ดัชนีตลาด
ดอลลาร์พุ่งแรงรับสงครามการค้าดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าหลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีเม็กซิโก แคนาดา และจีน หนุนความกังวลเงินเฟ้อและอาจกระทบการลดดอกเบี้ยของเฟด ตลาดจับตานโยบายเพิ่มเติมที่อาจทำให้ดอลลาร์พุ่งต่อ ดัชนี DXY ฟื้นตัว ทดสอบแนวต้าน 109.35 หากทะลุได้ เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 110.86 โดยแนวโน้มยังเป็นขาขึ้นตราบใดที่ยืนเหนือ 107.24
Sentiment Flow TFEX SET50 เครื่องมือ Sentiment ตัวใหม่
คนที่ดูกราฟจะรู้จักดี เครื่องมือที่ชือว่า RSI เป็นการวัด ระดับ Momentum
หาจุด overbought และ oversold ได้
ถ้าปกติเครื่องมือนี้วัดจาก ราคาหุ้น ทำไมเราไม่ลอง เขียนเครื่องมือนี้ใหม่
โดยใช้ Flow TFEX ของ ต่างชาติ และ รายย่อยมาคำนวนดู
เราสามารถหาจุด อารมณืของ รายย่อยและ ต่างชาติได้ ยิ่งไป พีคๆ หรือต่ำสุดด้านล่้างๆ
จากภาพจะเห็นว่า ต่างชาติและ รายย่อยจะสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด
เราสามารถรู้ Sentiment ของฝรั่ง และ รายย่อยได้ พร้อมๆ กัน ตอนนี้เห็นเครื่องมือ แล้ว รู้สึกยังไง
สีน้ำเงิน คือต่างชาติ กำลังค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น
สีแดง ของ ราย่อย ค่อยๆ ไต่ระดับลง (กำลังกลัวสุดขีด)
สรุปการใช้งาน TD Sequential, TD Aggressive Sequential, และ Comboสรุปการใช้งาน TD Sequential, TD Aggressive Sequential, และ TD Combo
1. TD Sequential™
TD Sequential™ เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการระบุแนวโน้มที่ใกล้จะสิ้นสุดและคาดการณ์จุดกลับตัวของตลาด โดยอาศัยกระบวนการ Setup และ Countdown:
• Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคามีการปิดต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า ติดต่อกัน 9 ครั้ง
o Buy Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคาปิดต่ำกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า 9 ครั้ง
o Sell Setup: เกิดขึ้นเมื่อราคาปิดสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า 9 ครั้ง
• Countdown: หลังจาก Setup เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะเริ่มนับ Countdown 13 ครั้ง ซึ่งพิจารณาจากราคาปิดปัจจุบันเปรียบเทียบกับราคาสูงสุด/ต่ำสุดเมื่อ 2 วันก่อนหน้า
o ถ้านับถึง 13 ถือเป็นสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้ม (เช่น ตลาดอาจลงถึงจุดต่ำสุด หรือขึ้นถึงจุดสูงสุด)
o หากราคาไม่ถึงจุดที่กำหนด ระบบอาจทำการ Recycling เพื่อเริ่มต้นนับใหม่。
TD Sequential™ ถูกออกแบบมาให้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเข้าและออกตลาดก่อนที่แนวโน้มจะสิ้นสุด โดยเน้นไปที่โซนที่แนวโน้มมีโอกาสหมดแรงมากที่สุด
________________________________________
2. TD Aggressive Sequential™
TD Aggressive Sequential™ เป็นเวอร์ชันที่ปรับปรุงจาก TD Sequential เพื่อให้เหมาะสมกับตลาดที่มีความผันผวนสูงขึ้น โดยลดเงื่อนไขบางประการของ Countdown:
• ปกติ TD Sequential จะใช้ราคาปิดในการเปรียบเทียบ แต่ TD Aggressive Sequential ใช้ ราคาต่ำสุด (Low) และราคาสูงสุด (High) ในการเปรียบเทียบแทน
• ตัวอย่าง:
o Buy Countdown: เปรียบเทียบราคาต่ำสุดปัจจุบันกับราคาต่ำสุดเมื่อ 2 วันก่อน
o Sell Countdown: เปรียบเทียบราคาสูงสุดปัจจุบันกับราคาสูงสุดเมื่อ 2 วันก่อน
o หากราคาต่ำสุดของ Countdown 13 ต่ำกว่าราคาปิดของ Countdown 8 → Buy Signal
o หากราคาสูงสุดของ Countdown 13 สูงกว่าราคาปิดของ Countdown 8 → Sell Signal。
TD Aggressive Sequential ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถได้สัญญาณเร็วขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากใช้เงื่อนไขที่อ่อนไหวต่อความผันผวนของตลาด
________________________________________
3. TD Combo™
TD Combo™ เป็นเครื่องมือที่คล้ายกับ TD Sequential™ แต่ใช้หลักเกณฑ์ที่แตกต่างในการระบุสัญญาณกลับตัวของตลาด:
• TD Combo Setup คล้ายกับ TD Sequential โดยต้องมี 9 วันของราคาปิดที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาปิดเมื่อ 4 วันก่อนหน้า
• TD Combo Countdown:
o เริ่มต้นนับ Countdown ตั้งแต่วันแรกของ Setup (แทนที่จะเริ่มหลังจาก Setup เสร็จสมบูรณ์แบบ TD Sequential)
o นับ Countdown โดยใช้เกณฑ์ ราคาปิดต้องต่ำลงเรื่อยๆ (Buy Signal) หรือสูงขึ้นเรื่อยๆ (Sell Signal)
o TD Combo Countdown สิ้นสุดเมื่อถึง 13 ครั้ง
o มีเงื่อนไข Termination Count ซึ่งอนุญาตให้ใช้ราคาเปิดแทนราคาปิดในการคำนวณ Countdown。
TD Combo™ มักใช้ควบคู่กับ TD Sequential™ เพื่อยืนยันสัญญาณว่าการกลับตัวของตลาดกำลังจะเกิดขึ้นจริง
________________________________________
สรุปความแตกต่างของแต่ละเครื่องมือ
Indicator หลักการทำงาน การใช้งานหลัก
TD Sequential ใช้ Setup 9 วัน และ Countdown 13 วัน โดยใช้ราคาปิด ระบุจุดกลับตัวของตลาด
TD Aggressive Sequential ใช้ราคาสูงสุด/ต่ำสุดแทนราคาปิด และปรับ Countdown ให้เร็วขึ้น ใช้ในตลาดที่มีความผันผวนสูง
TD Combo เริ่ม Countdown ตั้งแต่วันแรกของ Setup และใช้เงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น ยืนยันสัญญาณของ TD Sequential
TD Sequential และ TD Combo มักถูกใช้ร่วมกันเพื่อให้สัญญาณกลับตัวที่แม่นยำมากขึ้น ในขณะที่ TD Aggressive Sequential ออกแบบมาเพื่อตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วและต้องการสัญญาณที่เร็วกว่า
การแบ่งปิดกำไร (Partial Profit): ข้อดีและข้อเสียการแบ่งปิดกำไร หรือที่เรียกกันว่า Partial Profit เป็นกลยุทธ์การเทรดที่นักเทรดปิดบางส่วนของออเดอร์เพื่อรับกำไร ณ จุดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และปล่อยส่วนที่เหลือให้ทำงานต่อไปจนถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่า วิธีนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดที่ต้องการลดความเสี่ยงและจัดการอารมณ์ในตลาดที่มีความผันผวนสูง แต่เช่นเดียวกับทุกกลยุทธ์ การแบ่งปิดกำไรก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
ข้อดีของการแบ่งปิดกำไร
1.ลดความเสี่ยงและล็อกกำไรบางส่วน
การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดสามารถรับผลกำไรบางส่วนได้เมื่อราคามาถึงจุดที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยลดความกังวลหากราคาย้อนกลับ
2.สร้างความมั่นคงทางจิตวิทยา
การได้รับกำไรบางส่วนช่วยเสริมความมั่นใจและลดความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดผันผวน
3.เหมาะสำหรับตลาดที่ไม่แน่นอน
ในสถานการณ์ที่ราคามีโอกาสกลับตัว การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดสามารถทำกำไรได้แม้ในสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย
4.เพิ่มความยืดหยุ่นในการเทรด
นักเทรดสามารถเลื่อน Stop Loss ไปยังจุดคุ้มทุน (Breakeven) หลังการแบ่งปิดกำไร ทำให้ความเสี่ยงลดลงเหลือศูนย์สำหรับออเดอร์ที่เหลือ
ข้อเสียของการแบ่งปิดกำไร
1.ลดอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (RR)
การแบ่งปิดกำไรทำให้กำไรโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับการถือออเดอร์เต็มจำนวนจนถึงเป้าหมายใหญ่ เช่น RR อาจลดจาก 3.0 เหลือ 1.8 หรือ 2.0 ขึ้นอยู่กับจุดแบ่งปิด
2.พลาดโอกาสทำกำไรสูงสุด
หากตลาดวิ่งต่อในทิศทางที่คาดไว้ การแบ่งปิดกำไรอาจทำให้นักเทรดพลาดโอกาสทำกำไรสูงสุดจากการถือออเดอร์เต็มจำนวน
3.ซับซ้อนและต้องวางแผนมากขึ้น
การแบ่งปิดกำไรต้องการการวางแผนที่ดี รวมถึงการตั้งค่าระดับราคาหรือเป้าหมายสำหรับการแบ่งปิด ซึ่งอาจทำให้ยุ่งยากสำหรับนักเทรดมือใหม่
4.อาจสร้างนิสัยการปิดกำไรก่อนเวลา
หากนักเทรดแบ่งปิดกำไรบ่อยเกินไป อาจเกิดนิสัยในการปิดออเดอร์ก่อนเวลา ทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ควรจะเป็น
การใช้งานการแบ่งปิดกำไรในสถานการณ์ต่างๆ
ตลาดผันผวนสูง
1.ในตลาดที่ราคามักวิ่งขึ้น-ลง การแบ่งปิดกำไรที่ระดับ Fibonacci เช่น 1.272 หรือ 1.618 ช่วยให้นักเทรดรับกำไรบางส่วนก่อนที่ราคาจะย้อนกลับ
2.เทรนด์ใหญ่
เมื่อตลาดอยู่ในเทรนด์ที่ชัดเจน การแบ่งปิดกำไรบางส่วนที่ระดับแนวต้านหรือแนวรับสำคัญ และปล่อยส่วนที่เหลือให้วิ่งตามเทรนด์อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ
3.การเทรดตามข่าว
ในกรณีที่มีการประกาศข่าวสำคัญและตลาดเคลื่อนไหวเร็ว การแบ่งปิดกำไรช่วยให้นักเทรดลดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดอาจเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน
ตัวอย่างการแบ่งปิดกำไร
สมมติฐาน:
ออเดอร์: Buy XAUUSD
ขนาดล็อต: 0.10 lot
Stop Loss: 1,000 จุด (10 USD)
เป้าหมายกำไรที่ 1: ระดับ 1.272 (RR = 1.5)
เป้าหมายกำไรที่ 2: ระดับ 1.618 (RR = 2.5)
กลยุทธ์การแบ่งปิด:
เมื่อราคามาถึงระดับ 1.272:
ปิดออเดอร์ 50% (0.05 lot)
กำไรจากส่วนนี้ = 7.5 USD
เลื่อน Stop Loss ของออเดอร์ที่เหลือ (0.05 lot) ไปที่จุดคุ้มทุน
เมื่อราคามาถึงระดับ 1.618:
ปิดออเดอร์ที่เหลือ (0.05 lot)
กำไรจากส่วนนี้ = 12.5 USD
เปรียบเทียบกำไร:
หากไม่แบ่งปิดกำไรและถือจนถึงระดับ 1.618:
กำไรรวม = 25 USD
หากแบ่งปิดกำไร:
กำไรรวม = 7.5 + 12.5 = 20 USD
ข้อสรุป:
การแบ่งปิดกำไรทำให้กำไรลดลง 20% แต่ช่วยลดความเสี่ยงและล็อกกำไรบางส่วนในตลาดที่อาจย้อนกลับ
SET50 Quadrants ตลาดวันนี้เละเทะ ตามคาด อาจจะมีพุ่งหลาวลงแรงๆ ต่อได้อีก
เชื่อว่าทุกคนๆ มองแย่ไปหมด วันนี้ลองเอา ภาพ 4 quarants แบ่งกลุ่มของ set50 มาให้ดู
Blue หุ้น Rebound
green หุ้น bull
yellow หุ้น pull back
red หุ้น Bear
ถ้าตามปกติ เวลาตลาดหุ้นแย่ๆลงมาเยอะๆ จำนวนหุ้น ควรจะอยู่ช่อง แดง
วันนี้ตลาดหุ้น ทำ new low -20จุด ++ ถือว่า ไม่ดีมากๆ
แต่พอเรา เอาหุ้นมากาง ดูว่าตอนนี้หุ้นหลายๆตัว อยู่ ณ จุดไหน
ซึ่งพอกางแบบนี้เหมือนเราดูหุ้น แบบ top down ลงไป มองเห็นภาพรวมทั้งหมด
โดยปกติเวลาตลาดหุ้นไม่ดี หุ้นส่วนใหญ่ควรจะอยู่ใน ช่องสีแดง
แต่รอบนี้ กลับมารวมกันอยุ่ช่องสีน้ำเงิน ซึ่งขัดกัน การลงรอบนี้ อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด หรืออาจะเป็นการลง ให้รายย่อย cut แต่อย่าเพิ่งคิดว่าจะรีบรับ เพราะอนาคตไม่รุ้ หุ้นอาจจะย้ายไปช่องแดงก็ได้ ถ้าตลาดลงต่อเนื่อง
เราต้องรอตลาดกลับตัวก่อน ให้หุ้นเริ่มทยอยไปช่องสีเขียว เมื่อนั้นจะมองกลับตัวของจริง
ตลาดหุ้นไทยทดสอบ Fibonacci 14.6% แล้วดีดขึ้นทุกครั้ง รอดูต่อไป ตลาดหุ้นไทยทดสอบ Fibonacci 14.6% แล้วดีดขึ้นทุกครั้ง รอดูต่อไป
สัดส่วน Fibonacci Ratio 14.6% ไม่ได้เป็นหนึ่งในสัดส่วน Fibonacci ที่นิยมใช้ตามตำรา "ดั้งเดิม" (เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%) ที่มาจากลำดับตัวเลข Fibonacci โดยตรง
แต่สามารถอธิบายได้จากการคำนวณในลักษณะเดียวกันกับการหาสัดส่วน Fibonacci อื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง "อัตราส่วนย้อนกลับ" (Retracement Ratios)
โดยการคำนวณดังนี้:
________________________________________
การคำนวณ Fibonacci Retracement 14.6%
สัดส่วนนี้เกิดจากการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์โดยใช้สูตร (1 - Golden Ratio)^2 ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio):
1. อัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)
ϕ ≈ 1.618
และค่า "กลับด้าน" ของมัน:
1/ϕ ≈ 0.6181
2. คำนวณระดับ 14.6%
สัดส่วน 14.6% มาจากการยกกำลังของ (1 - ϕ)^2
(1−0.618)2=0.146 หรือ 14.6%
________________________________________
ที่มาและเหตุผลทางคณิตศาสตร์
1. ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence):
o ตัวเลขในลำดับนี้คือ: 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34
o แต่ละตัวเลขในลำดับใกล้เคียงกับการคูณอัตราส่วนทองคำ เช่น 13/21 ≈ 0.618
2. ความสัมพันธ์ในฟีโบนัชชี:
o ระดับ Fibonacci เช่น 23.6%, 38.2% ฯลฯ เกิดจากการคำนวณโดยใช้ ϕ ในลักษณะต่าง ๆ
o ระดับ 14.6% เกิดจากการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับลึกลงไปในระดับการย้อนกลับ (retracement) ที่ตื้นที่สุด
________________________________________
ความสำคัญในตลาดการเงิน
ในเชิงปฏิบัติ สัดส่วน 14.6% เป็น การย้อนกลับตื้น (shallow retracement) ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ตลาดอยู่ใน แนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก และราคามักจะปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปในทิศทางเดิม
ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนที่ "มาตรฐาน" แบบ 23.6% หรือ 38.2% แต่ในตลาดที่ซับซ้อนขึ้น สัดส่วนนี้ได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ต้องการค้นหาจุดเข้า-ออกในช่วงการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กลง.
________________________________________
สรุป
Fibonacci Ratio 14.6% มาจากการคำนวณ (1 - Golden Ratio)^2 โดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ในลำดับ Fibonacci และอัตราส่วนทองคำ มันถูกนำมาใช้ในบางกรณีที่ตลาดมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และการย้อนกลับที่ตื้นเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน
หุ้นเทคสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากการร่วงครั้งประวัติศาสตร์หุ้นเทคฟื้นตัว แต่ยังเสี่ยงผันผวน
NASDAQ ดีดตัวกว่า 2% หลังร่วงหนักจากข่าว DeepSeek AI โดยมี Nvidia หนุนการฟื้นตัวหลังสูญเสียมูลค่าตลาด 593 พันล้านดอลลาร์ ในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังอ่อนไหวต่อข่าว AI จากจีน ซึ่งอาจกระทบหุ้นกลุ่มนี้อีก
มุมมองทางเทคนิค: ดัชนียังคงแกว่งตัวระหว่างแนวรับ 20,668 และแนวต้าน 22,132 หากยืนเหนือได้ มีโอกาสเบรกขึ้นต่อ แต่หากหลุดลง แนวรับถัดไปอยู่ที่ 19,955
ทรัมป์จะแทนที่พาวเวลล์เป็นเก้าอี้เฟดหรือไม่? ทรัมป์จะแทนที่พาวเวลล์เป็นเก้าอี้เฟดหรือไม่?
ธนาคารกลางสหรัฐได้เก็บอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมครั้งแรกของปีแต่ตล
สัปดาห์ที่ผ่านมาคนที่กล้าหาญเรียกร้องเฟดลดอัตราดอกเบี้ยและพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการที่เข ในขณะที่เขามีอำนาจโดยตรงไม่ผ่านการตัดสินใจอัตรา,เขามีอำนาจที่จะเสนอชื่อสมาชิกค
ด้วยระยะเวลาของเจโรมพาวเวลล์หมดอายุในเดือนพฤษภาคม 2026 ตลาดกำลังคาดเดาอยู่แล้วว่าเขาจะย้ายไปแทนที่เขา-อาจจะก่อนสิ้นสุดระยะเวลาของเขา ความหงุดหงิดไม่ควรประเมินต่ำเกินไป การเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำของเฟดอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโดยมีเก้าอี้ทรัมป์ชิดแนวโน้มที่จะผลักดันอัตราที่ต่ำกว่าซึ่งอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงในขณะที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของตราสารทุนของสหรัฐฯ
US100 (NASDAQ)เห็นยังไง วิเคราะห์ไปแบบนั้น
ไม่ยึดติดทฤษฏี มองถึงความได้เปรียบของรูปทรงกราฟที่เกิดขึ้น
นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างผลตอบแทน !!
แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลอย่างอื่นเพิ่มเติม
เข้ามารับชมได้ที่เพจ Order Concept
หรือพิมพ์ค้นหาที่ FacebooK : @OrderConceptFX ได้เลย
ไลฟ์วิเคราะห์ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
(เวลา 14:00 น.) เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด
ที่นี้เราจะไม่พูดถึงแค่เรื่องกราฟแบบมือใหม่
แต่เราจะพาไปเจาะลึกถึง Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
Sentiment ตลาด SET100ADV/DEC MA จะสังเกตุเห็นได้ชัดว่า ค่าเฉลี่ยนหุ้นเขียวแต่ละวันค่อยๆ ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ และ หุ้นแดงค่อยๆ ขยับลง
Trend Momentum สีน้ำเงิน (pull back) ยังดีอยู่ ซึ่งมองว่า ตลาดรีบาวได้ ต้องรอ สีเขียวขึ้นมามากกว่านี้ จะเริ่มมองว่าความเป็นไปได้ ตลาดอาจจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้
Above MA20 จำนวนหุ้น 100 ตัวของ SET 100 ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น จำนวน34 ตัว ค่อยๆมากขึ้น ทุกวัน
สรุป ถึงแม้ว่า ตลาดจะมีการทำ new low แต่ DATA Sentiment หุ้นหลายๆตัวบอกว่า ไม่เอาด้วย ไม่ลงตาม
เกิดภาพ Divergence
ฝั่ง S ควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ฝั่ง L เริ่มน่าสนใจ Stoploss ไม่ไกลมาก RR ดี แต่ต้องเข้าใจว่าตลาดภาพรวม คือขาลง
SET100 Sentiment update ADV/DEC MA จำนวนหุ้นเขียว ค่อยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
Trend momentum เส้นสีน้ำเงิน คือ pull back ดังนั้นตลาดยังมองวิ่งออกข้าง สิ่งที่ควรดูคือ สีเขียว ถ้าค่อยๆเพิ่มระดับ อาจจะคาดเดาได้ว่า Bull เริ่มกลับมา
Above MA>20 หุ้น100 ตัวยืนเหนือ เส้น ma20 เพิ่มมากขึ้นส่งสัญญาณดี แต่ถ้าให้ตลาดขึ้นควรเพิ่มจำนวนมากกนี้
Peak & Bottom แท่งแดง คือ จำนวนหุ้นที่ลงไป แตะ 2SD ลดน้อยลงไปมาก บ่งบอกถึงพละกำไรขาลงเริ่มลดลงไป
สรุปตามความคิดเห็นส่วนตัว ความเป็นไปได้ตลาดเริ่มรีบาวขึ้นมา และถ้าโชคดีตลาดอาจจะกลับเปลี่ยนเทรนขาขึ้น อีกรอบได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องค่อยๆ ติดตามต่อไป
SET หลักการ TD Aggressive Count:การใช้หลักการของ TD Aggressive Count ตามแนวคิดของ Thomas DeMark เพื่อตรวจสอบกราฟ SET ในภาพนี้สามารถทำได้ดังนี้:
1. หลักการ TD Aggressive Count:
• TD Aggressive Count เป็นระบบที่อาศัยการนับรอบ (Count) ของแท่งเทียนทั้งในขาขึ้นและขาลง โดยมุ่งเน้นที่จุดกลับตัวสำคัญ (Reversal Points) หรือสัญญาณที่จะยืนยันแนวโน้ม
• การนับจะเกิดจาก:
o Setup Phase (1-9): นับเมื่อราคาเคลื่อนไหวต่อเนื่องไปในทิศทางเดียว โดยเปรียบเทียบราคาปิดของแท่งที่กำลังนับกับแท่งก่อนหน้า (เช่น ปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าตามกฎ)
o Countdown Phase (1-13): เกิดขึ้นหลังจาก Setup Phase เมื่อราคายืนยันแนวโน้มด้วยการสร้าง "แท่งยืนยัน" ซึ่งราคาปิดต่ำกว่า/สูงกว่า 2 แท่งก่อนหน้า
________________________________________
2. วิเคราะห์ภาพ:
Setup Phase (1-9):
• บนกราฟสามารถสังเกตได้ว่ามีตัวเลขตั้งแต่ 1 ถึง 9 แสดงถึงการสิ้นสุด Setup Phase (ตามเงื่อนไขที่ราคาปิดสัมพันธ์กับ 4 แท่งก่อนหน้า)
• ตัวอย่าง:
o ช่วงเดือน 06/2024 มีการนับ 1-9 ในขาลงที่ชัดเจน ก่อนราคาจะหยุดปรับตัวลงและเกิดการปรับฐาน
Countdown Phase (1-13):
• ช่วงที่ตัวเลขนับถึง 13 แสดงถึงการยืนยัน จุดกลับตัวสำคัญ ที่ควรระวัง
• ตัวอย่าง:
o ในเดือน 09/2024 ราคาสร้าง Countdown (13) ในขาขึ้น (ช่วงแนวต้าน 1,506.82) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงโอกาสกลับตัวในอนาคต
o เช่นเดียวกัน ในเดือน 01/2025 ราคาสร้าง Countdown (13) ในขาลง ที่ใกล้กับแนวรับ 1,334.17
________________________________________
3. สรุปประเด็นสำคัญจากภาพนี้:
• ราคามีการสลับระหว่าง Setup และ Countdown ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรมของตลาดในกรอบแนวโน้มระยะกลาง
• การเกิด Countdown (13) ทั้งในขาขึ้นและขาลง ช่วยยืนยันว่าแนวต้านและแนวรับเหล่านี้มีความสำคัญ
• แนวรับปัจจุบัน (1,334.17) อาจเป็นจุดสำคัญในการติดตามการกลับตัวหรือการฟื้นตัวในอนาคต
SET100 Sentiment With Market Breadthเครื่องมือนี้มาจากการคำนวนหุ้น 100 ตัวของ SET100 ครบทุกตัว
ADV/DEC MA เส้นค่าเฉลี่ยหุ้น ขึ้นลง แต่ละวัน จำนวนหุ้นลงยังมีมากกว่า ค่าเฉลี่ย
Trend Momentum เส้นสีแดง (Bear) ลดระดับลงมาบ้าง และสีน้ำเงิน ปรับตัวสูงขึ้น มองว่าตลาดเริมมีการ รีบาวขึ้นมา แต่ เส้นสีเขียว(Bull) ยังไม่มีการขยับขึ้นมาดังนั้น การที่ตลาดจะมองเป็นขาขึ้น ยังไม่เกิด ณ ตอนนี้
ABOVE MA>20 จำนวนหุ้น100 ตัว ที่ยืนเหนือ sma20 มีแค่ 16 ตัวจากหุ้น 100 ตัว แต่เข้าZone bottom
Peak&Bottom ความรุนแรงในการลงเริ่มเบาลง จะสังเกตุเห็นว่า จำนวนหุ้นที่ ลงเกิน 2SD น้อยลง
ดอลลาร์ร่วงหนัก! ขู่ภาษีสะเทือนตลาดโลกดอลลาร์สหรัฐขยายการสูญเสียหลังตลาดอเมริกาเหนือทำให้กำไรจากการขู่เรียกเก็บภาษีเมื่อวานนี้ลดลง 📉🇺🇸
**ภาพรวม** 🌏
เมื่อวานนี้ การขู่เรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ ได้ขยายไปยังจีนและสหภาพยุโรป 🇨🇳🇪🇺 แต่ตลาดอเมริกาเหนือกลับไม่ใส่ใจในประเด็นนี้มากนัก ส่งผลให้ตลาดดูเหมือนจะยอมรับมันได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าตลาดกำลังเริ่มปรับตัวให้ชินกับคำขู่นี้ 💼📊
วันนี้ ดอลลาร์ส่วนใหญ่ยังคงอ่อนค่า ยกเว้นเยนญี่ปุ่น 🇯🇵 ซึ่งเป็นสกุลเงิน G10 เดียวที่อ่อนค่าลงในช่วงก่อนเริ่มตลาดอเมริกาเหนือ แม้จะมีความมั่นใจสูงว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ ในวันศุกร์ ทางด้านสหราชอาณาจักร รายงานการขาดดุลงบประมาณในเดือนธันวาคมมากกว่าที่คาดไว้ 🇬🇧 แม้พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษจะด้อยประสิทธิภาพ แต่เงินปอนด์ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่องและซื้อขายที่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ 💷✨
สกุลเงินตลาดเกิดใหม่เกือบทั้งหมดแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ ยกเว้นจีน ฮ่องกง และไต้หวัน 🇨🇳🇭🇰🇹🇼 ซึ่งยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่า 🪙
**ดอลลาร์สหรัฐ** 💵
ดัชนีดอลลาร์สิ้นสุดสัปดาห์ที่แล้วที่ 109.35 และปิดเมื่อวานนี้ใกล้ระดับ 108.00 ซึ่งเป็นการปิดต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม การลดลงนี้ทำให้ดัชนีโมเมนตัมปรับตัวลดลง ตลาดอเมริกาเหนือดูเหมือนจะมองการเรียกเก็บภาษีเป็นเพียงกลยุทธ์การเจรจาหรือการข่มขู่มากกว่าที่จะเกิดขึ้นจริง เมื่อวานนี้ดัชนีดอลลาร์ลดลงต่ำกว่า 108.00 และแตะระดับต่ำใหม่ที่ 107.75 ในวันนี้ ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดเมื่อต้นเดือน เป้าหมายทางเทคนิคถัดไปอยู่ที่ 107.25 ในปฏิทินเศรษฐกิจวันนี้มีดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจล่วงหน้าสำหรับเดือนธันวาคม โดยในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022 หลังจากที่เคยลดลงต่อเนื่อง
**ยูโร** 💶
ยูโรแข็งค่าขึ้นและแตะระดับสูงสุดใหม่ของเดือนใกล้ $1.0450 เมื่อวานนี้ ยูโรพบแนวรับเล็กน้อยต่ำกว่า $1.0350 และฟื้นตัวขึ้นมาสู่ระดับสูงสุดในตลาดอเมริกาเหนือ หากยูโรผ่าน $1.0460 อาจส่งสัญญาณให้เคลื่อนไหวไปที่ $1.0500-35
**เงินหยวนจีน (CNY)** 🇨🇳
การอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ทำให้เจ้าหน้าที่จีนมีพื้นที่หายใจเพิ่มขึ้น ดอลลาร์ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดของวันจันทร์ที่ CNY7.2615 กลับขึ้นไปใกล้ CNY7.2870 ก่อนลดลงในช่วงท้ายวัน PBOC กำหนดอัตราอ้างอิงดอลลาร์เมื่อวานนี้ที่ CNY7.1703 ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน และวันนี้ต่ำลงอีกเป็น CNY7.1696
**เยนญี่ปุ่น (JPY)** 🇯🇵
ดอลลาร์พบแนวรับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใกล้ JPY155 และถึงแม้จะลดลงต่ำกว่า JPY154.80 เมื่อวานนี้ แต่ก็ยังคงปิดเหนือระดับนี้ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรายังคงมั่นใจสูง (~95%) ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ในปลายสัปดาห์นี้
**เงินปอนด์ (GBP)** 💷
ปอนด์เคลื่อนไหวใกล้ $1.2375 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ในขณะที่ยังไม่ได้ปิดเหนือระดับนี้ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม การขาดดุลงบประมาณของสหราชอาณาจักรในเดือนธันวาคมสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 17.8 พันล้านปอนด์
**ดอลลาร์แคนาดา (CAD)** 🇨🇦
เงินเฟ้อในแคนาดาสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ แต่ประเด็นสำคัญคือการขู่เรียกเก็บภาษีของสหรัฐฯ ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ CAD1.4310-40 และยังคงเคลื่อนไหวในช่วงต่ำของเมื่อวาน
**ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)** 🇦🇺
ดอลลาร์ออสเตรเลียยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดที่ $0.6300 เป้าหมายต่อไปคือ $0.6340 ขณะที่ปฏิทินเศรษฐกิจค่อนข้างเบา
**เปโซเม็กซิโก (MXN)** 🇲🇽
เปโซอ่อนค่าที่สุดในบรรดาสกุลเงินตลาดเกิดใหม่เมื่อวานนี้ แต่ดอลลาร์ยังคงรักษาแนวโน้มการเพิ่มขึ้น โดยตลาดสวอปคาดการณ์การลดดอกเบี้ยประมาณ 15 bps ในการประชุมธนาคารกลางวันที่ 6 กุมภาพันธ์
**ภาพรวมตลาดอื่น ๆ** 🌍
- ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงตอบสนองเชิงลบต่อการขู่เรียกเก็บภาษี
- ตลาดอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่หก
- ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ 31 ตุลาคมใกล้ $2760
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ฟื้นตัวเล็กน้อยสู่ $76.40
**แฮชแท็ก**
#เศรษฐกิจโลก #ตลาดเงิน #ค่าเงิน #ภาษี #ข่าวด่วน #ลงทุน
How to Find the Entry Points for Beginner วิธีหาจุดเข้าของเทรดเด
How to Find the Entry Points for Beginner
วิธีหาจุดเข้าของเทรดเดอร์มือใหม่
👾 กลับมากันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดเอาใจคนชอบ Sell กับรูปแบบการเทรดสวนเทรนด์และการซอยไม้สั้นๆมาฝากฮะ มาครับตามมาอ่านกันได้เลย
หาจุดเข้าเทรดใครว่าง่าย?
ไม่ง่าย และก็ไม่ยากครับ ถ้าเราเริ่มสังเกตุและจดจำแพทเทรินง่ายๆสัก 2-3 ตัว มาครับมีแบบไหนบ้างมาดูกัน
1. ตีเทรนไลน์ก่อน
เทรนไลน์นั้นสำคัญจริงๆนะ เพราะมันช่วยให้เราอ่านเทรนด์ออกครับ ง่ายๆเลยแค่หาจุด ไฮ- โลว์ (High - Low) ให้เจอ ก็พอแล้ว เน้นเก็บสั้นScalping ในรอบสวิงเทรน เทรดได้ใน TF 1H ขึ้นไป
2. เข็มปลายไส้
หากลองสังเกตดีๆ เราจะเริ่มเข้าใจว่าสัญญาณหมี bear ที่เจ้ามือชอบตบลงนั้น คือการทำเข็มยาวๆหรือไส้แท่งเทียนยาวๆ ไว้ทำกำไรในการเทรด เทรดได้ใน เน้นเล่นสั้นฮะ หรือเน้นจบรายวัน
TF M5 , M15 ขึ้นไป
3. หลุดกรอบเส้นเทรนไลน์
เมื่อราคาอยู่ในกรอบเส้นเทรนไลน์ แล้วเกิดการกลับตัว จากการชนเส้นแนวต้านที่ High สูงสุดนั่นแหละฮะ สังเกตุกรอบเส้นเทรนไลน์เราให้ดี ถ้าหลุดลง โอกาสลงย่อมมีสูงครับ เทรดได้ใน TF 1H 4H ขึ้นไป
4. price pattern คือไวที่สุด
แน่นอนว่าแท่งเทียนเป็นสัญญาณการเทรดที่เร็วที่สุดครับ เครื่องมืออินดิเคเตอร์ ส่วนใหญ่ ไม่ไวเท่าแท่งเทียน ทำให้เราเข้าออเดอร์ได้ไวกว่า กำไรก่อนแน่นอน เทรดได้ใน TF M5 , M15 ขึ้นไป
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทริคง่ายๆในการหาจุดเข้าเทรด ที่ดี๊ดี เทรดแล้วได้กำไรแน่นอน แต่หากผิดทางก็อย่าลืมที่จะตัดใจปิดออเดอร์นะครับ วันพระไม่ได้มีหนเดียว จังหวะกราฟก็ไม่ได้มีแค่รอบเดียวเช่นกัน
จริงๆยังมีทริคอีกเยอะเลยนะฮะ แต่นี่เป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่ใช้เทรดกัน ลองเอาไปปรับใช้ให้เหมาะกับเราได้นะฮะ ไม่แน่ว่าการถือออเดอร์แป๊บเดียว หรือจบในวัน อาจทำให้เรามีความสุขมากกว่าการถือออเดอร์นานๆหลายวันก็เป็นได้และที่สำคัญ ฝึกฝนการเทรดให้ได้ทุกวัน รับรองว่ากำไรไม่ไกลเกินฝันแน่นอนฮะ แอดเอาใจช่วย แล้วอย่าลืม MM กันด้วยนะ ชีวิตการเทรดของเราจะยืนยาวและมั่นคง แอดฟันธงให้เลย
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เปิดเผยสาเหตุตลาดหุ้นไทย "สแตมป์" 14.6เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เปิดเผยสาเหตุตลาดหุ้นไทย "สแตมป์" 14.6% ที่นี่
สัดส่วน Fibonacci Ratio 14.6% ไม่ได้เป็นหนึ่งในสัดส่วน Fibonacci ที่นิยมใช้ตามตำรา "ดั้งเดิม" (เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%) ที่มาจากลำดับตัวเลข Fibonacci โดยตรง
แต่สามารถอธิบายได้จากการคำนวณในลักษณะเดียวกันกับการหาสัดส่วน Fibonacci อื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้าง "อัตราส่วนย้อนกลับ" (Retracement Ratios)
โดยการคำนวณดังนี้:
________________________________________
การคำนวณ Fibonacci Retracement 14.6%
สัดส่วนนี้เกิดจากการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์โดยใช้สูตร (1 - Golden Ratio)^2 ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio):
1. อัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio)
ϕ ≈ 1.618
และค่า "กลับด้าน" ของมัน:
1/ϕ ≈ 0.6181
2. คำนวณระดับ 14.6%
สัดส่วน 14.6% มาจากการยกกำลังของ (1 - ϕ)^2
(1−0.618)2=0.146 หรือ 14.6%
________________________________________
ที่มาและเหตุผลทางคณิตศาสตร์
1. ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence):
o ตัวเลขในลำดับนี้คือ: 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34
o แต่ละตัวเลขในลำดับใกล้เคียงกับการคูณอัตราส่วนทองคำ เช่น 13/21 ≈ 0.618
2. ความสัมพันธ์ในฟีโบนัชชี:
o ระดับ Fibonacci เช่น 23.6%, 38.2% ฯลฯ เกิดจากการคำนวณโดยใช้ ϕ ในลักษณะต่าง ๆ
o ระดับ 14.6% เกิดจากการใช้ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการลดระดับลึกลงไปในระดับการย้อนกลับ (retracement) ที่ตื้นที่สุด
________________________________________
ความสำคัญในตลาดการเงิน
ในเชิงปฏิบัติ สัดส่วน 14.6% เป็น การย้อนกลับตื้น (shallow retracement) ซึ่งมีประโยชน์ในกรณีที่ตลาดอยู่ใน แนวโน้มที่แข็งแกร่งมาก และราคามักจะปรับตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปในทิศทางเดิม
ตัวเลขนี้ไม่ใช่สัดส่วนที่ "มาตรฐาน" แบบ 23.6% หรือ 38.2% แต่ในตลาดที่ซับซ้อนขึ้น สัดส่วนนี้ได้รับความสนใจจากเทรดเดอร์บางกลุ่มที่ต้องการค้นหาจุดเข้า-ออกในช่วงการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กลง.
________________________________________
สรุป
Fibonacci Ratio 14.6% มาจากการคำนวณ (1 - Golden Ratio)^2 โดยเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ในลำดับ Fibonacci และอัตราส่วนทองคำ มันถูกนำมาใช้ในบางกรณีที่ตลาดมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และการย้อนกลับที่ตื้นเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการตัดสินใจลงทุน.
SET50 Sentiment2 วันที่ผ่านมา ตลาดได้ทำ จุดต่ำสุดลงมาอีก แต่ที่น่าแปลกใจรอบนี้ ในการทำจุด new low
จำนวนหุ้นที่ลงกระจุกตัว อยู่แค่ไม่กี่ตัว ซึ่งมองเป็นเรื่องดี กับตลาดมากกว่า
และมีหุ้นบางตัวที่ค่อนข้างแข็งกว่าตลาด ทำให้เกิด สัญญาณ Divergence
ตลาดหุ้น SET50 ลง แต่ จำนวนหุ้นที่ลงน้อยลง มีการทำฐานยกขึ้น
เป็นการบอกว่าหุ้นบางตัวไม่เอาด้วยไม่ลงต่อแล้ว
HARMONIC SWAN ใน SET50 มาช่วยตลาดหุ้นไทยรูปแบบ Harmonic Swan สองประเภท ได้แก่ Black Swan และ White Swan ซึ่งเป็น ภาพสะท้อน (Mirror Image) ของกันและกัน โดยสามารถอธิบายและยืนยันตามหลักการได้ดังนี้:
________________________________________
Black Swan (รูปแบบหงส์ดำ): แนวโน้มขาลง (Bearish Reversal)
• Black Swan เป็นรูปแบบที่แสดงถึงแนวโน้ม กลับตัวลง และคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวลดลงต่อหลังจากแนวโน้มขาขึ้นบางส่วน
• ระดับ Fibonacci:
o AB Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.236 - 0.5 ของขา XA
o BC Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.128 - 2.0 ของขา AB
o CD Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 1.382 - 2.618 ของขา XA
• จุดสำคัญ: รูปแบบนี้สร้างโครงสร้างคล้ายตัวอักษร M
________________________________________
White Swan (รูปแบบหงส์ขาว): แนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal)
• White Swan เป็นรูปแบบที่แสดงถึงแนวโน้ม กลับตัวขึ้น และคาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้น
• ระดับ Fibonacci:
o AB Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.382 - 0.724 ของขา XA
o BC Extension: ขยายตัวอยู่ในช่วง 2.0 - 4.237 ของขา AB
o CD Retracement: ย่อตัวอยู่ในช่วง 0.382 - 0.886 ของขา XA
• จุดสำคัญ: รูปแบบนี้สร้างโครงสร้างคล้ายตัวอักษร W ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของ Black Swan
________________________________________
การเปรียบเทียบและประเด็นสำคัญ
• ทั้ง Black Swan และ White Swan อาศัยระดับ Fibonacci ที่ชัดเจนในการกำหนด โซนกลับตัวที่คาดหวัง (Potential Reversal Zone - PRZ) ที่จุด D
• Black Swan บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง (Bearish Continuation)
• White Swan บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal)
• ความสัมพันธ์ภาพสะท้อน: White Swan เป็นภาพสะท้อนของ Black Swan ทั้งในแง่โครงสร้างและความคาดหวังการกลับตัว
________________________________________
สรุป
คำอธิบายในภาพสอดคล้องกับทฤษฎีของ Harmonic Swan โดยอธิบายความแตกต่างระหว่าง Black Swan (แนวโน้มขาลง) และ White Swan (แนวโน้มขาขึ้น) อย่างชัดเจน รวมถึงความสัมพันธ์กับระดับ Fibonacci ที่ใช้ในกลยุทธ์การเทรด Harmonic Pattern อย่างแม่นยำ.
SET 13/01/25 sw down 1352-1410 ถึงมี bulldi.แต่ยังไม่หยุดลงยังไม่มี สญ.หยุดลง
a. จะเริ่มหยุดลงเมื่อเบรค 1371 1385.5 1410
b. หลุด low แล้วเบรคขึ้นแนวต้านได้ ก็จะหยุดลง
c. หลุด 1352 ลงตาม fibo
- ถึงจะมี bulldi 15 60 240 ถ้า ob LH ยังไม่มี สญ.หยุดลง
(-: ขอบคุณสำหรับกดส่งกำลังใจ :-)
ทำให้เห็นการจดบันทึกแผนมีประโยชน์
......................................
D : ขาลงในกรอบ 1273-1506.7 ลง 00
- 240 60 หัวลงลงโซน 00+bulldi. เฝ้า ob เมื่อมีสญ.
60 : ขาลง + bulldi ยังไม่มี สญ.หยุดลง
-15 หัวลง สกปฐ. 1552.4-1371






















