GMT วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,995 เหรียญ ก่อนรีบาวด์กลับมายืนเหนือ 5,020 เหรียญ สะท้อนภาพการพักฐานของตลาดท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
แรงกดดันหลักมาจาก ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นกลับไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง แม้ว่า EIA จะมีแผนปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาดกว่า 400 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคา
ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ฟื้นตัวขึ้นมาที่ประมาณ 99.70 จุด ขณะที่ ค่าเงินบาทอ่อนค่ากลับมาเหนือ 32 บาท/ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำไทยยังได้รับแรงหนุน และสามารถยืนเหนือระดับ 77,700 บาท
📊 วิเคราะห์ทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway เพื่อพักฐาน แต่โครงสร้างหลักยังเป็นบวก เนื่องจาก ฐานราคายกตัวสูงขึ้นและยังไม่ทำจุดต่ำใหม่
ตลาดยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบประมาณ 150 เหรียญ
🟢 แนวรับ
5,000
4,980
4,930
🔴 แนวต้าน
5,050
5,100
5,130
🥈 Silver
แนวรับ 82.6 เหรียญ
แนวต้าน 88 เหรียญ
🎯 สรุปแนวโน้ม
ทองคำยังอยู่ในช่วง พักฐานแบบ Sideway แต่โครงสร้างหลักยังเป็นขาขึ้น แนะนำกลยุทธ์ ซื้อเมื่อย่อใกล้แนวรับ และทยอยขายทำกำไรเมื่อขึ้นใกล้แนวต้าน โดยโซน 5,000–5,100 เหรียญ ยังเป็นด่านสำคัญของรอบนี้
ดัชนีตลาด
น้ำมัน 200 เหรียญ? ความผันผวนโดยนัยที่$32.89 เดือนนี้"ได้รับการพร้อมสำหรับน้ำมันที่จะเป็น 2200 ต่อบาร์เรล,..."โฆษกคำสั่งทางทหารของอิหร่านกล่าวว่
มีการโจมตีเรือน้ำมันและเรือขนส่งต่างประเทศอย่างน้อย 13 ลำในอ่าวเปอร์เซียและผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านกล่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องปิดเป็น"เครื่องมือที่จะกดดันศัตรู.”
ยังคง,ราคายังคงต่ำกว่า 1100 ต่อบาร์,บางทีปราบปรามการศึกษาระดับปริญญาขนาดเล็กโดยการเปิดตัวของ 400 ล้านบาร์เรลของน้ำมันจากโดยสำรองฉุกเฉินของบางประเทศ,กับ 172 ล้านบาร์เรลที่มาจากสหรัฐฯ.สำรองเพียงอย่างเดียว.
ในขณะที่น้ำมันดิบอีทีเอฟดัชนีความผันผวนอยู่ที่ความคิดฟุ้งซ่านหลายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 เมื่อโ ดัชนีตลาดหุ้นที่สำคัญ ปัจจุบันความผันผวนโดยนัยแนะนำ 332.89 ในการเคลื่อนไหวสะสมในอีก 30 วัน
GMT วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2569🟡 วิเคราะห์ทองคำ (XAUUSD) ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2569
💹 ภาพรวมตลาดทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลงแรงกว่า $63 หลังถูกกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์และความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาสูงอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้ Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้แรงซื้อทองชะลอตัวในระยะสั้น
📰 ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental)
ปัจจัยหลักที่กดดันทองคำตอนนี้
• ดอลลาร์แข็งค่า
ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นประมาณ 0.4% ทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีความน่าสนใจลดลง
• ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมา และเพิ่มโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่า
ทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว หลังการพักฐานระยะสั้น
📉 วิเคราะห์ทางเทคนิค
ในกราฟ M15 ราคากำลังเคลื่อนที่ใน โครงสร้าง Downtrend Channel ระยะสั้น
ขณะนี้เกิดแรงดีดกลับจาก Demand บริเวณ 5120
🟥 แนวต้านสำคัญ
5170 – 5175
เป็นโซน Supply และแนวต้านของโครงสร้างขาลง
5195 – 5200
โซนต้านจิตวิทยา หากขึ้นไม่ผ่านมีโอกาสถูกกดลงอีก
🟩 แนวรับสำคัญ
5145 – 5150
แนวรับระยะสั้น หากยืนได้มีโอกาสเด้ง
5120 – 5125
Demand สำคัญของรอบนี้
5080 – 5090
แนวรับลึกของโครงสร้าง
🎯 มุมมองตลาดระยะสั้น
ข่าวพื้นฐานกดดันทองจาก ดอลลาร์แข็ง + เงินเฟ้อกังวล
โครงสร้างระยะสั้นยังเป็น ขาลง ตลาดยังอยู่ช่วง รีบาวด์ในเทรนด์ลง
SET50 downSet 50 มีโอาสย่อลึกมาบริเวณ FIBO 61.8% - 78.6% ของทั้งก้อน
หมายเหตุ คนส่วนใหญ่มักนับ wave โดยใช้ set แต่หุ้นไทยส่วนใหญ่เจ้าที่มีเงินเยอะจะเล่นหุ้นแค่ใน Set50 - Set100 การนับ wave โดยใช้ set50 จะสมเหตุสมผลที่สุด โดยหลังจากนั้นจะขึ้นยาวครับ
ทยอยทำการบ้านหาหุ้นครับ มองว่าเป็นโอกาสชั้นดี ในการซื้อครับ
By. น้องไท เองจ้าาา
SET Entry 2025-2028 (Sideway) EP.2
ตอนนี้ตลาด SET มีแรงเข้าซื้อพอสมควรพอที่จะดันราคาเป็นขาขึ้น ช่วงนี้ให้ระวังราคาย่อ 150-200 จุดเพื่อสะสมราคาที่ จุดเข้าซื้อที่2 (ถ้าตลาดเป็นใจ)อาจจะมีช่วงที่ราคาออกข้าง SideWay ชุดนี้กินเวลา 3เดือนถึง 1ปีแล้ว จะไปต่อตามเป้าหมายของผม 2300-2400 จุดสูงสุดในราคาชุดนี้
นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเป็นการคาดการณ์เท่านั้นโปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
HitSl
26/02/2026
XTB - จุดพักสำคัญ มีโอกาสเกิดแรงขึ้นได้ไหม?กราฟดัชนี USDIDX, ช่วงเวลา H1
หลังจากที่ดัชนี USDIDX ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ดัชนีได้ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และกลับลงมาที่ โซน Fibonacci 50% ของแรงขึ้นก่อนหน้า ในพื้นที่นี้ การปรับตัวลงเริ่มชะลอตัว แต่ตลาดยังไม่แสดงสัญญาณที่ชัดเจนว่าแรงซื้อได้กลับมาอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบันยังถือว่าเป็น จุดพักที่มีศักยภาพ สำหรับการเด้งกลับระยะสั้น:
► โดยเฉพาะ RSI ลดลงสู่โซนขายเกิน และมีสัญญาณ Divergence ปรากฏ ทำให้เห็นว่ากำลังขายเริ่มอ่อนแรง นี่อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ดัชนีเกิดการฟื้นตัวในวันนี้
► แต่หากแรงขายยังเพิ่มขึ้นต่อ จุดต้านถัดไปอยู่ที่ 96.31
ระดับทางเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 96.40 หรือ 96.10
🔴 แนวต้าน: 97.10
XTB - สะสมแรงรอขึ้นราคา?!กราฟดัชนี USDIDX กรอบเวลา H1:
หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา ดัชนี USDIDX เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว เนื่องจากแรงส่งขาขึ้นเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนก่อนหน้า การเคลื่อนไหวลักษณะนี้บ่งชี้ว่าตลาดอาจกำลังเข้าสู่ช่วง สะสมแรงระยะสั้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแนวโน้มใหม่
ปัจจุบัน ดัชนีกำลังเข้าใกล้เส้น แนวโน้มขาขึ้น (trendline) ที่ก่อตัวมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็น แนวรับสำคัญ ที่อาจกระตุ้นแรงซื้อให้กลับเข้ามาอีกครั้ง ขณะเดียวกัน โครงสร้างราคาบนกราฟกำลังเริ่มก่อตัวเป็นรูปแบบ ลิ่มขาลง (Falling Wedge) ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่มักสื่อถึงโอกาสในการ ไปต่อของแนวโน้มเดิม
ในกรณีเชิงบวก หาก USDIDX สามารถทะลุขึ้นเหนือขอบบนของรูปแบบลิ่มขาลงได้ อาจเป็นตัวกระตุ้นให้แรงซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไปยังแนวต้านบริเวณ 98.00
ในทางกลับกัน หากดัชนีไม่สามารถยืนเหนือแนวรับได้และหลุดลงต่ำกว่า 97.00 แรงขายมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกดดันให้ดัชนีกลับลงไปทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 96.60 และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงลึกมากขึ้นในระยะสั้น
โซนเทคนิคที่สำคัญ:
🟢 แนวรับ (Support): 96.60 และ 97.00
🔴 แนวต้าน (Resistance): 98.00
ดูเปรียบเทียบ กองทุนกบข.ไทย ดูเปรียบเทียบ กองทุน กบข. กับ กองทุนทั่วไป (ไทย)
หลายคนมีเงินออมอยู่ทั้งใน กบข. และ กองทุนรวมทั่วไป แต่ยังไม่เคย “เทียบภาพรวมจริง ๆ” ว่าแตกต่างกันอย่างไร และควรจัดสัดส่วนแบบไหนให้เหมาะกับช่วงอายุ
ประเด็นที่ใช้เทียบ
โครงสร้างสินทรัพย์: หุ้นไทย / หุ้นต่างประเทศ / ทองคำ / อสังหา / ตราสารหนี้
ความผันผวน vs ความมั่นคง
บทบาทของแต่ละสินทรัพย์ในพอร์ตระยะยาว
การปรับพอร์ตตามอายุ (เช่น อายุ 30–40 ควรเร่งโต / ใกล้เกษียณควรตั้งรับ)
ข้อดีของ กบข.
กระจายสินทรัพย์อัตโนมัติ ค่าใช้จ่ายต่ำ
เหมาะกับการออมระยะยาว ไม่ต้องจับจังหวะบ่อย
มีแผนให้ “ผสมเอง” ปรับตามความเสี่ยงได้
ข้อดีของกองทุนรวมทั่วไป
เลือกธีม/ประเทศ/กลยุทธ์ได้เฉพาะเจาะจง
ปรับพอร์ตได้คล่องกว่า เหมาะกับคนติดตามตลาด
แนวคิดสำคัญ
ใช้ กบข. เป็นแกนความมั่นคงระยะยาว
ใช้ กองทุนรวมทั่วไปเป็นตัวเสริมผลตอบแทน
ใครที่กำลังวางแผนออมยาว ควรดูทั้งสองฝั่งร่วมกัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งครับ
ทดสอบแนวต้านสำคัญ จะมีแรงดีดขึ้นหรือไม่?!กราฟดัชนี USDIDX - D1
ดัชนี USDIDX กำลังเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนหลักในการกำหนดแนวโน้มในช่วงข้างหน้า หลังจากช่วงที่ราคาปรับตัวลดลงแรง โซนนี้ยังคงทำหน้าที่พยุงราคาอยู่ ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการดีดตัวทางเทคนิคระยะสั้นจึงมีความเป็นไปได้สูง สัญญาณนี้ยิ่งได้รับการยืนยันมากขึ้นเมื่อดัชนี RSI ลงสู่โซนขายมากเกินไป พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่แสดงถึงเงินทุนเข้ามาซื้อบริเวณแนวรับ ทำให้ความฟื้นตัวระยะสั้นสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวม แรงขายยังคงมีอิทธิพลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้นการดีดตัวใด ๆ มีแนวโน้มเป็นเพียงการปรับตัวทางเทคนิคเพื่อ “สะสมแรง” สำหรับแนวโน้มขาลงหลักที่ยังคงอยู่ ทั้งนี้ โซนแนวรับรอบระดับ 96.00 ถูกทดสอบหลายครั้ง ทำให้ความน่าเชื่อถือของโซนนี้ลดลงอย่างมาก ในกรณีที่ล่าสุดUSDIDX ทำลายจุดต่ำสุดอย่างเด็ดขาดพร้อมแรงโมเมนตัมแรง แรงขายอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลดลงต่อไป โดยมีโซน 94.60 เป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่ควรติดตาม
โซนนิคสำคัญ:
🟢แนวรับ: 94.60 - 94.80
🔴แนวต้าน: 97.20 - 97.40
XTB - ดัชนีแสดงสัญญาณการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง?กราฟ US100 กรอบเวลา D1
สัญญาณน่ากังวลต่อแนวโน้มขาขึ้น จะมีการ “กลับลำ” แบบไม่คาดคิดหรือไม่?
ความตึงเครียดรอบประเด็น กรีนแลนด์ กำลังทำให้นักลงทุนระมัดระวังต่อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดัน
ในเชิงเทคนิค แรงขายเริ่มเพิ่มขึ้น หลังดัชนี หลุดออกจากกรอบขาขึ้นระยะสั้น (เส้นสีเขียว) และกำลังมุ่งหน้าไปทดสอบ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA100 วัน ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญที่เคยหนุนโมเมนตัมขาขึ้นก่อนหน้านี้
► หากดัชนี ปิดต่ำกว่า 25,000 จุด ในวันนี้ แรงขายอาจแรงขึ้น และมีความเสี่ยงที่ราคาจะถูกกดลงไปยังระดับต่ำกว่าเดิม
บริเวณ 24,731 จุด ถือเป็นแนวรับแรกที่นักลงทุนควรจับตาเพื่อดูปฏิกิริยาของตลาด
ในทางกลับกัน หากแนวรับปัจจุบันยังสามารถประคองแรงซื้อไว้ได้ จะเปิดทางให้ดัชนีกลับขึ้นไป ทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) อีกครั้ง
🔍 โซนเทคนิคสำคัญ
🟢 แนวรับ: 24,700 – 24,750 หรือ 24,000 – 24,100
🔴 แนวต้าน: 26,000 – 26,100
XTB - แรงขายอ่อนตัวลง โอกาสของฝั่งซื้อหรือไม่?ดัชนี USDIDX ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น โดยได้รับแรงจากช่องทางขาขึ้นบนกราฟ (เส้นประสีม่วง) ช่องทางนี้จะยังคงเป็นจุดสนับสนุนสำคัญสำหรับการปรับตัวขึ้นจนกว่าราคาจะทะลุลงมาอย่างชัดเจน มีสิ่งที่ควรสังเกต หากเกิดแรงซื้อเข้ามาอย่างรุนแรงจนดัชนีทะลุแนวต้านสำคัญที่ระดับ 100.00 USD มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อในระยะกลาง ออกจากแนวโน้มขาลงที่ยาวนานตลอดปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน การปรับฐานอ่อนแรงลง เมื่อปริมาณขายเริ่มลดลง หากฝั่งซื้อกลับมามีแรงซื้อในช่วงเซสชันสหรัฐฯ วันนี้ ดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านใกล้เคียงที่ระดับ 99.776 และเปิดทางสู่การทดสอบราคาสูงกว่าในหลายเซสชันต่อไป
โซนเทคนิคสำคัญ:
🟢 แนวรับ: 98.9 หรือ 98.7
🔴 แนวต้าน: 99.8
ภาพรวมของ #GER40 ปี 2026 ในปีนี้ หุ้นเยอรมัน #GER40 ผมมองว่า เราน่าจะเห็นโครงสร้างกราฟอยู่ในช่วงของการปรับตัวขึ้นไปจบคลื่น 3 (สีส้ม) และ เข้าสู่การพักตัวของคลื่น 4 (สีส้ม)
.
.
จากภาพรวม TF 1 Month ... 🐳
หากเรามองตั้งแต่ ชุดพักตัวบริเวณช่วงราคา 8,000 EUR และมีการปรับตัวขึ้นมา เราสามารถนับคลื่น 1 และ 2 (สีส้ม) ได้ชัดเจน และยังไม่เห็นการย่ออีกเลย
นั่นแสดงว่า เราอยู่ในชุดคลื่น 3 (สีส้ม) ... ทำให้เราสามารถวัดฟิโบหาช่วงราคาที่มีนัยยะสำคัญได้ของ คลื่น 3 (สีส้ม)นี้ได้ โดยผมสนใจที่ค่าฟิโบสองค่าแรก นั่นคือ 161.8 , 200% ก่อน ( แต่เราก็จะไม่ลืมว่าคลื่น 3 มักจะเป็นคลื่นที่มีแรงซื้อสูง ซึ่งก็ยังสามารถขยายขึ้นไปต่อ ยังค่าฟิโบถัดๆไปจากนี้ได้ )
ปัจจุบัน จากภาพ กราฟได้ปรับตัวขึ้นมาใกล้จะถึงค่าสัดส่วนแรกที่ 161.8% แล้ว
.
.
จากภาพรวมนี้ จะเห็นได้ว่า หากคลื่น 3 (สีส้ม) จบลง เราน่าจะได้เห็นการพักตัวของคลื่น 4 (สีส้ม) ซึ่งหากมองในเรื่องของขนาดคลื่นที่ควรจะเหมาะสมกับคลื่น 2 (สีส้ม) ก่อนหน้า การพักตัวนี้ มีโอกาสที่จะใช้เวลานานไปเกือบถึงช่วงสิ้นปีก็เป็นได้
ในส่วนของรูปแบบก็เช่นกัน หากมองตามไกด์ไลน์การสลับกันของรูปแบบคลื่น ... คลื่น 2 นั้น หากดูคลื่นย่อย รูปแบบอาจจะบอกไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นรูปแบบ Zigzag แต่ในฟอร์มของคลื่นในภาพรวมนั้น ก็มองคล้ายจะเป็นลักษณะ Sharp หรือ Zigzag ... นั่นทำให้เราสามารถทดข้อมูลไว้ในใจได้ว่า คลื่น 4 (สีส้ม) มีโอกาสที่จะพักตวในลักษณะของ Sideway เช่น Flat Zigzag หรือ Combination
.
.
.
.
เราเห็นภาพรวมแล้ว ทีนี้ ผมลองย่อยมาดูชุดคลื่นช่วงปัจจุบัน TF 1 Week ... 🐳
ถ้าการนับไม่ผิดพลาด ซึ่งช่วงปลายของคลื่นชุดล่าสุด จะมองคลื่นยากหน่อย ... ผมมองว่า น่าติดตามในโครงสร้างการปรับตัวของคลื่น 4 ขึ้นไปยังคลื่น 5 (สีเขียว) นั่นหมายความว่า หากจบ คลื่น 5 (สีเขียว) ก็จะเป็นการจบ คลื่น 3 (สีส้ม) ด้วยนั่นเอง ซึ่งก็จะใกล้เคียงกับระดับฟิโบที่เราสนใจข้างต้นพอดี
คำถาม และ ภาพที่ต้องติดตาม คือ คลื่น 4 (สีเขียว) นั้นจบรึยัง ???
ซึ่งคำตอบคงจะต้องย่อยไปติดตามในภาพที่เล็กลงอีก โดยเราจะมาติดตามอัพเดทกันเรื่อยๆ ทั้งนี้ ภาพย่อยดังกล่าว มันก็เป็นจิ้กซอชิ้นเล็กส่วนหนึ่ง ที่จะต่อออกมา เป็นภาพใหญ่ที่เราติดตามนั่นเอง
ดังนั้น ผมมองว่า ในปี 2026 นี้ ... GER40 เราอยู่ในช่วงปลายคลื่น 3 (สีส้ม) และ เมื่อจบลง เราจะเข้าสู่การพักตัวของ คลื่น 4 (สีส้ม) ซึ่งน่าจะกินเวลาตลอดทั้งปี ก่อนจะมีการปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ไปยัง คลื่น 5 (สีส้ม) นั่นเอง
.
.
ติดตามมุมมองอัพเดท พูดคุย และ เรียนรู้ทฤษฎี Elliott Wave ไปด้วยกันได้ที่
👉🏻 Facebook Fanpage "W.A.V.E"
www.facebook.com
.
.
#DE40 #DAX #GER40
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #ElliottWave
#CEWA #EakCEWA
Market Seasons: When Time Beats Headlines in Tradingฤดูกาลในการเทรด: เมื่อปฏิทินสำคัญกว่าข่าว
ตลาดไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงแค่จากข่าวและเศรษฐกิจมหภาค มีรูปแบบที่ซ้ำรอยกันทุกปีในช่วงเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์เรียกสิ่งนี้ว่าฤดูกาล และการเพิกเฉยต่อมันก็เหมือนกับการเทรดแบบปิดตา
ฤดูกาลทำงานในทุกตลาด หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน และแม้แต่คริปโทเคอเรนซี เหตุผลแตกต่างกัน: รอบภาษี สภาพอากาศ รายงานทางการเงิน จิตวิทยามวลชน แต่ผลลัพธ์เหมือนกัน — การเคลื่อนไหวของราคาที่คาดเดาได้ในเดือนที่กำหนด
เอฟเฟกต์มกราคม: ปีใหม่ เงินใหม่
มกราคมมักนำการเติบโตมาสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก
กลไกเรียบง่าย ในเดือนธันวาคม นักลงทุนล็อคการขาดทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาษี พวกเขาขายสถานะที่ขาดทุนเพื่อลดหย่อนภาษี แรงกดดันจากการขายผลักราคาลง ในมกราคม หุ้นเดียวกันนี้ถูกซื้อคืน เงินกลับสู่ตลาด ราคาขึ้น
สถิติยืนยันรูปแบบนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มกราคมแสดงผลตอบแทนเชิงบวกบ่อยกว่าเดือนอื่น ดัชนี Russell 2000 ในมกราคมเอาชนะ S&P 500 โดยเฉลี่ย 0.8% ไม่ใช่ความแตกต่างที่มาก แต่สม่ำเสมอ
มีข้อจับ เอฟเฟกต์มกราคมกำลังอ่อนแอลง คนรู้จักมันมากเกินไป ตลาดกำหนดราคารูปแบบนี้ล่วงหน้า กระจายการเคลื่อนไหวไปทั่วธันวาคมและมกราคม แต่มันไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
ขายในเดือนพฤษภาคมและออกไป
คำพูดตลาดเก่าแก่ ขายในพฤษภาคม กลับมาในกันยายน หรือตุลาคม ขึ้นอยู่กับเวอร์ชัน
เดือนฤดูร้อนมักอ่อนแอกว่าสำหรับหุ้น จากพฤษภาคมถึงตุลาคม ผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 2% จากพฤศจิกายนถึงเมษายน — กว่า 7% สูงกว่าเกือบสี่เท่า
มีหลายเหตุผล ปริมาณการซื้อขายลดลงในฤดูร้อน เทรดเดอร์ไปพักผ่อน นักลงทุนสถาบันลดกิจกรรม สภาพคล่องต่ำขยายความผันผวน ตลาดกลายเป็นประสาท
บวกกับจิตวิทยา ฤดูร้อนนำมาซึ่งอารมณ์ผ่อนคลาย ความสนใจต่อพอร์ตน้อยลง การซื้อน้อยลง ฤดูใบไม้ร่วงนำกิจกรรมทางธุรกิจ บริษัทเผยแพร่รายงาน นักลงทุนกลับมา เงินไหลกลับ
รูปแบบนี้ไม่ทำงานทุกปี มีข้อยกเว้น แต่ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา สถิติดื้อรั้น — เดือนฤดูหนาวทำกำไรได้มากกว่าฤดูร้อน
แรลลี่ซานตาคลอส
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมมักทำให้กระทิงยินดี ราคาขึ้นโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน
เอฟเฟกต์นี้เรียกว่าแรลลี่ซานตาคลอส ตลาดสหรัฐแสดงการเติบโตในช่วงวันเหล่านี้ 79% ของกรณีตั้งแต่ปี 1950 กำไรเฉลี่ยเล็ก ประมาณ 1.3% แต่เสถียร
มีคำอธิบายมากมาย การมองโลกในแง่ดีก่อนวันหยุด ปริมาณการซื้อขายต่ำ การซื้อจากโบนัสสิ้นปี นักลงทุนสถาบันไปพักผ่อน เทรดเดอร์รายย่อยเข้ามามีบทบาท อารมณ์เป็นเทศกาล ไม่มีใครต้องการขาย
มีสถิติที่น่าสนใจ หากไม่มีแรลลี่ซานตาคลอส ปีหน้ามักเริ่มต้นไม่ดี เทรดเดอร์รับรู้การขาดการเติบโตเป็นสัญญาณเตือน
สินค้าโภคภัณฑ์และอากาศ
ที่นี่ฤดูกาลทำงานหนักขึ้น ธรรมชาติกำหนดกฎ
พืชธัญพืชขึ้นอยู่กับการปลูกและการเก็บเกี่ยว ราคาข้าวโพดมักขึ้นในฤดูใบไม้ผลิก่อนการปลูก ความไม่แน่นอนสูง — อากาศจะเป็นอย่างไร จะปลูกเท่าไหร่ ในฤดูร้อน ความผันผวนสูงสุด ภัยแล้งหรือน้ำท่วมใดๆ เคลื่อนไหวราคา ในฤดูใบไม้ร่วงหลังการเก็บเกี่ยว อุปทานเพิ่มขึ้น ราคาลง
ก๊าซธรรมชาติเดินตามวัฏจักรอุณหภูมิ ในฤดูหนาว ความต้องการความร้อนผลักราคาขึ้น ในฤดูร้อน ความต้องการลดลง พื้นที่จัดเก็บก๊าซเต็ม ราคาลดลง สิงหาคม-กันยายนมักให้จุดต่ำสุดในท้องถิ่น ตุลาคม-พฤศจิกายน — การเติบโตก่อนฤดูทำความร้อน
น้ำมันซับซ้อนกว่า แต่รูปแบบก็มีอยู่ที่นี่ด้วย ในฤดูร้อน ความต้องการน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นในฤดูพักผ่อนและการเดินทาง ราคาน้ำมันมักแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสที่สอง ในฤดูใบไม้ร่วงหลังจากจุดสูงสุดของฤดูร้อน การปรับตัวมักตามมา
ตลาดสกุลเงินและสิ้นไตรมาส
ฟอเร็กซ์มีฤดูกาลน้อยกว่าสินค้าโภคภัณฑ์หรือหุ้น แต่รูปแบบมีอยู่
สิ้นไตรมาสนำความผันผวน บริษัทส่งกำไรกลับประเทศ กองทุนป้องกันความเสี่ยงปิดสถานะเพื่อรายงาน ปริมาณการแลกเปลี่ยนสกุลเงินพุ่งสูง ดอลลาร์มักแข็งแกร่งขึ้นในวันสุดท้ายของมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
มกราคมน่าสนใจสำหรับเยน บริษัทญี่ปุ่นเริ่มปีงบประมาณใหม่ ส่งกำไรกลับประเทศ ความต้องการเยนเติบโต USD/JPY มักลดลง
ดอลลาร์ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ผูกกับสินค้าโภคภัณฑ์ ฤดูกาลของพวกเขาสะท้อนรูปแบบตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
คริปโทเคอเรนซี: ตลาดใหม่ รูปแบบเก่า
ตลาดคริปโตยังอ่อน แต่ฤดูกาลกำลังโผล่ออกมาแล้ว
พฤศจิกายนและธันวาคมมักขาขึ้นสำหรับบิตคอยน์ ตั้งแต่ปี 2013 เดือนเหล่านี้แสดงการเติบโต 73% ของกรณี ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 40% ในสองเดือน
กันยายนอ่อนแอตามประเพณี ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บิตคอยน์ลดลงในกันยายน 8 ครั้ง การสูญเสียเฉลี่ยประมาณ 6%
คำอธิบายแตกต่างกัน รอบภาษี การปิดรายไตรมาสของกองทุนสถาบัน จุดยึดทางจิตวิทยา ตลาดยังอ่อน รูปแบบอาจเปลี่ยนแปลง แต่สถิติทำงานในตอนนี้
ทำไมฤดูกาลถึงทำงาน
สามเหตุผลหลัก
แรก — วัฏจักรสถาบัน รายงาน ภาษี โบนัส การปรับสมดุลพอร์ตใหม่ ทุกอย่างผูกกับปฏิทิน เมื่อพันล้านเคลื่อนไหวตามกำหนดการ ราคาตามเงิน
ที่สอง — จิตวิทยา คนคิดในวัฏจักร ปีใหม่ เป้าหมายใหม่ ฤดูร้อน เวลาพัก ฤดูหนาว เวลาสรุป รูปแบบเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อขาย
ที่สาม — คำพยากรณ์ที่เป็นจริงเอง เมื่อเทรดเดอร์เพียงพอเชื่อในฤดูกาล มันเริ่มทำงานด้วยตัวเอง ทุกคนซื้อในธันวาคมคาดหวังแรลลี่ — แรลลี่เกิดขึ้น
วิธีใช้ฤดูกาล
ฤดูกาลไม่ใช่กลยุทธ์ เป็นตัวกรอง
คุณไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นเพียงเพราะมกราคมมาถึง แต่ถ้าคุณมีสถานะซื้อ ลมฤดูกาลที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ถ้าคุณวางแผนจะเปิดสถานะขายในธันวาคม สถิติฤดูกาลต่อต้านคุณ — คุ้มค่าที่จะรอหรือมองหาไอเดียอื่น
ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าในดัชนีกว้าง ETF บน S&P 500 หรือ Russell 2000 ตามรูปแบบได้น่าเชื่อถือกว่าหุ้นแต่ละตัว บริษัทเดียวอาจพุ่งขึ้นหรือล่มสลายในเดือนใดก็ได้ ดัชนีคาดเดาได้มากกว่า
รวมกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ถ้ามกราคมเป็นขาขึ้นในอดีต แต่กราฟแสดงการทะลุลง — เชื่อกราฟ ฤดูกาลให้ความน่าจะเป็น ไม่ใช่การรับประกัน
พิจารณาการเปลี่ยนแปลง รูปแบบอ่อนแอลงเมื่อทุกคนรู้เกี่ยวกับพวกเขา เอฟเฟกต์มกราคมวันนี้ไม่สดใสเท่า 30 ปีที่แล้ว ตลาดปรับตัว อาร์บิทราจแคบลง
กับดักฤดูกาล
ข้อผิดพลาดหลักคือการพึ่งพาเฉพาะปฏิทิน
ปี 2020 ทำลายรูปแบบฤดูกาลทั้งหมด การระบาดคว่ำตลาด สถิติในอดีตไม่ทำงาน เหตุการณ์สุดขั้วแข็งแกร่งกว่าฤดูกาล
อย่าหาค่าเฉลี่ย "โดยเฉลี่ยมกราคมเติบโต 2%" ฟังดูดี แต่ถ้า 6 ใน 10 ปีเห็นการเติบโต 8% และ 4 ปีเห็นการลดลง 10% ค่าเฉลี่ยไร้ประโยชน์ ดูมัธยฐานและความถี่ ไม่ใช่แค่ค่าเฉลี่ย
ค่าคอมมิชชันกินเปรียบ ถ้าเอฟเฟกต์ฤดูกาลให้กำไร 1-2% และคุณจ่าย 0.5% สำหรับการเข้าและออก เหลือน้อย กลยุทธ์ฤดูกาลทำงานได้ดีกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาว
เครื่องมือสำหรับการทำงาน
ข้อมูลในอดีตคือพื้นฐาน โดยไม่มีมัน ฤดูกาลเป็นเพียงข่าวลือ
การทดสอบย้อนหลังแสดงว่ารูปแบบทำงานในอดีตหรือไม่ แต่อดีตไม่รับประกันอนาคต ตลาดเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเปลี่ยนแปลง
ปฏิทินเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจช่วยเข้าใจสาเหตุของฤดูกาล เมื่อใดรายงานรายไตรมาสถูกเผยแพร่ เมื่อใดเงินปันผลถูกจ่าย เมื่อใดระยะเวลาภาษีปิด
เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ตัวบ่งชี้เพื่อติดตามรูปแบบฤดูกาล หรือเพียงแค่พบว่ามันสะดวกที่จะมีการแสดงภาพข้อมูลในอดีตบนกราฟ
Finding support and resistance zones that deliver resultsวิธีหาแนวรับและแนวต้านที่ใช้งานได้จริง
ราคาไม่เคยเคลื่อนที่เป็นเส้นตรง มันตีกลับจากอุปสรรคที่มองไม่เห็น หยุดชั่วคราว กลับตัว อุปสรรคเหล่านี้เรียกว่าแนวรับและแนวต้าน
ฟังดูง่าย แต่เทรดเดอร์มักจะลากเส้นในที่ที่ไม่มี หรือพลาดโซนที่แข็งแกร่งจริงๆ มาดูกันว่าจะหาระดับที่ราคาตอบสนองซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างไร
แนวรับและแนวต้านคืออะไร
ลองนึกภาพลูกบอลที่ถูกโยนในห้อง มันกระทบพื้นและเพดาน พื้นคือแนวรับ เพดานคือแนวต้าน
แนวรับทำงานจากด้านล่าง เมื่อราคาตกลงมาถึงโซนนี้ ผู้ซื้อจะเริ่มทำงาน พวกเขาคิดว่าสินทรัพย์ถูก และเริ่มซื้อ การลดลงช้าลงหรือหยุด
แนวต้านทำงานจากด้านบน ราคาเพิ่มขึ้น ถึงความสูงที่แน่นอน และผู้ขายตื่นขึ้น บางคนล็อกกำไร บางคนคิดว่าสินทรัพย์มีมูลค่าสูงเกินไป การเติบโตช้าลง
ทำไมระดับถึงได้ผล
เทรดเดอร์หลายพันคนดูกราฟเดียวกัน หลายคนเห็นจุดกลับตัวเดียวกันในอดีต
เมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้อีกครั้ง เทรดเดอร์จำได้ บางคนวางคำสั่งซื้อรอที่แนวรับ คนอื่นเตรียมขายที่แนวต้าน มันกลายเป็นคำทำนายที่สำเร็จด้วยตัวเอง
ยิ่งมีคนสังเกตเห็นระดับมากเท่าไหร่ มันก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
จะหาแนวรับและแนวต้านที่ไหน
เริ่มต้นด้วยกราฟรายสัปดาห์หรือรายวัน ย่อออกเพื่อดูประวัติหลายเดือนหรือหลายปี
มองหาสถานที่ที่ราคากลับตัวหลายครั้ง ไม่ใช่การตีกลับครั้งเดียว แต่สอง-สาม-สี่ครั้ง ยิ่งราคาตอบสนองต่อระดับบ่อยเท่าไหร่ มันก็น่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น
ดูตัวเลขกลม จิตวิทยาของเทรดเดอร์ทำให้ระดับอย่าง 100, 1000, 50 ดึงดูดความสนใจ คำสั่งรวมตัวรอบๆ เครื่องหมายเหล่านี้
มองหาจุดสูงสุดและต่ำสุดเก่า ยอดของปี 2020 สามารถกลายเป็นแนวต้านในปี 2025 จุดต่ำสุดของวิกฤตกลายเป็นแนวรับหนึ่งปีต่อมา
วาดระดับอย่างถูกต้อง
ระดับไม่ใช่เส้นบาง มันคือโซนกว้างหลายจุดหรือเปอร์เซ็นต์
ราคาไม่ค่อยตีกลับจากเครื่องหมายที่แน่นอน มันสามารถทะลุผ่านระดับสองสามจุด รวบรวมสต็อปลอสและกลับมา หรือหยุดก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
วาดเส้นแนวนอนผ่านตัวเทียน ไม่ใช่ผ่านหาง หางแสดงการพุ่งขึ้นของอารมณ์ระยะสั้น ตัวเทียนคือที่ที่ราคาปิด ที่เทรดเดอร์ตกลงประนีประนอม
อย่าทำให้กราฟของคุณรกด้วยเส้นนับร้อย เก็บ 3-5 ระดับที่ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณวาด 20 เส้น ครึ่งหนึ่งของมันไม่ได้ผล
วิธีตรวจสอบความแข็งแกร่งของระดับ
นับการสัมผัส การตีกลับสามครั้งน่าเชื่อถือกว่าหนึ่งครั้ง การตีกลับห้าครั้ง - นั่นคือโซนที่ทรงพลัง
ดูปริมาณการซื้อขาย ถ้ามีการซื้อขายมากที่ระดับ มันยืนยันความสำคัญของมัน ปริมาณขนาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ทำงานที่นี่
ให้ความสนใจกับเวลา ระดับที่ได้ผลห้าปีที่แล้วอาจสูญเสียความแข็งแกร่ง ระดับใหม่มักแข็งแกร่งกว่าระดับเก่า
เมื่อระดับแตก
การทะลุเกิดขึ้นเมื่อราคาปิดเกินระดับ ไม่ได้แค่แตะด้วยหาง แต่ปิด
หลังการทะลุ แนวรับกลายเป็นแนวต้าน และในทางกลับกัน นี่เรียกว่าการเปลี่ยนขั้ว เทรดเดอร์ที่ซื้อที่แนวรับเก่าตอนนี้นั่งขาดทุนและรอการกลับไปยังจุดเข้าเพื่อออกโดยไม่มีการสูญเสีย
การทะลุต้องได้รับการยืนยัน เทียนหนึ่งเกินระดับยังไม่ใช่การทะลุ รอให้วันปิด ตรวจสอบปริมาณ ตรวจสอบว่าราคาไม่กลับมา
การทะลุเท็จเกิดขึ้นตลอดเวลา ผู้เล่นรายใหญ่เคาะสต็อปออกโดยเจตนาเพื่อรวบรวมสภาพคล่อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เทรดเดอร์วาดระดับในกรอบเวลาเล็ก กราฟห้านาทีเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวน ระดับจากกราฟรายชั่วโมงหรือรายวันได้ผลดีกว่า
เทรดเดอร์เพิกเฉยต่อบริบท แนวรับในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งกว่าในแนวโน้มขาลง แนวต้านในตลาดที่ตกแตกได้ง่ายกว่า
เทรดเดอร์เข้าที่ระดับพอดี ดีกว่าที่จะรอการตีกลับและการยืนยัน ราคาสามารถทะลุผ่านระดับหลายจุด เคาะสต็อปของคุณออก แล้วกลับตัว
ระดับแนวทแยง
แนวรับและแนวต้านไม่ได้เป็นแนวนอนเท่านั้น เส้นแนวโน้มทำงานเป็นระดับแบบไดนามิก
ในแนวโน้มขาขึ้น วาดเส้นผ่านจุดต่ำสุด ราคาจะตีกลับจากเส้นนี้ขึ้นไป
ในแนวโน้มขาลง เชื่อมต่อจุดสูงสุด เส้นกลายเป็นแนวต้านแบบไดนามิก
เส้นแนวโน้มแตกเหมือนระดับแนวนอน การทะลุเส้นแนวโน้มมักบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้ม
รวมกับเครื่องมืออื่น
ระดับไม่ได้ทำงานโดดเดี่ยว ความแข็งแกร่งของพวกมันเพิ่มขึ้นเมื่อพวกมันตรงกับสัญญาณอื่น
ระดับที่ตัวเลขกลม + กลุ่มของการตีกลับในอดีต + โซนซื้อมากเกินไปบนออสซิลเลเตอร์ - นี่คือการผสมผสานที่ทรงพลังสำหรับการหาการกลับตัว
เทรดเดอร์มักเพิ่มตัวบ่งชี้ทางเทคนิคลงในกราฟของพวกเขาเพื่อช่วยยืนยันปฏิกิริยาราคาที่ระดับ สิ่งนี้ทำให้การวิเคราะห์เชื่อถือได้มากขึ้นและลดสัญญาณเท็จ
DXY ดิ่งหนัก!Dashboard ฟ้อง "Re-Distribusi" ดอลลาร์ยังอ่อนค่า !🔥 DXY ดิ่งหนัก! 📉 Dashboard ฟ้อง "Re-Distribusi" ดอลลาร์ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง?
ใครเทรดคู่เงินหลัก (Majors) หรือทองคำ ต้องดูดอลลาร์ประกอบครับ!
ล่าสุดกราฟ DXY (ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ) ใน Timeframe 1 ชั่วโมง
ส่งสัญญาณทิ้งตัวชัดเจนจนน่าตกใจ
📊 เจาะลึกสถานะจาก Dashboard (Timeframe H1):
🛑 Phase Market: ขึ้นสถานะ "Re-Distribusi: Continue Down"
ตามระบบแปลว่าราคาวิ่งต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสอง (MA1 < MA2) ตลาดอยู่ในช่วง "กระจายของ" หรือเทขายต่อเนื่อง แรงกดดันฝั่งขายยังคุมเกมอยู่ครับ
📉 Trend: Bearish (สีแดง)
ยืนยันแนวโน้มขาลงระยะสั้นชัดเจน สอดคล้องกับ Timeframe ย่อยอย่าง M5 และ M15 ที่แดงเถือกเหมือนกัน
⚠️ Condition: "Short Retest"
จังหวะนี้ระบบมองว่า หากมีการดีดตัวขึ้น (Retest) เป็นจังหวะที่ต้องระวังแรงตบกลับลงมาต่อ มากกว่าจะเป็นการกลับตัวจริงจัง
💡 มุมมองทางเทคนิค (Educational Purpose):
ภาพระยะสั้น (H1): โมเมนตัมเป็นของฝั่ง Short หากราคารีบาวด์ขึ้นไปชนเส้น Ribbon แล้วไม่ผ่าน มีโอกาสย่อตัวลงทำ Low ใหม่ได้ต่อ
ข้อควรระวัง (Day): สังเกตที่ Timeframe Day ขึ้นสถานะ "Accumulation-Distribusi: Don't Trade Wait Break" แปลว่าภาพใหญ่กำลังสู้กันอยู่บริเวณแนวรับสำคัญ หากไม่หลุดตรงนี้ อาจมีแรงซื้อสวนกลับมาได้ ให้ระวังความผันผวนครับ
ฝึกวิเคราะห์เพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งๆขึ้นไปวันนี้ก็มีเรื่องตลกๆจะมาเล่าให้ฟังวันนี้พักผ่อนสบายๆไม่ได้ทำอะไรก็ดู รายการอยู่ช่อง 1 เขาพูดถึง s&p 500 เขาบอกว่ามันอันตรายกำลังจะร่วงไอ้เนื้อหาจริงๆไม่ได้ใส่ใจเลยแต่มาเลื่อนลงไปดูคอมเม้นเห็นแล้วก็ฮาเลย
ฮาที่ 1 เขาบอกว่าคนคนนี้ถ้าบอกลงให้ซื้อฝั่งไหนให้ซื้อฝั่งตรงข้ามนี้คือฮาที่หนึ่งแล้ว
ส่วนฮาที่ 2 เขาบอกว่าผมติดดอยทองก็เพราะคนคนนี้แหละ555
เออถ้ามันเป็นแบบนี้ถ้าผมเจอแต่ละ comment แบบนี้ คิดว่าว่าผมคงไม่นั่งวิเคราะห์ให้ฟังดีกว่ามันรู้สึกอายเหลือเกิน แล้วที่สำคัญนะผมเคยได้ยินเขาเปิดสอนเป็นกลุ่มแล้วค่าใช้จ่ายแพงมากเลยนะ เคยได้ยินมา 500,000 บาทไหมไม่แน่ใจต่อคนนะครับไม่ธรรมดานะแล้วก็มีคนไปเรียนด้วยนะจำกัดคนเรียนประมาณ 10-15 คนประมาณนี้นะไม่แน่ใจเออเอากับเขาดิ เห็นแล้วก็ยังงงว่ามีคนไปเรียนด้วยมานั่งนึกถึงตัวเองถ้าตัวเองโลภป่านนี้ก็คงรวยไปแล้วแหละขนาดใน trading will เขาให้คนที่จะเข้ามาดูหน้าของผมต้องสมัครสมาชิกอะไรสักอย่างนี่แหละผมก็ไม่เอาเลย เป็นเพราะส่วนตัวก็ไม่คิดว่าจะไปสอนใครได้ สอนใครไม่เป็น ถ้าวันนึงเทรดได้ก็คงจะเทรดเองดีกว่า ตัวเองเทรดยังเทรดเอาตัวไม่รอดเลยจะไปสอนคนอื่นได้ยังไง
ไม่มีอะไรครับมาเล่าให้ฟังเฉยๆเป็นเรื่องตลกๆพอดีเห็นหัวข้อก็เลยลองเข้ามานั่งฟังดูแล้วก็ลองมาดูเนื้อหาของกราฟมันจริงๆเป็นยังไงจริงๆแล้วแนวโน้มมันก็ขึ้นอยู่นะเพียงแต่มันเป็นการย่อเพื่อขึ้นต่อแค่นั้นเองแต่มันย่อแรงนะไม่ใช่ย่อเบาๆฉะนั้นถ้าเราจะเทรดตัวนี้ก็ต้องรอจังหวะ pa แค่นั้นเองไม่มีPAก็ไม่ต้องเข้าเพราะด้านซ้ายมันคือการต่อแท่งขึ้นมันก็จะต้องต่อแท่งลงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นมีอะไรเลย
ก็ยังงงว่าทำไมต้องออกประโคมข่าวซะน่ากลัวเชียว ถ้าตัวนี้มันไม่ดีก็ไปหาคู่อื่นเทรดก็ได้ เออ...มันก็มีเยอะแยะไป ไม่เทรดหุ้น ไม่เทรดกองทุน ไม่เทรดดัชนี ก็ไปเทรดคู่เงิน forex ก็ได้มันเทรดทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
คือผมไม่อยากจะพูดอะไรเลยว่ามันเป็นอะไรที่สร้างกระแสกันเหลือเกินนะ แล้วถ้าเกิดว่ามันไม่ลงอ่ะ แล้วมันขึ้นล่ะแล้วความรับผิดชอบตรงนี้มันจะอยู่ในเงื่อนไขไหน มันถือว่าเป็นการออกข่าวมาเพื่อหลอกลวงประชาชนหรือเปล่าคือผมสงสัยไปหมดเลยว่าถ้าเราเทรด แล้วเราเสียหายจากการฟังข่าวจากเขาเนี่ย แล้วเราสามารถไปแจ้งความได้ไหมคือมันย้อนแย้งไปหมดเลยตอนนี้งงไปหมดอย่างซื้อลอตเตอรี่เนี่ยความผิดก็คือตัวเราเองไปซื้อมาแล้วมันไม่ถูก แล้วเราไปแจ้งออกผิดกับไอ้คนขายลอตเตอรี่ได้ไหม อันนี้คือผมก็งงๆอีกตัวอย่างเช่น
ถ้าเขามาออกในช่องสื่อสารต่างๆทุกช่องทางที่แนะนำการเทรดแล้วความผิดมันก็คือตัวเราเองไปเทรดตามเขาแล้วเกิดความเสียหายแล้วเราจะไปเอาผิดจากเขาได้ยังไง ผมก็ยังงงอยู่สิ่งที่จะบอกมันก็คือความรู้ศึกษาหาความรู้ก่อนอย่าไปเชื่อมั่นอะไรจากใครมากมาย
ตัวเราเองสำคัญที่สุดนะครับมันไม่ใช่คนอื่นนะตัวเรารู้แค่ไหนอะไรที่ไม่รู้ก็จดบันทึกแล้วก็ไปหาคำตอบ AI ก็มีเยอะแยะสมัยนี้สุดยอดหาความรู้ได้เยอะแยะมัน
ไม่เหมือนเมื่อสมัย 15 ปีที่แล้วนะจะไปหาความรู้แต่ละอย่างไม่ใช่ง่ายๆใครจะมาสอนให้ความรู้ไม่มีใครอยากเอาวิชารวยมาให้กันหรอก
ที่พูดมาเนี่ยเป็นประสบการณ์แท้ๆเลยโดนมาตลอดโดนกดขี่ข่มเหง
ดูถูกเหยียดหยามสารพัดสารเพ
วันนี้มีของดีมากมายที่เราสามารถหาได้ด้วยตัวเอง google AI ช่วยเราได้มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองแค่นั้นเองที่พูดมานี่ไม่มีอะไรหรอกที่ให้นั่งฟังก็อยากจะบอกว่าไปฟังเถอะแต่อย่าให้ความรู้ที่เราเรียนอยู่ไปตีกันกับการที่ฟังถ้าไม่มั่นใจก็อย่าไปฟังแล้วก็ไปฝึกทักษะของตัวเองให้มันมั่นคงจะดีกว่าถ้าไปฟังของคนอื่นให้ฟังเป็นเรื่องสนุกสนานขำขันธ์แก้เซ็งแก้เครียดไปแต่อย่าเอามาใส่ในวิธีการของเรามันจะทำให้มันพังฉะนั้นการฟังคนอื่นฟังหูไว้หูแต่อย่าไปทำตามเขาเวลาเสียหายก็อย่าไปฟ้องเขาเพราะมันไม่ได้ผิดที่เขามันผิดที่ตัวเราเองนะครับก็บอกประมาณนี้แหละครับ
SPX US🌎คลื่นลูกแรกของแรงกระตุ้นปัจจุบันสิ้นสุดลงแล้ว และตอนนี้เราอยู่ในคลื่นลูกที่สอง
บรรลุเป้าหมายของคลื่นลูกที่สองแล้ว — ช่องว่างถูกปิดลงแล้ว
การทะลุผ่าน 6,870 จุดจะเป็นการยืนยันว่าเรากำลังจะเข้าสู่คลื่นลูกที่สาม
เครื่องหมายนี้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาดในช่วงปีใหม่
นอกจากนี้ ความคาดหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด และการสิ้นสุดของการปิดทำการ จะช่วยสนับสนุนโมเมนตัมขาขึ้น
ติดตามการปรับตัวลงมาของคลื่น c of E Quick Idea Update #GER40🐳
ติดตามต่อจากมุมมองเมื่อวานนี้ กราฟยังมาตามรูปแบบคลื่นที่เรามอง
...วันนี้ ผมย่อลงมาติดตามในชุดคลื่นย่อย ...
ปัจจุบัน ผมมองว่าเราอยู่ในชุดคลื่น c of E
ผมจะติดตามการปรับตัวลงมาให้ครบ 5 คลื่น โดยมีระดับฟิโบที่สำคัญ ได้แก่ Zigzag C = 100 , 123.6% และ Triangle E=61.8% เป็นค่าสำคัญที่เราจะใช้ดูประกอบกัน
.
.
.
#WAVE #EakWAVE #EakElliottWave #EakCEWA #CEWA
#ElliottWave #DE40 #DAX






















