DXY Swing Plan – Buy ( 03 Nov – 07 Nov, 2025 )มองว่ากราฟ DXY น่าจะขึ้น โดยมีคำอธิบายละเอียดเป็น Video ตามลิงก์ด้านล่างจ้าา
youtube.com/watch?v=-gy_2Nq9nVU
Swing Plan – Buy ( 03 Nov – 07 Nov, 2025 )
Facebook: Wizard Trading
IG: sunkubbwizardtrading
YouTube: Sun Kubb
TradingView: Wizard_Trading
#DXY
#DXYweeklyforecast
#WizardTrading
#SunkubbWizardTrading
#DXY888
ดัชนีตลาด
เจ.ดี.แวนซ์และผลกระทบตลาดของการสืบทอด การเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันของเจดีแวนซ์เพื่อประธานาธิบดีสามารถทำเครื่องหมายการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับตลาดการเงินถ้าเขาแบ่งจากท่าทางเจ้านายของเขาปัจจุบันในวิธีการควบคุมเศรษฐกิจ.
ก่อนที่จะถูกเลือกเป็นรองประธานของทรัมป์,แวนซ์เป็นที่รู้จักสำหรับฝ่ายค้านของเขาที่จะผูก ในอดีตที่ผ่านมาเขาวิพากษ์วิจารณ์พลังของบริษัทเช่นกูเกิลแอปเปิ้ลและอเมซอนเรียกร้องให้มีการบังคับใช้ต่อต้านการผูกขาด นอย่างต่อเนื่องสำหรับ"งดงามเจ็ด,"ที่ได้ผลักดันมากของผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของเอสแ ในที่สุด,ในระยะยาว,อย่างไรก็ตาม,แบ่งค่าผู้เล่นที่โดดเด่นสามารถจุดประกายนวัตกรรมมาก
ในขณะเดียวกันหนึ่งในแนวโน้มการกำหนดระยะที่สองของทรัมป์ได้รับการลดลงอย่างมีนัยส การเปลี่ยนแปลงในความเป็นผู้นำโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนึ่งแนวโน้มน้อยไปทางนโยบายแ ทองยังอาจใช้ตีและหาระดับราคาระยะกลางต่ำกว่า 44000
Eaw_Neowave อัพเดท SET INDEX TF Monthly ภาพใหญ่ อัพเดท #SET INDEX TF Monthly ภาพใหญ่ที่เคยนับเอาไว้เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564
ยังคงมองเหมือนเดิม หากเรานับคลื่นตอนนี้ราคาคือรูปแบบการพักตัว Standard Corrective wave ประเภท Flat ส่วนจะเป็น Flat ประเภทอะไรยังตอบไม่ได้เพราะคลื่นซียังไม่ได้ถูกเช็คการจบจากแนวโน้มราคาจะเห็นได้ว่าราคาเป็นขาลงหากราคาจะ breakout downtrend line ขึ้นไปได้ราคาจะต้องขึ้นไปยืนเหนือ 1400 จุด หากทำได้มีโอกาสสูงที่ wave-c failure และราคามีโอกาสจะกลับไปเทส 1850 จุดอีกครั้ง ดังนั้น 1400 จุดจึงเป็นแนวต้านสำคัญที่จะชี้อนาคตว่าหุ้นไทยจะกลับสู่ขาขึ้นหรือจะกลับตัวเป็นขาลงต่อไป
ดอลลาร์สหรัฐผันผวน เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ยท่ามกลางความไม่แน่นอน🔹 การคาดการณ์รายสัปดาห์ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ: ดินแดนแห่งความสับสน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยขยับขึ้นเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ถูกคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
อัตราเงินเฟ้อสหรัฐในเดือนกันยายนต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย
---
## 📅 สรุปเหตุการณ์สำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เปิดสัปดาห์ด้วยท่าทีแข็งแกร่ง แม้โมเมนตัมจะอ่อนตัวลงเมื่อเข้าสู่กลางสัปดาห์ แต่ **ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY)** ยังสามารถปิดบวกได้เล็กน้อยใกล้ระดับ **99.00 จุด** เพียงพอที่จะลบการอ่อนค่าของสัปดาห์ก่อนหน้าและรักษาการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดกลางเดือนกันยายน 2025 ได้
แรงหนุนของดอลลาร์กลับมาอีกครั้งหลังจาก **ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ–จีน** ถึงทางตัน ทำให้ตลาดคาดการณ์ถึงความคืบหน้าทางการทูต หลังจากประธานาธิบดี **โดนัลด์ ทรัมป์** ส่งสัญญาณเตรียมพบกับ **สี จิ้นผิง** ในสัปดาห์หน้า
ในขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาความไม่แน่นอนในวอชิงตัน เนื่องจาก **ความเสี่ยงของการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง (shutdown)** ที่ยืดเยื้อยังคงกดดันความเชื่อมั่นของตลาด ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–ยูเครนยังคงอยู่ในพื้นหลัง เช่นเดียวกับการพบปะระหว่างทรัมป์–ปูตินที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
ในตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มชะลอการปรับตัวลง และขยับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของสัปดาห์ บ่งชี้ถึงการพักตัวของแนวโน้มขาลงที่ดำเนินมาในช่วงเดือนก่อนหน้า
---
## 🏦 ท่าทีผ่อนคลายของเฟด (The Fed’s Dovish Tilt)
นักลงทุนเพิ่มเดิมพันว่า **เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องหลายครั้ง** หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดแสดงให้เห็นแรงกดดันด้านราคาที่ลดลงเล็กน้อยในเดือนกันยายน
ข้อมูลจาก **สำนักงานสถิติแรงงาน (BLS)** ชี้ว่า **ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)** เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) สูงกว่าระดับ 2.9% ของเดือนสิงหาคมเล็กน้อย แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ การอ่านค่าที่อ่อนลงนี้ยืนยันมุมมองว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอลง ซึ่งเปิดโอกาสให้เฟดสามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้มากขึ้น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อิงอัตราดอกเบี้ยของเฟดบ่งชี้เกือบแน่นอนว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะ **ลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลงสู่ช่วง 3.75%–4.00%** ในการประชุมวันที่ **29 ตุลาคม**
นอกจากนี้ ตลาดยังให้โอกาสกว่า 95% ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม และมีความเป็นไปได้ประมาณ 55% ที่จะมีการลดอีกครั้งในเดือนมกราคม
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนความมั่นใจเพิ่มขึ้นว่า **เฟดกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนนโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้น** ขณะที่เงินเฟ้อค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้เป้าหมาย 2%
---
## 🏛️ วิกฤติการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4
วิกฤติ **รัฐบาลสหรัฐปิดทำการ (shutdown)** ยืดเยื้อมาจนเข้าสู่วันที่ 24 โดยยังไม่มีสัญญาณของการประนีประนอมระหว่างพรรคการเมือง ทั้งสภาคองเกรสและวุฒิสภายังอยู่ในภาวะชะงักงัน การลงมติครั้งต่อไปถูกเลื่อนออกไปถึงวันอังคาร ซึ่งหลายฝ่ายไม่คาดว่าจะได้ข้อสรุป
นี่คือ **การปิดรัฐบาลครั้งที่ยาวนานเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐ** และหากยืดไปถึงวันที่ **5 พฤศจิกายน** จะกลายเป็นการปิดรัฐบาลที่ยาวที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าสถิติเดิม 35 วันในปี 2018–2019
ผลกระทบเริ่มชัดเจนมากขึ้น — **เจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายแสนคนขาดรายได้**, **บริการสาธารณะดำเนินงานอย่างจำกัด**, และ **ความเชื่อมั่นทางธุรกิจเริ่มสั่นคลอน** นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าการปิดแต่ละสัปดาห์อาจทำให้ GDP ไตรมาสนั้นหดตัวลงเป็นทศนิยม และกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการจ้างงาน
เมื่อวันศุกร์ ความขัดแย้งในวุฒิสภาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อพรรคเดโมแครตปฏิเสธข้อเสนอของรีพับลิกันที่จะจ่ายเงินเฉพาะให้ “พนักงานจำเป็น” ขณะที่รีพับลิกันก็ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่ครอบคลุมพนักงานที่ถูกพักงานด้วย ผลลัพธ์คือทุกฝ่ายยังไม่ได้รับค่าจ้าง เพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีทางออก
---
## 🇺🇸–🇨🇳 ภาษีศุลกากร: ชัยชนะเชิงยุทธวิธีแต่เสี่ยงในระยะยาว
**ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์** เตรียมพบกับ **ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง** ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
การพบกันครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความตึงเครียดทางการค้าและรื้อฟื้นการเจรจาที่หยุดชะงักไปก่อนหน้านี้ โดยจะเป็น **การพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวในเดือนมกราคม** และเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2019
ช่วงเวลานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะ **ข้อตกลงหยุดยิงทางการค้า (truce)** จะหมดอายุในวันที่ **10 พฤศจิกายน** หากทั้งสองฝ่ายไม่ต่ออายุ และทรัมป์ได้กำหนดเส้นตายวันที่ **1 พฤศจิกายน** สำหรับการขึ้นภาษีรอบใหม่ 100%
มาตรการตอบโต้กันระหว่างสองประเทศยังดำเนินต่อไป เช่น **ค่าธรรมเนียมท่าเรือที่สูงขึ้น**, **การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีและแร่หายาก**, รวมถึง **ข้อพิพาทด้านการค้าเกษตร**
นอกเหนือจากเศรษฐกิจแล้ว ประเด็นการเจรจายังครอบคลุมถึง **ไต้หวัน**, **การลักลอบค้ายาเฟนทานิล**, และ **การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคแปซิฟิก** ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพบปะครั้งนี้มีเดิมพันมากกว่าแค่เรื่องการค้า
ในด้านเศรษฐกิจ มาตรการภาษีอาจให้ผลทางการเมืองระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและชะลอการเติบโต แม้บางฝ่ายในรัฐบาลทรัมป์จะมองว่าค่าเงินดอลลาร์อ่อนสามารถช่วยภาคส่งออกได้ แต่ **การย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ (reshoring)** ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือประหยัด และภาษีเพียงอย่างเดียวไม่อาจบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
---
## 💵 แนวโน้มต่อไปของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
การปิดรัฐบาลยังคงสร้าง “ภาพเศรษฐกิจที่พร่ามัว” เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายชุดถูกเลื่อนออกไป ส่งผลให้ตลาดขาดแนวทางชัดเจนเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจจริง
ดังนั้น **การประชุมคณะกรรมการ FOMC สัปดาห์หน้า** และ **การแถลงของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์** จะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา นอกจากนี้ รายงาน **ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence)** ของ Conference Board จะเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ตลาดให้ความสนใจ
หลังการประชุม นักลงทุนจะวิเคราะห์ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างละเอียด เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับ “จุดสมดุล” ระหว่างการชะลอตัวของเงินเฟ้อและตลาดแรงงานที่เย็นลง และผลต่อทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
---
## 📊 มุมมองทางเทคนิค
หากการฟื้นตัวของดอลลาร์ยังต่อเนื่อง **ดัชนี DXY** มีแนวต้านถัดไปที่ระดับ **99.56 (9 ต.ค.)** ก่อนจะเจอกับแนวต้านใหญ่ที่ **100.26 (1 ส.ค.)** หากทะลุผ่านได้ อาจกลับไปทดสอบระดับสูงสุดของเดือนพฤษภาคมที่ **100.54–101.97**
ด้านแนวรับสำคัญอยู่ที่ **98.03 (17 ต.ค.)** หากหลุดระดับนี้ มีโอกาสอ่อนต่อถึง **96.21 (17 ก.ย. 2025)** และฐานเดิมในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ที่ **95.13** หรือแม้แต่จุดต่ำสุดของปี 2022 ที่ **94.62**
ขณะนี้ดัชนีซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวทั้ง 200 วัน (100.72) และ 200 สัปดาห์ (103.26) ซึ่งยังคงรักษาแนวโน้มขาลงโดยรวมไว้
อย่างไรก็ตาม **สัญญาณโมเมนตัมเริ่มเป็นบวก** โดยค่า RSI อยู่เหนือระดับ 57 แสดงถึงแรงซื้อที่ยังคงอยู่ ส่วนค่า ADX ที่ระดับ 19 บ่งชี้ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
---
## ⚖️ บทสรุป
แนวโน้มระยะสั้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงไม่ชัดเจน แม้เฟดจะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองลดลง แต่ตลาดยังคงเดิมพันต่อไปว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ท่ามกลางปัจจัยลบหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงจากภาษี การขยายตัวของหนี้ภาครัฐ ความตึงเครียดทางการค้า และการปิดรัฐบาลที่ยืดเยื้อ
แม้ดอลลาร์จะสามารถดีดกลับได้เป็นช่วง ๆ แต่ก็มักไม่สามารถรักษาแรงหนุนไว้ได้ยาวนาน
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่าแนวโน้มหลักเป็นขาลงต่อไป — ไม่ใช่การร่วงแรงทันที แต่เป็นการค่อย ๆ อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
SET50 20/10/25Summary
ราคามีการปรับตัวลงมาในระดับ 1266.38 โดยชุดที่ลงมามีโอกาศเป็นทั้ง 1 of c หรือเป็นคลื่น c of flat โดยถ้าหากชุดที่ลงมาเลยเป็น c ของ flat อาจจะเป็นเพียงแค่ W แต่แนวโน้มหลักยังคงมองเป็น 1 of c และยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
Primary Count
Flat Corrective
Intermediate Degree : Wave B (processing)
Minor Degree : Wave C (processing)
Invalid level : 1317.80
Alternate Count
Combination
Minor Degree : Wave W (Processing)
Invalid : 1342.07
ฝึกอ่านกราฟหาจุดเข้าให้คมที่สุดดูหุ้นหน่อยดีกว่า
คนเราจะชอบอะไรที่เกี่ยวกับคำว่า ใกล้จะ เกือบจะ
พอเห็นคำนี้จะเกิดกิเลส นี่ตุลาแล้วน้า อีกสองเดือนก็จะ
สิ้นปีแล้วน้า ต้องขึ้นให้ได้ถึง2000น้า ต้องสร้างเรื่อง
ประโคมข่าวได้แล้วน้า มันคือส่วนหนึ่งของกิเลสมนุษย์
มนุษย์ไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดก็ต้องหลุดพ้นจาก
การละซึ่งกิเลสให้ได้ ละซึ่ง รูป รส กลิ่น เสียง ให้ได้
หลักกราฟและหลักพุทธ คือตัวเดียวกัน แก่นของกราฟคือแก่นของพุทธศาสตร์
บอกแล้วให้แล้วนะครับ คิดได้ก็ได้ไปคิดไม่ได้ก็อยู่ในแมคทริคต่อไป มุกขำๆนะครับไม่มีใครไปสู่นิพพานได้หรอกมันยาก ทำได้อย่างเดียวคือฝึกตนเป็นคนดีของสังคมแล้วไปเป็นเทวดา หมดบุญก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อสร้างความดีก็กลับไปสวรรค์เผลอกลับมาลืมวิธีทำกรรมดีก็ทำกรรมชั่ว เป็นสแกมเมอร์ มิจฉาชีพ ตายไปยังไม่ทันสั่งเสียก็ธรณีสูบเป็สัตว์นรกทนทุกข์ทรมานแสนชาติ
Global Market Sentiment: ภาพรวมตลาดหุ้นโลก🧭 สรุปภาพรวม:
ตลาดการเงินโลกในช่วงนี้ยังอยู่ในภาวะ “พักฐานเชิงเทคนิค” มากกว่าการเปลี่ยนเทรนด์ครั้งใหญ่ โดยเราสามารถแบ่งภาพออกเป็น 3 กลุ่มหลักจากการวิเคราะห์ EMA Quadrants และ MACD Matrix:
1️⃣ กลุ่มที่ยังอยู่ในภาวะ Uptrend ต่อเนื่อง (Momentum แข็งแรง)
ดัชนีอย่าง NIFTY, GT50, Nikkei225, VNINDEX ยังคงยืนเหนือเส้น EMA20 ทั้งในมุมระยะสั้น (1D) และระยะกลาง (1W) พร้อมโมเมนตัม MACD ที่ยังเป็นบวก → สะท้อนถึงแรงซื้อต่างชาติที่ยังเข้าต่อเนื่อง และภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ชะลอตัวในภูมิภาคเอเชีย
✅ กลยุทธ์:
นักลงทุนระยะกลาง: สามารถ “ถือต่อ” หรือ “ทยอยเพิ่มพอร์ต” ได้ในสินทรัพย์กลุ่มนี้ โดยเน้นการ “ตามเทรนด์”
นักลงทุนระยะสั้น: ใช้จังหวะพักตัวย่อเพื่อ “เข้าเพิ่ม” เมื่อ MACD ยังคงอยู่เหนือศูนย์
2️⃣ กลุ่มที่เข้าสู่ช่วง Uptrend Pausing / Neutral (เริ่มชะลอแรง)
ดัชนีหลักอย่าง SET, DAX, STOXX50, UKX เริ่มเห็นสัญญาณ “แรงซื้อแผ่ว” อยู่บริเวณแกนกลางของ Quadrant → EMA ยังไม่เสีย แต่ MACD เริ่มอ่อนตัวหรือแกว่งใกล้ศูนย์
⚠️ กลยุทธ์:
ระยะกลาง: “ถือรอดูทิศทาง” หากราคาไม่หลุด EMA20 แนวโน้มยังเป็นขาขึ้น
ระยะสั้น: เน้น “เทรดสั้นตามกรอบ” และตั้ง Stop Loss ให้ใกล้แนว EMA เพื่อป้องกันการกลับตัวลง
3️⃣ กลุ่มที่อยู่ในภาวะ Downtrend / Weak Momentum
ตลาดบางแห่ง เช่น HSI, IDX30, BTCUSD ยังคงอยู่ใต้ EMA20 และมีสัญญาณ MACD ติดลบ → แรงขายยังคงกดดัน ราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนโซนบวกได้
🔻 กลยุทธ์:
นักลงทุนระยะกลาง: หลีกเลี่ยงการ “รับมีดตก” จนกว่าจะเห็นสัญญาณ reversal ชัดเจน
นักลงทุนระยะสั้น: สามารถ “เก็งกำไรฝั่ง Short” หรือ “รอจังหวะ Break EMA” ก่อนเข้าซื้อ
💡 สรุปกลยุทธ์เชิงภาพรวม (Global Playbook)
📈 Trend Follower: โฟกัสในตลาดที่ยังอยู่ Quadrant ขวาบน (Uptrend) และทยอยเพิ่มน้ำหนัก
⚖️ Neutral Trader: ในตลาดที่อยู่ใกล้จุดแกนกลาง เน้นรอดู breakout เพื่อเลือกทิศ
🩹 Defensive: ตลาดที่อยู่ Quadrant ล่างซ้าย (Downtrend) ให้ถือเงินสดหรือเข้าเก็งกำไรสั้นฝั่งตรงข้าม
📊 ภาพรวม sentiment ช่วงนี้ บ่งชี้ว่าตลาดยัง “ไม่เข้าสู่รอบขาลงใหญ่” แต่มีแรงซื้อกระจุกตัวในบางภูมิภาค (เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น เวียดนาม) ขณะที่ตลาดหลักในยุโรปและสหรัฐฯ อยู่ในโหมด “ชะลอโมเมนตัม” ซึ่งมักเป็นสัญญาณเตือนว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงเลือกข้าง
DXY 13/10/25Primary count
Intermediate Drgree : W.5 (processing)
Minor Degree : W.(a) or (w) (Processing)
📌 ภาพรวม (Summary)
ในภาพขนาดใหญ่ยังคงให้แนวโน้มหลักเป็นขาลงในรูปแบบ Diagonal โดยคาดหวังการปรับตัวลงแบบ Corrective Wave เป้าหมายราคาที่มีความน่าสนใจคือ 96.218-95.555 แต่หากราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100.086 อาจจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมอง
Scenario
Primary Count : Wave 4(minor) จบแล้วที่ 99.563 และกำลังลง Wave 5(minor) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 96.218-95.555 หากราคามีการปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100.086 หรือต่ำกว่า 95.556 แผนนี้จะ Invalid ทันที
Alternate Count : Wave 5(inter-) จบไปแล้วที่บริเวณ 96.218 และกำลังฟอร์มตัวเป็น Impulse ขาขึ้นชุดใหม่
SET 50 13/10/25📌 ภาพรวม (Summary)
ราคามีแนวโน้วว่าจบคลื่น A-(primary) ในระดับราคา 1312.46 และราคาได้มีการปรับตัวออกข้างโดยมีการทำจุดสูงสุดที่ 1317.80 ซึ่งก่อนหน้านั้นราคามีการพักตัวในลักษณะ 3 คลื่นทำให้ชุดล่าสุดที่ราคาได้สร้างไว้อาจมองเป็น corrective แบบ side way ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะเป็นโครงสร้างแบบไหน แต่ให้สมมุติฐานหลักเป็น expanded flat แล้ว alternate count เป็น triangle ก่อน
Key Fibonacci Retracement Zones (Potential Support)
ระดับราคาที่มีความน่าสนใจ โดยวัดจากคลื่น A
23.6% - 1246.32
38.2% - 1207.05
ซึ่งทั้งสองเป็นเป้า retracement ระดับพื้นฐาน
Scenario ปัจจุบัน
Primary Count (Preferred)
Primary wave A ได้จบแล้วที่ 1312.46
ปัจจุบันอยู่ใน Primary wave B โดยมีการพักฐานแบบ Expanded Flat และในคลื่นที่พักตัวลงมาจะเป็นการเปิด Gap โดยในน้ำหนักไปทาง Breakaway Gap ซึ่งเป็นเหตุผลที่เลือก Expanded falt เป็นทางเลือกหลัก
Alternate Count
หากราคามีการปรับตัวออกข้างต่อไปอีกโดยที่ไม่เลยจุดเริ่มต้นของคลื่น B ก็อาจจะสามารถฟอร์มตัวเป็น Triangle ได้
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" 24-09-25 มาดูภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังวิ่งเข้าหา "RED ZONE" ตลาดหมดแรง พักตัว -34 จุด โดยประมาณ ก็มากพอที่จะทำให้ นักลงทุนกังวลใจ หรือ อาจขาดทุนหนักได้ในตลาดฟิวเจอร์ หากคุณเทรดตามข่าวชี้ชวนว่าเงินกำลังไหลท่วมตลาด อย่าช้าเดี๋ยวตกรถ! ตามสื่อ หรือ กูรูว่า
ตลาดหุ้นก็เหมือนสงคราม การข่าวโจมตีใจ ให้ไขว้เขว หลงทิศผิดทาง ถูกนำมาใช้เสมอ เค้าจะขาย ก็ต้องมาหาคนมาซื้อ เค้าจะซื้อ ก็ต้องกดตลาดให้ลงต่ำ เป็นเช่นนี้เสมอมา
ขออธิบายภาพนี้ด้วย เทคนิคอล ฟันดาเมนทอล และฟันด์โฟลว์ นะครับ
#เทคนิคอล
1. ความหมายของ "RED ZONE" ผมขออธิบายด้วย Fibonacci Extension นักเทคนิคอลจะทราบดีว่า เมื่อมันทะลุ 100% กรอบที่ไปต่อได้ยาก คือ 127.2-161.8 (ดูวงรอบ ABCDE) คุณจะเห็น E เข้ามาในกรอบ "RED ZONE" พอดี แล้วหมดแรง
2. หมดแรงแล้วถดถอย วัดระยะ ด้วย Fibonacci สีม่วง และกระจุกของราคาที่ผ่านมาในอดีต จะได้ระยะพักตัวในกรอบ 1250.91-1259.31-1268.13-1274.13* ข้อมูลสิ้นวัน 23.9 ปิดหลุด 1274.13 โดยปิดที่ 1273.20
เน้นว่าเราทำได้แค่วางกรอบราคา ส่วนการเข้าไปช้อนไปซื้อ มันจะต้องเกิดการ "ปฏิเสธการขาย" ในโซนนี้เท่านั้น หากไม่เห็น "ลงหมดแรง" มีกี่แนวมันก็ลงทะลุหมด!
วิธีดูง่ายๆ สถาบัน ต่างชาติ โบรก เค้าหยุดขายหรือยัง! หรือ รวมหัวกันขายใส่รายย่อย
3. อย่าใช้เทคนิคอล แบบ "หมอดู" คือ กางโซนราคา ใส่จินตนาการเข้าข้างสถานะที่ตนเองมีลงไป แล้วก็ไปทึกทักเอาเองว่า ฉันจะรับ จะซื้อตรงนี้ แล้วมันจะเด้ง
ผมอยากจะแชร์ว่า ที่เราเห็นเค้านิยมทำกัน
เพราะมันดูเก่ง บอกตัวเลขล่วงหน้า ว่าไปรับตรงนี้ แล้วจะเด้ง ไม่ต่างจากวิธีที่ "หมอดู" ทำกัน.........แต่คนตายไม่ได้พูด นั่นก็คือ คนที่ไปทยอยรับแล้วไม่เด้ง สุดท้ายก็จะเด้งออกจากตลาดไป เพราะหมดตัว! โดยเฉพาะตลาดฟิวเจอร์
เราควรทำความเข้าใจกันใหม่ เรื่องแนวรับ-แนวต้าน กันเสียที ไม่ใช่ไปบอกแนว ให้คนที่มาดูแค่ตัวเลขแล้วไปซื้อ ไปขาย ตามแนว
อ้างอิง ตำราต่างประเทศ เค้าจะบอกว่า แนวรับต้าน นั้นจะมีนัยสำคัญแท้จริง ก็ต่อเมื่อมันเกิด "REJECT" การ ปฎิเสธซื้อหรือขาย ตรงแนวนั้นๆเท่านั้น
#ฟันดาเมนทอล
1. ขอนำ PE-BAND มากาง เราจะได้ ข้อมูลว่า โซน -1SD ของตลาดหุ้นไทยมีค่า 15.26x หากย้อนดูในรอบหลายปี เมื่อดัชนีวิ่งมาแถวๆนี้ ก็มักไปต่อไม่ค่อยได้ ต้องพักตัว หรือ กลับตัวลงไป ซึ่งไม่ว่าแบบไหน ทางขึ้นจะถูก "PAUSE" ไว้ก่อน
PE ตลาด สิ้นวัน 23.9 คือ 16.66x ก็ไม่แปลกที่มันจะพักตัว
#ฟันด์โฟลว์
1. ดูได้ไม่ยากจาก USDTHB ดีดจาก LOW 31.6x มาแถวๆ 31.8x-31.9x นั่นคือการเปลี่ยนแนวโน้มจากแข็งค่าไปอ่อนค่า แบบเร็วและแรง มันมีผลให้เงินไหลออก จากตลาดหุ้น ตลาดบอนด์ และตลาดฟิวเจอร์ เพราะเค้าหนีการขาดทุนจาก "อัตราแลกเปลี่ยน"
2. ให้เฝ้าระวัง USDTHB & DXY ดูไปด้วยกัน หาก USDTHB ทะลุ 32 ได้เมื่อไหร่ เงินจะไหลออกรุนแรง
3. โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่เกิด แต่รอให้เกิดก็ไม่ทันแล้ว....นักลงทุนต้องอ่านตลาดไปข้างหน้าเสมอครับ แต่ไม่ใช่แบบ "หมอดูทำนาย" ตื่นเต้น ตูมตาม ขายคอนเทนต์ได้ แต่ความเสียหายเกิดกับผู้ไม่รู้
มิก//@version=5
indicator("IQ Option Signals (1m) — Multi-Indicator", overlay=true)
// -------------------- Inputs --------------------
use_hl2 = input.bool(true, "Use HL2 for calculations?")
// EMA
ema_fast_len = input.int(5, "EMA Fast")
ema_slow_len = input.int(20, "EMA Slow")
// RSI
rsi_len = input.int(14, "RSI Length")
rsi_overbought = input.int(70)
rsi_oversold = input.int(30)
// Bollinger Bands
bb_len = input.int(20)
bb_dev = input.float(2.0)
// MACD
macd_fast = input.int(12)
macd_slow = input.int(26)
macd_signal = input.int(9)
// Min signals to confirm
min_signals = input.int(2, "Min confirming signals")
// -------------------- Price --------------------
price = use_hl2 ? hl2 : close
// -------------------- Indicators --------------------
ema_fast = ta.ema(price, ema_fast_len)
ema_slow = ta.ema(price, ema_slow_len)
rsi = ta.rsi(price, rsi_len)
basis = ta.sma(price, bb_len)
dev = bb_dev * ta.stdev(price, bb_len)
bb_upper = basis + dev
bb_lower = basis - dev
= ta.macd(price, macd_fast, macd_slow, macd_signal)
macd_buy = ta.crossover(macdLine, signalLine)
macd_sell = ta.crossunder(macdLine, signalLine)
// -------------------- Build signals --------------------
bull_signals = 0
bear_signals = 0
// EMA trend
if ema_fast > ema_slow
bull_signals += 1
else
bear_signals += 1
// RSI
if rsi < rsi_oversold
bull_signals += 1
if rsi > rsi_overbought
bear_signals += 1
// Bollinger breakout
if close > bb_upper
bull_signals += 1
if close < bb_lower
bear_signals += 1
// MACD
if macd_buy
bull_signals += 1
if macd_sell
bear_signals += 1
// -------------------- Decide signal --------------------
show_buy = bull_signals >= min_signals and bull_signals > bear_signals
show_sell = bear_signals >= min_signals and bear_signals > bull_signals
getRiskText(count) =>
count >= 3 ? "เสี่ยง: ต่ำ (Low Risk)" :
count == 2 ? "เสี่ยง: กลาง (Medium Risk)" :
"เสี่ยง: สูง (High Risk)"
// -------------------- Plot --------------------
plot(ema_fast, color=color.new(color.green, 0), title="EMA Fast")
plot(ema_slow, color=color.new(color.red, 0), title="EMA Slow")
plot(bb_upper, color=color.new(color.orange, 50), title="BB Upper")
plot(bb_lower, color=color.new(color.blue, 50), title="BB Lower")
// Arrows
plotshape(show_buy, title="Buy Arrow", style=shape.triangleup, location=location.belowbar, color=color.green, size=size.normal, text="CALL")
plotshape(show_sell, title="Sell Arrow", style=shape.triangledown, location=location.abovebar, color=color.red, size=size.normal, text="PUT")
// Labels with risk
if show_buy
label.new(bar_index, low - tr*0.5, text=getRiskText(bull_signals) + " Call 1m", style=label.style_label_up, color=color.new(color.green, 0), textcolor=color.white)
if show_sell
label.new(bar_index, high + tr*0.5, text=getRiskText(bear_signals) + " Put 1m", style=label.style_label_down, color=color.new(color.red, 0), textcolor=color.white)
// -------------------- Optional: Signal Table --------------------
var table t = table.new(position.top_right, 1, 3)
if barstate.islast
table.cell(t, 0, 0, "Bull signals: " + str.tostring(bull_signals), text_color=color.green)
table.cell(t, 0, 1, "Bear signals: " + str.tostring(bear_signals), text_color=color.red)
table.cell(t, 0, 2, "Risk: " + (show_buy ? getRiskText(bull_signals) : show_sell ? getRiskText(bear_signals) : "N/A"))
Vvvimport time
from datetime import datetime
import pandas as pd
import numpy as np
import ta
from iqoptionapi.stable_api import IQ_Option
from telegram import Bot
# ====== CONFIG ======
IQ_EMAIL = "you@example.com"
IQ_PASSWORD = "yourpassword"
BOT_TOKEN = "123456:ABC-DEF..." # Telegram bot token
CHAT_ID = "987654321" # your chat id
SYMBOL = "EURUSD" # ตัวอย่าง
TIMEFRAME = 60 # 60s candles => 1 minute
CANDLES = 100
MIN_CONFIRMS = 3
# Connect Telegram
bot = Bot(token=BOT_TOKEN)
# ===== indicator functions =====
def hl2(high, low):
return (high + low) / 2.0
def get_signals_from_df(df):
# df must have columns: 'from', 'open', 'close', 'min','max','volume'
price = (df + df )/2.0 # hl2
close = df
high = df
low = df
# EMA
emaF = ta.trend.ema_indicator(close, window=5)
emaS = ta.trend.ema_indicator(close, window=20)
# MACD
macd = ta.trend.MACD(close, window_slow=26, window_fast=12, window_sign=9)
macd_line = macd.macd()
macd_sig = macd.macd_signal()
# RSI
rsi = ta.momentum.rsi(close, window=14)
# Bollinger
bb = ta.volatility.BollingerBands(close, window=20, window_dev=2)
bb_high = bb.bollinger_hband()
bb_low = bb.bollinger_lband()
# S/R simple
sr_len = 20
sr_high = close.rolling(sr_len).max().iloc
sr_low = close.rolling(sr_len).min().iloc
# last bar
i = -1
bull = 0
bear = 0
# EMA trend
if emaF.iloc > emaS.iloc :
bull += 1
else:
bear += 1
# MACD cross
if macd_line.iloc > macd_sig.iloc and macd_line.iloc <= macd_sig.iloc :
bull += 1
if macd_line.iloc < macd_sig.iloc and macd_line.iloc >= macd_sig.iloc :
bear += 1
# RSI
if rsi.iloc > 50:
bull += 1
elif rsi.iloc < 50:
bear += 1
# Bollinger breakout
if close.iloc > bb_high.iloc :
bull += 1
if close.iloc < bb_low.iloc :
bear += 1
# re-test (previous close near EMA or SR then bounce)
prev_close = close.iloc
tol = 0.0015
try:
if (prev_close <= emaF.iloc and close.iloc > emaF.iloc ) or (abs(prev_close - sr_low) <= sr_low*tol and close.iloc > sr_low):
bull += 1
except:
pass
try:
if (prev_close >= emaF.iloc and close.iloc < emaF.iloc ) or (abs(prev_close - sr_high) <= sr_high*tol and close.iloc < sr_high):
bear += 1
except:
pass
# candle strength
body = close.iloc - df .iloc
if body > (df .iloc - df .iloc ) * 0.25:
bull += 1
if body < -(df .iloc - df .iloc ) * 0.25:
bear += 1
# decide
show_buy = (bull >= MIN_CONFIRMS) and (bull > bear)
show_sell = (bear >= MIN_CONFIRMS) and (bear > bull)
# risk text
def risk_text(c):
if c >= 5:
return "เสี่ยง: ต่ำ (Low)"
if c >= 3:
return "เสี่ยง: กลาง (Med)"
return "เสี่ยง: สูง (High)"
return {
"buy": show_buy,
"sell": show_sell,
"bull_count": bull,
"bear_count": bear,
"risk": risk_text(bull if show_buy else bear)
}
# ===== main loop =====
def main():
Iq = IQ_Option(IQ_EMAIL, IQ_PASSWORD)
Iq.connect()
if not Iq.check_connect():
print("Login failed")
return
print("Connected")
while True:
try:
candles = Iq.get_candles(SYMBOL, TIMEFRAME, CANDLES, time.time())
df = pd.DataFrame(candles)
# columns: 'from','at','open','close','min','max','volume' depending on API version
# ensure columns present:
if 'close' not in df.columns:
time.sleep(5)
continue
df = pd.to_datetime(df , unit='s')
df.set_index('from', inplace=True)
res = get_signals_from_df(df)
t = datetime.now().strftime("%Y-%m-%d %H:%M:%S")
if res :
text = f"🔺 CALL 1m | {SYMBOL} | {t} {res } | confirmations: {res }"
bot.send_message(chat_id=CHAT_ID, text=text)
print(text)
elif res :
text = f"🔻 PUT 1m | {SYMBOL} | {t} {res } | confirmations: {res }"
bot.send_message(chat_id=CHAT_ID, text=text)
print(text)
else:
print(f"{t} - No strong signal ({res }/{res })")
# wait until next candle close (align approx)
sleep_sec = 60 - datetime.utcnow().second
time.sleep(sleep_sec + 0.5)
except Exception as ex:
print("Error:", ex)
time.sleep(5)
if __name__ == "__main__":
main()
SET Index มุมมองรายสัปดาห์ 15–19 ก.ย. 2025📊 Technical
ดัชนียังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง หลังรีบาวด์จาก 1,050 จุด มายืนเหนือ 1,300 จุด
แนวต้านสำคัญ: 1,310–1,325 ถ้าผ่านได้เป้า 1,350–1,380 และ 1,400
แนวรับใกล้: 1,305–1,300 / แนวรับหลัก: 1,280–1,270 และ 1,240
RSI ใกล้เขต Overbought ต้องระวังการพักฐานสั้น ๆ
Fundamental
ปัจจัยในประเทศ- คาดหวังการเบิกจ่ายงบและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, บาทแข็งหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า
ปัจจัยต่างประเทศ-ตลาดรอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐและท่าทีเฟด, น้ำมันทรงตัวระดับสูงหนุนกลุ่มพลังงานแต่กดต้นทุนบางอุตสาหกรรม, จีนออกมาตรการประคองเศรษฐกิจหนุนการท่องเที่ยวไทย
กลยุทธ์เทรด
เหนือ 1,325 เล่นBreakout เป้า 1,350–1,380
ในกรอบ 1,300–1,325 = Buy on Dip รอเข้าที่ 1,305–1,300 และ 1,280–1,270
หลุด 1,270 = ลดเสี่ยง/ปรับ Defensive Mode
หมายเหตุ
Buy on Dip= กลยุทธ์ รอให้ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับก่อน แล้วค่อยเข้าซื้อ
MACD Quadrant Matrix — จับจังหวะหุ้นใหญ่ได้ในภาพเดียวQ1 — แนวโน้มแข็งแรง (ขาขึ้นชัด)
หุ้นในควอแดรนท์ขวาบน
มีโมเมนตัมระยะสั้นบวกแรง
และแนวโน้มใหญ่เป็นขาขึ้น
มักเป็นผู้นำรอบใหม่ของตลาด
ตัวอย่างจากกราฟ:
GOOGL
TSLA
LLY
🟢 แนวโน้ม: กำลังเร่งตัวขึ้น มีโอกาสทำจุดสูงใหม่
🟡 Q2 — แนวโน้มเริ่มฟื้น (กำลังเร่งตัว)
หุ้นในควอแดรนท์ขวาล่าง
โมเมนตัมระยะสั้นเริ่มบวก
แนวโน้มใหญ่ยังไม่ชัด แต่มีสัญญาณฟื้น
หากแรงซื้อสานต่อจะย้ายขึ้น Q1
ตัวอย่างจากกราฟ:
META
AAPL
BRK.B
🟡 แนวโน้ม: อยู่ในช่วงฟื้นตัว หากโมเมนตัมต่อเนื่องจะกลับเป็นขาขึ้น
🔵 Q3 — แนวโน้มชะลอ (พักตัวในเทรนด์ขาขึ้น)
หุ้นในควอแดรนท์ซ้ายบน
แนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้น
แต่โมเมนตัมเริ่มลดลง
อาจเป็นการพักเพื่อสะสมกำลัง
ตัวอย่างจากกราฟ:
(ปัจจุบันในกราฟยังไม่เห็นมีใน Q3)
🔵 แนวโน้ม: ยังเป็นขาขึ้น แต่แรงส่งลดลง ควรเฝ้าระวัง
🔴 Q4 — แนวโน้มอ่อนแรง (ขาลง/ปรับฐาน)
หุ้นในควอแดรนท์ซ้ายล่าง
ทั้งโมเมนตัมระยะสั้นและแนวโน้มใหญ่เป็นลบ
มีกระแสเงินไหลออกชัดเจน
มักเป็นช่วงปรับฐานหรือขาลงจริง
ตัวอย่างจากกราฟ:
MSFT
NVDA
AMZN
🔴 แนวโน้ม: ขาลง / อ่อนแรง ควรหลีกเลี่ยงหรือลดน้ำหนักลงทุน
📌 สรุปง่าย ๆ:
ขวาบน = ผู้นำตลาด (Uptrend)
ขวาล่าง = เริ่มฟื้น (Early Uptrend)
ซ้ายบน = เริ่มแผ่ว (Late Uptrend)
ซ้ายล่าง = ขาลง (Downtrend)
ออราเคิลไฟกระชากมิ้นท์ใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดคน&เทรดเดอร์ตา 50 บิ...ออราเคิลไฟกระชากมิ้นท์ใหม่ที่ร่ำรวยที่สุดคน&เทรดเดอร์ตา 50 บิตต่อวินาทีตัด
หุ้นของออราเคิลเพิ่มขึ้น 35%หลังจากที่รายงานไฟกระชากในการจองเมฆได้แรงหนุนจากควา การชุมนุมขับเคลื่อนซีอีโอแลร์รี่เอลลิสันเหนืออีลอนชะมดไปด้านบนของการจัดอันดับความมั่ง
ในทางตรงกันข้ามแอปเปิ้ลลดลง 3%ในขณะที่ไอโฟน 17 เปิดตัวล้มเหลวในการสร้างความประทั 3,ซึ่งสามารถแปลภาษาในเวลาจริง,ได้สร้างบางฉวัดเฉวียนและความตื่นเต้นแม้ว่า.
0.1%ในเดือนสิงหาคมท้าทายความคาดหวังสำหรับการเพิ่มขึ้น 0.3%
ดัชนีราคาผู้บริโภคในวันพฤหัสบดี(ดัชนีราคาผู้บริโภค)รายงาน.
มเข้มแข็งการเก็งกำไรว่าธนาคารกลางสหรัฐสามารถส่งมอบที่มีขนาดใหญ่กว่าที่คาดไว้ 50
MACD Quadrant – จับตา 10 หุ้นใหญ่สหรัฐฯMACD Quadrant Matrix เพื่อจัดกลุ่มหุ้นใหญ่ (US Majors) ออกเป็น 4 Quadrants ตามพลังขาขึ้น/ขาลง
🔹 Q1 (Strong Uptrend) → หุ้นที่ MACD และ Momentum อยู่ในโซนแข็งแรง เช่น GOOGL, AAPL, TSLA → สะท้อนว่ากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่อง
🔸 Q2 (Uptrend Pausing) → หุ้นที่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่เริ่มชะลอ เช่น META → อาจต้องรอจังหวะยืนยันแนวโน้ม
🔻 Q3 (Downtrend Pausing) → หุ้นที่เพิ่งหลุดลงมา อาจกำลังพักตัว
🔴 Q4 (Full Downtrend) → หุ้นที่ MACD ติดลบชัดเจน เช่น MSFT, NVDA → ควรระวังแรงขายต่อเนื่อง
สรุป: ตอนนี้หุ้นเทคใหญ่ส่วนหนึ่งยังยืนใน Q1 (เป็นแรงหนุนตลาด) แต่ต้องจับตาหุ้นที่หลุดไป Q4 อย่าง MSFT, NVDA ว่าจะเป็นการปรับฐานชั่วคราวหรือการกลับตัวระยะกลาง
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นทำ All time high𝐊𝐒_𝐖𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐲: ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นทำ All time high หลังนายกอิชิบะประกาศลาออก & GDP 2Q25 ทบทวนใหม่จาก +1% เป็น +2.2%
• ดัชนี Nikkei และ Topix ขึ้นสู่ระดับ All time high จากสองปัจจัยบวก
1) นายกชิเงรุ อิชิบะ ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค LDP ภายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งสภาสูงเมื่อปลายเดือน ก.ค. และการเสร็จสิ้นภารกิจการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เปิดทางหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่อาจจะเป็น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งเคยเป็นผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรค LDP กับอิชิบะในช่วง ก.ย. ปี 2024 โดยเธอคนนี้เป็นสายกระตุ้นเศรษฐกิจตามแบบฉบับ Abenomics ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ การลดภาษี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นสายสนับสนุนให้ BOJ ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
2) GDP 2Q25 รอบ Final ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก +1% QoQ เป็น +2.2% QoQ โดยหลักๆ เป็นการปรับเพิ่มในส่วนของการบริโภคจาก +0.6% เป็น +1.6% สูงสุดในรอบ 3 ไตรมาส สอดคล้องกับการเติบโตของค่าจ้างที่ +2.5% เร่งตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 7 เดือน
💡 𝐈𝐦𝐩𝐥𝐢𝐜𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧
• เราคงมุมมอง 𝐒𝐥𝐢𝐠𝐡𝐭𝐥𝐲 𝐎𝐯𝐞𝐫𝐰𝐞𝐢𝐠𝐡𝐭 ในหุ้นญี่ปุ่น และแนะนำซื้อ 𝐊-𝐉𝐏-𝐀(𝐃) สำหรับการลงทุนในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยมีธีมหลักคือ การเปลี่ยนผ่านจาก 𝐃𝐞𝐟𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 𝐭𝐨 𝐈𝐧𝐟𝐥𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧; 𝐃𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 𝐭𝐨 𝐑𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐧𝐠 หนุนโดยค่าจ้างที่เข้าสู่วัฎจักรของการเติบโต กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีต่อเนื่องตามกระแส AI โลก ขณะที่กลุ่มธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ที่เติบโตดีมากในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 อีกทั้งยังมีแรงหนุนจากกลุ่มยานยนต์นักวิเคราะห์เริ่มปรับประมาณการกำไรขึ้น นอกจากนี้หุ้นญี่ปุ่นยังมีมูลค่าที่ค่อนข้างถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นโลกที่ไม่รวมสหรัฐฯ (ACWI ex U.S.)
𝐊𝐒 𝐖𝐞𝐚𝐥𝐭𝐡 𝐒𝐭𝐫𝐚𝐭𝐞𝐠𝐲
05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price 05-09-25 หยิบดัชนี SET มาส่องด้วยหลักการ Fibonacci Time&Price ของ Robert Minor
หยิบ Price หรือ ราคามาดูก่อน เราจะพบว่าจาก
Hi@1506.82 ของวันที่ 18-10-2024 ลงมายัง
Lo@1053.79 ของวันที่ 23-06-2025 ตรงนั้น Pbv = 1
ฟื้นตัวมาทดสอบแนว 50%@1280.30 ค่าจริง 1283.55 ของวันที่ 14-08-25
จากนั้นหมดแรง ลงมากอง "SIDEWAY" ในกรอบ 50 จุด 1229.33-1280.30 ตามภาพ คำว่า SIDEWAY คือ ไม่ไปไหน เดินทางในกรอบ แกว่งขึ้นๆ ลงๆ เราอาจได้ยินนักวิเคราะห์แนะนำว่า ก็ขึ้นขาย ลงซื้อไงล่ะ...แต่เอาจริงๆ พอขึ้นเค้าให้เราไล่ซื้อ พอแดงเค้าก็อ่านว่าลง ไปเสียนั่นล่ะครับ
หยิบ Time หรือ เวลามาดู เราจะพบโซนเวลาสำคัญ
8.8 คือ Time Projection ที่ 161.8% ก็คือ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ใน SET จะเห็นไม่ชัดเท่า SET50 และ S50U25 คุณจะเห็นว่า Hi เกิดตรงนั้นพอดีแล้วหมดแรงขึ้น
9.9 คือ Time Projection ที่ 261.8% ก็คือ 9 กันยายน ที่กำลังจะมาถึง ตามความหมายของ Fibonacci Time แล้ว มักจะมี EVENT สำคัญๆเกิดขึ้นในช่วงนั้น ไม่ในประเทศ ก็ ต่างประเทศ ก็ลองไปตรวจสอบกันดูครับว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง
แล้วต้องทำอะไรยังไง? ก็ขึ้นขาย-ลงซื้อแบบที่เค้าชอบพูดกันก็พอทำได้ โดยเฉพาะการเทรดฟิวเจอร์
ส่วนหุ้นนั้นรอตลาดพักตัวก่อนดีกว่าจะเข้าไปซื้อๆขายๆ
________________________________________
ขอเล่าเรื่อง Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor แถมท้าย ดังนี้ครับ
________________________________________
Fibonacci Time & Price คืออะไร?
Fibonacci Time & Price ของ Robert Minor เป็นแนวคิดการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ใช้ อัตราส่วน Fibonacci (0.382, 0.50, 0.618, 1.0, 1.618, 2.618 ฯลฯ) เพื่อทำนายจุดกลับตัว (reversal points) ของราคาและเวลาในตลาดการเงิน แนวคิดนี้เชื่อว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นวงจรและมีความสัมพันธ์กับลำดับ Fibonacci ทั้งในมิติของราคาและเวลา
โดยทั่วไปแล้ว นักวิเคราะห์มักใช้ Fibonacci Retracement และ Extension เพื่อหาเป้าหมายราคา แต่ Minor ได้ขยายแนวคิดนี้ไปสู่การวิเคราะห์เวลาด้วย เขาเชื่อว่าเมื่อราคาถึงระดับ Fibonacci สำคัญแล้ว เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งก็มักจะเป็นไปตามอัตราส่วน Fibonacci ด้วยเช่นกัน ⏰
________________________________________
หลักการสำคัญ
1. Fibonacci Price Retracements & Extensions
หลักการนี้ใช้เพื่อหาจุดเป้าหมายราคา โดยลากจากจุดสูงสุดไปยังจุดต่ำสุด (หรือกลับกัน) เพื่อหาแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ เช่น เมื่อราคาปรับตัวลงมา 38.2% หรือ 61.8% ของการเคลื่อนไหวครั้งก่อนหน้า มักจะเป็นจุดที่ราคาจะกลับตัว
2. Fibonacci Time Retracements & Extensions
นี่คือส่วนที่แตกต่างจากแนวคิดทั่วไป Minor ใช้หลักการเดียวกันกับราคา แต่เปลี่ยนมาใช้กับ เวลา แทน โดยนับจำนวนแท่งเทียน (candlesticks) หรือช่วงเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของราคา แล้วคำนวณอัตราส่วน Fibonacci เพื่อหาจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดกลับตัวทางเวลา เช่น ถ้าราคาใช้เวลา 21 วันในการขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป 34 วัน (ตามลำดับ Fibonacci) อาจเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม
________________________________________
การนำไปใช้ร่วมกัน (Fibonacci Time & Price)
แนวคิดของ Minor คือการ รวมการวิเคราะห์ทั้งราคาและเวลาเข้าด้วยกัน เพื่อหาจุดที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเข้าหรือออกจากการซื้อขาย โดยหาจุดที่ทั้ง Price Retracement และ Time Retracement มาบรรจบกัน (convergence)
ตัวอย่าง:
• ถ้าราคาปรับตัวลงมาที่ 61.8% ของ Fibonacci Price Retracement
• และในขณะเดียวกัน เวลาที่ผ่านไปก็ตรงกับ 61.8% ของ Fibonacci Time Retracement จากจุดเริ่มต้น
• จุดที่ทั้งสองปัจจัยมาบรรจบกันนี้จะถือเป็น จุดกลับตัวที่แข็งแกร่ง และมีความน่าเชื่อถือสูง
แนวคิดนี้ไม่ได้ใช้เพื่อทำนายอนาคตแบบแม่นยำ 100% แต่เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นในการตัดสินใจซื้อขาย ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนการเข้า-ออกได้แม่นยำขึ้น โดยใช้การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจครับ
ความเห็นคณะกรรมการเทรดเดอร์รายนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆเกี่ยวกับบัญชีจำลองหรือกลยุทธ์ของเขาคุณสาม
ความคาดหวังพื้นฐานคือการที่พาวเวลล์จะหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะย้ายใดๆในการประชุม จะทำซ้ำการตัดสินใจที่จะขึ้นอยู่กับชุดเต็มของข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ปล่อยออกมาระหว่าง
ถ้าพาวเวลล์ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนเอสแอนด์พี 500 สามารถชุมนุมได้ Reกิริยาที่อาจจะจำกัดเนื่องจากตลาดมีอยู่แล้วการกำหนดราคาในโอกาสสูงของการผ่อนค ผู้ค้าเห็นโอกาส 71%ของจุดตัดไตรมาสในเดือนกันยายน
นตุลาคมพฤศจิกายนหรือธันวาคมอาจลดลงดอลลาร์สหรัฐและให้การสนับสนุนสำหรับทอง.






















