ตลาดฟอเร็กซ์
USD/JPY จับตา BoJ ขึ้นดอกเบี้ย แนวต้าน 156.46 ชี้ทิศทางถัดไป📊 **USD/JPY จับตาแนวต้าน 156.46 — ตลาดกำลังเดิมพันกับ “ก้าวต่อไป” ของ BoJ**
เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ USD/JPY ปรับตัวลงราว 0.28% มาเคลื่อนไหวบริเวณ 155.80 ท่ามกลางความคาดหวังว่า **ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะยังเดินหน้าบนเส้นทางการคุมเข้มนโยบายการเงิน** แม้ตลาดคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 Basis Points สู่ระดับ 1.25% ในวันศุกร์
ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ได้อยู่แค่คำถามว่า “BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่” แต่เป็น **BoJ จะส่งสัญญาณอย่างไรเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนี้**
🔎 **มุมมองทางเทคนิค: 156.46 คือด่านสำคัญของฝั่ง USD/JPY**
บนกราฟรายวัน USD/JPY เคลื่อนไหวบริเวณ 155.83 และยังคงมี Bias ระยะสั้นในเชิงลบ เนื่องจากราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น **20-day Exponential Moving Average (EMA) ที่ 156.46**
การที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นดังกล่าวได้ ทำให้บริเวณนี้ยังทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ และจำกัดการฟื้นตัวของ USD/JPY
ขณะเดียวกัน **Relative Strength Index (RSI)** ฟื้นตัวจากเขต Oversold ขึ้นมาบริเวณ 43.79 สะท้อนว่าแรงกดดันขาลงเริ่มผ่อนคลายลง แต่ในเชิงเทคนิคยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการกลับตัวอย่างชัดเจน
📌 **ระดับราคาที่ควรจับตา**
แนวต้านแรกอยู่ที่ **156.46** ซึ่งตรงกับเส้น 20-day EMA และถือเป็นด่านแรกที่ราคาจำเป็นต้องผ่าน หากต้องการเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง
ส่วนด้านล่าง **152.89** ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของวันที่ 8 กันยายน ถือเป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดอาจกลับมาให้ความสนใจ หาก USD/JPY เผชิญแรงขายเพิ่มขึ้น
กล่าวอีกแบบคือ ในระยะสั้น ตลาดกำลังอยู่ระหว่าง **แนวต้าน 156.46 กับแนวรับสำคัญ 152.89** โดยทิศทางถัดไปอาจขึ้นอยู่กับทั้งผลการประชุมและ “น้ำเสียง” ของ BoJ
🏦 **Fundamental Analysis: ตลาดไม่ได้มองแค่การขึ้นดอกเบี้ย**
ข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่นและการประชุม BoJ กลายเป็นปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม โดยกำหนดการสำคัญประกอบด้วย
🇯🇵 **National Consumer Price Index (YoY)**
ครั้งก่อน: 1.9%
🇯🇵 **National CPI ex Food & Energy (YoY)**
ครั้งก่อน: 1.8%
🇯🇵 **National CPI ex Fresh Food (YoY)**
ตลาดคาด: 1.8%
ครั้งก่อน: 1.8%
และประเด็นใหญ่คือการประชุม **Bank of Japan**
🏦 **BoJ Interest Rate Decision**
ตลาดคาด: **1.25%**
ครั้งก่อน: **1.00%**
รวมถึง **BoJ Monetary Policy Statement** ซึ่งอาจมีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขอัตราดอกเบี้ย
💡 **Danske Bank มอง BoJ อาจส่งสัญญาณเร่งจังหวะ Tightening**
นักวิเคราะห์จาก Danske Bank คาดว่า BoJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ **1.25%** พร้อมมองว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกสะท้อนเข้าไปในราคาตลาดค่อนข้างมากแล้ว หลังจาก Market Pricing ปรับตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดังนั้น สิ่งที่อาจสร้างความผันผวนมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ย คือ **Forward Guidance และน้ำเสียงของผู้ว่าการ Kazuo Ueda**
Danske Bank คาดว่า BoJ อาจส่งสัญญาณถึงแนวทางที่คล่องตัวมากขึ้นในการกำหนดจังหวะ Tightening เมื่อเทียบกับวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยที่ค่อนข้างระมัดระวังในช่วงที่ผ่านมา
หาก BoJ ไม่ส่งสัญญาณในลักษณะดังกล่าว Danske Bank มองว่าอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินเยน
🇺🇸 **อีกด้านหนึ่ง Fed ยังเป็นตัวแปรสำคัญของ USD/JPY**
ดอลลาร์สหรัฐปรับฐานหลังไม่สามารถต่อยอดการแข็งค่าติดต่อกันสามวันได้ ขณะที่ฝั่งนโยบายการเงินสหรัฐ Federal Reserve ส่งสัญญาณจากการประชุมล่าสุดว่า **ยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้**
Dot Plot ของ Fed ระบุว่า **กรรมการ 16 จาก 18 คนมองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้**
นี่ทำให้ USD/JPY อยู่ท่ามกลางแรงดึงจากนโยบายการเงินของสองประเทศ
**BoJ → มีโอกาสเดินหน้า Tightening**
ขณะที่
**Fed → ยังส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจต้องสูงขึ้นอีก**
📈 **มุมมองเชิงวิเคราะห์**
สิ่งที่น่าสนใจของ USD/JPY รอบนี้คือ ตลาดอาจไม่ได้ตอบสนองต่อ “การขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ” เพียงอย่างเดียว เพราะหากการขึ้นสู่ 1.25% ถูก Price-in ไปมากแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของเงินเยนอาจขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น **หลังการประกาศดอกเบี้ย**
คำถามสำคัญคือ BoJ จะส่งสัญญาณว่า Tightening Cycle สามารถเดินหน้าเร็วขึ้นหรือไม่
หากน้ำเสียงของ BoJ ออกมา Hawkish กว่าที่ตลาดประเมินไว้ เงินเยนอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม และ USD/JPY อาจเผชิญแรงกดดัน
แต่หาก BoJ ขึ้นดอกเบี้ยตามคาดโดยไม่ได้ส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Tightening ตลาดอาจตีความว่าเหตุการณ์สำคัญถูก Price-in ไปแล้ว และความสนใจอาจกลับไปยังส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอีกครั้ง
ดังนั้น **156.46** จึงเป็นระดับที่น่าจับตาในเชิงเทคนิค ขณะที่ในเชิง Fundamental ต้องจับตาว่า BoJ จะสามารถเปลี่ยนความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับ “เส้นทางดอกเบี้ยในอนาคต” ได้มากเพียงใด
💬 **แล้วคุณมอง USD/JPY หลังประชุม BoJ อย่างไร?**
BoJ จะส่งสัญญาณ Hawkish จนเงินเยนแข็งค่าต่อ หรือการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ถูกตลาด Price-in ไปเกือบหมดแล้ว?
👇 **แชร์มุมมองและระดับ USD/JPY ที่คุณกำลังจับตาไว้ในคอมเมนต์** และติดตามบทวิเคราะห์ตลาดต่อไป เพื่อไม่พลาดปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนหลังการตัดสินใจของ BoJ
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
#USDJPY #JPY #JapaneseYen #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #BOJ #BankOfJapan #Fed #FederalReserve #InterestRates #MarketAnalysis #Trading #CurrencyMarket
EUR/USD จับตา Fed คืนนี้ ลุ้นทิศทางดอกเบี้ยชี้ชะตาค่าเงิน🇪🇺🇺🇸 **EUR/USD ระวังแรงเหวี่ยง! ตลาดจับตา Fed ก่อนรู้ผลดอกเบี้ยคืนนี้**
เงินยูโร (EUR) เคลื่อนไหวค่อนข้างซบเซาเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดย EUR/USD ซื้อขายบริเวณ **1.1535** ในช่วงตลาดยุโรปวันพุธ นักลงทุนยังคงซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เวลา **01:00 น. วันที่ 17 กันยายน ตามเวลาไทย**
📊 **วิเคราะห์ทางเทคนิค EUR/USD**
บนกราฟรายวัน EUR/USD เคลื่อนไหวบริเวณ **1.1532** และยังสะท้อนภาพเชิงลบในระยะสั้น เนื่องจากราคายังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 20 ช่วงเวลา หรือ **20-period EMA ที่ 1.1589**
ราคาปรับตัวลงจากจุดสูงล่าสุด ขณะที่ **Relative Strength Index (RSI 14) อยู่บริเวณ 40** สะท้อนว่าแรงกดดันด้านขาลงยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Oversold อย่างรุนแรง
ภาพดังกล่าวบ่งชี้ว่า **ฝั่งผู้ขายยังคงได้เปรียบ** ขณะที่ความพยายามในการฟื้นตัวของราคายังถูกจำกัดจากแนวต้านแบบ Dynamic Resistance ที่อยู่ไม่ไกลจากระดับปัจจุบัน
📈 **แนวต้านสำคัญ:** 1.1589
เส้น 20-period EMA ที่ **1.1589** เป็นแนวต้านแรกที่ฝั่งซื้อจำเป็นต้องผ่านให้ได้ หากต้องการลดแรงกดดันของแนวโน้มขาลงในปัจจุบัน และจำเป็นต้องเห็นราคายืนเหนือระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จึงจะเริ่มส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวที่มีนัยสำคัญมากขึ้น
📉 **แนวรับสำคัญ:** 1.1500
ด้านล่าง ระดับจิตวิทยา **1.1500** ถือเป็นแนวรับสำคัญที่ตลาดต้องจับตา หากหลุดระดับนี้ ความเสี่ยงของแรงขายเพิ่มเติมอาจเพิ่มสูงขึ้น
🏦 **Fed อาจเป็นตัวกำหนดทิศทาง EUR/USD รอบใหม่**
ข้อมูลจาก **CME FedWatch Tool** แสดงให้เห็นว่า ตลาดให้น้ำหนักถึง **92.5%** ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย **25 basis points (bps)** สู่ระดับ **3.75%-4.00%** ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งนี้
หากเกิดขึ้นจริง จะหมายความว่า Fed ยุติช่วงการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน **5 การประชุม** และเริ่มต้นวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อการขึ้นดอกเบี้ยถูกตลาดคาดการณ์ไว้ในระดับสูงแล้ว สิ่งที่อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดมากกว่า “ตัวเลขดอกเบี้ย” คือ **แถลงการณ์นโยบายการเงิน และถ้อยแถลงของประธาน Fed Kevin Warsh** เกี่ยวกับเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือ **Fed Dot Plot** ซึ่งสะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่ Fed ว่าอัตราดอกเบี้ยควรเคลื่อนไปในทิศทางใดในระยะข้างหน้า
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ยังระบุว่า ตลาดให้น้ำหนักเกือบ **79%** ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย **อย่างน้อย 2 ครั้งภายในสิ้นปี**
🇪🇺 **ฝั่งยุโรปก็ส่งสัญญาณ Hawkish เช่นกัน**
ในฝั่งยูโรโซน เจ้าหน้าที่ของ **ธนาคารกลางยุโรป (ECB)** ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูง และอาจทำให้ ECB จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย **25 bps** ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
🔎 **มุมมองเชิงวิเคราะห์**
สถานการณ์ของ EUR/USD จึงน่าสนใจตรงที่ **ทั้ง Fed และ ECB ต่างมีปัจจัยสนับสนุนการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด**
แต่สำหรับการเคลื่อนไหวระยะสั้นของ EUR/USD ตลาดอาจไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงว่า Fed “ขึ้นหรือไม่ขึ้นดอกเบี้ย” เพราะความคาดหวังเรื่องการขึ้น 25 bps ถูกสะท้อนผ่านความน่าจะเป็นที่สูงถึง 92.5% แล้ว
ดังนั้น **จุดชี้ขาดอาจอยู่ที่ Forward Guidance**
หากถ้อยแถลงของ Fed, Dot Plot และมุมมองต่อเงินเฟ้อส่งสัญญาณว่า **ดอกเบี้ยอาจต้องสูงขึ้นอีกหรือนานกว่าที่ตลาดคาด** ดอลลาร์สหรัฐอาจได้รับแรงสนับสนุน และเพิ่มแรงกดดันต่อ EUR/USD โดยเฉพาะหากราคาไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ **1.1589**
ในทางกลับกัน หากตลาดตีความท่าทีของ Fed ว่า **ไม่ได้ Hawkish มากกว่าที่ Price-in ไว้** ความคาดหวังที่ถูกสะท้อนในราคาล่วงหน้าแล้วอาจเปิดพื้นที่ให้ EUR/USD ฟื้นตัว โดย **1.1589** จะกลายเป็นระดับสำคัญสำหรับยืนยันแรงซื้อ
คืนนี้จึงอาจไม่ได้อยู่ที่คำถามว่า **“Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่?”** เพียงอย่างเดียว แต่คือ **“หลังจากครั้งนี้ Fed จะส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอีกมากแค่ไหน?”**
💬 **คุณมอง EUR/USD หลัง Fed คืนนี้อย่างไร?**
จะ **หลุด 1.1500** ตามแรงดอลลาร์ หรือกลับตัวขึ้นไปทดสอบ **1.1589** ก่อน?
👇 คอมเมนต์มุมมองของคุณไว้ได้เลย และถ้าติดตามการวิเคราะห์ **Forex, Fed, ECB และปัจจัยมหภาคที่กระทบตลาด** กดติดตามไว้เพื่อไม่พลาดการอัปเดตครั้งต่อไป
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
#EURUSD #EUR #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #Fed #FederalReserve #ECB #InterestRates #Inflation #CMEFedWatch #Trading #MarketAnalysis #วิเคราะห์Forex #ข่าวForex #วิเคราะห์ตลาด #ค่าเงินยูโร #ดอลลาร์สหรัฐ #เศรษฐกิจ
GBP/USD ลุ้นทะลุ 1.3560 ขาขึ้นยังได้เปรียบเหนือ SMA 100 วัน📊 **GBP/USD ยืนเหนือ 1.3550 — โมเมนตัมขาขึ้นยังได้เปรียบ ตราบใดที่ไม่หลุดเส้น SMA 100 วัน**
คู่เงิน **GBP/USD** เคลื่อนไหวในแดนบวกบริเวณ **1.3550** โดยภาพรวมระยะสั้นยังคงให้น้ำหนักไปทางฝั่งขาขึ้น ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานจากฝั่งอังกฤษและโครงสร้างทางเทคนิคยังช่วยพยุงเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
🇬🇧 **ปัจจัยพื้นฐาน: นโยบายกระตุ้นการลงทุนช่วยหนุน GBP**
แรงสนับสนุนส่วนหนึ่งมาจากมาตรการของรัฐบาลอังกฤษที่มีเป้าหมายกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน โดยมีแผนเพิ่มอำนาจให้เมืองและภูมิภาคต่าง ๆ สามารถดึงดูดเงินลงทุนได้มากขึ้น พร้อมย้ำถึงความสำคัญของวินัยทางการคลัง
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือความพยายามลดต้นทุนด้านกฎระเบียบสำหรับภาคธุรกิจและประชาชนลง **25% ภายในปี 2029** ซึ่งหากดำเนินการได้ตามแผน อาจช่วยปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนและเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจอังกฤษในระยะกลาง
🏦 **BoE อาจคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ไปจนถึงกลางปี 2027**
ผลสำรวจของ Reuters ที่อ้างถึงในต้นฉบับคาดว่า **ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)** จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ **3.75%** ตลอดช่วงที่เหลือของปี และอย่างน้อยไปจนถึงช่วงกลางปี 2027
ขณะเดียวกัน Andrew Bailey ผู้ว่าการ BoE พยายามลดมุมมองของตลาดที่ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเพียงเรื่องของเวลา โดยชี้ว่าการตัดสินใจด้านดอกเบี้ยยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
ในเชิงค่าเงิน นั่นทำให้ตลาดต้องประเมิน GBP ผ่านทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงิน มากกว่าการคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
📈 **มุมมอง UOB: Bias เอียงขึ้น แต่ยังไม่ใช่การ Breakout เต็มรูปแบบ**
UOB Group ระบุว่า GBP/USD เคลื่อนไหวค่อนข้างจำกัดในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน โดยราคาเคลื่อนระหว่าง **1.3482–1.3550** และปิดบริเวณ **1.3518 ลดลง 0.05%**
แม้พฤติกรรมราคายังไม่ได้ทำให้โมเมนตัมขาขึ้นหรือขาลงเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ล่าสุด GBP/USD ขยับขึ้นจาก **1.3508 สู่ 1.3547**
UOB จึงมองว่า Bias ระยะสั้นเริ่ม **เอียงไปทางขาขึ้น** และมีโอกาสทดสอบบริเวณ **1.3565** อย่างไรก็ตาม ยังไม่คาดว่าแนวต้านสำคัญที่ **1.3600** จะถูกทดสอบในทันที
จุดสำคัญอยู่ที่ฝั่งล่าง — หากราคาหลุด **1.3520** โดยมี Minor Support บริเวณ **1.3530** จะเป็นสัญญาณว่าแรง Bias ฝั่งขาขึ้นเริ่มจางลง
สำหรับกรอบเวลา **1–3 สัปดาห์** UOB ยังคงมุมมองเป็นกลาง และประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ GBP/USD ไว้ที่ประมาณ **1.3480–1.3600**
🔎 **Technical Analysis: โครงสร้างยังเป็นบวกเหนือ SMA 100 วัน**
เมื่อพิจารณากราฟรายวัน GBP/USD ยังรักษา **Mild Bullish Bias** เนื่องจากราคายืนเหนือทั้งเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย **100 วัน (100-day SMA)** และ Lower Bollinger Band
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่าแรงซื้อยังมีแนวโน้มกลับเข้ามาเมื่อราคาอ่อนตัว หรือเกิดลักษณะ **Demand on Dips**
อย่างไรก็ตาม ราคากำลังเข้าใกล้เส้นกึ่งกลางของ Bollinger Band ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวต้านระยะสั้น ขณะที่ **RSI บริเวณ 54** สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังคงอยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะร้อนแรงหรือ Overbought
🎯 **แนวต้านสำคัญ**
ด่านแรกที่ตลาดต้องผ่านคือ **1.3560** ซึ่งตรงกับบริเวณ Bollinger Middle Band
หาก GBP/USD สามารถ **ปิดรายวันเหนือ 1.3560** ได้ จะเพิ่มโอกาสเปิด Upside ไปหาแนวต้านบริเวณ **1.3660** ซึ่งเป็น Upper Bollinger Band
หากแรงซื้อยังเดินหน้าต่อ เป้าหมายถัดไปจะอยู่บริเวณแนวจิตวิทยา **1.3700**
⚠️ **แนวรับที่ต้องจับตา**
ฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่บริเวณ **1.3465** ใกล้ Lower Bollinger Band
ถัดลงมาคือแนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญกว่า บริเวณ **1.3445** ซึ่งตรงกับเส้น **100-day SMA**
บริเวณนี้จึงอาจเป็นพื้นที่สำคัญที่แรงซื้อพยายามกลับเข้ามาป้องกันโครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่
📌 **สรุปมุมมอง GBP/USD**
ภาพรวมยังให้น้ำหนัก **Bullish Bias แบบระมัดระวัง** มากกว่าการมองว่า GBP/USD เข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว
ตราบใดที่ราคายังรักษาโครงสร้างเหนือ SMA 100 วันได้ ฝั่งซื้อยังถือความได้เปรียบเชิงเทคนิค แต่สิ่งที่จะยืนยันโมเมนตัมรอบใหม่คือการปิดเหนือ **1.3560**
**Bullish Scenario:**
ยืนเหนือ 1.3560 → จับตา 1.3660 → 1.3700
**Neutral / Range Scenario:**
ราคายังติด 1.3560–1.3600 → มีโอกาสแกว่งสะสมกำลังในกรอบเดิม
**Bearish Risk:**
หลุด 1.3520 → Upside Bias เริ่มลดลง
หลุด 1.3465 → จับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 1.3445
💬 **แล้วคุณมอง GBP/USD รอบนี้อย่างไร?**
คิดว่า **1.3560 จะถูก Break และพาราคาไปหา 1.3660–1.3700** หรือมองว่าโซน **1.3560–1.3600** จะกลายเป็นกำแพงที่กด GBP/USD กลับลงมา?
👇 คอมเมนต์ **“ขึ้น” หรือ “ลง”** พร้อมระดับราคาที่คุณกำลังจับตาไว้ได้เลย
📲 **ติดตามบทวิเคราะห์ตลาดและระดับราคาสำคัญ เพื่อไม่พลาดจังหวะที่อาจเกิดขึ้นในตลาด Forex**
*ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ตลาดเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำส่วนบุคคลในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ การซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่มี Leverage มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ*
#GBPUSD #GBP #USD #PoundSterling #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #BoE #CurrencyMarket #MarketOutlook #วิเคราะห์Forex #วิเคราะห์ค่าเงิน #ตลาดการเงิน #เทรดForex
USD/JPY ร่วงรับสัญญาณ BoJ ขึ้นดอกเบี้ย จับตา NFP สหรัฐฯ📊 **USD/JPY Outlook: เยนแข็งค่า รับสัญญาณ BoJ เตรียมขึ้นดอกเบี้ย — ตลาดจับตา NFP สหรัฐฯ**
USD/JPY เผชิญแรงขายและปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ **158.15** ในช่วงตลาดเอเชียวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) หลังเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่า **อัตราดอกเบี้ยอาจถูกปรับขึ้นภายในเดือนนี้**
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญอีกด้านที่ตลาดกำลังรอคือรายงาน **Nonfarm Payrolls (NFP) เดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ** ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ และอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทาง USD/JPY ในระยะถัดไป
🔎 **Technical Analysis | ภาพทางเทคนิคยังให้น้ำหนักฝั่งขาลง**
เมื่อพิจารณากราฟรายวัน USD/JPY ยังคงมี **Bearish Bias ในระยะสั้น** เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย **100 วัน (100-day SMA)** รวมถึงต่ำกว่าเส้นกลางของ **Bollinger Bands ระยะ 20 วัน**
ราคาปัจจุบันอยู่สูงกว่า Lower Bollinger Band ที่บริเวณ **157.98** เพียงเล็กน้อย สะท้อนว่าคู่เงินกำลังเคลื่อนไหวใกล้ขอบล่างของกรอบราคาในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน **RSI (14) อยู่บริเวณ 38.9** บ่งชี้ว่าโมเมนตัมยังค่อนข้างอ่อนแอ แม้ดัชนีจะฟื้นตัวออกจากภาวะ Oversold แล้วก็ตาม
📈 **แนวต้านสำคัญ**
แนวต้านแรกอยู่บริเวณ **159.18** ซึ่งเป็นเส้นกลาง Bollinger Bands ระยะ 20 วัน
ถัดไปคือ **100-day SMA บริเวณ 159.99** และ Upper Bollinger Band บริเวณ **160.38**
ระดับเหล่านี้รวมกันทำให้โซนประมาณ **159.00–160.00** กลายเป็นพื้นที่แนวต้านที่ค่อนข้างหนาแน่น และอาจจำกัดความพยายามในการฟื้นตัวของ USD/JPY
📉 **แนวรับสำคัญ**
แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ Lower Bollinger Band บริเวณ **157.98**
หากราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมาอย่างชัดเจน อาจเปิดพื้นที่ให้ USD/JPY ปรับตัวอ่อนค่าต่อได้
ในทางกลับกัน หากราคาสามารถรักษาระดับเหนือ **157.98** เอาไว้ได้ ก็มีโอกาสเห็นการแกว่งตัวสะสมกำลังหรือ Consolidation แต่ภาพการฟื้นตัวยังคงถูกจำกัด ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถผ่านกลุ่มแนวต้าน **159.00–160.00** ได้
🏦 **Fundamental Analysis | BoJ ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น**
Kazuo Ueda ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ธนาคารกลางจะหารือถึงความเป็นไปได้ในการ **ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงในการประชุมเดือนกันยายน** โดยจะให้ความสำคัญกับการประเมินว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อกำลังเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่
ถ้อยแถลงดังกล่าวเพิ่มความคาดหวังของตลาดว่า **BoJ มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน**
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเขาได้พบกับ Ueda และเรียกร้องให้มีการดำเนินนโยบายการเงินอย่าง **“เด็ดขาด”** เพื่อรับมือกับภาวะเงินเยนที่อ่อนค่า
📌 **ตลาดให้น้ำหนัก BoJ ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps**
ตลาด Overnight Index Swaps ปัจจุบันได้สะท้อนความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานขนาด **25 basis points (bps)** ในการประชุม BoJ เดือนกันยายนมากกว่าเต็มจำนวนแล้ว
ขณะที่ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ถึง **50 bps** ยังคงถูกประเมินว่ามีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ
🇺🇸 **NFP สหรัฐฯ อาจเป็นอีกตัวแปรชี้ทิศ USD/JPY**
ฝั่งสหรัฐฯ นักลงทุนกำลังรอข้อมูลตลาดแรงงานในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะ **Nonfarm Payrolls (NFP)** และ **Unemployment Rate** ซึ่งอาจให้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสร้างงานเพิ่มประมาณ **58,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม** ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ **4.1%**
หากข้อมูลแรงงานออกมา **แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์** อาจช่วยหนุนดอลลาร์สหรัฐ และสร้างแรงรีบาวด์ให้ USD/JPY ในระยะสั้นได้
แต่หากตัวเลขออกมาอ่อนแอ ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อาจกลับมากดดัน USD และเพิ่มแรงส่งให้เงินเยนแข็งค่าต่อ
⚠️ **BoJ อาจไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 25 bps เสมอไป**
อีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดเริ่มจับตามองคือ “ขนาด” ของการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
นักกลยุทธ์จาก **Scotiabank** ระบุว่า ถ้อยแถลงล่าสุดของ BoJ ได้ทำให้ความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับทั้งความเร็วและขนาดของวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินเริ่มเปลี่ยนแปลงไป
ความคิดเห็นล่าสุดมีนัยถึงความเป็นไปได้ที่ BoJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในขนาดที่ **มากกว่า 25 bps** ซึ่งเป็นขนาดที่ธนาคารกลางส่วนใหญ่นิยมใช้
ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจสำหรับญี่ปุ่น เพราะ BoJ กำลังอยู่ในกระบวนการปรับนโยบายออกจากยุค **อัตราดอกเบี้ยติดลบและบริเวณ Zero Lower Bound** ซึ่งในอดีตทำให้ตลาดมองว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอาจเกิดขึ้นทีละเพียง **10–15 bps**
ดังนั้น Guidance ที่กำลังเปลี่ยนไปของ BoJ จึงเพิ่มความเป็นไปได้ว่า ญี่ปุ่นอาจเลือกใช้ **ขนาดการปรับดอกเบี้ยที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบปกติ** ระหว่างกระบวนการ Normalize นโยบายการเงิน
💡 **มุมมองเชิงวิเคราะห์**
ภาพของ USD/JPY ในระยะสั้นจึงกำลังถูกบีบจาก **2 ปัจจัยมหภาคสำคัญ**
ฝั่งญี่ปุ่น → ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อ **BoJ Tightening** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ JPY
ฝั่งสหรัฐฯ → ตลาดรอ **NFP + Unemployment Rate** เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และแรงส่งของ USD
ในเชิงเทคนิค ตราบใดที่ USD/JPY ยังอยู่ต่ำกว่าโซน **159.00–160.00** ภาพระยะสั้นยังมีน้ำหนักไปทางฝั่งขาลง ขณะที่ **157.98** เป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
หากหลุด 157.98 พร้อมแรงขายต่อเนื่อง → ความเสี่ยงของการปรับฐานลงเพิ่มเติมจะเพิ่มขึ้น
แต่หากยืนเหนือ 157.98 และข้อมูล NFP แข็งแกร่งกว่าคาด → ตลาดอาจเห็นแรงซื้อ USD กลับเข้ามาและทดสอบแนวต้าน 159.18 ก่อนมองไปยังบริเวณ 159.99–160.38
🔥 **จุดที่น่าสนใจที่สุดจึงไม่ใช่แค่ “BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่” แต่คือ “BoJ จะขึ้นแรงแค่ไหน” และ NFP จะช่วยดอลลาร์ต้านแรงแข็งค่าของเยนได้หรือไม่**
💬 **คุณมอง USD/JPY รอบนี้อย่างไร?**
เยนจะเดินหน้าแข็งค่าต่อจากความคาดหวัง BoJ หรือ NFP จะกลายเป็นตัวพลิกเกมให้ดอลลาร์กลับมา?
👇 **แชร์มุมมองของคุณในคอมเมนต์ได้เลย และติดตามไว้เพื่อไม่พลาดบทวิเคราะห์ตลาดและระดับราคาสำคัญก่อนการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจครั้งถัดไป**
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
#USDJPY #USDJPYForecast #JapaneseYen #JPY #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #BoJ #BankOfJapan #NFP #NonfarmPayrolls #InterestRates #Fed #MarketOutlook #TradingAnalysis #วิเคราะห์Forex #วิเคราะห์ค่าเงิน #ข่าวForex #ตลาดการเงิน
EUR/USD จับตาเงินเฟ้อยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันจาก Fed📊 **วิเคราะห์ EUR/USD: ยูโรยังยืนเหนือ 1.1600 จับตาเงินเฟ้อยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและความกังวลต่อ Fed**
EUR/USD อ่อนค่าลงเล็กน้อยในวันอังคาร หลังคืนกำไรบางส่วนจากวันจันทร์ โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ **1.1600** เล็กน้อย หลังไม่สามารถผ่านบริเวณ **1.1620** ขึ้นไปได้
ข้อมูลยอดค้าปลีกของเยอรมนีที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดไม่ได้ช่วยสนับสนุนเงินยูโรมากนัก อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจยังไม่รีบเลือกทิศทางอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอการเปิดเผย **ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบสอดคล้องกันของยูโรโซน (HICP)** ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ นโยบายการเงินของ ECB และทิศทางของ EUR/USD ในระยะถัดไป
📈 **Technical Analysis: EUR/USD อยู่ในจุดตัดสินใจสำคัญ**
ในเชิงเทคนิค EUR/USD เพิ่งล้มเหลวในการยืนเหนือระดับ **Fibonacci Retracement 50%** ของการปรับตัวลงในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ทำให้ภาพระยะสั้นยังมีแรงกดดันฝั่งขาลง
จุดที่ต้องจับตาคือ **เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (100-day SMA)** หากราคาหลุดลงต่ำกว่าเส้นดังกล่าวอย่างชัดเจน อาจถือเป็นสัญญาณสำคัญที่เปิดโอกาสให้ฝั่งขายกลับมาควบคุมตลาด
เป้าหมายด้านล่างถัดไปอยู่ที่ **Fibonacci Retracement 23.6% บริเวณ 1.1501** และหากแรงขายยังดำเนินต่อไป แนวรับเชิงโครงสร้างที่สำคัญบริเวณ **1.1323** อาจถูกนำกลับมาทดสอบ
ในทางกลับกัน แนวต้านใกล้ที่สุดอยู่ที่ **Fibonacci Retracement 38.2% บริเวณ 1.1611**
หาก EUR/USD สามารถ **ปิดรายวันเหนือ 1.1611** ได้ จะช่วยลดแรงกดดันขาลงในระยะสั้น และอาจเปิดพื้นที่ให้ราคาฟื้นตัวขึ้นไปทดสอบ **1.1700** ก่อนขยับไปหาแนวต้าน Fibonacci ถัดไปบริเวณ **1.1789**
ดังนั้น โครงสร้างทางเทคนิคในขณะนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 Scenario สำคัญ:
🔻 **Bearish Scenario:** หลุด 100-day SMA → จับตา **1.1501** → หากหลุดต่อ มีโอกาสเปิดทางสู่ **1.1323**
🔺 **Bullish Scenario:** ปิดรายวันเหนือ **1.1611** → มีโอกาสฟื้นตัวสู่ **1.1700** → เป้าหมายถัดไป **1.1789**
🧭 **Fundamental Analysis: ตลาดรอเงินเฟ้อยูโรโซน**
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของฝั่งยุโรปในวันอังคารที่ 1 กันยายน ประกอบด้วย:
• **HCOB Manufacturing PMI:** คาดการณ์ 52.8 เทียบกับครั้งก่อน 52.8
• ข้อมูล EUR เวลา 09:00: ครั้งก่อน 0.2%
• **Core HICP (MoM):** ครั้งก่อน 0%
• **Core HICP (YoY):** คาดการณ์ 2.5% เท่ากับครั้งก่อน 2.5%
• **HICP (YoY):** คาดการณ์ 3.3% เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อน 2.9%
ปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อเงินยูโรในช่วงต้นวันมาจากข้อมูลของสำนักงานสถิติเยอรมนี ซึ่งเปิดเผยว่า **ยอดค้าปลีกของเยอรมนีลดลง 3.4% ในเดือนกรกฎาคม** นับเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 ปี
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก เพราะ Consensus คาดว่าจะ **เพิ่มขึ้น 0.4%** หลังจากยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนมิถุนายน
ตัวเลขนี้จึงสะท้อนสัญญาณความอ่อนแอของการบริโภคภายในประเทศเยอรมนี และอาจเพิ่มความกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของยูโรโซน
🇪🇺 **Eurozone Inflation: ตัวเลขเงินเฟ้ออาจเป็น Catalyst สำคัญ**
ตลาดกำลังรอการประกาศตัวเลข HICP เบื้องต้นของยูโรโซน โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมจะเร่งตัวขึ้นสู่ **3.3% YoY จาก 2.9% ในเดือนกรกฎาคม**
หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่าคาด อาจเพิ่มเหตุผลให้ตลาดประเมินว่า **ธนาคารกลางยุโรป (ECB)** จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งตามกรอบของต้นฉบับ อาจเพิ่มเหตุผลสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อที่สูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบวกต่อเงินยูโรโดยอัตโนมัติ เพราะที่มาของเงินเฟ้อครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก
🛢️ **ราคาน้ำมันเหนือ $90 กลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจยูโรโซน**
อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันเงินยูโรคือการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันจากความตึงเครียดระหว่าง **สหรัฐฯ และอิหร่าน**
ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงเคลื่อนไหวเหนือ **90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** หลังเพิ่มขึ้นมากกว่า **6% จากจุดต่ำสุดของสัปดาห์ก่อน** โดยได้รับแรงหนุนจากการกลับมาปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
สำหรับยูโรโซน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นถือเป็นความเสี่ยงสองด้าน เพราะสามารถเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็เพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งอาจกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ **เงินเฟ้ออาจสูงขึ้น แต่ Growth อาจถูกกดดันไปพร้อมกัน**
นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ ECB ต้องเผชิญกับ Trade-off ที่ซับซ้อนระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ
🌍 **ความเสี่ยงตะวันออกกลางยังไม่จบ**
แม้บรรยากาศในตะวันออกกลางจะค่อนข้างสงบลงในวันจันทร์ แต่ระดับความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ **Donald Trump** ขู่ว่าอาจมีมาตรการเพิ่มเติม ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ พยายามจำกัดความสามารถของอิหร่านในการควบคุมการเดินเรือผ่าน **ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)**
พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากก่อนเกิดสงคราม มีน้ำมันประมาณ **หนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลก** ถูกขนส่งผ่านเส้นทางนี้
ดังนั้น หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ความเสี่ยงต่อ Supply ของน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อทั้งราคาพลังงาน เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และตลาด FX พร้อมกัน
🇺🇸 **แรงกดดันทางการเมืองต่อ Fed กำลังจำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์**
อีกด้านหนึ่งของ EUR/USD คือสถานการณ์ของเงินดอลลาร์สหรัฐ
USD ได้รับแรงหนุนในสัปดาห์ก่อนจากท่าทีเชิง **Hawkish** ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ **Kevin Warsh** ในการประชุม Jackson Hole
อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับ **ความเป็นอิสระของ Federal Reserve** ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์
สิ่งที่น่าสนใจคือ USD ไม่สามารถแข็งค่าได้มากเหมือนในหลายช่วงที่ผ่านมา แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น ซึ่งตามปกติแล้วมักกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
นักวิเคราะห์จาก **BNP Paribas** ระบุว่า ประธานาธิบดี Trump ยังคงกดดัน Federal Reserve และผู้นำของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไม่พอใจที่ Fed ไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่านี้
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ตลาดจึงเกิดคำถามว่า ประธาน Fed ที่ Trump แต่งตั้งจะสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในระดับที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพด้านราคาได้หรือไม่
หากการแทรกแซงทางการเมืองยังดำเนินต่อไป ความเชื่อมั่นต่อแนวทางนโยบายของ Fed อาจถูกบั่นทอน และอาจกลายเป็นปัจจัยที่จำกัด Upside ของเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป
🔎 **มุมมองต่อ EUR/USD**
ภาพของ EUR/USD ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องของ “ยูโรแข็งหรือดอลลาร์อ่อน” เพียงด้านเดียว แต่เป็นการต่อสู้ของหลายปัจจัยพร้อมกัน
ฝั่ง EUR ต้องรับมือกับ **ยอดค้าปลีกเยอรมนีที่อ่อนแอ + ราคาพลังงานสูง + ความเสี่ยงต่อ Growth** แต่ในอีกด้านหนึ่ง **เงินเฟ้อยูโรโซนที่เร่งตัวขึ้น** อาจเพิ่มแรงกดดันให้ ECB ดำเนินนโยบายเข้มงวดขึ้น
ขณะที่ฝั่ง USD มีแรงสนับสนุนจากท่าที Hawkish ของ Fed และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กลับถูกหักล้างบางส่วนด้วย **ความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed และแรงกดดันทางการเมือง**
ด้วยเหตุนี้ ระดับ **1.1611** จึงเป็นแนวต้านที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด ขณะที่ฝั่งล่างต้องติดตาม 100-day SMA และ **1.1501**
💬 **คำถามสำหรับนักลงทุน:** คุณมองว่าปัจจัยใดจะเป็นตัวกำหนดทิศทาง EUR/USD รอบนี้มากที่สุด — **เงินเฟ้อยุโรป, ราคาน้ำมัน, ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน หรือความกังวลต่อความเป็นอิสระของ Fed?**
👇 แสดงความคิดเห็นและแชร์มุมมองของคุณได้เลย และติดตามบทวิเคราะห์เพื่อไม่พลาดการอัปเดตปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้ EUR/USD
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
#EURUSD #EUR #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #ECB #FederalReserve #Fed #Eurozone #Inflation #HICP #Oil #Brent #Trading #MarketAnalysis #วิเคราะห์EURUSD #วิเคราะห์Forex #ข่าวForex #ตลาดการเงิน #ลงทุน
GBPUSD วิเคราะห์ข่าว CB Consumer Confidence (วันอังคาร) จากการผสมผสานของตัวชี้วัด คาดว่า CB Consumer Confidence มีแนวโน้มปรับตัว "ลดลง" (Bearish) หรือออกมาต่ำกว่าครั้งก่อน
• ปัจจัยกดดันหลัก: มาจาก UoM Consumer Sentiment ที่ทรุดตัวนำไปก่อน
• ยอดค้าปลีกที่หดตัวปัจจัยพยุง: มีเพียงตลาดแรงงาน (Unemployment Claims) และภาคบริการ (Services PMI) ที่ยังแข็งแกร่งคอยรองรับไม่ให้ดัชนีทรุดตัวรุนแรงเกินไป
ทิศทางค่าเงิน USD: ➡️ ผันผวนในกรอบอ่อนค่า
• เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาในลักษณะ "ผสมผสาน" (Mixed Data) ด้านหนึ่งภาคบริการและแรงงานยังดี แต่อีกด้านกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มถดถอย
• หากดัชนี CB Consumer Confidence ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดจริง จะตอกย้ำภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นหรือมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง
GBPUSD วิเคราะห์ข่าว Unemployment Claims ภาพรวมข้อมูลมีแรงหนุนเชิงบวกอ่อนๆ ทำให้หน้างานคืนนี้ น้ำหนักเอียงไปทาง "ดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นมากกว่าอ่อนค่า" จะส่งผลให้คู่เงิน GBPUSD อ่อนค่าลง หากวิเคราะห์ในทฤษฎีคลื่น Elliott Wave ราคาน่าจะเคลื่อนที่ทำ High (1.36302)ก่อน แล้วจากนั้นถือเป็นการจบคลื่นที่ 5 (สีแดง) และsegment ที่ 5 (สีน้ำเงิน)
GBPUSD อัพเดทข่าว CPI y/yimant Count Change -11.0K 16.5K 6.7K
Average Earnings Index 3m/y 4.1% 4.0% 4.4%
Unemployment Rate 4.9% 4.8% 4.9%
จากตัวเลขข่าวที่ออกมาส่งผลให้ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ซึ่งผิดคาดจากที่เราคาดการณ์ไว้ในโพสต์ก่อนที่บอกว่าค่าเงินปอนด์จะแข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลให้การวิเคราะห์คลื่นผิดไปด้วย
วิเคราะห์ข่าว CPI y/y
ภาพรวมตัวเลขนำร่อง 🔴ฝั่งเงินเฟ้อลง: ต้นทุนโรงงาน (PPI Input -2.0%) และราคาสินค้าปลีก (BRC +0.9%) ลดลงแรง ช่วยกดดันให้เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ชะลอตัวลง 🟢ฝั่งเงินเฟ้อเหนียวแน่น: ค่าจ้าง (Average Earnings 4.1%) และภาคบริการ (Services PMI 51.8) ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังลงยาก💡 ผลกระทบต่อค่าเงินปอนด์ (GBP):ตลาดจะโฟกัสภาคบริการและค่าจ้างที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ "เงินปอนด์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น (Bullish)"
วิเคราะห์คลื่น (Elliott Wave) แบ่งเป็น 2 สมมติฐาน
1. เป็น segment ที่ 4 (สีน้ำเงิน) จุดที่จะทำให้ไม่ใช่สมมติฐานนี้คือราคาแตะแนวรับ 1.34930 หากแนวรับนี้เอาไม่อยู่ จะเข้าสู่สมมติฐานที่ 2
2. เป็น segment ที่ 4 (สีขาว) จุดที่จะทำให้ไม่ใช่สมมติฐานนี้คือราคาแตะแนวรับ 1.34349
GBP/USD อ่อนค่าหลังข้อมูลแรงงานอังกฤษผสม จับตา 1.3605# GBP/USD ยังเป็นขาขึ้น แต่แรงกดดันระยะสั้นเพิ่มขึ้น หลังข้อมูลแรงงานอังกฤษส่งสัญญาณผสม
เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) อ่อนค่าลงต่อเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในวันอังคาร โดย GBP/USD ปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ **1.3522** หลังจากไม่สามารถผ่านโซน **1.3570** ได้ในวันจันทร์ ท่ามกลางข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษที่ออกมาในลักษณะผสมผสาน ขณะที่บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ **Risk-Off** มากขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักรระบุว่า อัตราการว่างงานตามมาตรฐาน ILO อยู่ที่ **4.9%** ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน ทรงตัวจากระดับก่อนหน้า และสูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ **4.8%**
ขณะเดียวกัน การจ้างงานเพิ่มขึ้น **83,000 ตำแหน่ง** ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น **147,000 ตำแหน่ง** ในเดือนพฤษภาคม สะท้อนว่าตลาดแรงงานอังกฤษยังไม่ได้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณเชิงบวกจากจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานที่ **ลดลง 11,000 ราย** สวนทางกับตลาดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 11,200 ราย หลังจากตัวเลขเดือนก่อนหน้าถูกปรับทบทวนเป็นลดลง 6,400 ราย
### 📊 Technical Analysis: โครงสร้างยังเป็นบวก แต่ 1.3605 คือด่านสำคัญ
หากพิจารณาจากกราฟรายวัน GBP/USD ยังคงรักษามุมมองเชิงบวกในระยะใกล้ เนื่องจากราคายังยืนเหนือทั้ง **เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (100-day SMA)** และ **เส้นกลางของ Bollinger Bands**
ราคากำลังพยายามเคลื่อนตัวขึ้นไปหา Bollinger Upper Band ซึ่งยังทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญ ขณะที่ **RSI (14) อยู่บริเวณ 64** และยังไม่เข้าสู่เขต Overbought สะท้อนว่าโมเมนตัมฝั่งขาขึ้นยังคงแข็งแรง แต่ยังไม่ได้อยู่ในภาวะร้อนแรงจนเกินไป
สำหรับฝั่งขาลง แนวรับแรกอยู่บริเวณ **1.3440** ซึ่งตรงกับ Bollinger Middle Band ตามมาด้วย **100-day SMA บริเวณ 1.3420** ซึ่งเป็นแนวรับที่ลึกลงมาแต่ยังมีความสำคัญต่อโครงสร้างขาขึ้น
หากแรงขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Bollinger Lower Band บริเวณ **1.3275** จะเป็นแนวรับเชิงโครงสร้างในระยะถัดไป
ในทางกลับกัน หาก GBP/USD สามารถเบรกเหนือ Bollinger Upper Band บริเวณ **1.3605** ได้อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณเปิดทางให้ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ
แต่หากไม่สามารถผ่านระดับดังกล่าวได้ มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะเข้าสู่ช่วงพักฐาน หรือเกิด Technical Correction กลับลงมาทดสอบกลุ่มแนวรับบริเวณกลาง **1.34**
**แนวต้านสำคัญ:** 1.3605
**แนวรับสำคัญ:** 1.3440 / 1.3420
**แนวรับเชิงโครงสร้าง:** 1.3275
### 🏦 Fundamental Analysis: ค่าแรงอังกฤษยังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือแรงกดดันด้านค่าจ้างของสหราชอาณาจักร
**Average Earnings Excluding Bonus** เพิ่มขึ้น **3.5% YoY** ในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน เร่งตัวขึ้นจาก **3.4%** ในช่วงก่อนหน้า
การเติบโตของค่าจ้างที่เร่งตัวขึ้นอาจหมายความว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากภาคแรงงานยังไม่หมดไป เพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้นสามารถสนับสนุนกำลังซื้อและทำให้แรงกดดันด้านราคายังคงอยู่
ในมุมของนโยบายการเงิน นี่จึงเป็นตัวแปรที่ตลาดต้องติดตาม เพราะแม้ข้อมูลการจ้างงานบางส่วนจะอ่อนแอ แต่แรงกดดันด้านค่าจ้างที่ยังสูงอาจทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อของอังกฤษมีความซับซ้อนมากขึ้น
### 🌍 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หนุนดอลลาร์สหรัฐ
อีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังกดดัน GBP/USD คือความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากภาวะ Risk-Off
ตลาดกำลังจับตาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามในเดือนมิถุนายนสิ้นสุดลงในวันจันทร์ ขณะที่กระบวนการสันติภาพยังไม่มีความคืบหน้า และวาทกรรมระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเริ่มรุนแรงขึ้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ **Donald Trump** ขู่ว่าจะโจมตีโอมาน ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตร หากโอมาน “เข้ามาขัดขวาง” ข้อตกลงเกี่ยวกับอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารอิหร่านระบุว่า กองทัพของประเทศจะเปลี่ยนเข้าสู่ท่าที **“เชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ”**
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และกระตุ้นให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนความต้องการดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น
### 🇺🇸 แต่ USD ก็ไม่ได้แข็งแกร่งแบบไร้ข้อจำกัด
แม้ Risk-Off จะช่วยหนุนดอลลาร์ แต่การปรับตัวขึ้นของ USD ยังมีข้อจำกัดจากปัจจัยพื้นฐานภายในสหรัฐฯ เอง
นักกลยุทธ์จาก **Scotiabank** ระบุว่า ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกำลังลดความคาดหวังของตลาดต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ขณะเดียวกัน ตลาดเริ่มแสดงความกังวลต่อสถานะทางการคลังของสหรัฐฯ มากขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านการที่ **US Yield Curve มีความชันเพิ่มขึ้น (Steepening Yield Curve)**
Scotiabank จึงยังมีมุมมองว่า ดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าในระยะใกล้ โดยการลดลงของความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายของ Fed ประกอบกับ Yield Curve ที่ชันขึ้น อาจสร้างแรงกดดันต่อ USD และมีโอกาสผลักดัน **Dollar Index (DXY) กลับเข้าสู่กรอบ 97.5–98.5**
### 🔎 มุมมองวิเคราะห์
ภาพของ GBP/USD ในเวลานี้จึงค่อนข้างน่าสนใจ เพราะ **Technical และ Fundamental กำลังส่งสัญญาณที่แตกต่างกันในบางมิติ**
ฝั่ง Technical ยังสนับสนุนโครงสร้างขาขึ้น ตราบใดที่ราคาสามารถรักษาพื้นที่เหนือ **1.3440–1.3420** ได้ และ RSI ยังไม่ได้เข้าสู่ภาวะ Overbought
แต่ในระยะสั้น เงินปอนด์กำลังเผชิญแรงกดดันจากข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษที่ไม่แข็งแกร่ง ขณะที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ช่วยเพิ่มแรงซื้อดอลลาร์ผ่านกระแส Risk-Off
อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแอจนตลาดลดความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายของ Fed มากขึ้น แรงหนุนของ USD จาก Risk-Off อาจถูกหักล้างบางส่วน
ดังนั้น **1.3605 และ 1.3420–1.3440** จึงเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการกำหนดทิศทางรอบถัดไป
หาก **ทะลุ 1.3605** → โมเมนตัมขาขึ้นมีโอกาสกลับมาชัดเจนและเปิดพื้นที่สำหรับการปรับตัวขึ้นต่อ
หาก **หลุด 1.3420** → โครงสร้างระยะสั้นจะเริ่มเสียความแข็งแรง และตลาดอาจกลับมาให้น้ำหนักกับ Downside มากขึ้น
แต่หากราคายังคงเคลื่อนไหวระหว่างสองพื้นที่นี้ ตลาดอาจอยู่ในช่วง **รอ Catalyst ใหม่** โดยเฉพาะข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางนโยบายของ Fed และพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์
**คำถามคือ คุณมองว่า GBP/USD จะเลือกทางไหนก่อน — เบรก 1.3605 หรือหลุดโซน 1.3420–1.3440?**
💬 แสดงความคิดเห็นและแชร์มุมมองของคุณไว้ด้านล่างได้เลย หากมองต่างกันยิ่งน่าสนใจ เพราะตลาดไม่ได้มีคำตอบเพียงด้านเดียว
📌 หากติดตามการวิเคราะห์ Forex, Macro และปัจจัยพื้นฐาน อย่าลืม **กดติดตาม กดแชร์ หรือบันทึกโพสต์นี้ไว้** เพื่อไม่พลาดการอัปเดตและระดับราคาสำคัญในครั้งถัดไป
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
#GBPUSD #GBP #USD #Forex #ForexAnalysis #TechnicalAnalysis #FundamentalAnalysis #Macroeconomics #Fed #BOE #Trading
EURUSD — แนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องจากโซน Demand ตามระดับ Fibonacci
EURUSD ยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นในกราฟรายชั่วโมง (1H) โดยมีสัญญาณ Break of Structure (BOS) หลายจุดที่ยืนยันว่าฝั่งซื้อยังคงเป็นผู้คุมทิศทางหลักของตลาด การปรับตัวลงในขณะนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการย่อตัวเพื่อปรับฐาน (corrective pullback) มากกว่าการกลับตัวของแนวโน้มอย่างแท้จริง
ราคาเริ่มเคลื่อนไหวออกข้าง (consolidate) บริเวณระดับ Fibonacci Retracement ที่ 0.5–0.618 ซึ่งก่อให้เกิดโซน Demand ที่น่าสนใจ โครงสร้างราคาที่ปรับตัวลงในลักษณะลิ่ม (wedge) บ่งชี้ว่าแรงขายกำลังลดความรุนแรงลง ในขณะที่แรงซื้อที่ผลักดันราคาขึ้นมาก่อนหน้านี้ (bullish impulse) แสดงให้เห็นว่าฝั่งซื้ออาจกำลังเตรียมตัวสำหรับการขยับตัวขึ้นระลอกใหม่
หากเกิดสัญญาณการปฏิเสธราคาในทิศทางขาขึ้น (bullish rejection) จากโซน Fibonacci ดังกล่าว ตามด้วยการทะลุผ่านและยืนเหนือเส้นแนวโน้มขาลง (falling trendline) ได้ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับแผนการเทรดฝั่งซื้อ หากการทะลุผ่านประสบความสำเร็จ เป้าหมายแรกที่น่าจับตามองคือจุดสูงสุดเดิม (swing high) ตามด้วยโซนราคา 1.1575–1.1580
นอกจากนี้ ค่า FVG ที่อยู่ต่ำกว่าโครงสร้างราคาปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นแนวรับเพิ่มเติมอีกด้วย ตราบใดที่ราคายังคงรักษาโครงสร้างแบบยกฐานสูงขึ้น (higher-low) เอาไว้ได้ มุมมองที่เป็นขาขึ้นก็ยังคงมีน้ำหนักและใช้ได้อยู่
GBPUSD 17-18/08/69บทวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ประเมินทิศทางค่าเงินปอนด์ ข่าวชี้นำล่วงหน้ามีแรงหนุนจากภาคบริการและภาพรวมเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด ตลาดแรงงานส่งสัญญาณ "ตึงตัวและเริ่มมีแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งค่าจ้าง" ซึ่งจะส่งผลให้ Claimant Count (จำนวนคนขอสวัสดิการว่างงาน) ในอนาคตอาจจะยังไม่พุ่งสูงขึ้นรุนแรง ผลกระทบระยะสั้นส่งผลให้ ค่าเงิน GBP แข็งค่าขึ้น (Bullish) เนื่องจากเศรษฐกิจภาพรวม (Composite) ฟื้นตัว และค่าจ้าง (Earnings) ที่สูงขึ้นทำให้ธนาคารกลางไม่รีบลดดอกเบี้ย
* อัพเดทข่าวอีกทีวันอังคารหลังจากข่าว Average Earnings Index 3m/y ออกมาแล้ว
GBPUSD 10-14/08/69 ราคากราฟจะยังปรับตัวสูงขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จนไปถึงวันพฤหัสบดีที่มีข่าว PPI & Core PPI ซึ่งจากการคาดการณ์ข่าว คาดว่าจะมีผลทำให้เงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อคู่เงิน GBPUSD ปรับตัวลดลง
หากวิเคราะห์ตามทฤษฎี Elliott Wave ถือเป็นการจบ segment ที่ 3 ซึ่งจะเป็นการจบไซเคิลที่ใหญ่กว่าหรือไม่นั้นจะต้องวิเคราะห์ข่าวในสัปดาห์ถัดไปรวมด้วย
GBPUSD: โอกาสเทรดใหม่GBPUSD ปรับตัวลงแก้ตัวต่อเนื่อง และแนวโน้มดังกล่าวยังอาจดำเนินต่อ ในระยะสั้นคาดว่าจะทดสอบจุดต่ำอีกครั้ง แต่เมื่อราคากลับมาบริเวณจุดต่ำเดิมที่ 1,32000 จะเป็นโอกาสซื้อใหม่
แม้ว่าแนวโน้มขาลงยังไม่จบ แต่หาก GBPUSD สร้างแรงรับรูปสองก้นที่โซนล่าง ตลาดจะเกิดการดีดตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อ GBPUSD เคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,32000 สามารถเริ่มซื้อตามแรงรับและถือออร์เดอร์ระยะยาว คาดว่าราคาจะขึ้นไปยัง 1,35000–1,36000 มีโอกาสทำกำไรขนาดใหญ่ โปรดรอโอกาสอย่างอดทน ฉันจะแจ้งเตือนให้ทันท่วงที
การเทรดมีความเสี่ยงสูงมาก โปรดเทรดภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ฉันจะอัปเดตกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
USD/JPY เคลื่อนไหวต่ำกว่า 158 ก่อนตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ# USD/JPY ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 158.00 ท่ามกลางแรงกดดันจากดอลลาร์ และการหนุนของเงินเยน
## ภาพรวมตลาด (Market Overview)
คู่เงิน **USD/JPY** ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ **158.00** ในช่วงการซื้อขายเอเชีย แม้ว่าจะสามารถฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมได้ในช่วงต้นสัปดาห์ แต่แรงรีบาวด์ยังค่อนข้างจำกัด
ปัจจัยสำคัญที่ยังคงสนับสนุน **เงินเยน (JPY)** ได้แก่
* การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้
* การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) อาจเร่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน **ดอลลาร์สหรัฐ (USD)** ยังคงอ่อนค่าบริเวณระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 7 สัปดาห์ จากความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังการเปิดสถานะใหม่ก่อนการประกาศตัวเลข **Nonfarm Payrolls (NFP)** ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป
---
# มุมมองทางเทคนิค (Technical Analysis)
### ภาพรวมแนวโน้ม
บนกราฟราย 1 ชั่วโมง USD/JPY ซื้อขายอยู่บริเวณ **157.88** โดยภาพรวมยังอยู่ในภาวะ **ฟื้นตัวแต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้**
สาเหตุหลักคือราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า
* **100-period SMA ที่ 159.85**
* **200-period SMA ที่ 161.78**
ซึ่งยังทำหน้าที่เป็นแนวต้านหลักของแนวโน้ม
แม้ว่าราคาจะสามารถกลับมายืนเหนือ
* เส้นแนวโน้มขาขึ้นเดิม (Broken Rising Trend Line) บริเวณ **157.72**
* Fibonacci Retracement 23.6% ที่ **157.30**
ได้อีกครั้ง แต่ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถผ่านเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้งสองเส้น แนวโน้มหลักยังคงให้น้ำหนักว่า **การปรับตัวขึ้นมีโอกาสถูกขายทำกำไร (Sell on Rally)**
ในด้านโมเมนตัม ดัชนี **RSI อยู่ที่ 58.22** สะท้อนแรงซื้อระยะสั้นที่เริ่มกลับเข้ามาในระดับปานกลาง แต่ยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน
---
## แนวต้านสำคัญ (Resistance)
หาก USD/JPY สามารถปรับตัวขึ้นต่อ แนวต้านที่ต้องติดตาม ได้แก่
* **158.58** : Fibonacci Retracement 38.2%
* **159.61** : Fibonacci Retracement 50.0%
* **159.85** : 100-period SMA
* **160.64** : Fibonacci Retracement 61.8%
* **161.78** : 200-period SMA
* **162.12** : Fibonacci Retracement 78.6%
บริเวณ **160.60–162.10** ถือเป็นโซนแนวต้านที่มีความหนาแน่นสูง (Dense Supply Zone) ซึ่งอาจจำกัดการฟื้นตัวของราคาได้
---
## แนวรับสำคัญ (Support)
ในฝั่งแนวรับ ระดับที่ควรติดตาม ได้แก่
* **157.72** : บริเวณเส้นแนวโน้มที่ถูกทะลุกลับขึ้นมา
* **157.30** : Fibonacci Retracement 23.6%
หากแรงขายกลับเข้ามาและราคาหลุดแนวรับดังกล่าว อาจเปิดทางให้ USD/JPY ปรับตัวลงทดสอบ
* **155.23** : Fibonacci Anchor ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญในระยะถัดไป
---
# ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
## เงินเยนยังแข็งค่าจากการแทรกแซงของทางการ
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เงินเยนเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งค่าที่สุด หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับสหรัฐฯ เข้าดำเนินการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดความผันผวนและควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า
> **การแทรกแซงสามารถช่วยชะลอการอ่อนค่าของเยนได้เพียงระยะสั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้ หากปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลง**
---
## มุมมองจาก MUFG
นักวิเคราะห์ของ **MUFG/BTMU** ระบุว่า
* การแทรกแซงร่วมระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นช่วยพยุงค่าเงินเยนในระยะสั้นได้
* อย่างไรก็ตาม ขนาดของการแทรกแซงน่าจะอยู่ในวงจำกัด
* หากต้องการให้เงินเยนแข็งค่าอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะนโยบายการเงินของญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่านมาแนวโน้มการอ่อนค่าของเยนดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 5 ปี
---
## มุมมองจาก TD Securities
TD Securities มีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า
รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังใช้การแทรกแซงค่าเงินเพื่อ "ซื้อเวลา" ให้มาตรการด้านเศรษฐกิจและนโยบายการเงินเริ่มส่งผลต่อความต้องการถือครองสินทรัพย์สกุลเยน
ทั้งนี้ TD Securities เชื่อว่า
* หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอลง จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกดดันดอลลาร์
* อย่างไรก็ตาม หาก BoJ ไม่สามารถปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง (อาจต้องขึ้นทุกไตรมาสจนแตะระดับประมาณ 2%) แนวโน้มระยะกลางของ USD/JPY มีโอกาสกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง
ปัจจุบันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่าง
* ญี่ปุ่น (1Y1Y OIS) : **1.9%**
* สหรัฐฯ (1Y1Y OIS) : **4.1%**
ยังคงอยู่ที่ประมาณ **2.2%** ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินทุนไหลเข้าสกุลดอลลาร์มากกว่าเงินเยน
---
# ปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
ตลาดยังคงจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ
### คืนนี้
* ตัวเลข **ADP Employment Change (เดือนกรกฎาคม)**
นักเศรษฐศาสตร์ของ **Deutsche Bank** คาดว่า
* การจ้างงานภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น **65,000 ตำแหน่ง**
* สูงกว่าครั้งก่อนที่ **49,000 ตำแหน่ง**
หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด อาจช่วยหนุนดอลลาร์และเพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป
### วันศุกร์
ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดกับการประกาศ
* **US Nonfarm Payrolls (NFP)**
ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะกำหนดมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ในช่วงที่เหลือของปี
---
# มุมมองเชิงวิเคราะห์ (Analyst's View)
ภาพรวมของ USD/JPY ยังคงอยู่ในช่วง **Technical Rebound ภายใต้แนวโน้มหลักที่ยังเป็นลบ** โดยแม้แรงซื้อระยะสั้นเริ่มกลับเข้ามา แต่ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 100 และ 200 ชั่วโมงได้ ทำให้การฟื้นตัวยังมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายออกมาอีกครั้ง
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน การแข็งค่าของเงินเยนยังคงได้รับแรงหนุนจากการแทรกแซงของภาครัฐและความคาดหวังต่อการดำเนินนโยบายของ BoJ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงแรงหนุนระยะสั้น และทิศทางระยะกลางยังขึ้นอยู่กับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BoJ รวมถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง
ดังนั้น ในระยะสั้น ทิศทางของ USD/JPY จะขึ้นอยู่กับผลการประกาศข้อมูลแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะ **ADP Employment Change** และ **Nonfarm Payrolls (NFP)** ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดว่าเงินดอลลาร์จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ และจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางของคู่เงินในช่วงถัดไป
⚠️ คำเตือนการลงทุน
เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนและการซื้อขายมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
This content is for educational and informational purposes only and does not constitute financial advice. Trading and investing involve risk.
GBPUSD 5-7/08/69 จากการรวบรวมตัวเลขเศรษฐกิจล่วงหน้า (Leading Indicators) ในสัปดาห์นี้ ตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณในลักษณะ "การจ้างงานใหม่ชะลอตัว แต่ต้นทุนค่าแรงและเงินเฟ้อยังฝังลึก" ซึ่งภาพรวมแบบนี้อาจทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) มีแรงซื้อกลับและกลับมา "แข็งค่าขึ้นได้" แม้ยอดการจ้างงานจะลดลง เนื่องจากเศรษฐกิจยังถูกพยุงด้วยกำลังซื้อของประชาชน
จะส่งผลต่อคู่เงิน GBPUSD ดังนี้ : ราคาอาจจะขยับขึ้นไปเหนือ high (1.35060) ได้ ก่อนที่ข่าวสำคัญจะออกในวันศุกร์นี้ หากเป็นเช่นนั้นจะถือเป็นการจบ segment ที่ 3 จากนั้นราคาอาจจะย่อตัวกับลงมาตามลูกศรในรูปภาพ
GBPNZD 5/8/2026โครงสร้างเทรน 1D ยังเป็นขาขึ้น
แต่ 1H ยังเป็นขาลง และยังไม่เสียโครงสร้างทั้งคู่
เราจะรอให้กราฟ 1H ขึ้นไปปิดเหนือแนวต้าน 2.29560 ให้ได้แล้วค่อยเข้า Buy
ถ้าไม่ได้แสดงว่า เทรนใน 1D ยังไม่ถึงเวลากลับตัวขึ้น
เพราะ เทรน1D ยังไม่เสียโครงสร้าง แล้วก็ยังมีแนวรับของ HL ก่อนหน้าอยู่
แต่ถ้าทะลุขึ้นไปได้ เราจะมองว่าเทรน1Hและ1D กำลังเปลี่ยนเป็นขาขึ้น
USDJPY 5/8/2026เทรน 1D ยังเป็นขาขึ้นและยังไม่ทำลายโครงสร้างเทรน
เทรน 1H ยังเป็นขาลง
แนวต้าน 160.757 เป็นแนวต้านสำคัญ
แนวรับ 156.138 เป็นแนวรับสำคัญ
เทรน1Dยังไม่เสียโครงสร้างเรารอให้กราฟ1Hวิ่งไปปิดเหนือแนวต้าน 16.757 แล้วเข้า buy ได้
ยังไม่ตรงตามเงื่อนไขของโครงสร้างเทรนย่อย 1H
เราจะรอออออออออออออออออออออออออออออออออออ ~( ̄▽ ̄)~*
GBPUSD 3-6/08/69US
วิเคราะห์ข่าว ISM Manufacturing PMI
จากการรวบรวมข้อมูลตัวชี้วัดล่วงหน้า ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ทั้ง 4 ตัวหลักที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ ภาพรวมส่งสัญญาณ "เชิงบวกอย่างแข็งแกร่ง " บ่งชี้ว่าดัชนี ISM Manufacturing PMI ที่จะประกาศในวันจันทร์ที่ 3 มีโอกาสสูงมากที่จะออกมา "สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้" จะส่งผลให้คู่เงิน GBPUSD ปรับตัวลงในระยะสั้น
วันพฤหัสบดีที่ 6 อัพเดทข่าว
- Average Hourly Earnings m/m Non-Farm
- Employment Change
- Unemployment Rate
EURUSD ยังคงอยู่ในกรอบช่องทางขาลงที่ชัดเจน
EURUSD ยังคงซื้อขายอยู่ในกรอบช่องทางขาลงที่ชัดเจนในกรอบเวลา H1 ซึ่งรักษาสภาพตลาดขาลงโดยรวมไว้ การฟื้นตัวล่าสุดทำให้ราคากลับเข้าใกล้ขอบบนของช่องทาง ซึ่งแนวต้านของเส้นแนวโน้มกำลังดึงดูดความสนใจในการขายอีกครั้ง
รูปแบบของจุดสูงสุดที่ต่ำลงและจุดต่ำสุดที่ต่ำลงยังคงอยู่ แสดงให้เห็นว่าโมเมนตัมขาขึ้นล่าสุดเป็นการปรับฐานมากกว่าการเริ่มต้นของการกลับตัวของแนวโน้ม การที่ราคาถูกปฏิเสธใกล้แนวต้านตอกย้ำความเป็นไปได้ของขาลงอีกรอบหากผู้ซื้อไม่สามารถทะลุแนวต้านได้อย่างยั่งยืน
ตราบใดที่ช่องทางขาลงยังคงได้รับการเคารพ แนวโน้มจะเอื้อต่อผู้ขาย การเคลื่อนไหวตามโครงสร้างปัจจุบันอาจทำให้ EURUSD ขยายการเคลื่อนไหวไปสู่ขอบล่างของช่องทางในรอบการซื้อขายถัดไป






















