ดัชนีตลาด
SET 08/01/24 1420 ยืนไม่ได้เริ่มมีปรับ หากยังเบรค 1438 ขึ้นต่อกรณีขึ้น
- เบรค 1438.1 ทุกกรณีไม่ว่าจะลงหลุด 1421.1 ก่อนหรือไม่หลุด
- ถ้าเบรคบนได้ยังขึ้นต่อ
.
กรณีลง
- คาด 15 ทำตั้งไข่ขาลง เมื่อหลุด 1421.1
- 60 ทดสอบ low rsi 1354.7
..........................................
D : ถ้าปิดเหนือ 1420.7 ยังไม่มี ts
ob HH ลุ้น 161.8 ได้ 1479
60 : จากขึ้น(หัก) 200 + beardi.+ ts + k<d
- ค้าง os low 1421.1
- หากหลุด 60 จะนับ 2. มีหัวลงได้
15 : จากขึ้นมา 000 + rsi ob + beardi.
- จึงค้างลง rsi os
- os กรอบ 1421.1 - 1438.1
- คาดทำตั้งไข่ขาลง
SET 05/01/24 ขึ้นต่อหรือพักก่อนดี กรอบ 1421.1 - 1436.2 คาดถ้าเบรคบนยังไปต่อให้จาก 60 จะส่งให้ day 161.8
หากหลุดล่าง อยากจะพักจาก 15 อยู่โซนปรับก่อน แต่ก็ยังค้าง ob ของ 60 อยู่ดี
แนวเบรคขึ้นต่อ
= 1436.2
fibo : 1444(423.6=15) 1455(261.8=60)
.
แนวหลุดที่อาจปรับฐาน
= 1421.1 1415.7 1413.5
.............................................
W : will ob LH
- ถ้าไม่เปิดต่ำกว่า 1415.7 จะขึ้นแทงเขียวเป็น w ที่ 4
D : ob HH
- ถ้าไม่หลุด 1413.5 ยังไม่มี ts
- ถ้าจะขึ้นต่อลุ้น 161.8
60 : will ob HH มีหัวขึ้นมากกว่า 200 ย่อ os จากลากเลื้อย ob มานาน
- กรอบ 1421.1 - 1436.2
- ถ้าเบรค 1436.2 ขึ้นต่อ แต่ rsi น่าจะเกิด beardi.
- ถ้าหลุด 1421.1 จะปรับฐานใน 60 ต่อแต่ยังค้างขึ้น ob ได้จาก low ลึก
15 : ob HH HL / rsi os hi-bulldi. จึง ob
จากหัวขึ้น ขึ้นโซน 000 เริ่มสร้าง กปฐ. เดียวกับ 60
- ถ้าเบรค 1436.2 ขึ้นต่อ คาด w.3
- ถ้าหลุด 1421.1 จะปรับฐาน คาด w.4
5 วินัยการลงทุนที่เทรดเดอร์ควรยึดถือวินัยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องยึดไว้ในชีวิตการลงทุนของเทรดเดอร์ เพราะเป็นสิ่งที่คอยกำกับเส้นทางการเทรดของเราให้ไปถึงเป้าหมายได้ ในบทความนี้เป็นการสรุป 5 วินัยการลงทุนที่สำคัญสำหรับเทรดเดอร์ทั้งมือใหม่และรุ่นเก๋า
1. ทำตามแผนการลงทุน ไม่เทเงินลงทุนจนหมดหน้าตัก
การจัดทำแผนการลงทุน คือ การจัดทำข้อมูลระบุจุดเข้า จุดออก และแผนบริหารเงินในการซื้อขายทุกครั้ง ผู้คนส่วนใหญ่ลงทุนโดยไม่มีแผนการลงทุน ทำให้บ่อยครั้งเกิดความโลภครอบงำและเกิดการเทเงินลงทุนหมดหน้าตักลงไป ซึ่งมักนำมาสู่ความเสี่ยงที่อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้
ข้อแนะนำ คือ เริ่มวางแผนการลงทุน โดยแยกเงินสำหรับการลงทุนระยะยาวไว้อย่างน้อย 10% ของรายได้ในทุกเดือน สิ่งนี้เรียกว่า “การลงทุนถัวเฉลี่ยรายเดือน” หรือ Dollar Cost Average (DCA) ซึ่งช่วยให้เราสามารถกระจายต้นทุนได้ทั้งถูกและแพง ในช่วง DCA ที่ราคาแพงก็ช่วยจำกัดการซื้อมากเกินจำเป็น และในช่วง DCA ที่ราคาถูกก็จะทำให้ได้รับจำนวนหุ้น/จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น และเมื่อตลาดหุ้นฟื้นตัวจำนวนหุ้นเหล่านี้แหละที่ช่วยยกระดับผลตอบแทนได้
การลงทุนในระยะยาวควรมีกรอบเวลาอย่างน้อย 20 ปี ซึ่งกรอบระยะเวลานี้จะช่วยให้สามารถลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง โดยได้รับผลตอบแทนในระยะยาวได้
2. มองการเทรดประหนึ่งเป็นธุรกิจ
ในการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เราต้องมองการเทรดของตนเองนั้นเหมือนการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเทรดเดอร์แบบเต็มเวลา (full-time trader) หรือ ไม่เต็มเวลา (part-time trader) ก็ตาม หากมองการเป็นเทรดเดอร์เป็นเพียงงานอดิเรก หรือ กิจกรรมยามว่าง ก็จะทำให้ขาดความมุ่งมั่นในการเรียนรู้อย่างแท้จริงไป ยิ่งสำหรับเทรดเดอร์แบบเต็มเวลาแล้วด้วย การหยุดเทรดนั้นหมายถึงการสูญเสียรายได้ไปอย่างสิ้นเชิง
การมองการเทรดเป็นการทำธุรกิจ แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น ค่าธรรมเนียมการเทรด, การขาดทุน, ภาษี เป็นต้น ดังนั้น เทรดเดอร์จึงควรค้นคว้าข้อมูลและมีการวางกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเทรดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อคำแนะนำ คือ จงคิดแบบระยะยาว อย่าซื้อขายเหมือนจะเกษียณในวันพรุ่งนี้ ควรมีการสร้างแรงจูงใจอยู่เสมอ มีแผนการลงทุนเฉกเช่นการทำธุรกิจ และสิ่งที่สำคัญคือการมีวินัยยึดมั่นในแผนการลงทุน
3. ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกวัน
เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จหลายรายยอมรับว่า เขาไม่ได้ซื้อขายทุกวันแต่ซื้อขายตามแผน โอกาส และภาวะตลาดที่เหมาะสม ในบางช่วงเวลาที่เอื้อต่อการลงทุน ความผันผวนต่ำเกินไป หรือไม่เห็นโอกาสสร้างกำไรในสถานการณ์นั้นได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดการซื้อขายขึ้น
เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักรู้ว่าเมื่อใดควรเก็บมือนั่งรอ และเมื่อใดที่ควรรุกเข้าสู่ตลาด ขณะที่เทรดเดอร์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดนั้นมักจะเปิดสถานะซื้อขายทุกวันอยู่เสมอ แม้ในช่วงที่เผชิญสถานการณ์ไม่เอื้อำนวย นำมาซึ่งความเสี่ยงขาดทุน
ข้อแนะนำ คือ เทรดเดอร์ควรมีความอดทน หากไม่พบจุดเข้าลงทุนที่ดี การอยู่นอกตลาดอาจช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนได้
4. ยอมรับการขาดทุนและเรียนรู้จากมัน
การยอมรับความจริงว่าเราเกิดการขาดทุนจากการลงทุนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เรามีบทเรียนและสามารถกำหนดจุดขาดทุนที่ยอมรับได้ นำมาสู่การพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่ดีต่อไป สิ่งที่สำคัญ คือ การขาดทุนนั้นต้องไปทำให้เราเสียตัวตน หรือ ก่อให้เกิดอารมณ์ด้านลบในชีวิต
5. ยอมเสี่ยงถ้าคิดว่ารับได้
การลงทุนที่นำมาซึ่งผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น หลายครั้งวินัยอาจบังคับให้เราต้องขาด ณ จุดที่เรากำหนดไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องยึดวินัยอย่าวเดียว ในหลายครั้งเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ยอมเสี่ยงที่จะให้กำไรของพวกเขาดำเนินต่อไป โดยมองแล้วว่าความเสี่ยงนั้นคุ้มกับที่จะได้รับ
การกลัวการสูญเสียเงินมักจะทำให้เราหยุดสนใจสถานการณ์ตลาดในช่วงนั้น ซึ่งบางครั้งสภาวะตลาดยังเอื้ออำนวยให้สร้างผลตอบแทนต่อได้ การยึดติดกำกับไรปัจจุบันมากเกินไปอาจเป็นการปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้
คำเตือน : ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รีวิวภาพ SET เทคนิค 03/01/2567 มาหยุดแถวแนวต้านSET:SET ภาพตลาดวันนี้พักตัวหลังจากที่ตลาดบวกแรงในวันแรกของปี
มุมมองทางเทคนิคหากไม่กลับมาต่ำกว่า 1413 จุด มองมีลุ่นค่อยๆขึ้นไปทดสอบ 1480 ได้ในช่วงสิ้นเดือน มกราคม และจะเล่นเป็นกรอบไซด์เวย์ออกข้างในระยะกลาง
แล้วปีนี้ลงทุนอย่างไร
ในช่วงเริ่มต้นของแต่ละปี … การวางกลยุทธ์ (strategy) มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกหุ้น (stock selection)
Strategy อย่างเช่น การวางกลยุทธ์ว่าช่วงไหนควรเทรดหุ้น high beta ช่วงไหนควร go defensive
ควร buy & hold หรือประเมินกรอบเทรดแบบ range bound
****มุมมองปีนี้เราควรเน้นเล่นแบบประเมินกรอบเทรดแบบ range bound และไม่ควรเล่น buy & hold
เพราะตลาดมีโอกาศเล่นแบบ ออกข้างมากกว่าขึ้นรอบเดียวกลับไป 1500 หรือ 1600 เลย
หุ้นที่แนะนำส่วนใหญ่ช่วงนี้เล่นได้ดีกว่าตลาด อาทิ AAI ASIAN ITC IVL SPRC ROJAN MEGA HANA GFPT
ช่วงต้นปีผมจะติดเดินทางบ่อยถ้ามีเวลาเดียวจะคอยอัพเดทภาพกราฟและข้อมูลพื้นฐานตัวที่น่าสนใจเรื่อยๆครับ ปีนี้ข้อให้เป็นปีที่ดีของนักลงทุนทุกท่านครับ
SET 03/01/24 เบรค 1431.5 ลุ้นเป้า 1478.9ตอนรับปีมังกรทองด้วยการเบรค 1431.5
- ลุ้นเป้า 1478.9 จาก day มี สญ. กลับตัว
- ถ้าไม่หลุด 1407.8 ยังขึ้นต่อได้
..............................................
D : ob เบรคมีหัวขึ้นลุ้น 1478.9 = 161.8 นับ 2. ขาขึ้น
60 : ob ขึ้น 200 ยังไม่มี สญ.กลับตัว
15 : ob ขึ้น 000 ยังไม่มี สญ.กลับตัว
- ถ้าไม่หลุด os low 1407.8 ยังขึ้นต่อได้
SET 02/01/24 ไม่หลุด 1407.8 ดีดขึ้นลุ้น 1431.5 ถ้าหลุดทดสอบ low สวัสดีปีใหม่ 2024 ขอให้เป็นปีมังกรทองของทุกคนนะคะ
แนวต้าน 1431.5
แนวรับ 1407.5
day : กำลังดีดรีบาวด์ ยังไม่มี สญ. กลับลง
- แต่ถ้าไม่ผ่าน 1431.5 + หลุด 1407.5 = จะลงทดสอบ low อีกครั้ง
60 : มีหัวขาขึ้น พา day ob ยังไม่มี สญ. กลับลง
- ระวังจากขึ้นมาโซนอาจปรับได้
15 : มีหัวขาขึ้น พา 60 ob ขึ้นต่อ
sw up 1407.8 - 1418.8
- ถ้าไม่หลุด 1407.8 ยังขึ้นต่อ
- ถ้าหลุดจะเริ่มมี สญ. กลับตัว
.............................................
D : rsi LH LL / sto ob LH LL high 1431.5
จากลง 000 + bulldi. + cd = ob
- ob ถ้าไม่เบรค 1431.5 จะ sw 1354.7 - 1431.5
ob hi-beardi. 1431.5 แต่ไม่มี สญ. กลับลง จนกว่าจะหลุด 1407.5
60 : rsi LH LL ob high 1431.5
sto ob HH ขึ้น(หัก) ขึ้นมากกว่า 161.8
- ระวังการย่อ os จาก beardi. (ดู cd ไม่ได้ จาก error)
- low 1354.7 ลึก ยังไม่พังง่าย
= ตราบใดที่ 60 ยังไม่ฟอร์มหัวลง day ก็ยังไม่ลง
15 : sto HH HL ขึ้น>200
sw up 1407.8 - 1418.8
- rsi ob + beardi.+ cd = ถ้าไม่หลุด 1407.8 ยังไม่เสียทรงขึ้น
...........................................
M : rsi os HL / sto os LH ทดสอบ low
กรอบ 969 - 1718.5
os ลงใกล้ 50 ยังไม่มี สญ. กลับตัว
W : rsi LH LL / sto os will ob high 1579
os ลงใกล้ 200 จากลงของภูเขาหลัง
กำลังดีดขึ้น มี สญ. กลับตัว = cd + %k>%d
hi-beardi. 1431.5 1458.6
ฝึกวิเคราะห์กราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้น1/มค/66
ช่วงที่ผ่านหุ้นไทยภาพรวมแย่และขาดความน่าเชื่อถือ
อย่างรุนแรงอีกทั้งมีหลายตัวสร้างบัญชีปลอมและมี
บางหุ้นใหญ่ๆผิดนัดชำระหนี้อีก SET เองคงโงหัวไม่ขึ้น
แน่นนอน แล้วเม่าอย่างเรายังอยากจะซื้อหุ้นไทยอีกหรือไม่
นั้นก็แล้วแต่บุลคล สิ่งหนึ่งที่อยากบอกหุ้นดีมันก็ยังพอมี
แต่พยายามดูทรัพย์สินให้มากกว่าหนี้สิ้นจริงด้วยนะไม่
ตกแต่งบัญชีแล้วอนาคตเขาจะทำอะไรเพื่อสร้างผลกำไร
ให้แก่นักลงทุนด้วยนะครับ
เป็นไปได้น่าจะพักก่อนจะดีกว่าเก็บเงินไว้กับตัวสบายใจ
กว่าหรือคันมือจริงๆอยากลงทุนผมมีหุ้นตัวหนึ่งแนะนำ
มีเท่าไหร่ให้เทหมดหน้าตักเลยนะครับนั้นก็คือหุ้น.....
"หุ้นเมียครับ" ผลประกอบการอาจจะมีกำไรบ้างเล็กน้อย
แต่ปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นดาวล้านดวงเลยครับ
หุ้นตัวนี้จะนำเงินของเราไปลงทุนการศึกษาให้กับลูกๆ
จะลงทุนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวการทำบุญค่าดำเนินการ
ด้านสุขภาพให้ครอบครัว สร้างเยาวชนที่มีคุณภาพให้
แก่สังคมส่งต่อบุลคลากรดีๆให้แก่ประเทศชาติเป็นหุ้นที่
ต้องลงทุนระยะยาวในรูปแบบ DCA และยังสามารถลด
หย่อนภาษีได้อีกด้วยดีจริงๆหุ้นเมียตัวนี้ต้องจัดซะหน่อย
โอเคครับSETตอนนี้ภาพรวมเป็น SIDEWAY แล้วยังเลือก
ทางลงอีกแต่แท่งธค66ปิดแท่งเขียวได้ แต่คิดว่าแรงเท
ขายยังแรงจะมีกลุ่มหนึ่งที่กำลังรอซื้อเก็บทำกำไรระยะสั้น
ซื้อ 1900 ขาน 2010
แล้วจะรอต่ำแค่ไหนถึงจะเข้าซื้อ
อันนี้ตอบไม่ได้ ต่ำแค่ไหนเพราะต่ำสุดของแต่ล่ะคนไม่
เท่ากันส่วนผมต่ำสุดมองตามหน้ากราฟเลยถ้าลงไปอีกก็
คัทลอสครับ
ซื้อที่ราคา1665 ขาย 2669 SL 1311
กราฟเขาออกแบบมาให้เราแพ้อยู่แล้วการลงทุนคือความ
เสี่ยงแต่จะต้องเป็นความเสี่ยงที่ผ่านการวิเคราะห์มาบ้าง
และต้องเข้าใจเงินในกระเป๋าเราที่จะเอามาเทรดด้วยว่า
เป็นเงินในกระเป๋าที่ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายใดๆแล้ว
คาดว่า DXY จะยังคงลดลงเล็กน้อย จากนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจปูทางให้ธนาคารกลางสหรัฐพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในต้นเดือนมีนาคมปีหน้า ดัชนีราคารายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ ลดลง 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ทรงตัวในเดือนตุลาคม ตามรายงานล่าสุดที่เผยแพร่โดยกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้อัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปีลดลงเหลือ 2.6% จาก 2.9% ในเดือนตุลาคม ซึ่งผ่อนคลายลงอย่างมากนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งครั้งล่าสุดลดลงต่ำกว่า 3% /2021.
หากไม่รวมส่วนประกอบอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนมากขึ้น ดัชนีราคา PCE หลักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นในเดือนธันวาคม ดัชนีหลักในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 3.2% เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 หลังจากเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนตุลาคม หลังจากข่าวนี้ ราคาหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.11% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 3.88% ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเปรียบเทียบดอลลาร์สหรัฐกับตะกร้าสกุลเงินอื่นๆ บันทึกการลดลงเล็กน้อยที่ 0.16%
ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดให้ความเห็นเกี่ยวกับผลกระทบของข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุด Peter Cardillo หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์การตลาดของ Spartan Capital Securities ในนิวยอร์ก ชี้ไปที่แนวโน้มเชิงบวกของข้อมูลเงินเฟ้อ และแนะนำว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดหากแนวโน้มยังคงอยู่ เขาตั้งข้อสังเกตว่าแม้ว่ารายได้ส่วนบุคคลจะแข็งแกร่ง แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคดูเหมือนจะอ่อนตัวลง โดยคำสั่งซื้อสินค้าคงทนใหม่เพิ่มขึ้น 5.4% ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัว การชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นอาจนำไปสู่การลดอัตราดอกเบี้ยโดยเฟด Brian Jacobsen หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Annex Wealth Management ใน Menomonee Falls รัฐวิสคอนซิน ยังชั่งน้ำหนักเกี่ยวกับรายได้ที่สูงขึ้น การใช้จ่ายที่ลดลง และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง เขาตั้งข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาสอดคล้องกับเป้าหมายของเฟด และแนะนำว่าการกลับตัวของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ เมื่อเร็ว ๆ นี้อาจดูเหมือนฉับพลันแต่รอบคอบ
หลังจากการลดลงอย่างรวดเร็ว DXY ก็ถึงจุดต่ำสุดแล้ว คาดว่า DXY จะเธนาคารกลางสหรัฐสรุปการประชุม FOMC ครั้งสุดท้ายของปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญตามที่คาดไว้ นอกจากนี้เรายังให้การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจล่าสุดในสรุปการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ (SEP) ของเรา ตามการคาดการณ์ล่าสุด นายธนาคารกลางเกือบเป็นเอกฉันท์คาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยจะเริ่มในปีหน้า โดยคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3/4% จะทำให้อัตราดอกเบี้ยหลักของเฟดลดลงเหลือประมาณ 4.6% มันแสดงให้เห็น สมาชิกผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 17 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า โดยเจ้าหน้าที่ 5 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3/4% และเจ้าหน้าที่ 5 คนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมากที่ 3/4% สมาชิกผู้มีสิทธิเลือกตั้งสองคนคาดการณ์ว่าปีหน้าจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย เฟดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะสูงสุดที่ 2.4% ในปีหน้า ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ในเดือนกันยายนที่ 2.6% ตามการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจ เฟดยังคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2.2% ในปี 2568 และ 2.0% ในปี 2569 การคาดการณ์คาดว่าอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.1% ในปี 2567 และยังคงอยู่ที่ระดับนั้นจนถึงปี 2569 นอกจากนี้เฟดยังคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 1.4% . ปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% ในปี 2568 และ 1.9% ในปี 2569
แนวโน้มการผ่อนปรนของ Fed ปรากฏชัดเจนในการประชุม FOMC ในวันนี้
คำแถลงของประธานพาวเวลล์, SEP และการแถลงข่าว ล้วนบ่งชี้ว่าเฟดมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น ในเดือนกันยายน คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยหลักในปีหน้าจะอยู่ที่ 5.1% ซึ่งแน่นอนว่าสูงกว่าการคาดการณ์ล่าสุดที่เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพื้นฐาน 25 จุดสามครั้งในปีหน้า สิ่งนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับเครื่องมือ FedWatch ของ CME โดยมีความน่าจะเป็นที่ Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลง 1/4% เป็นครั้งแรกในการประชุมเมื่อเดือนมีนาคมตอนนี้ที่ 67.4% เพิ่มขึ้นจาก 36.7% เมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในเดือนมีนาคมคือ 12.6% หุ้นสหรัฐฯ และโลหะมีค่าดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ส่งผลให้หุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.24%, ดัชนี Standard & Poor's 500 เพิ่มขึ้น 1.23% และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.58%
วันนี้ DXY เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากนั้นลดลงอย่างรวดเร็วเป็น 101,107ราคาทองคำโลกเริ่มต้นปี 2566 ที่ 1,824.5 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ (2 มกราคม) โดยความตึงเครียดมีแนวโน้มจะผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในช่วงสี่เดือนข้างหน้า
ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2023 ราคาทองคำทั่วโลกเผชิญกับการปรับฐานหลายครั้งเนื่องจากการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FRB) กล่าวกันว่าทองคำมีความอ่อนไหวต่อแถลงการณ์ของเฟดและปัญหาเงินเฟ้อ ความน่าดึงดูดใจของโลหะไม่ให้ผลตอบแทนอาจได้รับผลกระทบในทางลบจากการคาดการณ์ของ Fed เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำลดลง
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ข้อมูลเกี่ยวกับ "การล้มละลาย" ของ Silicon Valley Bank แพร่กระจายไปยังตลาดโลก ซึ่งส่งผลเสียต่อหุ้นของธนาคาร เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง ความต้องการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งหลบภัยในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะพยายามควบคุมความวุ่นวายที่ Silicon Valley Bank และ Signature Bank การล้มละลายของ Credit Suisse และการควบรวมกิจการกับ UBS Bank ของสวิตเซอร์แลนด์ หรือความเป็นไปได้ที่ Deutsche Bank จะผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดวิกฤติทางการเงิน
วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น ในช่วงต้นเดือนเมษายน ราคาทองคำทั่วโลกทะลุระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 2,055.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (4 พฤษภาคม) ก่อนที่จะร่วงลง
วันนี้ DXY เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากนั้นลดลงอย่างรวดเร็วเป็น 101,107ราคาทองคำโลกเริ่มต้นปี 2566 ที่ 1,824.5 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ (2 มกราคม) โดยความตึงเครียดมีแนวโน้มจะผลักดันให้ราคาสูงขึ้นในช่วงสี่เดือนข้างหน้า
ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2023 ราคาทองคำทั่วโลกเผชิญกับการปรับฐานหลายครั้งเนื่องจากการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FRB) กล่าวกันว่าทองคำมีความอ่อนไหวต่อแถลงการณ์ของเฟดและปัญหาเงินเฟ้อ ความน่าดึงดูดใจของโลหะไม่ให้ผลตอบแทนอาจได้รับผลกระทบในทางลบจากการคาดการณ์ของ Fed เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองคำลดลง
ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ข้อมูลเกี่ยวกับ "การล้มละลาย" ของ Silicon Valley Bank แพร่กระจายไปยังตลาดโลก ซึ่งส่งผลเสียต่อหุ้นของธนาคาร เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง ความต้องการลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแหล่งหลบภัยในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและเงินดอลลาร์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะพยายามควบคุมความวุ่นวายที่ Silicon Valley Bank และ Signature Bank การล้มละลายของ Credit Suisse และการควบรวมกิจการกับ UBS Bank ของสวิตเซอร์แลนด์ หรือความเป็นไปได้ที่ Deutsche Bank จะผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดวิกฤติทางการเงิน
วิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น ในช่วงต้นเดือนเมษายน ราคาทองคำทั่วโลกทะลุระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 2,055.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (4 พฤษภาคม) ก่อนที่จะร่วงลง
SET 25/12/23 ไม่หลุด 1398 ยังขึ้นต่อทดสอบ 1417กรณีขึ้น
D : ob ทดสอบ high 1431.5
60 : ob HH ทดสอบ 161.8
15 : ob HH HL ไม่หลุด 1398 ยังขึ้นต่อ
กรณีลง
15 : หลุด 1398 หรือฟอร์มหัวลงก่อน
60 : ob ขึ้นไม่ถึง 161.8 = 1417
D : จากมี hi-beardi. ต้องมี สญ. กลับตัวถึงลงได้
..............................................
D : ob LH LL high 1431.5
rsi hi-beardi. ยังไม่มี สญ. กลับตัว
60 : ob HH rsi hi-beardi. ยังไม่มี สญ. กลับตัว
- ถ้าขึ้นถึง 1417 = 161.8 จะฟอร์มขึ้น(หัก)
15 : ob HH HL / rsi beardi. ยังไม่มี สญ. กลับตัว
- ถ้าไม่หลุด 1398 ยังขึ้นต่อ
คาดว่า DXY จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในวันนี้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ยังคงทรงตัวในวันศุกร์ แต่ค่าเงินดอลลาร์ดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3-1/2 เดือน จากการคาดการณ์สัญญาณอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ
สกุลเงินของภูมิภาคอ่อนตัวลงเล็กน้อยหลังจากการเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจในเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเสร็จแล้ว ขณะนี้ธนาคารกลางได้รับการคาดหวังอย่างกว้างขวางว่าจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2567 และตลาดกำลังมองหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดเวลาของการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ข่าวเศรษฐกิจบางข่าวที่เล็ดลอดออกมาจากเอเชียก็ปะปนกันเช่นกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ปานกลางต่อตลาด เงินหยวนของจีนทรงตัวหลังจากการสำรวจภาคเอกชนแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการผลิตดีดตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิดในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ดังกล่าวตรงกันข้ามกับตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง
เงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการผลิตลดลงตามที่คาดไว้ในเดือนพฤศจิกายน ขณะนี้ตลาดกำลังมุ่งเน้นไปที่การประชุมธนาคารกลางออสเตรเลียในสัปดาห์หน้า โดยอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางคาดว่าจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่ออัตราเงินเฟ้อผ่อนคลายลง
เงินวอนของเกาหลีใต้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย และรูปีของอินเดียยังคงใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากข้อมูลการค้าและการผลิตปะปนกัน แต่ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของอินเดียเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้ในไตรมาสเดือนกันยายน แสดงให้เห็นว่า
นอกจากนี้ จะมีการประชุมของธนาคารกลางอินเดียในสัปดาห์หน้า ซึ่งธนาคารจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ พาวเวลล์คาดว่าดอลลาร์จะฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 3-1/2 เดือนและทรงตัว
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายของเฟดอาจช่วยให้เงินดอลลาร์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม
ข้อมูลข้ามคืนยังแสดงให้เห็นว่าดัชนีราคา PCE ซึ่งเป็นมาตรการเงินเฟ้อที่เฟดต้องการ ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางในเดือนตุลาคม
ดัชนีดอลลาร์และฟิวเจอร์สดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลดลงในการซื้อขายในเอเชียหลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในวันพฤหัสบดี
คำทำนายวันนี้คือ DXY จะลดลงอย่างรวดเร็วดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นในวันนี้ โดยแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ใกล้ 104.00 โดยได้รับแรงหนุนจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเชิงบวกหลายประการ การเพิ่มขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากแนวโน้มโดยรวมของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่สูงขึ้น
ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่เผยแพร่ในวันนี้ ทำให้เกิดภาพที่หลากหลายสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ จำนวนตำแหน่งงานว่างของ JOLTS ลดลงอย่างมากเป็น 8.73 ล้านตำแหน่งในเดือนตุลาคม ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อบริการของ ISM แสดงให้เห็นแง่ดีมากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 52.7 และชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภาคบริการ การพัฒนาของเงินดอลลาร์สหรัฐมีผลกระทบอย่างมากต่อคู่สกุลเงินต่างๆ EUR/USD ร่วงลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหลักที่ 1.0800 หลังจากการลดลงห้าวัน ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าในทำนองเดียวกัน โดย AUD/USD ทะลุระดับสำคัญที่ 0.6550 และ AUD/NZD ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางฤดูใบไม้ร่วง
ก่อนรายงานเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ ตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก่อนรายงานการจ้างงาน ADP และรายงานต้นทุนแรงงานต่อหน่วยในไตรมาสที่สาม นอกจากนี้ ความสนใจของโลกได้เปลี่ยนมาที่สถิติ GDP ไตรมาสสามของออสเตรเลีย ภายหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางออสเตรเลียในการระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และตัวเลขยอดค้าปลีกในยูโรโซนที่คาดว่าจะเปิดเผยควบคู่ไปกับรายงาน PMI พื้นที่ยูโรปรับตัวเป็นบวกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดประจำสัปดาห์ที่ 2,010 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่โลหะเงินก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการขาย โดยร่วงลงสู่ระดับ 24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะเดียวกัน สกุลเงินดิจิทัลสวนทางกับแนวโน้มของสินทรัพย์แบบดั้งเดิม โดย Bitcoin มีมูลค่าสูงถึง 43,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ Ethereum มีมูลค่าสูงถึง 2,250 ดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองทำจุดสูงสุดในรอบหลายเดือน
คำทำนายวันนี้คือ DXY จะลดลงอย่างรวดเร็วดัชนีดอลลาร์สหรัฐยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นในวันนี้ โดยแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ใกล้ 104.00 โดยได้รับแรงหนุนจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเชิงบวกหลายประการ การเพิ่มขึ้นของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นผลมาจากแนวโน้มโดยรวมของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่สูงขึ้น
ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่เผยแพร่ในวันนี้ ทำให้เกิดภาพที่หลากหลายสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ จำนวนตำแหน่งงานว่างของ JOLTS ลดลงอย่างมากเป็น 8.73 ล้านตำแหน่งในเดือนตุลาคม ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงาน อย่างไรก็ตาม ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อบริการของ ISM แสดงให้เห็นแง่ดีมากขึ้น โดยเพิ่มขึ้นสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 52.7 และชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในภาคบริการ การพัฒนาของเงินดอลลาร์สหรัฐมีผลกระทบอย่างมากต่อคู่สกุลเงินต่างๆ EUR/USD ร่วงลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหลักที่ 1.0800 หลังจากการลดลงห้าวัน ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าในทำนองเดียวกัน โดย AUD/USD ทะลุระดับสำคัญที่ 0.6550 และ AUD/NZD ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางฤดูใบไม้ร่วง
ก่อนรายงานเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ ตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ก่อนรายงานการจ้างงาน ADP และรายงานต้นทุนแรงงานต่อหน่วยในไตรมาสที่สาม นอกจากนี้ ความสนใจของโลกได้เปลี่ยนมาที่สถิติ GDP ไตรมาสสามของออสเตรเลีย ภายหลังการตัดสินใจของธนาคารกลางออสเตรเลียในการระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และตัวเลขยอดค้าปลีกในยูโรโซนที่คาดว่าจะเปิดเผยควบคู่ไปกับรายงาน PMI พื้นที่ยูโรปรับตัวเป็นบวกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดประจำสัปดาห์ที่ 2,010 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่โลหะเงินก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันในการขาย โดยร่วงลงสู่ระดับ 24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะเดียวกัน สกุลเงินดิจิทัลสวนทางกับแนวโน้มของสินทรัพย์แบบดั้งเดิม โดย Bitcoin มีมูลค่าสูงถึง 43,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ Ethereum มีมูลค่าสูงถึง 2,250 ดอลลาร์ ซึ่งทั้งสองทำจุดสูงสุดในรอบหลายเดือน
คาดการณ์ว่า DXY จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้อัตราแลกเปลี่ยนยูโร-ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.05% เป็น 1.0767 อัตราการแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น 0.06% เป็น 1.2554 อัตราแลกเปลี่ยนของดอลลาร์สหรัฐต่อเยนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.1% เป็น 145.09
จากข้อมูลของ Investing.com เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลบล้างการขาดทุนครั้งก่อนๆ ไปได้มาก ตลาดคาดว่าสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันในการประชุมคณะกรรมการตลาดกลางสหรัฐ (FOMC) ครั้งต่อไป แต่เฟดอาจต้องการเห็นสัญญาณของการลดลงอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อเพื่อทำให้ความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับการลงจอดที่นุ่มนวลเป็นจริง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 7 จุด (1 เปอร์เซ็นต์เท่ากับ 100 จุดพื้นฐาน) เป็น 4.22% และตัวเลข CPI ในสัปดาห์นี้เป็นจุดสนใจของนักลงทุน
ผู้ค้าคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าแล้ว และแม้ว่าเฟดจะผ่อนคลายมาตรการที่เข้มงวดขึ้น แต่เศรษฐกิจก็ยังอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงฟื้นตัวได้ เงินดอลลาร์ก็ยังคงแข็งแกร่งในสถานการณ์เช่นนี้
ข้อมูลงานนอกภาคเกษตรเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วเปิดเผยว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มงานในเดือนพฤศจิกายนมากกว่าที่คาดไว้ สิ่งนี้บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งและอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเฟดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต สำนักงานสถิติแรงงานกระทรวงแรงงานระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 199,000 ตำแหน่งในเดือนที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 150,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม ตามการระบุของสำนักงานสถิติแรงงานกระทรวงแรงงาน แต่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าการเพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ 180,000 ตำแหน่งเท่านั้น . การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นโดยหลักแล้วอยู่ในภาคส่วนต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพและรัฐบาล ในขณะที่การหยุดงานประท้วงอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน นำไปสู่การขาดแคลนงานในภาคการผลิตเพิ่มเติม
ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นก่อนข้อมูล GDP สหรัฐฯ, เทรดใกล้ 102.40 💵ดัชนี US Dollar Index (DXY) พยายามขยายกำไรเป็นวันที่สองติดต่อกัน, เทรดเล็กน้อยเหนือ 102.40 ในเซสชั่นยุโรปวันพฤหัสบดี 📊 การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) 💪 ผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปี และ 10 ปี ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.37% และ 3.86% ตามลำดับ, ตามข้อมูลล่าสุด 📈
อย่างไรก็ตาม, ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันลงเนื่องจากทัศนคติของตลาดเกี่ยวกับท่าทีเชิงคาดการณ์ลงของ Federal Reserve (Fed) ต่อเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสแรกของปี 2024 🕊️ หลายสมาชิกของเฟดได้ปฏิเสธการคาดการณ์เร็วเกินไปเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ 🚫 ประธานธนาคารกลาง New York John Williams ได้คัดค้านความคิดนี้โดยตรง, ขณะที่ประธานธนาคารกลาง San Francisco Mary Daly พิจารณาการคาดการณ์เกี่ยวกับท่าทีนโยบายเป็นเรื่องเร็วเกินไป 📉 Austan Goolsbee, ประธานธนาคารกลาง Chicago, แบ่งปันความเห็นที่คล้ายกัน, เตือนว่าความคาดหวังของตลาดสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยอาจเกินความคาดหมายที่เป็นจริง 🚨
การฟื้นตัวในการขายบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยแล้วและการเพิ่มขึ้นอย่างมากในความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นตัวบ่งชี้ที่เป็นบวกสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ, และอาจช่วยเสริมสนับสนุนดอลลาร์สหรัฐฯ 💼 การเปลี่ยนแปลงการขายบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยแล้วของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนแสดงการเพิ่มขึ้นที่น่าสังเกตเป็นรายเดือน 0.8%, ซึ่งแสดงการฟื้นตัวที่สำคัญจากการลดลงก่อนหน้านี้ที่ 4.1% 🏠 CB Consumer Confidence มีการเติบโตอย่างน่าสังเกต, ขึ้นจาก 101.0 เป็น 110.07, ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่สำคัญที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2021 📈
นักลงทุนพร้อมที่จะจับตาดูการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงเซสชั่นอเมริกาเหนือเพื่อทำความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสถานะของเศรษฐกิจสหรัฐฯ 🧐 ในบรรดาตัวชี้วัดที่น่าสนใจ ได้แก่ US Gross Domestic Product Annualized (Q3), Initial Jobless Claims และ Philadelphia Fed Manufacturing Survey 📅📉📈
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในเอเชียมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยสกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ทรงตัวหลังจากแข็งค่าขึ้นในวันจันทร์ แต่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐจะยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในต้นปี 2567
เงินเยนของญี่ปุ่นเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากแนวคิดนี้ โดยดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับต่ำสุดในรอบปีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการผ่อนปรนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
เงินเยนทรงตัวที่ประมาณ 146.76 เยนต่อดอลลาร์ ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน ตลาดยังจับตาดูดัชนีเงินเฟ้อของญี่ปุ่นซึ่งมีกำหนดจะประกาศในวันอังคาร เพื่อดูสัญญาณที่เป็นไปได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น
หลังจากที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนของจีนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ โดยบ่งชี้ว่าได้รับการสนับสนุนจากการปรับอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเชิงรุกหลายครั้งโดยธนาคารประชาชนจีน อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากดัชนีชี้วัดของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่อ่อนแอในเดือนพฤศจิกายน
ประเด็นสำคัญของตลาดในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่ข้อมูลการค้าประจำเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะยังคงอ่อนแอเนื่องจากการส่งออกที่ลดลง
คำทำนายวันนี้คือ DXY จะยังคงลดลงต่อไปคณะกรรมการตลาดกลางกลางคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 5.25% ถึง 5.50% ในวันพุธ จุดสนใจน่าจะอยู่ที่ความคิดเห็นของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการกำหนดตารางเวลาสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
“เราคาดหวังให้เขาเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะ (เหนืออัตราเงินเฟ้อ) และนโยบายการเงินจะต้องเข้มงวดขึ้นสักระยะหนึ่ง” นักวิเคราะห์ของ UBS กล่าว ถึงเวลาฟื้นฟูเสถียรภาพราคาแล้ว
ขณะนี้ตลาดกำลังกำหนดราคาโดยมีโอกาสเกือบ 50% ที่ต้นทุนการกู้ยืมจะลดลง หลังจากรายงานการจ้างงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและข้อมูลจากเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่าอัตราการเพิ่มขึ้นประจำปีของราคาหลักอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี จากข้อมูลของ Investing.com หน่วยงานกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐวางแผนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.4% ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมอยู่ที่ต่ำกว่า 43% เพิ่มขึ้นจาก 53% ในสัปดาห์ที่แล้ว Goldman Sachs (NYSE:GS) เพิ่มการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจากสองครั้งในปี 2024 เป็นไตรมาสที่สาม ก่อนหน้านี้บริษัทคาดว่าจะมีการปรับลดพนักงานรอบแรกในเดือนธันวาคมปีหน้า
บริษัทประกันสุขภาพของสหรัฐฯ Cigna (NYSE:CI) ได้ยกเลิกการประมูลเพื่อซื้อกิจการ Humana (NYSE:HUM) ซึ่งเป็นคู่แข่งกัน ตามรายงานของสื่อหลายฉบับ เขาได้บรรลุข้อตกลงที่สร้างบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่มูลค่ากว่า 140 พันล้านดอลลาร์
มีรายงานว่า Cigna และ Humana ไม่สามารถตกลงข้อตกลงทางการเงินได้ ในขณะที่ข้อกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการก็เกิดขึ้นเช่นกัน
การเจรจาถูกยกเลิกหลังจาก Cigna ซึ่งตั้งอยู่ในคอนเนตทิคัตประกาศแผนการจัดสรรเงินเพิ่มเติม 10 พันล้านดอลลาร์สำหรับการซื้อคืนหุ้น David Cordani ซีอีโอกล่าวในแถลงการณ์ว่าหุ้นของบริษัท "ถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปอย่างมาก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการอัดฉีดเงินทุนที่ช่วยเพิ่มมูลค่า"
หุ้นของ Macy (NYSE:M) พุ่งสูงขึ้นเช่นกันหลังจากบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ArkHouse Management และบริษัทจัดการสินทรัพย์ ArkHouse Management รายงานว่าได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์ การจัดการทุนของกลุ่มสินทรัพย์ระดับโลก
คำทำนายวันนี้คือ DXY จะยังคงลดลงต่อไปคณะกรรมการตลาดกลางกลางคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันที่ 5.25% ถึง 5.50% ในวันพุธ จุดสนใจน่าจะอยู่ที่ความคิดเห็นของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการกำหนดตารางเวลาสำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
“เราคาดหวังให้เขาเตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะ (เหนืออัตราเงินเฟ้อ) และนโยบายการเงินจะต้องเข้มงวดขึ้นสักระยะหนึ่ง” นักวิเคราะห์ของ UBS กล่าว ถึงเวลาฟื้นฟูเสถียรภาพราคาแล้ว
ขณะนี้ตลาดกำลังกำหนดราคาโดยมีโอกาสเกือบ 50% ที่ต้นทุนการกู้ยืมจะลดลง หลังจากรายงานการจ้างงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและข้อมูลจากเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่าอัตราการเพิ่มขึ้นประจำปีของราคาหลักอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบสองปี จากข้อมูลของ Investing.com หน่วยงานกำกับดูแลอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐวางแผนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.4% ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ความน่าจะเป็นที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมอยู่ที่ต่ำกว่า 43% เพิ่มขึ้นจาก 53% ในสัปดาห์ที่แล้ว Goldman Sachs (NYSE:GS) เพิ่มการคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกจากสองครั้งในปี 2024 เป็นไตรมาสที่สาม ก่อนหน้านี้บริษัทคาดว่าจะมีการปรับลดพนักงานรอบแรกในเดือนธันวาคมปีหน้า
บริษัทประกันสุขภาพของสหรัฐฯ Cigna (NYSE:CI) ได้ยกเลิกการประมูลเพื่อซื้อกิจการ Humana (NYSE:HUM) ซึ่งเป็นคู่แข่งกัน ตามรายงานของสื่อหลายฉบับ เขาได้บรรลุข้อตกลงที่สร้างบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่มูลค่ากว่า 140 พันล้านดอลลาร์
มีรายงานว่า Cigna และ Humana ไม่สามารถตกลงข้อตกลงทางการเงินได้ ในขณะที่ข้อกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านกฎระเบียบที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการก็เกิดขึ้นเช่นกัน
การเจรจาถูกยกเลิกหลังจาก Cigna ซึ่งตั้งอยู่ในคอนเนตทิคัตประกาศแผนการจัดสรรเงินเพิ่มเติม 10 พันล้านดอลลาร์สำหรับการซื้อคืนหุ้น David Cordani ซีอีโอกล่าวในแถลงการณ์ว่าหุ้นของบริษัท "ถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปอย่างมาก และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการอัดฉีดเงินทุนที่ช่วยเพิ่มมูลค่า"
หุ้นของ Macy (NYSE:M) พุ่งสูงขึ้นเช่นกันหลังจากบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ArkHouse Management และบริษัทจัดการสินทรัพย์ ArkHouse Management รายงานว่าได้ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์มูลค่า 5.8 พันล้านดอลลาร์ การจัดการทุนของกลุ่มสินทรัพย์ระดับโลก
คาดการณ์ว่า DXY จะยังคงลดลงต่อไปในวันนี้กองทัพอากาศสหรัฐฯ โจมตีกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวโจมตีฐานทัพของวอชิงตันในประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้ รัฐบาลอิรักไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าว
นับตั้งแต่ความขัดแย้งในฉนวนกาซาปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อกลุ่มก่อความไม่สงบในอิรักอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์มากกว่า 70 เหตุการณ์ กองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางยังคงถูกโจมตีโดยโดรนและขีปนาวุธโดยกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน
เชื่อกันว่านี่เป็นความพยายามของอิหร่านและผู้รับมอบฉันทะในการกดดันสหรัฐฯ เนื่องจากสนับสนุนอิสราเอลในการติดต่อกับกลุ่มฮามาส พันธมิตรของอิหร่าน
กองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีตอบโต้กองกำลังสนับสนุนอิหร่านในตะวันออกกลางหลายครั้ง รวมถึงการจู่โจมฐานทัพของกลุ่มคาตับฮิซบุลเลาะห์และกองกำลังระดมมวลชนยอดนิยมในอิรักเมื่อเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน รวมถึงการเสียชีวิตของบุคคลด้วย นี่เป็นการโจมตีครั้งแรกของสหรัฐฯ ต่อกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่านในอิรัก






















