ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นสรุปว่าไม่ว่าจะหุ้นกลุ่มไหนจะดี จะดึง จะฉุด
มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย มันขึ้นกับพวกเขาจะ
เอาขึ้น เอาลง หรือ พักตัว มันคือเกม
set ประกอบด้วยอะไรบ้าง ก็หุ้นหลักๆมารวมกัน มีหลากหลาย
กลุ่มธุรกิจ ถ้าพวกเขาบอกว่า เฮ้ยsetตอนนี้พุ้งชนกำแพงไม่ทะลุมา3ครั้งแล้วนะ
แบบนี้มันน่าจะovbแล้วนะ แต่จริงแล้วเขาอาจจะบอกไม่หมดก็ได้ เขาอาจจะหลอก
ย่อตัวแล้วสะสมราคาเพื่อขึ้นต่อก็ได้แล้วถ้ามันขึ้นต่อเราก็จะมาบอกกันอีกว่าโอ้วมันBreak outแล้ว
เราต้องรอย่อแล้วซื้อตามไป แต่พอย่อแล้วกลับกลายทะลุลงแล้วเราก็ติดดอย
ทั้งหมดคือสิ่งที่เราจะต้องกำหนดรูปแบบการเข้าออกตลาดให้เป็นภาพจำของตัวเองครับ
เรื่องระบบเทรด set upของตัวเองสำคัญและควรบันทึกการเทรดทำสถิติเท่านั้นครับไม่มี
วิธีการอื่นหรือทางลัดครับทุกคนต้องเริ่มต้น หากก้าวกระโดดก็ต้องกลับมาที่จุดเริ่มต้นครับ
แต่สุดท้ายMMให้ดีครับ ถ้าจะกดสัก1000ไม้ ก็อย่าลืมMMนะครับไม่MMอย่างไรก็ล้างพอร์ตนะครับ
ดัชนีตลาด
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นset upการมองไม่ว่าจะกราฟไหนมันก็มองแบบเดียวกันทั้งหมด
สำคัญที่สุดคือเราเอาระบบเราเทรด เข้าออกตลาดแบบไหน
ระบบเราหนีทันเจ้าใหญ่ๆเงินหนาๆขยับก่อนหรือขายหมูมันก็
คือระบบความปลอดภัยของเรา
สรุป.............
ถามว่าตัวนี้ยังซื้อได้ไหมคำตอบคือยังซื้อได้ แต่รอย่อสร้างPAก่อน
ค่อยซื้อไม่มีไม่ซื้อเพราะมันจะลงหาdemandถัดไป ติดดอยไหม
อย่างไรก็ไม่มีทางติดดอย เพราะเรา MM ไว้ยอมรับขาดทุนที่เท่าไหร่
แล้วโดนSLไปจบๆเจ็บแต่จบ ขาดทุนจากการยอมรับความเสี่ยงไม่เรียกว่า
ขาดทุนครับ ดีกว่าถือทนลากติดดอย ดีไม่ดีต้องหาเงินมาเติมพอร์ตอีก
ดัชนีกำลังเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI?US100 - H1:
ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงที่มีความผันผวนสูง จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยแรงกดดันฝั่งขายสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านแท่งเทียนขาลงที่แข็งแกร่ง พร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ยากในระยะสั้น
หากฝั่งซื้อไม่สามารถผลักดันดัชนีให้ทะลุระดับ 30,000 จุด ได้ มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับฐานลงกลับไปทดสอบบริเวณ 29,300 จุด
โซนเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 แนวรับ: 29,500 จุด
🔴 แนวต้าน: 30,000 จุด
XTB - แรงขายยังคงกดดัน ดัชนียังไม่สามารถกลับตัวได้?กราฟ US500 กรอบเวลา H4
ดัชนี US500 ยังคงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลงประมาณ 3.5% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การที่ดัชนีปรับตัวหลุดต่ำกว่าระดับ 7,400 จุด ถือเป็นสัญญาณที่ช่วยเสริมความได้เปรียบให้กับฝั่งขาย และเพิ่มโอกาสที่แรงกดดันจะยังคงดำเนินต่อไป
หากแรงขายยังคงมีต่อเนื่อง ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลงเพื่อกลับไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 7,250 จุด
ระดับทางเทคนิคที่สำคัญ
🟢 แนวรับ: 7,250 จุด
🔴 แนวต้าน: 7,400 จุด และ 7,490 จุด
วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,100 เหรียญ และปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวแถว 4,090 เหรียญ ส่งผลให้ภาพรวมระยะสั้นเข้าสู่แนวโน้ม Bearish ชัดเจนมากขึ้น ขณะที่แรงซื้อยังไม่สามารถกลับเข้ามาสร้างโมเมนตัมเชิงบวกได้
แรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดกลับมากังวลว่า Fed อาจชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์และกดดันราคาทองคำ
นอกจากนี้ กองทุนทองคำรายใหญ่ยังคงลดการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังไม่กลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำอย่างจริงจัง
📌 ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตา
💵 1. Dollar Index Breakout ขึ้นเหนือ 101 จุด
ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นสู่บริเวณ 101.40 จุด
Breakout กรอบสะสมระยะยาวกว่า 1 ปี
เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำโดยตรง
เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์
🏦 2. Fed และแนวโน้มดอกเบี้ย
ตลาดกลับมากังวลการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
นักลงทุนลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยในปีนี้
Bond Yield ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ส่งผลลบต่อทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
🪙 3. SPDR ยังขายทองต่อเนื่อง
ถือครองทองคำ 1,017.64 ตัน
ขายออกล่าสุด 4.57 ตัน
เดือนมิถุนายนขายสุทธิ 11.52 ตัน
สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังลดการถือครองทองคำ
🇹🇭 4. ค่าเงินบาทอ่อนค่า
เปิดตลาดบริเวณ 33.28 บาทต่อดอลลาร์
อ่อนค่าประมาณ 1.5% ในช่วงที่ผ่านมา
ช่วยพยุงราคาทองคำไทยให้ลดลงน้อยกว่าทองคำโลก
🥈 5. Silver ส่งสัญญาณอ่อนแอ
ปรับตัวลงสู่บริเวณ 61.42 ดอลลาร์
หลุดระดับต่ำเดิม
สะท้อนแรงขายในกลุ่มโลหะมีค่าโดยรวม
🌍 6. ความตึงเครียดตะวันออกกลางลดลง
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัว
แรงซื้อทองคำลดลง
ตลาดกลับมาให้น้ำหนักปัจจัยเศรษฐกิจและดอกเบี้ยมากขึ้น
📊 วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
👉 ราคาหลุดแนวรับสำคัญ 4,100 เหรียญ
👉 โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนเป็น Downtrend ชัดเจน
👉 แรงขายยังครองตลาดต่อเนื่อง
👉 การรีบาวด์ยังเป็นเพียงการพักตัวในแนวโน้มขาลง
🎯 จุดที่ต้องจับตา
✅ ยืนเหนือ 4,150 ได้
→ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบ 4,180–4,220
✅ ผ่าน 4,220 ได้
→ ลดแรงกดดันฝั่งขาลงระยะสั้น
❌ หลุด 4,030
→ เสี่ยงลงทดสอบ 4,000
❌ หลุด 4,000
→ มีโอกาสเปิด Downside สู่ 3,800–3,500
🧭 แนวรับ - แนวต้านสำคัญ
🟢 แนวรับ
4,030 / 4,000 / 3,800 / 3,500
🔴 แนวต้าน
4,150 / 4,180 / 4,220 / 4,300
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง
• การแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ในสัปดาห์นี้
• การเคลื่อนไหวของ Dollar Index เหนือ 101 จุด
• Bond Yield สหรัฐที่ยังปรับตัวสูง
• แรงขายจากกองทุน SPDR
• ความผันผวนจากข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ
• ควรตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง และลดขนาดล็อตในช่วงข่าวสำคัญ
💬 สรุปสั้น
✔ ราคาทองคำหลุดระดับ 4,100 เหรียญแล้ว
✔ Dollar Index Breakout ขึ้นเหนือ 101 จุด
✔ SPDR ยังขายทองต่อเนื่อง
✔ Silver อ่อนตัวลง สะท้อนแรงขายในกลุ่มโลหะมีค่า
✔ ค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยพยุงทองคำไทย
✔ แนวโน้มระยะสั้นยังเป็น Bearish
📍 มุมมองวันนี้
ให้น้ำหนักฝั่ง SELL มากกว่า BUY
👉 ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 4,150–4,180 เหรียญ ได้อย่างมั่นคง ภาพรวมยังคงเป็นการ รีบาวด์ในแนวโน้มขาลง
📉 โซน 4,000 เหรียญ เป็นแนวรับจิตวิทยาสำคัญ หากหลุดลงมา มีโอกาสเห็นแรงขายเร่งตัวต่อในระยะถัดไป
XTB - กลับมาทดสอบจุดสูงสุดอีกครั้ง จะทะลุได้หรือไม่?กราฟ USDIDX กรอบเวลา D1:
ดัชนี USDIDX ได้กลับขึ้นมาทดสอบแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 100 จุด หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านได้อย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม การที่ราคากลับมาทดสอบแนวต้านนี้ซ้ำ ๆ ทำให้ความแข็งแกร่งของแนวต้านเริ่มลดลง และอาจไม่สามารถต้านทานแรงซื้อได้เหมือนที่ผ่านมา
แรงซื้อที่แข็งแกร่ง ประกอบกับปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้น กำลังส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับฝั่งกระทิง หากดัชนีสามารถทะลุระดับ 100 จุด ได้อย่างชัดเจน เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 102.00 จุด
ระดับทางเทคนิคที่สำคัญ:
แนวรับ: 100.00 จุด
แนวต้าน: 101.85 จุด
XTB - แรงขายยังสูง ดัชนียังไม่พร้อมกลับตัวเป็นขาขึ้น?DE40 - H4:
ดัชนี DE40 ยังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงสร้างขาขึ้นยังไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ การที่ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากเส้นแนวโน้มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าฝั่งซื้อยังคงพยายามปกป้องแนวโน้มขาขึ้นที่ก่อตัวขึ้นก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากฝั่งขายกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากแท่งเทียนขาลงที่มีลำตัวขนาดใหญ่ พร้อมปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่าการปรับตัวลงล่าสุดอาจยังไม่สิ้นสุด และความเสี่ยงของการอ่อนตัวลงในระยะสั้นยังคงมีอยู่
ในมุมมองทางเทคนิค บริเวณ 24,200 จุด ถือเป็นแนวรับสำคัญที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด หากดัชนีปรับตัวหลุดต่ำกว่าระดับนี้อย่างชัดเจน จะเป็นการเปิดทางให้ราคาลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 23,600 จุด
โซนทางเทคนิคสำคัญ
แนวรับ: 23,686 จุด
แนวต้าน: 24,800 จุด
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรดของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
หุ้นที่ไล่ฝึกอ่านนั้นส่วนตัวจะไม่ทราบว่าเขาทำธุรกิจอะไรมีงบการเงินดีหรือไม่ มีปันผลกี่%เพราะส่วนตัวจะวิเคราะห์กราฟก่อนถ้าดีจะค่อยเจาะดูอีกทีว่าทำมาหากินอะไร ผู้ที่ต้องการอยากรู้ควรหาข้อมูลด้วยตนเอง
กำหนดแผนสร้างรูปแบบการเทรดของตัวเองแล้วเริ่มเดินตามแผนที่วางไว้
จะทำอะไรต้องมีรูปแบบตัวเองนะครับ อย่าเห็นแต่ภาพที่ตีไว้พอกราฟถึงแถบที่ตีปุ๊บกดปั๊บโดนลากปั๊บเลยนะจะบอกให้
ฉะนั้นแนวทางไม่ใช่จุดเข้าแนวทางใช้เพื่อเตรียมหาจุดเข้า
SETภาพรวมของ SET ปัจจุบันวันที่ 27/05/26 ทำรูปแบบสามเหลี่ยมใหญ่ โดยมีโอกาสเกิดขึ้น 2 แบบ
รูปแบบที่ 1 : สามารถเบรคทะลุสามเหลี่ยมไปได้ เพื่อทำ wave 4>5 ของ wave 3 ใหญ่
รูปแบบที่ 2 : ย่อลงมาทดสอบสามเหลี่ยมด้านล่างอีกครั้งก่อนกลับขึ้นไป
**ลองวิเคราะห์และจับประเด็น บวก/ลบ ดูว่ามีปัจจัยอะไรที่จะสามารถทำให้ SET ไปต่อ หรือ ย่อกลับลงมาได้**
- ราคาน้ำมันที่สูง ต้นทุนการผลิตสูง จากสงคราม โรงกลั่นที่ถูกทำร้าย กว่าจะสร้างใหม่กี่ปี ?
- เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับที่สูง ผลตอบแทน US10Y สูง
- ดอกเบี้ยไทยที่อยู่ในระดับต่ำ
XTB - กำลังเตรียมเข้าสู่รอบขาขึ้นรอบใหม่?หลังจากดัชนี USDIDX สามารถทะลุผ่านเส้น Neckline บริเวณ 99.00 จุดได้สำเร็จ ตลาดก็เกิดการย่อตัวกลับมาทดสอบแนวรับดังกล่าว (Retest) อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง พฤติกรรมนี้สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงได้เปรียบ และระดับ 99.00 จุด ได้เปลี่ยนบทบาทจากแนวต้านมาเป็นแนวรับสำคัญในระยะสั้นแล้ว
การทะลุผ่านแนวต้านทางเทคนิคนี้ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับฝั่งซื้อ และช่วยสร้างฐานให้แนวโน้มขาขึ้นมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญถัดไปจะอยู่ที่ระดับจิตวิทยา 100.00 จุด ซึ่งเป็นแนวต้านแข็งแกร่งที่ดัชนีพยายามทดสอบหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ตลอดช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การที่ราคาเข้าไปทดสอบบริเวณ 100.00 จุดซ้ำหลายครั้ง ก็กำลังสะท้อนสัญญาณสำคัญเช่นกัน นั่นคือแรงขายในโซนดังกล่าวเริ่มอ่อนตัวลงเรื่อย ๆ
ในมุมมองทางเทคนิค ยิ่งแนวต้านถูกทดสอบหลายครั้งโดยที่ตลาดไม่เกิดแรงขายร่วงลึก โอกาสที่จะเกิดการ Breakout ในครั้งถัดไปก็จะยิ่งสูงขึ้น
ดังนั้น หากดัชนี USDIDX ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จะถือเป็นสัญญาณยืนยันสำคัญว่าดัชนีมีโอกาสทะลุระดับ 100.00 จุดได้อย่างสมบูรณ์
หากเกิดขึ้นจริง ดัชนีอาจสามารถหลุดพ้นจากแนวโน้มขาลงระยะกลางที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 และเปิดทางเข้าสู่รอบการแข็งค่ารอบใหม่ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ในระยะถัดไป
XTB - หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้น กำลังมุ่งสู่โซนแนวรับถัดไป?US100 - H4:
หลังจากช่วงที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง US100 เริ่มส่งสัญญาณการทำกำไร (profit-taking) อย่างชัดเจน โดยแรงขายระยะสั้นเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวลงล่าสุดได้กดดัชนีหลุดต่ำกว่าเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งก่อนหน้านี้ทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญในการพยุงแนวโน้มขาขึ้น
การหลุดของเส้นแนวโน้มนี้สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มอ่อนแรงลง และมีโอกาสที่แรงขายจะยังคงครองความได้เปรียบในช่วงการซื้อขายถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในกรอบเวลา H1 สัญญาณทางเทคนิคกลับบ่งชี้ถึงโอกาสเกิดการรีบาวด์ระยะสั้น โดย RSI เริ่มเกิดภาวะไดเวอร์เจนซ์ และเข้าใกล้เขต oversold ซึ่งสะท้อนว่าแรงขายเริ่มชะลอตัวลง
สถานการณ์นี้เปิดโอกาสให้ดัชนีอาจเกิดการดีดตัวทางเทคนิคก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาลงอีกครั้ง ในกรณีดังกล่าว โซน 28,500 จะเป็นแนวรับสำคัญแรกที่ฝ่ายซื้ออาจใช้เพื่อกลับมาควบคุมตลาด หากไม่สามารถยืนได้ อาจนำไปสู่การปรับตัวลงลึกกว่านี้
📌 โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 28,500
🔴 แนวต้าน: 29,500 และ 30,000
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) - ตั้งเป้า 101.80 ภายใน 3 เดือนหลังจากการประชุมธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุด สมาชิกหลายคนได้ลบคำว่า "ผ่อนคลาย" ออกจากแถลงการณ์ ตลาดคาดการณ์ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed จะเปลี่ยนจากการลด 2 ครั้งตลอดปีเมื่อต้นปี เป็นมีโอกาสมากกว่า 60% ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงปี 2026
> สัปดาห์ที่แล้ว ดัชนี CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน
> ภาษีที่เพิ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว (ระยะกลาง) และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหลังสงครามสหรัฐ/อิหร่าน (ระยะสั้น) กำลังทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ร้อนแรงขึ้นอย่างช้าๆ
> ประธาน Fed คนใหม่ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งมีท่าทีระมัดระวังในการพิจารณาคณะกรรมการธนาคารในเดือนเมษายน สนับสนุนการลดขนาดงบดุล ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงได้ยาก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะกลางและยาวของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยพันธบัตร 30 ปีอยู่ที่ 5.15% แนวโน้มขาขึ้นได้ก่อตัวขึ้นแล้ว (2) ตราบใดที่สามารถทะลุแนวต้านระหว่าง 100-100.5 (1) ได้ เป้าหมายจะอยู่ที่ 101.80 (3)
ข้อพิจารณา:
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหมายความว่าประเทศ/บริษัทผู้ส่งออกน้ำมันจะมีกำไรมากขึ้น บริษัทน้ำมันหลักของสหรัฐฯ (เช่น ExxonMobil, Chevron) เป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน-ทรัมป์ จากมุมมองผลประโยชน์ของทรัมป์ การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่?
อาหารที่มีความเสี่ยงจากรูปแบบของมิธอสของมนุษย์? นิวยอร์กประธานาธิบดีเฟดจอห์นวิลเลียมส์กล่าวว่าเขาคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่"ดีกว่า"3%ในระยะใกล้ แม้ว่าวิธีการที่"ดีเหนือ"ขึ้นอยู่กับการตีความ มันอาจหมายถึงสิ่งที่สุภาพข้างต้นของเดือนมีนาคม 3.3%#ดัชนีราคาผู้บริโภคอ่าน? หรือเรากำลังพูดถึง 4%หรือ 5%?
วิลเลียมส์ยังตั้งสถานะความเสี่ยงไซเบอร์เป็นความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเขา การประชุมกับซีอีโอของธนาคารรายใหญ่เพื่อเตือนพวกเขาเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่แท้จริงหรือไม่,มันเป็นตลาดที่ดีสำหรับมนุษย์.
ภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพภาพรวมคลังภาพ มิรานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เฟดโดยทั่วไปจะช่วยเติมเต็มวาระการประชุมของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า,กล่าวว่าเขาอาจจะปรับขนาดกลับแนวโน้มการตัดอัตราของเขาเพราะการพัฒนาอัตราเงินเฟ้อได้กลายเป็นดีน้อย. ความนิยมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทําให้คุณใกล้ชิดกับสิ่งที่คุณสนใจโดยจะถูกปรับเปลี่ยนตามตําแ
XTB - โซนแนวต้านสำคัญ – ฝั่งซื้อจะมีแรงพอทะลุได้หรือไม่?กราฟดัชนี DE40 กรอบเวลา H4
ความต้องการรับความเสี่ยง (risk-on) ได้กลับมาอย่างชัดเจนในตลาดโลก สะท้อนผ่านการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของดัชนีหุ้นหลักหลายตลาด ในบริบทนี้ ดัชนี DE40 ก็ปรับตัวขึ้นราว 10% จากจุดต่ำสุดที่ทำไว้ช่วงปลายเดือนมีนาคม
ปัจจุบัน ดัชนีกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญบริเวณ 24,400 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ในอดีตเคยเกิดแรงขายและการย่อตัวหลายครั้ง ดังนั้นในระยะสั้น บริเวณนี้ยังคงถูกมองว่าเป็นโซนที่ฝั่งขายอาจเข้ามาป้องกันเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อราคาเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว
หากแรงขายเพิ่มขึ้นจนทำให้ราคาหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ลากจากปลายเดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน (เส้นประสีเหลือง) แนวโน้มการปรับฐานอาจถูกกระตุ้นมากขึ้น โดยเป้าหมายระยะสั้นจะอยู่ที่บริเวณ 23,600 จุด
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหลักยังคงเอียงไปทางขาขึ้น การย่อตัวใด ๆ มีโอกาสถูกแรงซื้อดูดซับได้อย่างรวดเร็ว หากแรงซื้อยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง และการเบรกทะลุระดับ 24,400 จุดขึ้นไปได้อย่างชัดเจน จะเป็นแรงส่งเพิ่มเติมให้ฝั่งซื้อผลักดันราคากลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 23,400 หรือ 23,000
🔴 แนวต้าน: 24,400
XTB - แรงขายเพิ่มขึ้น เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ไหน?กราฟดัชนี USDIDX กรอบเวลา H4:
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลายลงชั่วคราว ช่วยให้บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนี USDIDX เผชิญแรงกดดันฝั่งขายอย่างชัดเจนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
หลังจากหลายครั้งที่ไม่สามารถผ่านระดับ 100.00 ได้ ดัชนีได้ปรับตัวลงแรง และที่สำคัญคือได้หลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นลงมาแล้ว สัญญาณนี้สะท้อนว่าโครงสร้างขาขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มถูกทำลาย และกระตุ้นแรงขายในภาพรวมให้เพิ่มขึ้น
ในขณะนี้ ฝั่งขายถือความได้เปรียบอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มสูงที่แรงกดดันขาลงจะยังคงต่อเนื่องในระยะสั้น แนวรับสำคัญถัดไปอยู่บริเวณ 97.34 ซึ่งอาจเป็นจุดที่ตลาดเกิดการตอบสนอง และมีแรงซื้อกลับเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจน แนวโน้มขาลงยังคงเป็น сценарийหลักของตลาด
โซนเทคนิคสำคัญ:
แนวรับ: 97.1
แนวต้าน: 99.00
XTB - เทรนด์ขาขึ้นถูกทำลาย ยังมีโอกาสกลับตัวหรือไม่?กราฟดัชนี USDIDX กรอบเวลา D1
การปรับตัวขึ้นในช่วงล่าสุด ยังไม่สามารถพาดัชนี USDIDX ทะลุแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ระดับ 100.00 ได้อย่างชัดเจน และได้เกิดการย่อตัวลงมา โดยการปรับลดครั้งนี้ยังทำให้ราคาหลุดออกจากกรอบขาขึ้นที่เคยรักษามาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม อีกทั้งราคายังลงมาทดสอบโซนแนวรับใกล้ที่สุดบริเวณ 98.50 อย่างไรก็ตาม ราคาได้ดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมไส้เทียนด้านล่างที่ยาว แสดงให้เห็นว่าโซนแนวรับนี้ยังมีแรงซื้อเข้ามาปกป้องอยู่ และการยืนเหนือโซนนี้ได้หรือไม่ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางถัดไปของดัชนี
หากสามารถยืนเหนือแนวรับนี้ได้สำเร็จ ดัชนีมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง อย่างน้อยเพื่อปิดช่องว่าง (gap) จากการปรับตัวลงเมื่อวานนี้ แต่หากราคายังคงอ่อนตัวต่อและหลุดต่ำกว่า 98.5 จะกระตุ้นแรงขายที่มากขึ้น และอาจกดดันราคาให้ลงไปทดสอบแนวรับสำคัญถัดไปบริเวณ 97.5
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 98.5 และ 97.5
🔴 แนวต้าน: 99.5
ทดสอXTB - บแนวต้านต่อเนื่อง จะมีการเบรกทะลุหรือไม่?กราฟดัชนี USDIDX กรอบเวลา D1
จะเห็นได้ว่าบริเวณแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ 100.00 จุด ถูกทดสอบซ้ำหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังไม่เกิดแรงเบรกทะลุที่แข็งแรงพอจะยืนยันความได้เปรียบของฝั่งขาขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ราคากลับเข้าใกล้ระดับนี้หลายครั้ง กำลังทำให้ “ความแข็งแกร่ง” ของแนวต้านอ่อนลงเรื่อย ๆ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดการเบรกทะลุในรอบถัดไป หากมีแท่งเทียนขาขึ้นที่ชัดเจนสามารถดันราคาผ่านระดับ 100.00 จุดได้อย่างเด็ดขาด แนวโน้มขาขึ้นจะถูกยืนยัน และเปิดทางให้ราคามุ่งสู่เป้าหมายถัดไปบริเวณ 102.00 จุด
ในทางกลับกัน ช่องแนวโน้มขาขึ้น (ascending channel) ในปัจจุบันยังคงเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยพยุงแนวโน้มไว้ หากราคาหลุดลงต่ำกว่าช่องนี้ แรงซื้อที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้าอาจถูกลบล้าง และอาจกระตุ้นแรงขายเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาย่อลงไปยังโซนแนวรับสำคัญที่ 98.6 หรืออาจลึกถึง 98.00 USD
โซนทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 98.6 และ 98.00 USD
🔴 แนวต้าน: 101.81 USD
วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2569
📊 XAUUSD รีบาวด์ชน 4,550 ยังไม่ผ่าน เสี่ยงย่ออีกรอบ
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำยังคงผันผวนสูง แม้มีแรงรีบาวด์จากโซนล่างขึ้นมา แต่ยังถูกกดด้วย
ดอลลาร์ทรงตัวสูง (~99.8)
ภูมิรัฐศาสตร์ยัง “ไม่ชัดเจน”
SPDR เริ่มซื้อเล็กน้อย แต่ยังไม่ใช่แรงหลัก
👉 ภาพรวมยังเป็น รีบาวด์ในขาลง
📉 วิเคราะห์ทางเทคนิค (อิงกราฟล่าสุด)
โครงสร้างปัจจุบัน:
👉 Sideway Down + Lower High ชัดเจน
ราคาขึ้นมาทดสอบโซน
👉 4,550–4,600 (แนวต้านสำคัญ + Trendline)
แล้วเริ่มมีแรงขายกดลงทันที
🔴 แนวต้าน
4,500–4,520
4,550–4,570
4,600–4,620
🟢 แนวรับ
4,400–4,420
4,370–4,380
4,320–4,330
📌 โครงสร้างสำคัญ
ยัง “ไม่สามารถยืนเหนือ 4,550” → แนวโน้มยังเป็นลบ
เกิดรูปแบบ Lower High ต่อเนื่อง
การดีดขึ้น = โอกาสโดนขาย
⚠️ จุดชี้ขาด:
ยืนเหนือ 4,600 → ลุ้นกลับตัวสั้น
หลุด 4,400 → เสี่ยงลงต่อรอบใหม่
หลุด 4,250 → เปิดขาลงกลาง-ยาว
📌 สรุปแนวโน้ม
ทองคำยังคงเป็น ขาลง (Sideway Down) แม้มีรีบาวด์
👉 สถานการณ์ตอนนี้:
ขึ้นไม่ผ่าน = ลงต่อ
ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวจริง
📍 กลยุทธ์:
เน้น Sell on Rally บริเวณโซนต้าน โดยเฉพาะแถว 4,550 - 4,600 เป็นจุดสำคัญของรอบนี้
set50 28/03/261. โครงสร้างหลัก (Major Pattern)
ดัชนี SET อยู่ในโครงสร้าง Symmetrical Triangle โดยมีการระบุคลื่นครบเกือบทุกชุดคือ (A)-(B)-(C)-(D)-(E):
• สถานะปัจจุบัน: ราคาดูเหมือนจะจบ Wave (D) ไปแล้วที่บริเวณแนวต้านเส้น Trendline ด้านบน (แถวระดับ 1,545 จุด)
• แนวโน้มถัดไป: กำลังเริ่มต้นเข้าสู่ Wave (E) ซึ่งเป็นคลื่นชุดสุดท้ายก่อนที่จะเกิดการระเบิดตัว (Thrust) ออกจากกรอบสามเหลี่ยม
2. รายละเอียดภายใน Wave (D)
Wave (D) มีการแบ่งตัว (Subdivision) เป็นรูปแบบ Zigzag (A)-(B)-(C):
• มีการจบ Wave (C) of (D) ด้วยแรงส่งที่ค่อนข้างแรงจนไปแตะขอบบนของกรอบราคา
• การที่ Wave (D) ไม่สามารถทำ High เหนือ Wave (B) ได้ ยืนยันถึงลักษณะของ Contracting Triangle ที่ชัดเจน
3. การคาดการณ์ Wave (E) และเป้าหมายราคา
ตามทฤษฎี Wave (E) มักจะเคลื่อนที่ในรูปแบบ 3 คลื่น (A-B-C) และมักจะจบที่บริเวณเส้น Trendline ด้านล่างที่เชื่อมระหว่างจุด (A) และ (C):
• เป้าหมายแรก (Fibonacci): จากกราฟมีการวัดแนว 61.8% ไว้ที่ระดับ 1,134.83 ซึ่งเป็นโซนที่มีนัยสำคัญ
• แนวรับโครงสร้าง: คาดการณ์ว่า Wave (E) จะลงมาทดสอบแนวรับเส้นด้านล่างในโซน 1,100 - 1,150 จุด (ตามเส้นประสีน้ำเงินที่ลากพยากรณ์ไว้)
• พฤติกรรมราคา: Wave (E) มักจะมีความซับซ้อน หรืออาจเกิดอาการ "Overshoot" หรือ "Undershoot" เส้นแนวรับได้เล็กน้อย ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระวังในการเทรดจริง
4. จุดยกเลิกและข้อควรระวัง (Invalidation & Rules)
• Invalid Level: ระบุไว้ชัดเจนที่ 1,054.18 (ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของ Wave (C)) ตามกฎของ Elliott Wave ในรูปแบบ Triangle คือ Wave (E) "ห้าม" ลงไปต่ำกว่าจุดสิ้นสุดของ Wave (C) หากหลุดระดับนี้ โครงสร้างสามเหลี่ยมชุดนี้จะเสียทันที
• Post-Triangle Thrust: หลังจากจบ Wave (E) แล้ว ตลาดมักจะมีการเคลื่อนที่อย่างรุนแรง (Thrust) ในทิศทางของแนวโน้มหลักก่อนหน้า ซึ่งต้องพิจารณาโครงสร้างที่ใหญ่กว่านี้เพื่อระบุทิศทางหลังออกจากสามเหลี่ยม
สรุปมุมมอง : SET Index กำลังอยู่ในช่วง "ขาลงชุดสุดท้าย" ของภาพใหญ่ (Wave E) เพื่อสะสมพลังในกรอบสามเหลี่ยม ให้จับตาดูการทำฐานที่บริเวณแนวรับ 1,134 และเส้น Trendline ด้านล่างเพื่อหาจังหวะในการกลับตัวรอบใหญ่ครับ
XTB - สัญญาณน่ากังวลต่อแนวโน้มขาขึ้นปัจจุบัน?US100 (D1):
แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยังสูง ร่วมกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง กำลังกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ดัชนี US100 ปรับตัวลดลงประมาณ 9% จากจุดสูงสุดตลอดกาล และกำลังเข้าใกล้โซนราคาสำคัญ ซึ่งเคยเป็นแนวรับที่ช่วยพยุงการฟื้นตัวในรอบก่อน ๆ
บริเวณประมาณ 24,000 จุด กลายเป็น “จุดชี้ชะตา” สำหรับการกำหนดทิศทางของตลาดในระยะถัดไป การที่ราคาทดสอบโซนนี้ซ้ำ ๆ ขณะที่แรงซื้อเริ่มอ่อนลง สะท้อนว่าฝั่งขาขึ้นกำลังเสียแรง หากราคาหลุดแนวรับนี้ลงไป แรงขายอาจเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และอาจพาดัชนีลงไปสู่ระดับต่ำกว่าเดิม
ในเชิงเทคนิค การหลุดแนวรับดังกล่าวยังอาจยืนยันรูปแบบ “Double Top” ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวขาลงที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายถัดไปบริเวณ 21,500 จุด
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 21,500 จุด
🔴 แนวต้าน: 26,300 จุด






















