ตลาดฟอเร็กซ์
EUR/USD อ่อนตัวต่ำกว่า 1.1700 ก่อนผลประชุม Fed**การวิเคราะห์ EUR/USD: อ่อนตัวต่ำกว่า 1.1700 จากแรงหนุนของดอลลาร์ก่อนการประชุม Fed**
**ภาพรวมตลาด (Market Overview)**
คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1.1700 ในช่วงการซื้อขายฝั่งอเมริกา (วันพุธ) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ส่งผลให้ EUR/USD เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนตัว นักลงทุนจับตาการประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างใกล้ชิดในช่วงถัดไปของวัน
**การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)**
ณ เวลาที่เขียน คู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 1.1700 โดยมีลักษณะ Sideways เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (EMA) ที่ระดับ 1.1698 และยังยืนเหนือระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ที่ 1.1666 ได้
ดัชนี RSI ปรับตัวลงเข้าสู่ช่วง 40.00–60.00 หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 60 ได้ต่อเนื่อง สะท้อนถึงการอ่อนแรงของโมเมนตัมฝั่งขาขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มยังคงมี Bias เชิงบวกอยู่
* **แนวต้าน (Resistance):**
* 1.1745 (Fibonacci 50.0%)
* 1.1825 (Fibonacci 61.8%)
* 1.1938
* 1.2082 (จุดสูงสุดของรอบ)
* **แนวรับ (Support):**
* 1.1666 (Fibonacci 38.2%)
* 1.1567 (Fibonacci 23.6%)
* 1.1408 (โครงสร้างฐานสำคัญ)
**การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)**
ทั้ง Fed และธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านขาขึ้น จากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง อันเป็นผลจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นระยะเวลานาน
นักลงทุนให้ความสำคัญกับถ้อยแถลงของ Jerome Powell (Fed) และ Christine Lagarde (ECB) เพื่อประเมินแนวโน้มว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งอาจพิจารณาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะใกล้หรือไม่
ก่อนการประกาศนโยบาย นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อเยอรมนี (HICP) เบื้องต้นเดือนเมษายน ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่เวลา 12:00 GMT โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 3% YoY จาก 2.7% ในเดือนมีนาคม
---
# สรุปเชิงวิเคราะห์: EUR/USD ถูกกดดันระยะสั้นจากดอลลาร์แข็งค่าและราคาน้ำมันสูง แม้โครงสร้างเทคนิคยังไม่เสียแนวโน้มขาขึ้น แต่ตลาดรอทิศทางใหม่จาก Fed และ ECB
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
USDTHB ยอดค้าปลีกพุ่ง 1.9% ดอลลาร์แข็ง"ค้าปลีกสหรัฐพุ่งแรง ดอลลาร์แข็ง · เงินไหลสู่พันธบัตร"
ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนมีนาคม 2026 เพิ่มขึ้น +1.7% MoM สูงสุดในรอบ 1 ปี เกินคาดการณ์นักวิเคราะห์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งสัญญาณว่าผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่งแม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์กลางตะวันออก
ค่าเงินบาท ทางเทคนิค ภาพระยะกลางเคลื่อนไหวในกรอบ SW down โดยได้ฟื้นตัวมาจาก swing low มายัง swing high ที่โซน 32.30 เช้านี้มีการย่อตัวลงเล็กน้อย มองแนวรับสำคัญไม่ต่ำกว่า 32.12 ภายในวัน มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบ 32.30 อีกครั้ง ภายใน 1-2 วันนี้ครับ ด้วยปัจจัยพื้นฐานยังเป็นตัวขับเคลื่อนราคา
เป้า 32.30 - 32.35
US Dollar Index (DXY)
ดอลลาร์แข็งค่าระยะสั้น
ตัวเลขค้าปลีกที่แข็งแกร่งหนุนมุมมองว่าเฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์ได้รับแรงซื้อเชิงปัจจัยพื้นฐาน DXY แกว่งแถว 97–98 แต่ยังถูกจำกัดจากสัญญาณสงบศึก US-Iran ที่ลดแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
USD/JPY ทรงตัวใกล้ 159 ตลาดจับตาถ้อยแถลง WarshUSD/JPY ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบบริเวณ 159.00 ขณะที่ตลาดรอการไต่สวนของ Warsh
คู่เงิน USD/JPY เคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวบริเวณ 159.00 ในช่วงท้ายของการซื้อขายภาคเอเชียวันอังคาร โดยตลาดยังขาดทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนรอถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คนใหม่ ซึ่งมีกำหนดให้การในกระบวนการยืนยันตำแหน่งเวลา 14:00 GMT
ภาพรวมทางเทคนิคของ USD/JPY
USD/JPY เคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัวใกล้ระดับ 159.00 ณ เวลาที่รายงาน โดยราคายังคงแกว่งตัวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 20 วัน (EMA 20 วัน) บริเวณ 158.95 มาเป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน สะท้อนถึงแนวโน้มแบบ Sideways
ดัชนี Relative Strength Index (RSI) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 50 บ่งชี้ว่าโมเมนตัมอยู่ในภาวะสมดุล และยังไม่แสดงสัญญาณของทิศทางที่ชัดเจน
ในด้านแนวต้าน ระดับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่จุดสูงสุดของเดือนมีนาคมที่ 160.46 และหากราคาสามารถทะลุผ่านระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง จะเปิดโอกาสให้ปรับตัวขึ้นต่อไปยังระดับสูงสุดของปี 2024 ที่ 161.95 ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับต่ำสุดของวันที่ 17 เมษายน บริเวณ 157.60
ในเวลาเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: DXY) ซึ่งวัดมูลค่าของดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 98.00
นักลงทุนจะจับตาถ้อยแถลงของ Warsh อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าแนวทางการดำเนินนโยบายในอนาคตของเขาจะให้น้ำหนักกับวาระเศรษฐกิจของรัฐบาลวอชิงตัน หรือมุ่งรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐมากกว่ากัน
นับตั้งแต่ Donald Trump กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาได้วิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐ โดยเฉพาะประธาน Jerome Powell หลายครั้ง ในประเด็นที่ Fed ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเชิงรุก
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านและสหรัฐฯ จะจัดการเจรจารอบใหม่ที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงเย็นวันอังคารหรือเช้าวันพุธ
# บทวิเคราะห์: USD/JPY เคลื่อนไหวในกรอบแคบจากปัจจัยรอคอยนโยบาย Fed และความไม่แน่นอนเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไปสร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้ละเอียดและแม่นยำยิ่งๆขึ้นไป ฝึกมาแบบไหนก็วิเคราะห์แบบนั้น จะดูคู่ไหนก็ใช้วิธีเดิม(ถ้ามันใช่และคิดว่ามันมาตราฐานแล้วโดยใช้การชี้วัดจากตัวเรา)ถ้ามันไม่ใช่ให้กลับไปรื้อระบบและกลับมาต่อใหม่ตามขั้นตอนและเสริมสิ่งที่รู้มากยิ่งขึ้นเข้าไป อย่าไปคิดถามใครถามตัวเองคุยกับAIดีสุดความรู้จากคนอื่นคือผลพลอยได้ ที่มันอาจจะมีบางข้อความเล็กๆสะกิดเราทำให้พังทลายกำแพงที่ไม่รู้ไปหมดก็ได้ ฉะนั้นทุกความรู้ที่เราศึกษาจากคนอื่นเราควรขอบคุณเขา และไม่คิดโจมตีเขา เราไม่สนับสนุนเขาแต่เราก็ไม่ทำร้ายเขา วันนี้ที่พูดค์ออยากขอบคุณช่องหนึ่งที่เขาเป็นเจ้าของเหรียญตลิปโต และเป็นข่าวดังในขณะนี้ และตัวเขาอยู่ดูไบเขาสอนดีไม่มีกั๊กนะเราจับเอาแนวทางเขามาฝึกและเข้าใจอะไรมากขึ้น และขอบคุณช่อง the wallstreet financial ช่องของครูโก้ คำพูดเด็ดเขาคือดูคลิปฟรีเขาแล้วไม่เข้าใจอย่ามาลงคอร์สเรียนกับเขาเพราะ เขาให้หมดแล้วสำหรับคนจะมาเรียนคือกลุ่มคนที่อยากพยฃบปะพูดคุยเป็นกลุ่มสังคมนักเทรดจริงๆที่รวมตัวกันเป็นกุศโลบายในรูปแบบของครูโก้เขา ผมว่ามันดีนะแฟร์ดี
และขอบคุณอีกหลายๆช่องที่จับหลักนิดผสมหน่อยจนมาเป็นแนวทางของตนเอง
และขอบคุณตัวเองจากวันนั้นจนวันนี้ก็15ปีแล้วจากลูกคนโต3ขวบจนตอนนี้จจะเรียนจบแล้วก็ยังงมโข่งหาทางขึ้นจากอ่างไม่เจอแต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าforexคือทางรอดไม่ใช่ทางเลือก
เชื่อไหมว่าบันทึกการวิเคราะห์นี้ทำเสร็จย้อนกลับมาดูก็งงตัวเองว่าวันนั้คิดแบบนี้เพราะอะไร ต้องกลับมานั่งไล่หาเหตุผลใหม่ซ้ำอีก จะบอกว่าขนาดจดไปแล้วมันยังหลงเลยฉะนั้นเราต้องจดให้ละเอียดที่สุดยิ่งมากยิ่งดีตอนกลับมาดูจะได้จำได้ว่าเหตุผลใดเราคิดแบบนั้น ลองติดดูนี่ขนาดจดนะลองนึกถึงคนไม่จดสิมันจะรอดไหม
สร้างแผนรอกราฟเข้ามาในแผนและเริ่มสร้างเงื่อนไขการเข้าซื้อหรือจะใช้อินดี้เข้าซื้อแต่ควรระวังเสมอ อินดี้เป็นเครื่องมือของเจ้าตลาดสร้างขึ้นเพื่อหลอกให้เราใช้งานหลอกเงื่อนไขมุมมองให้เราคล้อยตาม
การใช้อินดี้ส่วนตัวเอามาไว้ดูตรงข้ามกับแนวคิดเราและวิ่งตรงข้ามกับรูปแบบแท่งเทียน
GBP/USD สะสมตัวขาขึ้น ลุ้นทะลุ 1.3600 สัปดาห์สำคัญ# การวิเคราะห์รายสัปดาห์ GBP/USD: ปอนด์สเตอร์ลิงอยู่ในช่วงสะสมตัวขาขึ้นก่อนสัปดาห์สำคัญ
ปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1.3600 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้อีกครั้ง แม้ว่าจะสามารถทำระดับสูงสุดในรอบสองเดือนได้ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน คู่เงิน GBP/USD กำลังเตรียมเข้าสู่สัปดาห์ที่มีความสำคัญสูง โดยปัจจัยหลักจะมาจากความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่กำลังจะประกาศ อีกทั้งโครงสร้างราคาปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงของการ “สะสมตัวก่อนการปรับขึ้นรอบถัดไป” หลังจากสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ได้สำเร็จ
ปอนด์สเตอร์ลิงยังคงสร้างการฟื้นตัวต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และสามารถทำระดับสูงสุดใหม่ในรอบสองเดือนบริเวณใกล้ 1.3600 อย่างไรก็ตาม แรงขายได้กลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะมีการย่อตัวในช่วงท้าย แต่ GBP/USD ยังสามารถปิดบวกได้เป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากแรงซื้อที่ยังคงต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
## แนวโน้มเชิงบวกของปอนด์ยังคงอยู่
ในช่วงต้นสัปดาห์ GBP/USD เปิดตลาดด้วยช่องว่างขาลง (bearish gap) ประมาณ 45 pips ในวันจันทร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาปิดช่องว่างดังกล่าวได้ทั้งหมด และสามารถดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยในกระบวนการนี้ ราคาสามารถทะลุแนวต้านแบบ Triple Top ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับ 1.3500 เล็กน้อย ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเพิ่มเติมในตลาด
## ปัจจัยพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อราคา
การเคลื่อนไหวของราคาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์ ความกังวลเกี่ยวกับการกลับมารุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านในอิสลามาบัดล้มเหลว ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอาจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณามาตรการโจมตีทางทหารแบบจำกัด
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ว่าเฟดจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงในช่วงถัดมา โดยบรรยากาศตลาดเริ่มกลับมาเป็นเชิงบวก หลังมีสัญญาณความคืบหน้าทางการทูต เช่น การแสดงท่าทีประนีประนอมจากผู้นำสหรัฐ และความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับการขยายเวลาหยุดยิง
นอกจากนี้ สัญญาณการทรงตัวของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของตลาดดีขึ้น
ในวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งยิ่งช่วยสนับสนุนบรรยากาศเชิงบวกในตลาด ขณะเดียวกัน ปัจจัยพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ตัวเลข GDP ของจีนที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการของธนาคารสหรัฐที่ออกมาดี ยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นโดยรวม
สำหรับฝั่งสหราชอาณาจักร ปอนด์ได้รับแรงสนับสนุนจากตัวเลข GDP ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยขยายตัว 0.5% MoM ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.1%
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ตลาดกลับมามีความระมัดระวังอีกครั้ง จากความไม่แน่นอนของข้อตกลงหยุดยิงและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน ส่งผลให้โมเมนตัมขาขึ้นของปอนด์ชะลอตัว และทำให้ GBP/USD ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 1.3594
อีกทั้ง ความคาดหวังที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อการฟื้นตัวของคู่เงินนี้
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังอิหร่านประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซตามข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง และกดดันดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ GBP/USD ฟื้นตัวอีกครั้ง
## การวิเคราะห์ทางเทคนิค
ในกราฟรายวัน GBP/USD เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1.3579 โดยยังคงมีแนวโน้มเชิงบวก เนื่องจากราคายังคงยืนอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ทั้ง 20, 50, 100 และ 200 วัน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมาณ 1.3375–1.3450 การเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยในลักษณะนี้สะท้อนถึงแรงซื้อที่สามารถดูดซับแรงขายได้อย่างต่อเนื่อง
ดัชนี RSI (14) อยู่บริเวณ 62 แสดงถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแรง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) จึงยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ หากราคายังคงยืนเหนือแนวรับสำคัญ
### แนวต้าน
* 1.3600 (แนวต้านระยะสั้นสำคัญ)
* 1.3700
* 1.3840
### แนวรับ
* 1.3500
* 1.3451 (SMA 100 วัน)
* 1.3426 (SMA 50 วัน)
* 1.3413 (SMA 200 วัน)
* 1.3375 (SMA 20 วัน)
หากราคาหลุดต่ำกว่าโซน 1.3375–1.3450 จะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการอ่อนตัวของแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน
## ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า
แนวโน้มของ GBP/USD ในสัปดาห์ถัดไปจะขึ้นอยู่กับทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ
* ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
* รายงานตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร
* ยอดค้าปลีกสหรัฐ และถ้อยแถลงของว่าที่ประธานเฟด
* ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหราชอาณาจักร
* ข้อมูล PMI ภาคการผลิตและบริการของทั้งสหราชอาณาจักรและสหรัฐ
* ยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักร
## บทสรุปเชิงวิเคราะห์
GBP/USD อยู่ในช่วงของการสะสมตัวในแนวโน้มขาขึ้น หลังจากสามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้สำเร็จ โดยโครงสร้างตลาดยังคงสนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ ตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือโซนแนวรับจากเส้นค่าเฉลี่ยหลัก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนในระยะสั้นยังคงสูงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงิน
---
# แนวโน้มหลัก: สะสมตัวขาขึ้น (Bullish Consolidation) มีโอกาสปรับขึ้นต่อ หากยืนเหนือโซน 1.3375–1.3450 ได้
XTB - สัญญาณของการย่อตัวหรือไม่?กราฟคู่เงิน EURUSD กรอบเวลา H4
โมเมนตัมขาขึ้นล่าสุดของคู่เงินเริ่มชะลอตัวลงเมื่อราคาขยับเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 1.183 ซึ่งเคยเป็นระดับที่มีแรงขายกดดันอย่างมีนัยสำคัญในอดีต หลังจากนั้นตลาดเริ่มเกิดการย่อตัวเล็กน้อย พร้อมทั้งกดราคาทะลุลงต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้ฝั่งผู้ซื้อ (bulls) ต้องระมัดระวังมากขึ้น
พฤติกรรมราคาล่าสุดยังไม่สนับสนุนภาพการปรับตัวขึ้นต่อ เนื่องจากความถี่ของแท่งเทียนที่มีไส้ยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงแรงขายที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นแบบเงียบ ๆ และคอยปฏิเสธการดีดตัวกลับอยู่ตลอด
ภายใต้สภาวะนี้ หากมีแรงขายที่ชัดเจนและรุนแรงเกิดขึ้นเพื่อยืนยัน แนวโน้มการปรับฐานครั้งนี้อาจถูกตอกย้ำมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ราคากลับไปทดสอบโซนระดับต่ำกว่า โดยโซน 1.165 จะเป็นเป้าหมายแรกที่ควรจับตา
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 1.1650
🔴 แนวต้าน: 1.1800
EUR/USD ทรงตัวใกล้ 1.1800 ท่ามกลางแรงซื้อดอลลาร์กลับมา# การวิเคราะห์ EUR/USD: เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ 1.1800 ท่ามกลางแรงหนุนดอลลาร์สหรัฐ
## ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคา
คู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวอย่างทรงตัวบริเวณระดับ 1.1800 หลังจากหยุดสถิติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 7 วัน โดยเข้าสู่ช่วงเปิดตลาดยุโรปวันพุธด้วยทิศทางที่ชะลอลงเล็กน้อย การปรับขึ้นเริ่มถูกจำกัด เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐ (USD) กลับมาได้รับแรงซื้ออีกครั้ง จากบรรยากาศตลาดที่เริ่มมีความเชื่อมั่นอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
## การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)
ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง EUR/USD ยังคงมีแนวโน้มเชิงบวกในระยะสั้น โดยราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญได้อย่างชัดเจน
* เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) 20 ช่วงเวลา ที่ระดับ 1.1725 ทำหน้าที่เป็นแนวรับแรกแบบไดนามิก
* ขณะที่ SMA 100 และ 200 ช่วงเวลา อยู่บริเวณ 1.1594/1.1593 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งในภาพรวม
ด้านอินดิเคเตอร์:
* Momentum อยู่ในโซนบวก สะท้อนแรงส่งขาขึ้นที่ยังคงต่อเนื่อง
* RSI (14) อยู่ใกล้ระดับ 73 แสดงถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าราคาจะอยู่ในระดับสูงใหม่
ในกรอบรายวัน (Daily):
* EUR/USD ยังคงเป็นขาขึ้น โดยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7
* ราคายืนเหนือ SMA 100 วัน (1.1698) และ 200 วัน (1.1673)
* SMA 20 วัน อยู่ที่ 1.1594 และยังคงปรับตัวขึ้น
อินดิเคเตอร์สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นเพิ่มเติม:
* Momentum สนับสนุนการปรับตัวขึ้นต่อ
* RSI อยู่ที่ระดับ 65 บ่งชี้ว่าแรงซื้อยังคงครองตลาด
## แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
* แนวต้านแรก: 1.1830 (ระดับสูงสุดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์)
* แนวต้านถัดไป: 1.1900
* แนวรับแรก: 1.1698 (SMA 100 วัน)
* แนวรับถัดไป: 1.1594 (SMA 20 วัน) ซึ่งเป็นโซนที่คาดว่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาหากราคาย่อตัว
## การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis)
EUR/USD ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับประมาณ 1.1800 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีแรงกดดันต่อ USD จากความเชื่อมั่นเชิงบวกของตลาด
นักลงทุนตอบรับข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้งที่อิสลามาบัดในช่วงปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านความตึงเครียดในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง เนื่องจาก:
* สหรัฐฯ ยังคงปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ
* มีการเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค
* จีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ “อันตรายและขาดความรับผิดชอบ”
แม้จะมีความเสี่ยง แต่ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่รุนแรงขึ้น ตลาดการเงินมีแนวโน้มเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจมากขึ้น
## ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ
* รายงานการจ้างงานภาคเอกชน ADP:
ในช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 มีนาคม มีการจ้างงานเพิ่มเฉลี่ย 39,250 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ นับเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันที่การจ้างงานแข็งแกร่ง
* ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI):
* เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดการณ์
* YoY อยู่ที่ 4% (คาดการณ์ 4.6%, ก่อนหน้า 3.4%)
* Core PPI อยู่ที่ 3.8% ต่ำกว่าคาดการณ์ 4%
ข้อมูลดังกล่าวกดดัน USD ให้อยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า แม้ว่าปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์จะช่วยพยุงบางส่วน
---
# สรุปเชิงวิเคราะห์
EUR/USD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง โดยได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งและแรงซื้อที่ยังคงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของ USD จากปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาระหว่างประเทศ อาจจำกัด Upside ในระยะสั้น ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อค่าเงินดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมยังคงเอื้อต่อการปรับตัวขึ้นของ EUR/USD แต่ต้องจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
ปอนด์และยูโรสมควรที่จะกลับไปยังระดับเก่าหรือไม่?
เงินยูโรจะกลับไปที่มันเป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์
แต่การฟื้นตัวของยูโร/เหรียญสหรัฐไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงแมโครของยุโรปได้หายไ ยูโรโซนยังคงสัมผัสสูงที่จะนำเข้าค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
ค่าคอมมิชชั่นต่อการเทรด การเจริญเติบโตช้าลงจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นระบุความแข็งแรงของเงินยูโร แต่ถ้าอัตราเงินเฟ้ออยู่เหนียวธนาคารกลางยุโรปอาจจะต้องอยู่เข้มงวดมากขึ้นนานกว่าที่
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าผู้ค้ามีการกำหนดราคาประมาณโอกาส 40%ของธุดงค์ของอีซีบี
ค่าคอมมิชชั่นต่อการเทรด
กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ส่งการปรับลดการเติบโตของจี7 ที่ใหญ่ที่สุดไปยังสหราชอาณาจักรในปี 2026 ตัดการคาดการณ์จาก 1.3%เป็น 0.8%
ดังนั้นแม้,สเตอร์ลิงได้ปีนกลับไป around 1.355,เสร็จสิ้นการเดินทางรอบเดียวกับเงินยูโร. การเทรดทั้งหมด
ดอลลาร์สหรัฐได้รับการสนับสนุนโดยเงินดอลลาร์ที่อ่อนแอ
AUD/USD ทรงตัวต่ำกว่า 0.7100 ท่ามกลางข้อมูลจีนผสมการวิเคราะห์ AUD/USD
คู่เงิน AUD/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบต่ำกว่าระดับ 0.7100 หลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของจีน (CPI และ PPI) ประจำเดือนมีนาคมที่ออกมา “ผสมผสาน” โดยตลาดแทบไม่ตอบสนองอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักลงทุนชะลอการเปิดสถานะใหม่เพื่อรอความชัดเจนจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านในช่วงปลายวัน
---
ภาพรวมทางเทคนิค (Technical Overview)
ในกราฟรายวัน AUD/USD เคลื่อนไหวบริเวณ 0.7084 โดยยังคงมีแนวโน้มเชิงบวกในระยะสั้น เนื่องจากราคายังทรงตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) หลัก ได้แก่ 55 วัน, 100 วัน และ 200 วัน โดยเฉพาะเส้น 55 วันที่บริเวณ 0.7022 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ
โมเมนตัมยังอยู่ในเกณฑ์สนับสนุนฝั่งขาขึ้น
RSI (14) เคลื่อนไหวต่ำกว่า 60 เล็กน้อย สะท้อนแรงซื้อที่ยังไม่ร้อนแรงเกินไป
ADX ประมาณ 23 บ่งชี้แนวโน้มขาขึ้นที่มีอยู่ แต่ยังไม่แข็งแกร่งมาก
ภาพรวมจึงเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อได้ หากยังยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยหลัก
---
แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
แนวรับ (Support):
0.7022 (SMA 55 วัน)
0.7007 (Fibonacci 23.6%) → เป็นโซน Demand แรก
0.6895 / 0.6855 / 0.6833 → โซนแนวรับหลักถัดไป
0.6804 / 0.6714 / 0.6695 → แนวรับลึก (Fibonacci + SMA 200 วัน)
แนวต้าน (Resistance):
0.7188 (แนวต้านหลัก + Fibonacci high)
0.7283
0.7661 (ระยะไกล)
---
ภาพรวมปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียยังได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ ได้แก่
อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ยังคงมีท่าทีเข้มงวด (Hawkish)
เศรษฐกิจยังเติบโตแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
อย่างไรก็ตาม เริ่มมี “สัญญาณชะลอ” บางส่วน เช่น
PMI ภาคการผลิตและบริการต่ำกว่า 50
อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
กิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศเริ่มอ่อนแรง
ในฝั่งจีน แม้ไม่ได้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักเหมือนเดิม แต่ยังช่วย “พยุงเสถียรภาพ” ของ AUD โดยเงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลางและเศรษฐกิจยังเติบโตต่อเนื่อง
---
มุมมองตลาดและ Positioning
นักลงทุนยังคงเพิ่มสถานะ Long ใน AUD ต่อเนื่อง
แต่ราคายังไม่ตอบสนองในทิศทางเดียวกัน
→ สะท้อน “Divergence” ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงหากตลาดกลับทิศ
สถานะ Long ที่หนาแน่นเกินไป อาจทำให้เกิดแรงขายเร็ว (unwind) หากปัจจัยลบเกิดขึ้น
---
Scenario Analysis
1. Base Case (เป็นไปได้มากที่สุด):
ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ 0.7000–0.7100 และอาจเริ่มชะลอเมื่อเข้าใกล้ 0.7100
2. Bullish Scenario:
หาก Risk sentiment ดีขึ้น + USD อ่อนค่า
→ มีโอกาสทะลุ 0.7100 และไปต่อที่ 0.7200
3. Bearish Scenario:
หาก
USD แข็งค่า
ความเสี่ยงโลกเพิ่มขึ้น
หรือจีนชะลอ
→ อาจหลุด 0.7000 และลงสู่โซน 0.6900
---
บทสรุป (Conclusion)
ภาพรวมของ AUD/USD ยังคงเป็น “เชิงบวก แต่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่”
แม้ปัจจัยพื้นฐานยังสนับสนุน แต่
โมเมนตัมยังไม่ชัดเจน
ความเสี่ยงระยะสั้นยังคงมีอยู่
ตลาดยังไวต่อ Risk sentiment และ USD
ดังนั้น แนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้น แต่ต้องระวังความผันผวนและการกลับตัวในระยะสั้น
---
สรุปสั้น (1 บรรทัด)
AUD/USD มีแนวโน้มขาขึ้นเชิงบวกแต่ยังขาดแรงยืนยัน โดยระยะสั้นยังเผชิญความเสี่ยงจาก USD และภาวะตลาดโลก
USD/JPY ผันผวนหลังข่าวหยุดยิง กดดันราคาน้ำมัน**USD/JPY อ่อนตัวจากระดับ 160.00 หลังข่าวหยุดยิงกดดันพรีเมียมน้ำมัน**
USD/JPY พลิกตัวลงอย่างรวดเร็วในวันอังคาร โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่บริเวณ 160.50 ก่อนร่วงลงต่ำกว่า 159.00 และปิดใกล้ระดับ 158.85 ทั้งนี้ ค่าเงินได้ทะลุระดับ 160.00 ชั่วคราว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งเป็นระดับที่ก่อนหน้านี้เคยกระตุ้นให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซง อย่างไรก็ตาม การกลับตัวในช่วงท้ายตลาดได้ลบล้างการปรับขึ้นทั้งหมดของวันดังกล่าว
---
### การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Overview)
ณ เวลาที่เขียน USD/JPY เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 160.00 โดยแนวโน้มระยะสั้นยังคงมีลักษณะเป็นบวกเล็กน้อย เนื่องจากราคายังคงยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (20-day EMA) ที่กำลังปรับตัวขึ้น และเคลื่อนไหวในครึ่งบนของกรอบขาขึ้น (ascending parallel channel)
การที่ราคาทำ “Higher Low” ต่อเนื่องเหนือบริเวณฐานของกรอบที่ประมาณ 158.40 ยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ค่า RSI บริเวณ 58 ยังคงยืนเหนือระดับ 50 อย่างชัดเจน สะท้อนถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะอ่อนแรง
* แนวรับสำคัญแรกอยู่ที่บริเวณ 158.40 (ฐานกรอบแนวโน้ม) หากหลุดระดับนี้ อาจเปิดทางลงสู่ 157.70
* แนวต้านสำคัญอยู่ที่บริเวณ 160.90 (ด้านบนของกรอบ) หากปิดรายวันเหนือระดับดังกล่าว จะเป็นการยืนยันการขยายตัวของแนวโน้มขาขึ้นไปสู่ 162.00
---
### ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร เวลา 20:00 น. ตามเวลาตะวันออกสหรัฐ (ตรงกับ **07:00 น. ของวันพุธ ตามเวลาไทย**)
ในวันจันทร์ ทรัมป์ได้กล่าวย้ำอีกครั้งว่า อิหร่าน “สามารถถูกจัดการได้ภายในคืนเดียว และอาจเกิดขึ้นในคืนถัดไป” หากยังปฏิเสธข้อเสนอ
ด้านญี่ปุ่น ข้อมูลการใช้จ่ายภาคครัวเรือนโดยรวม (Overall Household Spending) เดือนกุมภาพันธ์ออกมาอ่อนแอ ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เชิงเข้มงวด (hawkish) ต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ในระยะสั้น โดยตัวเลขหดตัว -1.7% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ -0.7% และต่อเนื่องจากเดือนมกราคมที่หดตัว -1%
ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อดอลลาร์สหรัฐ ได้แก่
* รายงานบันทึกการประชุม FOMC เดือนมีนาคม
* ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม
---
# 1 สรุป: USD/JPY ยังมีแนวโน้มขาขึ้นเชิงเทคนิค แต่เผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน
EUR/USD ฟื้นเหนือ 1.1550 รับความหวังหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านEUR/USD ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1.1550 ในช่วงการซื้อขายยุโรปวันจันทร์ โดยคู่เงินฟื้นตัวต่อเนื่องท่ามกลางความเชื่อมั่นของตลาดที่ดีขึ้น หลังมีรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะเดียวกัน สภาพคล่องในตลาดยังค่อนข้างเบาบางจากวันหยุด Easter Monday และนักลงทุนจับตาการประกาศดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ ในช่วงการซื้อขายอเมริกาเหนือ
## มุมมองทางเทคนิค (Technical Overview)
ในกราฟ 4 ชั่วโมง EUR/USD มีแนวโน้มเป็นบวกเล็กน้อย โดยราคายังคงเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 20 ช่วง บริเวณ 1.1518 ซึ่งกำลังปรับตัวขึ้น และอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 ช่วงที่ค่อนข้างทรงตัวบริเวณ 1.1538 อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าเส้น SMA 200 ช่วงที่มีแนวโน้มขาลงบริเวณ 1.1640 ซึ่งยังคงสะท้อนภาพการปรับฐานในกรอบใหญ่ ด้านโมเมนตัมอยู่เหนือระดับ 0 และปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ RSI ใกล้ระดับ 66 บ่งชี้ถึงแรงซื้อที่ยังคงมีอยู่
ในกราฟรายวัน แรงกดดันฝั่งขาลงเริ่มลดลง เนื่องจากราคายืนเหนือเส้น SMA 20 วัน ซึ่งมีแนวโน้มลดลงและจำกัดการปรับตัวลงบริเวณ 1.1550 อย่างไรก็ตาม ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น SMA 100 และ 200 วันที่เริ่มทรงตัวบริเวณ 1.17 ทำให้แนวโน้มภาพรวมยังคงถูกกดดัน ด้านโมเมนตัม 14 วันกลับขึ้นมาเหนือระดับ 0 จากโซนลบลึก ขณะที่ RSI ฟื้นตัวกลับขึ้นสู่ระดับ 50 จากภาวะ Oversold สะท้อนว่าการดีดตัวล่าสุดเป็นเพียงการปรับฐานในโครงสร้างขาลงที่ยังเปราะบาง
แนวรับสำคัญอยู่ที่ช่วง 1.1550–1.1540 ซึ่งเป็นบริเวณที่ระดับต่ำล่าสุดสอดคล้องกับเส้น SMA 100 ช่วง ถัดลงมาที่ 1.1500 ซึ่งเป็นฐานราคาสำคัญเดิมและสอดคล้องกับโซน SMA 20 ช่วงที่กำลังปรับขึ้น ส่วนแนวต้านอยู่ที่เส้น SMA 200 ช่วงบริเวณ 1.1640 และถัดไปที่ 1.1680 ซึ่งเป็นระดับจำกัดการปรับขึ้นตามโครงสร้างค่าเฉลี่ยที่ยังเป็นขาลง
## มุมมองปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Overview)
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากแรงขายในวันพุธ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้น โดยความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ มีแผนจะถอนกำลังออกจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ และเตรียมแถลงความคืบหน้าต่อประชาชน ส่งผลให้ EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้กล่าวว่ากำลังพิจารณาถอนสหรัฐฯ ออกจาก NATO เนื่องจากพันธมิตรไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ร้องขอการหยุดยิง ซึ่งสหรัฐฯ อาจพิจารณาหากมีการเปิดเส้นทางดังกล่าว
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ EUR/USD ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 1.1623 หลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยรายงาน ADP ระบุว่าการจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 62,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 40,000 ตำแหน่ง ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.6% MoM สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.5% และดีกว่าค่าก่อนหน้าที่ -0.1%
ในระยะถัดไป ตลาดจะติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมถึงการประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก S&P Global และ ISM ซึ่งจะสะท้อนภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ สถานการณ์เงินเฟ้อ และตลาดแรงงานของสหรัฐฯ
---
# สรุปเชิงวิเคราะห์ (1 บรรทัด)
EUR/USD ฟื้นตัวระยะสั้นจากปัจจัยบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่โครงสร้างภาพใหญ่ยังเป็นขาลง โดยต้องจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวต้านสำคัญบริเวณ 1.1640–1.1680
ฝึกอ่านกราฟหาจุดเข้าให้คมที่สุดหารูปแบบเหตุผลตัวเองขยัน อดทนเท่านั้น บอกเสมอให้เลิกคบเพื่อนให้หมดเลยใครมันอยากคบเราอยู่ก็เหลือไว้แค่นั้นแหละ
เลิกสังสรร เลิกทุกกิจกรรมบันเทิง ให้FOCUS พ่อ แม่ ลูก เมีย อาหารการกิน ออกกำลังกาย เหล้า บุหรี่ กัญชา ใบท่อม
เลิกได้หักดิบเลย ตอนตายเราก็เหลือแค่ลูกเมียที่ทำศพให้เราแค่นั้นแหละ เผลอบางทีเราไม่ตายได้ทำศพลูกเมียก่อนเสียอีก
ทุกอย่างมันไม่แน่ไม่นอนครับ รีบตั้งเป้าตัวเองจะทำอะไรอย่าปล่อยให้อายุมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วคุณค่าชีวิตเท่าเดิมและถดถอยลงเรื่อยๆ
แค่คิดดี ทำดี พูดดี เรื่อยๆมันก็ยังเดินคู่ขนานกับอายุแต่มันคือเท่าทุนไม่มีกำไรชีวิตเลยขึ้นกับตัวเราจะเลือกอยู่เท่าเดิมไหมหรือจะพัฒนาต่อไป
ก็เหมือนกับคนเกิดมา บุญไม่ทำกรรมไม่สร้าง ตายไปก็ตายเปล่า แต่ถ้าเราคิดดี ทำดี พูดดี ทำบุญบางโอกาสมันก็ขยับไปฝั่งดีได้ กลับกันเราคิดชั่วนิดเดียวมันก็ขยับไปด้านชั่วแล้ว
ฉะนั้นควรคิดดีๆสักนิดให้มันขยับไปทางที่ดีเท่านั้นก็พอ
เปรียบกับการเรียนรู้อะไรสักอย่างอยู่นิ่งๆเฉยๆมันก็รู้ก็เห็นแค่ข้างหน้า แต่ถ้าเกิดมีคำถามข้อสงสัยแล้วขยับทำอะไรสักอย่างเพียงเล็กน้อยยังไงมันก็ขยับไปในทางที่ดีเสมอใช่ไหมครับ
ฉะนั้นควรมีเป้าหมายครับ
ตรงนี้มีย่ำบ่อยก็ระวังอาจจะทุบได้ มันสะสมฝั่งSELLก็ดูแค่นี้แหละ
ถ้าเกิดมันทะลุเพราะอะไรก็ไปถามAIแล้วกลับมาทำใหม่
ทำซ้ำพึ่งพาตนเองอย่าไปถามใคร ไม่มีใครจริงใจกับเราหลอกผมเองก็ไม่จริงใจหลอก
บอกพวกคุณหมดคุณก็เป็นลูกนกรอแม่เอาหนอนมาป้อนใส่ปากลองคิดดีๆแล้วคุณจะยืนด้วยตัวเองได้ไหม แล้วมันจะมีคุณค่าอะไรให้คุณจดจำ
ถ้าเป็นคนอื่นมาถาม เชื่อไหมเขาเรียกเก็บค่าคอสแล้วแหละคนรู้เท่าที่รู้เก็บคอสสอนเท่าที่รู้มันก็มีสุดท้ายคุณก็ตันเทรดแล้วก็แพ้เหมือนเดิม และมีมากด้วย
สุดท้ายคุณเรียนกับคนนี้จบ จนมันตันคุณก็จะมองหาอาจารย์คนใหม่ๆต่อไปอีกเรื่อยๆ มันคือธรรมชาติของคน
จะมองหาความปลอดภัย เซฟโซน พอคุณมาเห็นผมวิเคราะห์ก็อยากจะถามว่า อยากจะเรียนกับผม
ตอบตรงนี้สำหรับคนที่ขยันอ่านถึงตรงนี้นะครับ
ผมฝึกเองหาข้อมูลเอง(ขอบคุณทุกข้อมูล)และมีความรู้เพียงน้อยนิดมากๆผมรู้ตัวเองว่าความสามารถไม่ถึง ผมเพียงทำสิ่งนี้มาเพื่อ ให้คนเข้ามาใหม่ได้อ่านเจอได้มีที่พึ่งทางใจไม่มากก็น้อยเท่านั้น เพราะผมรู้สึกถึงตอนที่ตนเองมาเข้าวงการใหม่มันเคว้งไม่มีที่พึ่งพาเป็นอย่างไรเพียงแต่ผมอยากชี้นำทางเล็กๆน้อยๆให้เท่านั้น มันก็หนักอึ้งมากพอแล้วสำหรับผมแล้วครับ
สุดท้ายเทรดเองทุกวันนี้ยังล้างพอตอยู่เลยครับ
ฝึกอ่านกราฟหาจุดเข้าให้คมที่สุดไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัว
เพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด
ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
หุ้นที่ไล่ฝึกอ่านนั้นส่วนตัวจะไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไรมีงบการเงินดีหรือไม่ มีปันผลกี่%เพราะส่วนตัวจะวิเคราะห์กราฟก่อนถ้าดีจะค่อยเจาะดูอีกทีว่าทำมาหากินอะไร ผู้ที่ต้องการอยากรู้ควรหาข้อมูลด้วยตนเอง
กำหนดแผนสร้างรูปแบบการเทรดของตัวเองแล้วเริ่มเดินตามแผนที่วางไว้
จะทำอะไรต้องมีรูปแบบตัวเองนะครับ อย่าเห็นแต่ภาพที่ตีไว้พอกราฟถึงแถบที่ตีปุ๊บกดปั๊บโดนลากปั๊บเลยนะจะบอกให้
ฉะนั้นแนวทางไม่ใช่จุดเข้าแนวทางใช้เพื่อเตรียมหาจุดเข้า






















