่นตาตื่นใจด้วย
ยังไม่นับว่า Costco เองมีเชนร้านอาหารราคาย่อมเยาว์ถึงขนาดที่ชักจูงให้คนมาทานอาหารในราคาไม่กี่เหรียญ และไม่ขึ้นราคามากว่าทศวรรษอีกด้วย
ทั้งนี้แล้วการที่สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้บริโภคลูกค้านั้นทำให้มีผู้สมัครสมาชิกกับ Costco เพิ่มขึ้นตลอดทุกๆ ที โดยอัตราส่วนของรายได้จาก Membership Fees ต่อด้วย Operating Income นั้นสูงกว่า 50% ทีเดียวครับ กล่าวคือลำพังแค่รายได้จากค่าสมาชิกก็ทำให้ประเมินกำไรคร่าวๆ ของ Costco ได้แล้ว....และนี่แหละที่ทำให้นายตลาดชอบใจอย่างมาก
โดยคุณสมบัติจากการประเมินกำไรขาดทุนได้ง่ายแล้ว การที่บริษัทมีการบริหารงานจนทำให้นะดับ Net Margin ดีได้ยิ่งขึ้นๆ พร้อมด้วยการบริหารโดยมี ROIC ในระดับ 1x% ยิ่งขึ้นไป จะทำให้นายตลาด "มอบตัวคูณ" ให้บริษัทนี้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
โดยราคาหุ้นเองถูกผลักดันด้วย 2 ปัจจัย นั่นคือ Price = PE * EPS
หากบริษัทบริหารจัดการได้ดี ธุรกิจดำเนินไดีดี ตัว EPS จะเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น
ส่วนตัว PE หากบริษัทนั้นมีโมเดลที่แข็งแกร่ง มี Moat ที่สมบูรณ์ รายได้เติบโต (กอปรกับการมีค่า Bond Yield ที่ต่ำ) บริษัทนั้นก็จะเทรดที่ค่า PE ที่สูงยิ่งขึ้น
หลักการนี้คือหลักการ Twin Engine ที่ทำให้หุ้นนั้นสามารถกลายเป็นหุ้นเด้งได้นั่นเองครับ
ซึ่ง CostCo เองนับว่าเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน โดยได้ลมส่งจากรายได้ที่โตขึ้นจากการขยายสาขาและ GDP ที่โต กับโมเดลธุรกิจที่ดึงดูดลูกค้าโดยเฉพาะ Membership ทำให้ Costco มีกำไรเติบโตตลอด
จากนั้นนายตลาดก็เริ่มเห็นแววในบริษัทนี้ เลยให้ PE หรือแม้กระทั่ง P/S ที่สูงมากยิ่งขึ้น ทำให้ตัวนี้เข้าหุ้นเด้งตามตำรา Twin Engine ในที่สุด
====================================================
หลักการหาจังหวะซื้อขาย หากใช้ Fundamental อาจใช้เส้น Asset Line ในการจับจังหวะเข้าซื้ได้ครับ แต่ต้องมั่นใจว่าหุ้นตัวนี้ตลาดชอบแน่ๆ พื้นฐานบริษัทไม่เปลี่ยน รายได้และกำไรมีโอกาสโตได้ อย่างน้อยก็เชิงอนุกรม
ต่อมาคือการซื้อโดยใช้ PE Forward ผ่านเส้น Value Line อันเป็นแนวรับแนวต้านทางพื้นฐาน หากราคามาลงสู่แนวรับนี้ และประกอบกับกราฟทำทรง VCP Cup with Handle พร้อมทั้งมี Risk to Reward ที่ท่ารับไหวก็อาจพิจารณาซื้อได้
ไม่สายเกินไป หากซื้อหุ้นนี้ที่ Market Cap 1xx,xxx Milliion เพราะว่าเขาอาจไปได้ไกลกว่านั้นได้
(พร้อมดูโมเมนตัมจากยอดขายและผลการดำเนินงาน รวมถึงดูกระแสจากผู้บริโภคด้วย ว่าบริษัทยังคงส่งมอบคุณค่าแก่ผู้ถือหุ้นดั่งเดิมไหม)
====================================================
สามารถอ่านไอเดียการลงทุนอื่นๆ ได้นะครับจากหน้า Profile ของผม
MicroStrategy กับ BTC เป็นของคู่กัน สำหรับ สาย BTC อย่างผมซึ่งเป้็น FC ของเฮีย Michael Saylor อดใจไม่ไหวที่จะเข้าลงทุน ใน MSTC ในช่วง Pro ที่ผ่านมา ถึงจะไม่ได้ราคาต่ำสุด แต่ในช่วง 228 usd ก็ถือเป็นไม้แรก ที่วาง SL ได้ง่าย โอกาสเจ็บมือน้อยหน่อย
ตอนนี้ MSTR กำลังขึ้นไป แตะ EMA 200 ใน TF day ส่วนตัวคิดว่านะจะยังไม่ผ่าน แต่ก็มีโอกาสขึ้นไปให้แบ่งขายที่ 300 - 330 USD ส่วนภาพไกลปลายปีหน้า BTC กลับตัว MSTR จะกลับไปยืนที่ 500 - 800 USD ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
สำหรับคนที่เข้าเก็บช่วงนี้ ก็ใช้สูตร Fight And Forget ลืมไปยาวๆ ได้เลย
Metaverse (เมต้าเวิร์ส)Metaverse เป็นการผสานเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือน ที่สร้างสิ่งแวดล้อมของโลกจริง ๆ
และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้คนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านตัวตนที่เป็นอวตาร (Avatar)
ในรูปแบบกราฟิก 3 มิติ แทนเราในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้รู้สึกเหมือนชีวิตจริงมากกว่าโซเชียลมีเดียที่ใช้ในปัจจุบัน
[แกะหุ้นเด้ง]ดู COSTCO หุ้น 100 เด้ง ผ่าน CANSLIM และ VCP pt.1แก่นแท้จากหุ้นเด้งตัวนี้
-การย่อระดับ 1x% เป็นเรื่องที่ธรรมชาติมากๆ นับเป็นเรื่องที่ปกติ
การย่อลงมาแบบหลักๆ อยู่ที่ราว 3x%
-จุดซื้อที่ทรงประสิทธิภาพจะมาจากจุดที่แข็งกว่าตลาด
หรือ Relative Strength มากกว่า 0
-การย่อลงต่อละครั้งหากไม่หลุดราคาเฉลี่ยนับว่าสามารถรันเทรนด์ต่อได้
-การที่ราคาหุ้นตกหนักๆ โดยหลัก มี 3 ปัจจัย (ซึ่งการตกนี้ไม่ต่ำกว่า 50%)
1. การลงจากเศรษฐกิจเอง เช่น COVID-19 , Subprime
2. การลงจากอุตสาหกรรม เช่น รอบสินค้าโภคภัณฑ์ , การออกกฎบัตรบางอย่างจากภาครัฐที่ทำให้ราคาไม่ไปไหน
3. การลงจากตัวบริษัทเอง เช่น ความสามารถในการแข่งขัน ปราการและคูคลองเริ่มเสื่อมสลาย (แบบนี้อันตรายที่สุด)
.
-การลงจากตัวเศรษฐกิจ หากบริษัทแข็งแกร่งจากการมีปราการและคูคลองแข็งแกร่ง ตลาดย่อมรับรู้ อย่างน้อยก็จากผลประกอบการที่หากไม่ลดลง และรายงานจากฝ่ายบริหารแจ้งออกมาไม่มีรอยฟกช้ำจากเศรษฐกิจ นายตลาดก็ตอบรับอย่างสดใส
-การลงจากอุตสาหกรรม ราคาหุ้นอาจจะไม่ขึ้นมาในทันที อาจต้องให้เวลากับเขา ในการปรับทัพรวมพลสู้ศึก ในเชิงรูปธรรม อาจขยายตลาดไปที่อื่น, คุยกับ Supplier เพื่อปรับราคาให้มี Margin ที่ดีขึ้น และคงคุณภาพสินค้า
หรือในกรณีที่สดใสที่สุด คือรอเมฆหมอกแห่งความโชคร้ายให้ผ่านไปเลย
-การลงจากตัวบริษัทเอง ยากที่สุดในการพิจารณา ต้องติดตามกระบวนการบริหารบริษัทอย่างใกล้ชิด รวมถึงดูคุณภาพในสินค้าและบริการ
แก่นแท้คือดูว่า Core Value ที่เขมอบให้แก่ลูกค้าและสังคม
กับการทำกำไร ยังพอไปทางเดียวกันได้ไหม
-สิ่งที่ต้องการสื่อคือหุ้นหลายเด้งมักมีการลงแรงๆ เสมอ ไม่ว่าจากตัวเขาเอง ตัวอุตสาหกรรม หรือจากเศรษฐกิจ แก่นแท้คือการถือให้ยาวและมองให้ขาดว่าบริษัทจะผ่านไปได้ไหม เป็นสำคัญ
-การฟอร์มตัวแบบ Cup with Handle จากที่ดูมักใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 bars week หรือราว 200 วัน ก่อนพุ่งขึ้นไป
การรันเทรนด์เพื่อให้ได้กำไรเด้ง อาจต้องอาศัยเวลา
เราควรมีหลังบ้านที่แข็งแกร่ง มีรายได้หลายทางเพียงพอที่จะคลายกังวลกับการลงทุนในบริษัทนี้ได้
เราอาจใช้อรรถประโยชน์จาก Stock Option ช่วยได้ หากหุ้นนั้นมีบริการ Short Call หรือ Short Put เพื่อหากระแสเงินสดจากช่วง Sideway หากินกับ Volatile
(อาจจะซับซ้อน แต่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้นะครับ)
-จุดกลับตัวของกราฟ บางทีอาจใช้รูปแบบแท่งเทียนพิจารณาได้
เช่นรูปแบบ Hammer ที่ทำหางยาวมาก เสมือนการปฏิเสธการลงของราคา
-จุดกลับตัวอาจใช้ Relative Strength ช่วยได้
หากราคาหุ้นแข็งกว่าตลาด เราอาจเริ่มกลับมามองหุ้นนี้ได้ครับ
2 รายงานรายได้ที่น่าจับตามองตุลาคม 2022ถึงเวลานั้นของปีอีกครั้ง เซสชั่นรายรับสำหรับหุ้นสหรัฐ ด้วยตัวแปรอื่นๆ มากมายที่ส่งผลต่อความผันผวนในตลาดสหรัฐฯ (เช่น อัตราเงินเฟ้อ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ภาวะถดถอย ราคาน้ำมัน การผ่อนคลายเชิงปริมาณ) สิ่งใดที่ไม่ปกติอาจส่งผลให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวอย่างมหาศาล สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในรายงานฉบับแรกจาก Nike (NYSE: NKE ) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งพลาดการวัดผลบางอย่างและถูกลงโทษด้วยราคาหุ้นที่ลดลง -12.8%
ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้ ต่อไปนี้คือรายงานรายได้สองฉบับที่ควรดูในเดือนตุลาคมนี้
อุปกรณ์ไมโครขั้นสูง (NASDAQ: AMD)
AMD อัพเดทตลาดด้วยผลประกอบการในวันอังคารที่ 25 ตุลาคม ควบคู่ไปกับบริษัทใหญ่อื่นๆ ใน NASDAQ รวมถึง Microsoft (NASDAQ: MSFT ) และ Alphabet (NASDAQ: GOOG )
หุ้น AMD ตกลง +23% ในเดือนกันยายน ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากรายงานที่อ่อนแอจาก Micron Technology (NASDAQ: MU) เป็นแนวโน้มความต้องการที่อ่อนแอที่ไมครอนวาดภาพสำหรับผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ทำให้การประกาศของ AMD ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในทำนองเดียวกัน Taiwan Semiconductor (NYSE: TSM ) จะรายงานในวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นบารอมิเตอร์สำหรับอุตสาหกรรมก่อนที่ AMD จะส่งรายงาน
Netflix (NASDAQ: NFLX )
อาจเป็นรายงานผลประกอบการของ Netflix ในวันอังคารที่ 18 ตุลาคม
หุ้น Netflix เพิ่มขึ้น +8.4% ในเดือนกันยายน และมากกว่า +30% นับตั้งแต่การอัปเดตตลาดครั้งล่าสุดในเดือนมิถุนายน ซึ่งรายงานการสูญเสียสมาชิกเกือบ 1 ล้านราย ในความเป็นจริง Netflix เป็นหนึ่งในนักแสดง S&P 500 อันดับต้น ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว โดยดัชนีตลาดในวงกว้างลดลง -8.0%
ในการประกาศที่จะเกิดขึ้น นักลงทุนจะมองหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนของบริษัทในการกระจายฐานรายได้ด้วยการสมัครสมาชิกระดับโฆษณาและการเจาะเข้าไปในพื้นที่เกมก่อนหน้านี้เล็กน้อย
การสำรวจบางส่วนชี้ไปที่สมาชิกเกือบครึ่งของ Netflix ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แผนระดับโฆษณาของบริษัท ซึ่งหมายความว่า Netflix จะต้องเติมเต็มช่องว่างรายได้ของสมาชิกด้วยการขายพื้นที่โฆษณามูลค่า 5.4 พันล้านดอลลาร์
ขายหมดเกลี้ยง | เทสลาตลาดสหรัฐ (ดัชนี S&P 500 +0.3%) สิ้นสุดในวันพุธที่ตลาดสีเขียวหลังจากช่วงที่ผันผวน อาจทำให้บรรยากาศการขายขาดจากวันก่อนหน้าหมดไป ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดจากรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร กระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไรว่าหุ้นอาจเริ่มกลับมาสู่ระดับต่ำสุดในเดือนมิถุนายนเพื่อตอบสนองต่อธนาคารกลางสหรัฐที่ก้าวร้าวมากขึ้น
Tesla (+3.4%) เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ดีที่สุดของ NASDAQ เมื่อวันพุธ
การเพิ่มขึ้นของ TSLA ทำให้ราคากลับมาอยู่เหนือ $300 ต่อหุ้น ซึ่งเป็นดินแดนที่หุ้นตกลงต่ำกว่าหลังจากตลาดถล่มในวันอังคาร
การช่วยให้ TSLA ปัดเป่าการมองโลกในแง่ร้ายของนักลงทุนในวงกว้างคือการพัฒนาซัพพลายเชนของบริษัท
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Martin Viecha รองประธานฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ Tesla ได้กล่าวในการประชุมเทคโนโลยี Goldman Sachs ที่ได้รับเชิญเท่านั้น Viecha ตั้งข้อสังเกตว่าห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ของ บริษัท นั้นดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา และตอนนี้ Tesla สามารถซื้อเซลล์ทั้งหมดที่ต้องการสำหรับทั้งรถยนต์และผลิตภัณฑ์เก็บพลังงาน
Apple ขึ้นราคา iPhone 14 ในตลาดสำคัญApple ขึ้นราคา iPhone 14 ในตลาดสำคัญ ๆ แม้จะรักษาราคาไว้เท่าเดิมในสหรัฐฯ
สิ่งที่จะเกิดขึ้น?
ขึ้นราคาของ iPhone 14 series ในตลาดสำคัญๆ หลายแห่ง แม้ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงในสหรัฐอเมริกาก็ตาม
ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่ขอบฟ้า ทุกสายตาจับจ้องว่า Apple กำหนดราคาผลิตภัณฑ์หลักของตนอย่างไรในงานใหญ่ของ Cupertino ในวันพุธที่เปิดตัว iPhone 14 สี่รุ่น
หนึ่งในความประหลาดใจที่ใหญ่ที่สุดคือในสหรัฐอเมริกา Apple รักษาราคาของ iPhone 14 series เหมือนกับที่ชาร์จสำหรับ iPhone 13 รุ่นเทียบเท่า
รุ่นพื้นฐานของ iPhone 14 จะเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเดียวกับที่เรียกเก็บครั้งแรกสำหรับ iPhone 13 ของปีที่แล้ว ราคาสูงสุด iPhone 14 Pro Max เริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์ เช่นเดียวกับ iPhone 13 Pro Max
การคาดหวังในครั้งนี้?
สมาร์ทโฟน Apple รุ่นล่าสุดจะเป็นการทดสอบความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่และนำแบรนด์ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ มาทดลองใช้
นักวิเคราะห์กล่าวว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นอาจเป็นเพราะต้นทุนส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้นและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ในตลาดที่ Apple ขึ้นราคา
“ประเด็นสำคัญคือเงินยูโร และเงินเยนอ่อนค่าลงเล็กน้อยทำให้ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย” Neil Shah หุ้นส่วนของ Counterpoint Research กล่าวกับ CNBC
ในวันพุธ เงินปอนด์อังกฤษร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 1985 เงินยูโรยังคงอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกับดอลลาร์ และดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น
การวิเคราะห์ของราคา
ปัจจัยนี้จะทำให้หุ้นแอปเปิ้ลมีความผันผวนระยะสั้นจึงควรติดตามกรอบแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
ถ้ามีการปรับตัวร่วงลงแนวรับแรกก็คือ 153.09 แนวรับที่สองก็คือ 150.96 แนวรับสุดท้ายก็คือ 146.95
แต่ถ้ามีการขยับตัวสูงขึ้นกรอบแนวต้านสำคัญแรกก็คือ 156.34 แนวต้านที่สองก็คือ 159.82 แนวต้านสุดท้ายก็คือ 162.11
Nvidia ดึงความสนใจกลับมาที่การเลือกหุ้นของ Pelosiการลงทุนในหุ้นโดยประธานสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกา Nancy Pelosi และสามีของเธอ ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุน Paul Pelosi กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากหุ้นของ Nvidia (NASDAQ: NVDA ) ลดลงอีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ลดความสนใจในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์
เปโลซีเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรหญิงคนแรกของสหรัฐฯ และเป็นรองประธานาธิบดี (รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส) เมื่อพิจารณาถึงตำแหน่งที่เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ประเด็นด้านการเงินของเธอและโดยการขยายความของสามี มักจะดึงดูดความสนใจเสมอ
ในเดือนกรกฎาคม ทั้งคู่ขายหุ้น Nvidia 25,000 หุ้นในธุรกรรมมูลค่าระหว่าง 1 ล้านดอลลาร์ถึง 5 ล้านดอลลาร์ หุ้นถูกขายที่ 165.05 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงการสูญเสีย 340,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน Nvidia ลดลง 18.3% และหากไม่ใช่สำหรับการทำธุรกรรมในเดือนกรกฎาคม Pelosis จะสูญเสีย 753,000 ดอลลาร์แพลตฟอร์มข่าวกล่าวเสริม
แม้ว่าการตัดสินใจอาจเกิดจากสัญชาตญาณของนักลงทุนที่ดี แต่การโต้เถียงกลับถูกทำลายลง การยื่นร่างกฎหมายในสภาคองเกรสและการเยือนไต้หวันทำให้ยากขึ้นที่จะขจัดข้อโต้แย้งบางอย่างไว้ใต้พรม
สารกึ่งตัวนำ Boost
Paul Pelosi ลงทุนใน Nvidia เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนโดยใช้สิทธิในการเรียกหุ้น 200 รายการสำหรับหุ้นในบริษัทในราคา 100 ดอลลาร์ต่อหุ้น การทำธุรกรรมดังกล่าวยังมีมูลค่าระหว่าง 1 ล้านดอลลาร์ถึง 5 ล้านดอลลาร์..
เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กฎหมาย CHIPS ได้รับการอนุมัติในสภาคองเกรส ร่างกฎหมายดังกล่าวซึ่งประธานาธิบดีไบเดนลงนามในกฎหมายเมื่อเดือนสิงหาคม มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการผลิต การออกแบบ และการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ตาม TechRepublic กฎหมายจะให้เงิน 52 พันล้านดอลลาร์สำหรับสิ่งจูงใจในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุนด้านการวิจัย รวมถึงเครดิตภาษีการลงทุน 25% สำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia
Charles Gasparino คอลัมนิสต์ของ New York Post ระบุว่าการลงทุนนี้เป็น "โฮมรันล่าสุด" สำหรับ Pelosi ซึ่ง Gasparino เขียนว่า "ได้ฆ่ามันในตลาดหุ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา" ซึ่งชนะบริษัทต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายของรัฐบาล
สภาคองเกรสเปโลซีสนับสนุนพระราชบัญญัติ CHIPS หลังจากการขายในเดือนกรกฎาคม ผู้คนเริ่มร้องเพลงที่แตกต่างกันซึ่งอาจทำธุรกรรมเพื่อบรรเทาข้อกังวลด้านผลประโยชน์ทับซ้อน
หรืออาจเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดอีกอย่างหนึ่ง Nvidia ร่วงลงเกือบ 3% เมื่อปิดการซื้อขายเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา โดยอยู่ในภาวะขาดทุนในสัปดาห์นั้น ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ จำกัดการขายของบริษัทไปยังประเทศจีน
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เชื่อมโยงประธานสภากับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์คือการไปเยือนไต้หวันในวันที่ 2 สิงหาคม การเยือนจีนตามรายงานของ BBC นั้น "ถูกประณามอย่างรุนแรง" โดยเกี่ยวข้องกับการพบปะกับ Mark Liu ประธานผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ไต้หวัน Semiconductor Manufacturing Co. หรือ TSMC (TPE: 2330)
การลงทุนอื่นๆ
นอกเหนือจาก Nvidia แล้ว บริษัท Pelosis ยังมีการลงทุนอื่นๆ ในบริษัทมหาชนอีกด้วย Business Insider รายงานในเดือนกรกฎาคมว่าพวกเขามีหุ้นในบริษัทต่างๆ ได้แก่:
อัลไลแอนซ์เบิร์นสไตน์ (NYSE: AB),
คลาส A (NASDAQ: GOOGL ) และหุ้น C (NASDAQ: GOOG ) ของ Alphabet
Amazon.com (NASDAQ: AMZN ),
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (NYSE: AXP ),
แอปเปิล (NASDAQ: AAPL ),
เทคโนโลยีไมครอน (NASDAQ: MU)
ไมโครซอฟท์ (NASDAQ: MSFT ),
เพย์พาล (NASDAQ: PYPL ),
Salesforce.com (NYSE: CRM ),
เทสลา (NASDAQ: TSLA ), วีซ่า (NYSE: V),
วอลท์ ดิสนีย์ (NYSE: DIS),
และ Warner Bros. Discovery Series A (WNASDAQ: WBD )
การมีส่วนร่วมของประธานเปโลซีในบริษัทเหล่านี้ทำให้เกิดกฎหมายที่จะห้ามสมาชิกรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาซื้อขายหุ้น หลังจากการต่อต้านเป็นเวลาหลายเดือน เปโลซีก็ล้มเลิกการคัดค้านกฎหมายที่เสนอ
คนวงในรวมประธานสภาไว้ในรายชื่อสมาชิกรัฐสภาที่ร่ำรวยที่สุด 25 คน โดยมีมูลค่าสุทธิอย่างน้อย 46.1 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางสัญชาตญาณว่าสิ่งนี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เธอส่งต่อเพื่อช่วยสามีของเธอในการตัดสินใจลงทุน ส.ส.หญิงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเดือนกรกฎาคมว่าไม่เคยเป็นเช่นนี้
ราคาของ TWTR จะตอบสนองต่อเทพนิยายของศาลอย่างไร?ทวิตเตอร์ อิงค์ (NYSE: TWTR) กำลังจะปิดฉากเดือนสิงหาคมด้วยสีแดง เนื่องจากเศรษฐีพันล้าน Elon Musk ค้นพบเหตุผลใหม่ที่จะถอนตัวจากข้อตกลงมูลค่า 44 พันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อกิจการบริษัทโซเชียลมีเดีย
บริษัทปิดทำการในวันที่ 30 ส.ค. ต่ำกว่า $40.00 ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา บริษัททำจุดสูงสุดที่ 44.99 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าข้อเสนอ 54.20 ดอลลาร์ต่อหุ้นของมัสค์มาก
ท่ามกลางการล่มสลายของการปฏิวัติอย่างต่อเนื่อง หุ้นของบริษัทได้พ่ายแพ้ และนักลงทุนกำลังจับตามองสำหรับการซื้อหรือขายโอกาสด้วยหุ้นของ Twitter ก่อนการพิจารณาคดีในวันที่ 17 ต.ค. ซึ่งจะตัดสินว่า Musk ถูกบังคับให้ดำเนินการซื้อกิจการต่อไปหรือไม่
ผลกระทบของข้อเสนอ
ผู้บริหารระดับสูงของ Tesla (NASDAQ: TSLA) ตกลงซื้อ Twitter ในเดือนเมษายน โดยซื้อขายหุ้นในตอนนั้นโดยมีส่วนลดประมาณ 10% จากราคาเสนอซื้อ
ในเดือนพฤษภาคม มัสค์ระงับข้อตกลงชั่วคราว ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับบัญชีสแปมบนแพลตฟอร์มที่เขากล่าวว่าไม่รวมอยู่ในการคำนวณการเสนอราคาซื้อกิจการ
เมื่อมหาเศรษฐีผู้นี้ยุติข้อตกลงอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม หุ้นของ Twitter ก็ส่งหุ้นของ Twitter ลงไปอีก โดยหุ้นร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในวันที่ 11 กรกฎาคม
ตั้งแต่นั้นมา TWTR ก็พบการสนับสนุนการซื้อ อาจเป็นเพราะนักลงทุนเชื่อว่า Musk ไม่สามารถถอนตัวจากการเปลี่ยนแปลงตลาดของเขาโดยไม่ได้ร้องขอ การเสนอราคาแบบไม่มีเงื่อนไขสำหรับ Twitter ถึงกระนั้น ความกดดันที่ลดลงก็กำลังสร้างราคาหุ้นของทวิตเตอร์ในขณะที่คดีในศาลพัฒนาขึ้น ในขณะที่เขียน TWTR ได้ย้อนกลับไปที่ระดับ 50% ระหว่างระดับต่ำสุดในเดือนกรกฎาคมถึงระดับสูงสุดในเดือนสิงหาคม
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. Kathaleen McCormick ผู้พิพากษาของ Deleware ได้สั่งให้ Twitter ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ Musk เกี่ยวกับวิธีการคำนวณบอทและบัญชีปลอมบนแพลตฟอร์มของตนก่อนการพิจารณาคดีของศาลในวันที่ 17 ต.ค. McCormick สั่งให้บริษัทจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี 9,000 บัญชีที่วิเคราะห์เพื่อความถูกต้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบเมื่อสิ้นปี 2564 Financial Times ของลอนดอนรายงาน
ข้อมูลดังกล่าวสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับคำกล่าวอ้างของ Musk และจัดการกับความเสียหายต่อบริษัทโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก Peiter Zatko อดีตหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของบริษัท อ้างว่าเขาแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อบกพร่องร้ายแรงในการจัดการข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ของ Twitter รวมถึงการหมด ซอฟต์แวร์วันที่ Bloomberg รายงานโดยอ้างถึง Zatko ว่าผู้บริหารของบริษัทยังปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดและขาดการปกป้องข้อมูลผู้ใช้
สูญเสียในสายตาเท่านั้น?
สำหรับ Twitter ข้อตกลงดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายแล้ว 33 ล้านดอลลาร์ และความไม่แน่นอนที่เกิดจากละครในศาลทำให้รายรับลดลง และแม้ว่าจะเห็นข้อตกลงผลักดัน แต่ก็จะถูกทิ้งไว้ในตำแหน่งที่แย่กว่าก่อนที่จะมีการทำข้อเสนอ นอกจากนี้ เทพนิยายทั้งหมดยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของพนักงานและการรักษาไว้บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ในขณะเดียวกัน ความเสียหายที่คล้ายกันอาจเกิดขึ้นกับเทสลา หุ้นของบริษัทยานยนต์ซึ่งมัสค์ใช้เพื่อสนับสนุนการเสนอราคาซื้อกิจการของเขา ได้ลดลงครึ่งหนึ่งระหว่างต้นเดือนเมษายนเมื่อเริ่มทำข้อตกลง และในปลายเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามของมัสค์ที่จะถอนตัวออก แม้ว่าหุ้นจะเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัว แต่ Musk และผู้ถือหุ้นของเขาจะต้องจ่ายเงินมากเกินไปสำหรับ Twitter ตามมูลค่าตลาดในปัจจุบัน
ตอนนี้ ทุกคนกำลังรอคำตัดสินของศาลในเดือนตุลาคมที่จะตัดสินว่าบริษัทต่างๆ จะจัดการกับผลที่ตามมาร่วมกันหรือแยกจากกัน
PDD จะดีสมชื่อไหม ?Wave 12345 สีน้ำเงินที่ผ่านมา เป็น W ที่ X3W
จุดสูงสุดวันที่ 27/6/65 AO เกิด divergance การย่อลงมารอบนี้ไม่ควรหลุด 61.8 ราคาประมาณ 45.45
จากข่าวที่มีการไปเยือนไต้หวัน ราคามีหลุด45.45 ลงไปแต่มีแรงดึงกลับขึ้นมา ถ้าจะมองเป็นขาขึ้นราคาบริเวณนี้ทั้งระดับการย่อ และระยะเวลาที่ย่อถือว่าเหมาะสม
เป็นจุดที่ RR ในการเทรดน่าสนใจ แต่ถ้าราคามีการวกกลับลงไปต่ำกว่า 45 มีโอกาสที่ 1 or A , 2 or B , 3 or C (สีน้ำเงินใหญ่ๆ) จะเป็นแค่ A , B , C จบชุดขารีบาว
จับตางบที่กำลังจะประกาศ 25 /8 /65 ( ล่าสุดเบรคเป็นกำไรติดต่อกัน 4 ไตรมาส )
ทำไมดอกเบี้ยระยะสั้นใน Best Buy จึงน้อยกว่าคู่แข่งอะไรคือความสนใจสั้น ๆ ของผู้ค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค Best Buy (NYSE: BBY) ก่อนผลประกอบการไตรมาสสองในวันที่ 30 สิงหาคม
ในวันซื้อขายสุดท้าย Best Buy มีดอกเบี้ยระยะสั้นประมาณ 12 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.97% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ Fintel เปิดเผยว่า ภายในเที่ยงวันที่ 19 ส.ค. หุ้น Best Buy จำนวน 5.5 ล้านหุ้นพร้อมให้ชอร์ตแล้ว
หุ้น BBY ร่วงลงเกือบ 4% เมื่อปิดการซื้อขายวันที่ 19 ส.ค. และมีการลดลงเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์นี้ สต็อกของบริษัทเกือบจะอยู่ในสีเขียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพุ่งสูงสุดที่ 86.35 ดอลลาร์ในวันอังคาร และสร้างระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนใหม่ อย่างไรก็ตาม ในที่สุด BBY ก็ปิดตัวลงในช่วงสัปดาห์ที่ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลดลง 4% ที่กล่าวมาข้างต้น
ปิดรายการที่สั้นที่สุด
แม้จะมีความท้าทายที่ต้องทน แต่ Best Buy ยังคงไม่อยู่ในรายชื่อหุ้นที่ short ส่วนใหญ่
รายชื่อหุ้นที่มี Short มากที่สุดในเดือนสิงหาคม ได้แก่ Intercept Pharmaceuticals (NASDAQ: ICPT ), Bed Bath & Beyond (NASDAQ: BBBY ), MicroStrategy (NASDAQ: MSTR ), WeWork (NYSE: WE), Upstart (NASDAQ: UPST ) และ Beyond Meat (NASDAQ: BYND ) หุ้นทั้งหมดข้างต้นมีดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงกว่า 35.00% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว
ค่าเฉลี่ยของกลุ่มเพื่อนที่เทียบเท่าของ Best Buy สำหรับดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นเปอร์เซ็นต์ลอยตัวคือ 25.57% ซึ่งหมายความว่ามีดอกเบี้ยระยะสั้นน้อยกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่
แนวโน้มไตรมาสสอง
เช่นเดียวกับผู้ค้าปลีกรายอื่น บริษัทกำลังแล่นเรือในน่านน้ำที่มืดมิดเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อที่สูง การขึ้นดอกเบี้ย และแม้แต่ต้นทุนด้านพลังงานอาจเพิ่มความท้าทายให้กับบริษัทเหล่านี้มากขึ้น
สำหรับ Best Buy บางคนคิดว่ารายรับและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอยู่ในแนวเดียวกับการฟื้นตัวหลังจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวในระยะยาวหลังจากจุดต่ำสุดในเดือนกรกฎาคม
อย่างไรก็ตาม Best Buy อาจไม่รั้นในมุมมองของตัวเอง BBY มีกำหนดจะประกาศผลในไตรมาสที่สองในวันที่ 30 สิงหาคม และคาดว่าจะรายงานยอดขายที่ลดลงประมาณ 13% และรายได้ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 7.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองก่อนเกิดโรคระบาดในปีงบประมาณ 2022
Corie Barry ซีอีโอของ Best Buy กล่าวว่า "เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่องและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็อ่อนตัวลงไปอีก ส่งผลให้ผลประกอบการทางการเงินในไตรมาสที่ 2 ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพฤษภาคม"
บริษัทยังวางแผนที่จะระงับการซื้อหุ้นคืนแต่รับประกันการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส
หุ้นของ Rocket Lab ถูกตีราคาต่ำเกินไปหรือไม่?เมื่อเปรียบเทียบกับ SpaceX ผู้นำตลาดที่รับรู้ การประเมินมูลค่าของ Rocket Lab USA (NASDAQ: RKLB) นั้นต่ำกว่าความเป็นจริง ด้วยมูลค่าตลาด 2.5 พันล้านดอลลาร์ Rocket Lab ถูกบดบังด้วย SpaceX 127 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เชื่อว่าการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของ Rocket Lab นั้นรับประกันว่ามองข้ามผลลัพธ์ทางการเงินในทันทีและเป็นส่วนที่เพิ่มเข้าไปในเกม
หากมองข้ามการประเมินมูลค่า Rocket Lab ได้ดำเนินการขาดทุนอย่างน้อยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็เห็นว่าหุ้นเติบโต 26% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 4 ส.ค. พุ่งขึ้นถึง 5.55 ดอลลาร์เมื่อเปิดตัวดาวเทียมสอดแนมสหรัฐในนิวซีแลนด์บนยอดอิเลคตรอน มันแตะระดับสูงสุดอีกครั้งในวันที่ 8 ส.ค. ที่ $5.60 ก่อนปิดวันที่ $5.45
จากมุมมองมหภาคที่มากขึ้น ราคาหุ้นของ Rocket Lab กำลังเดินทางไปตามรายการ SPAC อื่นๆ ลดลง 55% สำหรับปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเปิดคำถามว่าทำไมมันไม่สอดคล้องกับหุ้นกลาโหมเช่น iShares US Aerospace & Defense ETF (เพิ่มขึ้น 1.73% YTD) ซึ่งดูเหมือนจะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
การพยากรณ์ไตรมาสที่สองหยาบคาย
Rocket Lab ถูกตั้งค่าให้ประกาศผลสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนในวันที่ 11 สิงหาคม โดยคาดว่าการสูญเสีย EBITDA จะอยู่ระหว่าง 3.5 ล้านดอลลาร์ถึง 5.5 ล้านดอลลาร์ และสำหรับรายรับจะอยู่ในช่วง 51 ล้านดอลลาร์ถึง 54 ล้านดอลลาร์ บริษัทคาดว่าจะบันทึกขาดทุนปกติต่อหุ้น 0.06 ดอลลาร์
ในไตรมาสแรกของปี 2565 บริษัทบันทึกผลขาดทุนที่ปรับแล้วประมาณ 8.0 ล้านดอลลาร์ และรายได้เพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบเป็นรายปีเป็น 40.7 ล้านดอลลาร์ แม้จะมีความคาดหวังเชิงลบสำหรับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น แต่ก็สามารถสังเกตได้ว่าการสูญเสียที่ Rocket Lab ได้รับรายงานนั้นน้อยกว่าช่วงก่อนหน้า บริษัทอาจอยู่ไม่ไกลจากการพังทลายแม้จะเป็นไปตามอัตราที่กำลังดำเนินอยู่
รักษาความมั่นใจ
การเปิดตัวสำนักงานลาดตระเว ณ แห่งชาติเมื่อวันที่ 4/5 ส.ค. ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับบริษัท ซึ่งมากพอที่จะยกระดับหุ้นเป็น 5.55 ดอลลาร์ ภารกิจดังกล่าวถือเป็นการติดตั้งดาวเทียมครั้งที่ 146 จากเครื่องกระตุ้นอิเล็กตรอนจนถึงปัจจุบัน แต่ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น Rocket Lab อาจไม่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่จากการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทกำลังพัฒนานิวตรอน ซึ่งเป็นบูสเตอร์แบบใช้ซ้ำได้ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะสูง 40 เมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7 เมตร เป็นจรวดขนาดกลางที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานของกลุ่มดาวขนาดใหญ่ การบินในอวกาศของมนุษย์ และภารกิจในห้วงอวกาศ เที่ยวบินแรกของนิวตรอนมีการวางแผนในปี 2567
แง่มุมที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ของนิวตรอนอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตหรือทำลายสำหรับ Rocket Lab หากประสบความสำเร็จ นิวตรอนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้จะสามารถเปิดตัวได้มากขึ้นและสร้างรายได้มากขึ้นในช่วงเวลาที่แน่นอน ในที่สุดสามารถนำไปสู่ผลกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นเนื่องจากจะช่วยลดต้นทุนการผลิต
ในแง่นี้ Rocket Lab อาจเสนอความเสี่ยง/ผลตอบแทนที่ไม่สมมาตรในการประเมินมูลค่าปัจจุบันเนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากการกระจายความเสี่ยงและด้วยความพยายามที่จะนำอิเลคตรอนบูสเตอร์กลับมาใช้ใหม่
NVDA จุดซื้อ W4 ไป W5นี้ภาพ Wave 3 น่าจะเป็น X3W เกิน 161.8 และ เบรค 0-2 trend line
เมื่อคืนย่อตัวลงมาบริเวณ 38.2 เกิด Doji และตามด้วยแท่งกลับตัวใน TF 4 ชม
W4 ย่อ 38.2 และตัด 1-3 trend line และ AO ถอยไปใกล้ๆ 0 มีโอกาสจบ Wave4 หรือที่ลงมาเป็น A มีโอกาสที่ชุดต่อจากนี้เด้ง 5 หรือ B
จุดซื้อบริเวณนี้ เป้าขายW5 183 SL หลุด158.77 ( Fibo 61.8 ถ้าหลุดที่มอง X3W น่าจะเป็น C )
AMD จุดเทรด W4 ไป W5wave ก่อนหน้ามีโอกาสเป็น wave3 มากกว่า C เนื่องจากมีความยาวเกิน 161.8 และ เบรค 0-2 trend line มองเป็น X3W
เมื่อคืนมีการพักตัวลงมาที่ fibo 38.2 ที่ราคา 85 ตัด 1-3 trend line มีโอกาสเฟิมสถานะ W4
TF 4 ชม มี doji แล้วตามด้วยแท่งเขียว สำหรับคนที่จะเล่นลุ้น W5 Buy แถวๆนี้ เป้าขาย 93 SL ถ้า wave 4 ที่ลงหลุด81 ( ถ้าหลุดเกิน 81 Wave X3W ที่มองจะเป็น Elongated Flat )
Pypl จุดซื้อ W4 ขึ้น W5
3 or c เบื้องต้นมีโอกาสดูเป็น X3W ความยาว W3 ทะลุ 161.8 มาอยู่ที่ 2
W4 ที่ย่อลงมาอยู่ในกรอบ Fibo 38.2-50 ตรงแนวรับที่สัญญาณกลับตัวของแท่งเทียน doji + engulfing
จุดซื้อ 76.55- 78.49 เป้าขายตี W1 = W5 เป้าอยู่บริเวณ 84.3 SL หลุด74.6 ( ถ้าหลุดที่มอง W3 น่าจะเป็น WaveC)
ดู AO ประกอบ
W1 เหนือน้ำนิดๆแท่งมีความต่อเนื่อง
W2 ถอยกลับมาใกล้ๆ zero line หรือต่ำกว่า
W3 AO ใหญ่สุด
W4 กำลังปัจจุบันกำลังถอยลงมาใกล้ Zero line ( W4 ไม่จำเป็นต้องใต้น้ำ หรือ ถ้าลงใต้น้ำต้องไม่ใหญ่เกิน 40% ของ AO W3 )
Lockdown Mode คุณสมบัติใหม่ของ AppleApple ประกาศคุณสมบัติใหม่สำหรับ iPhone ที่เรียกว่า Lockdown Mode ในวันพุธ เพื่อปกป้องผู้ใช้ที่มีชื่อเสียง เช่น นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวจากแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ
สิ่งที่จะเกิดขึ้น?
โหมดล็อคดาวน์จะปิดคุณสมบัติหลายอย่างบน iPhone เพื่อทำให้สปายแวร์มีความเสี่ยงน้อยลง โดยลดจำนวนคุณสมบัติที่ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและอาจทำการแฮ็กได้อย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันปิดการใช้งานคุณสมบัติการแสดงตัวอย่างมากมายใน iMessage, จำกัด JavaScript บนเบราว์เซอร์ Safari, ป้องกันการติดตั้งโปรไฟล์การกำหนดค่าใหม่, บล็อกการเชื่อมต่อแบบมีสาย — ดังนั้นจึงป้องกันข้อมูลของอุปกรณ์จากการถูกคัดลอก — และปิดคำขอบริการของ Apple ที่เข้ามารวมถึง FaceTime
ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจะจ่ายเงินสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับนักวิจัยที่พบว่ามีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยในโหมดล็อกดาวน์
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลายเดือนหลังจากการเปิดเผยว่าแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐมีความสามารถในการแฮ็ก iPhone รุ่นล่าสุดด้วยการโจมตีแบบ "zero-click" ที่เผยแพร่ผ่านข้อความ การโจมตีเหล่านี้สามารถทำได้สำเร็จแม้ว่าเหยื่อจะไม่คลิกลิงก์ก็ตาม
การคาดหวังในครั้งนี้?
ผู้ผลิต iPhone ต้องเผชิญกับการเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในเดือนมีนาคม ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ได้กดดัน Apple เกี่ยวกับรายละเอียดการโจมตี รวมถึงการตรวจพบได้หรือไม่ มีการค้นพบกี่คน และเกิดขึ้นเมื่อใดและที่ไหน
แฮกเกอร์ส่วนใหญ่มีแรงจูงใจทางการเงิน และมัลแวร์ส่วนใหญ่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ให้ข้อมูลที่มีค่า เช่น รหัสผ่านหรือให้ผู้โจมตีเข้าถึงบัญชีการเงิน
โหมดล็อกดาวน์มีไว้สำหรับคนจำนวนน้อยที่คิดว่าพวกเขาอาจตกเป็นเป้าหมายของแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐและต้องการความปลอดภัยในระดับสูงสุด เหยื่อที่ตกเป็นเป้าหมายของสปายแวร์ระดับกองทัพ ได้แก่ นักข่าว นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และผู้บริหารธุรกิจ ตามรายงานของเดอะวอชิงตันโพสต์ สปายแวร์ยังถูกกล่าวหาว่าถูกใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงรัฐมนตรีฝรั่งเศสและผู้นำแบ่งแยกดินแดนคาตาลันในสเปน
“ในขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่เคยตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีเป้าหมายสูง เราจะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อปกป้องผู้ใช้จำนวนน้อยที่เป็นอยู่” Ivan Krstić หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมความปลอดภัยและสถาปัตยกรรมของ Apple กล่าวในแถลงการณ์
การวิเคราะห์ของราคา
ปัจจัยนี้จะทำให้หุ้นแอปเปิ้ลมีความผันผวนระยะสั้นจึงควรติดตามกรอบแนวรับแนวต้านที่สำคัญ
ถ้ามีการขยับตัวสูงขึ้นกรอบแนวต้านสำคัญแรกก็คือ 146.38 แนวต้านที่สองก็คือ 148.30 แนวต้านสุดท้ายก็คือ 149.73
แต่ถ้ามีการปรับตัวร่วงลงแนวรับแรกก็คือ 141.70 แนวรับที่สองก็คือ 138.90 แนวรับสุดท้ายก็คือ 136.24
Microsoft เข้าซื้อกิจการ Activisionการเข้าซื้อกิจการ Activision มูลค่า 69 พันล้านดอลลาร์ของ Microsoft เผชิญกับการสอบสวนการแข่งขันในสหราชอาณาจักร
สิ่งที่จะเกิดขึ้น?
หน่วยงานเฝ้าระวังการแข่งขันของสหราชอาณาจักรในวันพุธได้เปิดการสอบสวนถึงข้อเสนอของ Microsoft ในการเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard ผู้เผยแพร่วิดีโอเกม
ในแถลงการณ์ หน่วยงานด้านการแข่งขันและการตลาดของสหราชอาณาจักรกล่าวว่าการสอบสวนจะพิจารณาว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจเป็นอันตรายต่อการแข่งขันหรือไม่ – “ตัวอย่างเช่น ผ่านราคาที่สูงขึ้น คุณภาพที่ต่ำกว่า หรือทางเลือกที่ลดลง”
CMA กำหนดเส้นตายวันที่ 1 กันยายนสำหรับการตัดสินใจครั้งแรก หน่วยงานกำกับดูแลกล่าวว่าต้องการข้อเสนอแนะจากบุคคลที่สามที่สนใจ โดยจะมีการปรึกษาหารือจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม
การคาดหวังในครั้งนี้?
Lisa Tanzi รองประธานบริษัทและที่ปรึกษาทั่วไปของ Microsoft กล่าวว่าการตรวจสอบด้านกฎระเบียบของข้อตกลงนั้นเป็นสิ่งที่คาดหวัง โดยเสริมว่าบริษัทจะ “ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่” กับ CMA
“เรามุ่งมั่นที่จะตอบคำถามจากหน่วยงานกำกับดูแล และท้ายที่สุดเชื่อว่าการตรวจสอบอย่างละเอียดจะช่วยให้ข้อตกลงปิดลงด้วยความมั่นใจในวงกว้าง และมันจะเป็นผลดีต่อการแข่งขัน” Tanzi กล่าว
“เรายังคงมั่นใจว่าข้อตกลงจะปิดในปีงบประมาณ 2023 ตามที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก”
Activision ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ทันทีเมื่อได้รับการติดต่อจาก CNBC
หุ้นของ Microsoft และ Activision แทบไม่เคลื่อนไหว
การวิเคราะห์ของราคา
ปัจจัยนี้จะทำให้หุ้น Microsoft มีความผันผวนระยะสั้นจึงควรติดตามกรอบแนวรับสำคัญ
ถ้ามีการขยับตัวสูงขึ้นกรอบแนวต้านสำคัญแรกก็คือ 272.07 แนวต้านที่สองก็คือ 274.51 แนวต้านสุดท้ายก็คือ 277.20
แต่ถ้ามีการปรับตัวร่วงลงแนวรับแรกก็คือ 264.15 แนวรับที่สองก็คือ 259.74 แนวรับสุดท้ายก็คือ 254.77
TAL : Case Study ของหุ้นที่ -90% เพราะ fundamental เปลี่ยนTAL : Case Study ของหุ้นที่ก่อนหน้านี้ขึ้นมาตลอด 9 ปี แต่วันนี้ Fundamental เปลี่ยน... คนก็ไม่เอาทันที 55
เคสนี้คลาสสิคดีนะ มันบอกอะไรเราหลายอย่างเลย
- การติดดอยแล้วถือไว้ด้วยความเชื่อ ว่า "ไม่ขายไม่ขาดทุน" "เดี๋ยวมันก็กลับมา" มันอาจจะไม่กลับมาอีกเลยก็ได้นะ
- ระบบแนว Trend Following เช่น MACD ตัดศูนย์ เป็นเหมือน GPS ที่บอกเราว่า ตรงไหนควรเข้า ตรงไหนควรหนี .. ถ้าเราเชื่อมัน เราก็รอดตาย
- เคสนี้ ระบบ MACD ตัดศูนย์ Daily แดงมานานแล้ว ตั้งแต่ 73$ และ Weekly ก็แดงมานานแล้วตั้งแต่ 53$ คนที่ถือไปเรื่อยๆ จนมันลงมาเหลือแค่ 6$ มันก็คือความผิดของคุณเองคนเดียวเท่านั้น
- การได้ราคาถูก แล้วกะว่าจะถือให้ลูกให้หลาน โดยไม่มีแผนเก็บกำไรบ้างเลย ก็ไม่ควร เพราะเคสนี้ มันขึ้นมาเป็น 9 ปี แต่ช่วงที่ผ่านมา ราคาลงจนย้อนกลับไปเท่าๆ กับเมื่อ 6 ปีก่อน ใครที่ไม่ขายก็จะไม่ได้อะไรเลย
- Fundamental สามารถเปลี่ยนได้เสมอ และเมื่อมันเปลี่ยน มันก็มีผลกระทบต่อราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ .. อย่าไปมั่นใจเกินไปว่า มันจะไม่มีวันลง ด้วยเหตุผลร้อยแปด ... จง ดู กราฟ






















