SET 21/09/24 : 60 อาจย่อลงก่อน ถ้าไม่หลุด 1406 ก็ยังต่อw : อาจทำ ตข.คาดจะกลับเป็นขาขึ้น
- ดึงจน sto ob มีเจ้าเปิดแล้ว
- ob high 1597 ถ้าไม่เบรค ค้าง os ได้
- ย่อลงเข้าซื้อได้ จากเห็นการเปิดของเจ้าแล้ว
.
D : ขาขึ้นจากมีหัวขึ้น(หัก) + เบรค down trend line
- ขึ้น 00 ob ลากเลื้อย ขึ้นแรงมาก ก ก
- rsi ob + hi-beardi. แต่ยังไม่มี สญ.กลับตัวลง เพียงเฝ้้าระวัง
- D ยังขึ้นจากมีหัวพา w ob ต่อได้
.
240 : ขาขึ้น HH HL
- ob + beardi. / os low 1352
120 60 : ขาขึ้น HH HL
- หัวขึ้น พ.2 >161.8
- ob + beardi.รอบ2+ ts = ค้าง os
- os low 1406 ถ้าไม่หลุดยังขึ้นต่อ จะล้างการย่อลงเมื่อเบรค 1462 = ขึ้นต่อ
- จากราคาโดดขึ้นเปิด gap แต่เย็นลงมาปิด gap = คาดแรงขายชนะแรงซื้อ มีโอกาสปรับย่อได้
- 60 ขึ้นมารอบนี้ จาก 5 มีหัวขึ้น
.
5 : มีหัวลง 1459.5
- การลงของ 5 ขอมองเป็นพา 60 os
- 60 os จากมี beardi.รอบ2+ ts
- ให้ยึด 60 เป็นหลัก ถ้าไม่หลุด 1406 ยังขึ้นต่อ
ดัชนีตลาด
SET 20/09/24 ถึงมี beardi.แต่ยังขึ้นต่อ 60 พุ่งขู่2W : คาดทำ w.4 จบ
- ขึ้น >50
- ถึงจะมี hi-beardi.แต่ยังไม่มี ts
D : ขาขึ้น จากมีหัว(หัก) ขึ้น 00
- พา W ob
- rsi sto ob ลากเลื้อย
- gap ที่กระโดดขึ้น ลงไม่ปิดหมด แล้วขึ้นต่อ
60 : ขาขึ้น พุ่งขู่2 ขึ้น 161.8
- rsi sto ลากเลื้อย
- มี beardi. HH HL
- ล่าสุดจาก beardi.+ts แต่พา เบรคบนได้ก็ล้างขึ้นต่อ
5 : ขาขึ้น ถ้าไม่หลุด 1432 HH HL
เฝ้าระวังตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณหัวคลื่น 17-20 ก.ย.เฝ้าระวัง ตลาดหุ้นไทย จะเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณหัวคลื่นในกรอบ 1427.29-1458.71 ช่วง 17-20 กันยายน 2567
19 กันยายน 2567 เมื่อ เทคนิคอล คือ คณิตศาสตร์ หลักการเดียวกับ การพยากรณ์อากาศ ที่ใช้คาดการณ์ด้วย "การคำนวณไปข้างหน้า"
ไม่ได้มีไว้อ่านถอยหลัง อย่างที่เห็นกันอยู่ปัจจุบัน ทำให้คนส่วนใหญ่ มองว่าเทคนิคอลเป็นเรื่องตลก นั่งขีดเส้น เอาเส้นตัดกัน
ขอ ยกตัวอย่างการใช้งาน ด้วยหลักการคำนวณไปข้างหน้า ดังนี้
เหตุการณ์ปัจจุบัน กรมอุตุฯ เตือนคนไทย 19-20 ก.ย. เตรียมรับมือ "พายุดีเปรสชัน ฝนจะตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน! แน่นอนมันอาจจะไม่เกิด แต่ต้องคาดการณ์ไปข้างหน้า เพื่อเตรียมรับมือ
หากฝนตก น้ำท่วมฉับพลันไปแล้ว มาเตือนย้อนหลัง เราคงก่นด่า กรมอุตุฯ ถูกไหมครับ
ทีนี้ในตลาดหุ้น เทคนิคอล ก็ใช้หลักการเดียวกัน ผมขอยกตัวอย่างการใช้งาน Fibonacci Time & Price เราจะอ่านได้ว่า
ตลาดหุ้นไทย จะเคลื่อนตัวเข้าสู่บริเวณหัวคลื่นในกรอบ 1427.29-1458.71 ดูภาพประกอบ ที่มาคือกรอบ Fibonacci Extension 127.2%-161.8%
และเป็นโซนหัวคลื่น ที่โมเมนตัมพีค
โมเมนตัมพีค บอกเราถึงบรรยากาศมวลชน Bullish ตลาดมาก แต่ซื้อจนหมดแรงซื้อ จะตามมาด้วยการพักตัว หรือ กลับตัวเป็นลง
ต่อไป การวิเคราะห์ตลาด ขึ้น หรือ ลง นอกจากกรอบราคา เราต้องมีกรอบเวลา ไม่สามารถพูดเรื่อยเปื่อย ว่า ปีนี้เผาหลอก ปีหน้าเผาจริง หรือ พูดแต่วิกฤติ ทุกวัน สามเวลาหลังอาหาร หรือ ตลาดจะไป 2000 จุด อยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากหมอดู
กลับมาเข้าเรื่อง ตลาดหุ้นไทยจะเจอโซนหัวคลื่น ตาม Fibonacci Time ช่วง 17-20 ก.ย.67 ดูภาพประกอบ มาจาก แนวร่วมเวลาที่ 23.6%
ถ้าคุณคิดว่าคำเตือนของกรมอุตุฯ อาจไม่ถูก 100% แต่มีประโยชน์
การอ่านว่า ตลาดหุ้นไทย เคลื่อนตัวมาทำหัวคลื่น ช่วง 17-20 กันยายน 2567 บริเวณ1447.29-1458.71 แล้วอาจพักตัว ก็น่าจะมีประโยชน์เช่นกัน
แม้มิอาจยืนยันได้ว่า มันจะเกิดขึ้น 100%
17 กันยายน 2567 เมื่อ SET ปิดมากกว่าเท่ากับแนว 38.2% ที่ 1434.6917 กันยายน 2567 เมื่อ SET ปิดมากกว่าเท่ากับแนว 38.2% ที่ 1434.69 ในรอบปี 2566-2567 เราอ่านอย่างไร?
ตัวเลขฟีโบนัชชี เป็นตัวเลขอนุกรมหรือลำดับที่เรียงกัน และเรียงกันอย่างมีแบบแผน ค้นพบโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีนามว่า Leonardo Pisano หรือรู้จักกันกว้างขวางในนามว่า Fibonacci
Fibonacci Retracement คือ หนึ่งในประเภทของ Fibonacci Indicator ที่สามารถหาจุดพักตัวของราคา จุดกลับตัวของราคา จุดทำกำไร (Take Profit) ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ถูกใช้ในการวิเคราะห์กราฟ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ด้วยการระบุ Price Level ล่วงหน้า ยิ่งนักลงทุนที่ต้องใช้แนวรับและแนวต้านเป็นสิ่งสำคัญในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการกลับตัว (Breakout)
โดย Fibonacci จะเป็นการการใช้ Price Level อ้างอิงระดับราคาย้อนหลัง
ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีนักลงทุนจำนวนมากที่ใช้อัตราส่วนทองคำ ในการคำนวณแนวรับและแนวต้าน เพื่อเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน
ตัวอย่าง ตัวเลข Fibonacci
ตัวเลข Fibonacci ที่ได้มาคือ 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233…. ไม่มีสิ้นสุด
โดยมีรายละเอียดการคำนวณดังนี้
1, 1, 2 (เกิดจาก 1+1)
3 (เกิดจาก 2+1)
5 (เกิดจาก 2+3)
8 (เกิดจาก 3+5)
13 (เกิดจาก 5+8)
21 (เกิดจาก 8+13)
34 (เกิดจาก 13+21)
55 (เกิดจาก 21+34)
89 (เกิดจาก 34+55)
144 (เกิดจาก 55+89)
233 (เกิดจาก 89+144)
นอกจากนี้ ตัวเลข Fibonacci ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เพราะ เลข Fibonacci ตัวหลัง มีค่าออกมาใกล้เคียงกับ 0.618 เสมอ เช่น 144/233 = 0.618
ซึ่งผลลัพธ์จากคุณสมบัติข้างต้นของตัวเลข Fibonacci คือ 0.618, 1.618, 0.382 และ 2.618 ถือเป็นสัดส่วนธรรมชาติ และ 0.618 และ 1.618 คือ สัดส่วนที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด หรือที่เรียกกันว่า อัตราส่วนทองคำ
วิธีดูตัวเลข Fibonacci Level ที่ช่วยให้นักลงทุนพิจารณาสำหรับการลงทุน
0 = 0.0%
0.146 = 14.6%
0.236 = 23.6%
0.382 = 38.2%
0.5 = 50.0%
0.618 = 61.8%
0.786 = 78.6%
0.886 = 88.6%
1 = 100.0%
1.272 = 127.2%
1.618 = 161.8%
2.618 = 261.8%
4.236 = 423.6%
กลยุทธ์สำคัญของการพักราคา
และการใช้ เลข Fibonacci Retracement จะมีค่า Fibonacci ที่สำคัญอยู่ 3 โซน ได้แก่
โซนเริ่มต้นเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 14.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 23.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
โซนที่สองของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
กรณีขึ้นมาก่อนแล้วพักตัว ให้ไล่เรียง 61.8,50 และ 38.2 หากเป็นแนวโน้มลงมาก่อนให้ไล่เรียง 38.2,50 และ 61.8
ค่า Fibonacci คือ 61.8 = จุดพักตัวที่ 1 ราคามักจะมีการพักตัวบริเวณนี้
ค่า Fibonacci คือ 50.0 = จุดพักตัวที่ 2 ในกรณีที่ราคาหลัดจุดพักตัวที่ 1 ลงมาได้
ค่า Fibonacci คือ 38.2 = จุดพักตัวที่ 3 หากราคามีแนวโน้มที่แข็งแรงจะไม่สามารถลงมาถึงจุดที่ 3 ได้ แต่ถ้าหากสามารถลงมาถึงจุดนี้ได้ หมายความว่า ราคามีโอกาสกลับตัวสูง
ในทำนองเดียวกัน ในแนวโน้มลงมาก่อน เมื่อราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนว 38.2% ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันในตอนนี้ก็จะอ่านได้ว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางจากลงไปเป็นขึ้นได้ต่อเนื่อง
โซนที่สามของโอกาสเปลี่ยนแนวโน้ม
ค่า Fibonacci คือ 78.6 = ราคาปิดเหนือแนวนี้
ค่า Fibonacci คือ 88.6 = แนวต่อไปในการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องมือ Fibonacci ในการวิเคราะห์ทิศทางของกราฟราคา โดยหลักการแนวรับ-แนวต้าน และ Golden Ratio ซึ่งประเภทของ Fibonacci ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เป็นการวัดรอบการแกว่งตัวของราคาเพื่อหาจุดกลับตัวของรอบ ซึ่งสามารถใช้จับจังหวะในการซื้อขาย และยิ่งถ้าไปใช้ประกอบกับเครื่องมืออื่นอย่างเช่น การดู Elliott Wave, Harmonic Pattern และ TD SEQUENTIAL ก็จะยิ่งทวีความมีประสิทธิภาพในการลงทุนขึ้นไปอีกด้วยเช่นเดียวกัน
สุดท้ายแล้วผู้ลงทุนจะเลือกลงทุนแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดจะต้อง คิด วิเคราะห์ แล้วเตรียมรับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
สายเทรด หุ้น tfex หาแนวรับต้าน Stock Trend heatmap คือ หาหุ้นที่กำลังจะเปลี่ยนเทรน เป็นขาขึ้น หรือขาลงได้ สามารถเปลี่ยนชื่อหุ้นตามที่เราสนใจได้ วิธีการดู จากสีแดง ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นสีเขียวแสดงว่า ใกล้จะจบรอบขาลง และเปลี่ยนเป็นขาขึ้นใม่ช้า่(เปลียนชื่อหุ้น ได้ 40 ตัวตามที่เราสนใจ)
Breadth Trend คือเครื่องมือดูสภาพวะตลาด ของ SET50 กำลังอยู่ในช่วง ดี หรือแย่ เหมาะสำหรับสาย TFEX
Resistance and Support คือการหา แนวรับ - ต้าน ของช่วงราคา ในจุดที่มีนัยยะ สามารถใช้ได้กับทุกสินค้า
หน้าเดียวจบครบ
เครื่องมือ peak and bottom for SET50เครื่องมือนี้ คือการหาจุด peak และ bottom ของตลาด
โดยการ ใช้ ค่าความผันผวนเข้ามาจับความผิดปกติ
เครื่องมือนี้ หาค่าความผันผวนจากหุ้น 100 ตัว
เช่น ตลาดหุ้นวันนี้ ดีมาก จำนวนหุ้นขึ้นไปแรงมาก และมากกว่า 2SD มีจำนวนมากกว่า22 ตัว
วันนั้นจะมีแท่งสีแดง และถ้า วันไหนมีจำนวนหุ้นที่มี ค่า มากกว่า 2SD เกิน40 วันนนี้จะมี่ ดาวเข้ามาด้วย
บ่งบอกสภาวะที่มัน peakสุดๆ
เช่นเดียวกับ bottom
ปล. เครื่องมื้อนี้ ควรใช้คู่กับตัว อื่นๆ ถ้า ช่วงไหนมีเทรน ยาวๆ โอกาส peak หรือ bottom ยาวๆ ก้มีได้เช่นกัน
SET 09/09/24 ยังไม่มี สญ.กลับลง เฝ้าระวังการย่อ จากอยู่โซนย่อได้กรณีขึ้น
- ถ้าเบรค high ไม่หลุด 1352
- จาก 60 ขึ้นสุด อาจมี os ได้ก่อน ถ้ายัง HH HL ก็ยังมีหัวพุ่งขึ้นต่อได้
.
กรณีลง
- จากราคาอยู่โซน 60 สุด + D 261.8 + rsi sto ob = เฝ้าระวัง os เมื่อมี สญ.กลับตัว
- ถ้าหลุด 1352 ลึกไม่น่าเกิด น่าจะฟอร์มหัวยก os สูงขึ้นมาก่อน ถ้าจะกลับลง
..................................
W : คาดทำ w.4 จบ
- จาก hi+bulldi.+ ts = ob
- จาก D มีหัวขึ้น(หัก)
- ถ้าลงเทส os ไม่หลุด 1273 = กลับตัวขึ้น
- ล่าสุดกำลังดีด ob
D : ดีดขึ้น จากมีหัว(หัก)
- rsi sto ob ขึ้น 261.8 = เฝ้าระวัง os
- มี hi-beardi. แต่ยังไม่มี สญ.กลับลง
- จากขึ้นมาสูง ถ้าลงไม่น่าหลุด
60 : ขาขึ้น HH HL
- พุ่งขู่ ขึ้นสุด rsi sto ob = เฝ้าระวัง os
- os low ลึก ถ้าไม่ฟอร์มหัวลงก็ยังขึ้นต่อ
US30 | การกลับตัวเป็นขาลงวิเคราะห์ US30 กำลังเผชิญกับการกลับตัวเป็นขาลง โดยควรรอให้ราคาย่อตัวที่จุด Pivot ที่ 41240.72 ซึ่งเป็นแนวต้านใกล้กับระดับ Fibonacci 61.8% หากราคาลงจากระดับนี้ อาจนำไปสู่การลดลงสู่แนวรับแรกที่ 40478.50 ซึ่งเป็นแนวรับทับซ้อนใกล้กับ Fibonacci Extension 161.8% ในทางกลับกัน หากราคาทะลุผ่านจุด Pivot อาจทำให้ราคาขยับขึ้นไปยังแนวต้านแรกที่ 41596.08 ซึ่งเป็นแนวต้าน Swing-High
NAS100 หุ้นใน ดัชนี NASDAQ หลายๆตัวเริ่มฟอร์มกลับตัวจากอดีตที่ผ่านมามีการย่อหลุด EMA 200 แล้วดึงกลับหลังจากนั้น
มีการย่อที่บริเวณ EMA 15,35 และขึ้นตามเทรนด์อย่างต่อเนื่อง
และที่สำคัญยังมี แพทเทิร์น Bullish expanding triangle ด้วยยยซึ่งบ่งบอกว่ามีโอกาสขึ้น มากกว่าลง
กลยุทธ์ที่ใช้ คือ
การวาง Zone นี้ คำนวณมาจากความผันผวน 5 วันย้อนนะครับ
เนื่องจากอาทิตย์นี้ยังมีข่าวอยู่บ้างใน
- วันอังคารที่ 3 กันยายน PMI
- วันพุธที่ 4 กันยายน Job Opening
- วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ISM
- วันศุกร์ที่ 6 กันยายน Non Farm , Unemployment Rate
เรียกได้ว่า Events มาเต็มระบบ
ผมจึงวาง Zone ในการเข้าซื้อ ความผัวผวน ATR x 2
(จากปกติ ที่วาง ATR x 1 ถ้าไม่มีข่าว หรือ Events)
แผน คือ
ตั้งรับ 10 ไม้ แบบพิรามิด
19,736 - 19,114
Stop Loss 18,954.7 ซึ่ง Stop Loss จะเท่ากับ -1% ของพอร์ต นะครับ
**คีย์ของ Trade setup นี้คือ ยิ่งความผัวผวนสูงเรายิ่งได้เปรียบ
**ลดการถูก Stop Loss แล้วดึงขึ้น
**ประหยัดเวลาไม่ต้องเฝ้าจอ ตั้ง Order ไว้แล้วไปใช้ชีวิต
รีวิวภาพตลาด SETวันนี้เริ่มพักตัวแนวรับ ทางเทคนิค 1352 SET:SET รีวิวภาพตลาด SETวันนี้เริ่มพักตัวแนวรับ ทางเทคนิค 1352 วันนีแตะไปแล้ว มุมมองหากวันนี้ ปิดบวกได้เป็นการจบการพักตัวในระยะสั้น และค่อยไปต่อ แต่หากวันนี้ลงแรงกว่าที่คิด จะมีแนวรับถัดไปโซนถัดไป แบบพักลึกที่ 1330 ครับ
*******แต่มุมมองภายะระกลางไปจนถึงสิ้นปีตลาดบ้านเรา มองจบขาลงไปแล้วเรียบร้อยครับให้น้ำหนักออกข้าง และเล่นขึ้นได้โอกาศที่จะกลับมาหลุด 1330 โอกาศที่จะเกิดใหน้น้ำหนักน้อยครับ
2 กันยายน 2567 สรุปตลาดหุ้นไทย 2 กันยายน 2567 สรุปตลาดหุ้นไทย จากลุงตู่ ผ่านลุงนิด ส่งไม้ต่อไปยัง คุณ อุ๊งอิ๊ง พวกเรานักลงทุนผ่านอะไรมาบ้าง
นับจากจุดสูงสุดของตลาดหุ้นไทย ดัชนี 1695.99 ของวันที่ 13 มกราคม 2566 มายังจุดต่ำสุด 1273.17 ในขณะนี้ของปี 2567
ตลาดหุ้นไทยลงมาทั้งหมด 378 วันทำการ และลงมาทั้งหมด -422.82 จุด
ตลาดฟื้นตัวจาก 5 ส.ค. ไปยัง 28 ส.ค. เป็นจำนวน +97.50 จุด
ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงตามตัวเลขจากตลาดหลักทรัพย์
สิ่งที่เพื่อนนักลงทุนอยากรู้ก็คือแล้วยังไงต่อล่ะนี่ ไปต่อไหม พักตัวก่อน หรือ มาได้แค่นี้กลับไปลงต่อ
ขออธิบายภาพดังนี้ครับ
1. ตลาดหุ้นไทยดีดตัวขึ้นมา 1370.67 จุด ยังไม่สามารถปิดเหนือแนว Fibonacci 23.6% ที่ 1372.96 จุดได้
ดังนั้นแนว 1372.96 = 23.6% จะเป็นแนวต้านสำคัญของช่วงเวลา 2-6 กันยายน 2567
ความหมายคือหากไม่มีวี่แววว่าจะปิดสิ้นวันเหนือแนวนี้ได้ ก็พักตัวลงไปก่อน
2. ตลาดวิ่งขึ้นมาใกล้โซน +3SD ซึ่งอ่านได้ว่าการขึ้นมาค่อนข้างอิ่มตัวในระยะสั้น การพักตัวลงไปเพื่อ ปรับสมดุล บ้าง ไม่ได้แปลกอะไร
3. หากเทียบเคียงไปที่ S50U24 จะแบ่งโซนได้ดังนี้
ต้านสำคัญ 860-865 ยังผ่านได้ยาก
ไซด์เวย์ 851-858
พักตัว 847-851
สรุปสั้นๆ คือ เฝ้าระวังการพักตัวของตลาดครับ หากพักตัวแล้วมาอัปเดทกันอีกที
แม้จะพักตัวลงมาจริง ยังเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ อ่านแบบนี้ไปก่อน จนกว่ามันจะลงเกินแนวสำคัญที่ทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองครับ
ดอลลาร์สหรัฐจะเป็นอย่างไรต่อไป?ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงหลังจากประธานเฟด Powell แสดงท่าทีผ่อนคลาย นักเทรดคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ซึ่งอาจเริ่มในเดือนหน้า ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ลดลง 5% จากระดับสูงสุดปีนี้ ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ย 0.25% ยังคงมีอยู่ แต่หากลด 0.5% ดอลลาร์อาจอ่อนค่าลงอีก การเคลื่อนไหวของดอลลาร์ขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานที่ประกาศก่อนการประชุมครั้งต่อไป แนวรับสำคัญอยู่ที่ 99.67 ขณะที่แนวต้านที่ 102.46
ตลาดหุ้นไทยเห็นจุดกลับตัว Set เป็นต้นรอบ 1300-->1400 ภาพ Set เห็นจุดกลับตัว ผมมองว่าหลังจากนี้เราจะ Trade ง่ายขึ้น มุมมองการเมืองชัดเจน
ผมสรุปมุมมอง ในการทำการบ้านโดยอิง sentiment สถานะการ การเมือง ตอนนี้เข้ามา เป็นเงือนไข ในการคัดกรองหุ้น และใช้เงือนไขทางกราฟ เพื่อ ออกแบบ Trading Plan ทีหลัง
โดยจากข้อมูลที่ผมใช้ในการทำการบ้าน ผมจะย้อนกลับไปดูในช่วงปี
2001-2006 และ 2011-2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ผมคาดการว่า น่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่แต่ละบริษัทที่ มีผลประโยชน์ร่วมกัน ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น โดยผมแยก เป็น
1.หุ้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางตรง เช่น คนใรพรรกการเมืองไปถือหุ้น หรือบริษัทมีการถือหุ้นข้ามกันไปมา
intuch gulf advance sc pr9 aav thcom itd stec
2.โดยปกติแทบจุทุกรัฐบาล หากอยากกระตุนเศรฐกิจ จะกระตุนด้วยการแจกเงิน ผมจะไล่ Flow ของเงินจากต้นน้ำไป ยันปลายน้ำ
bank
scb ktb kbank tisco ttb
nonbank
mtc sawad
อาหาร เครื่องดื่ม ยา
cpf bgt tu itc asian cbg mega
ค้าปลีก
com7 cpall
อสังหา นิคม
wha
ขนส่ง
rcl bem bts
ท่องเที่ยว ห้าง
aot aav cpn
พลังงาน
ptt gulf
รพ
bdms bh pr9
คอมโม
sta stgt
ความเสี่ยงขาลงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้สัปดาห์นี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญความเสี่ยงขาลงสูง ดัชนีดอลลาร์ทดสอบระดับต่ำสุดใหม่ของเดือนเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ดัชนี PMI รายงาน FOMC และคำพูดของเจอโรม พาวเวลล์ที่ Jackson Hole การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะผ่อนคลายการเงินและความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยยังคงกดดันค่าเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าดัชนีจะลดลงและทดสอบระดับ 100.93
SETTHAI ลุ้นเด้งแนวรับ 1280 ทดสอบแนวต้าน 1450บล.กสิกรฯ คาดดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์หน้า 1,280-1,330 จับตาผลประชุม กนง.-จีดีพี Q2
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์ถัดไป (19-23 ส.ค.) คาดแนวรับที่ 1,290 และ 1,280 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,310 และ 1,330 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 ของไทย การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) สุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมประจำปีของเฟดที่เมืองแจ็กสัน โฮล รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นการเมืองในประเทศ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ






















