SET 📲💥ฝากกดติดตามผมด้วยนะครับ💥📲
📲💥อยากให้ทางผม ทำกร๊าฟหุ้นตัวไหน หรือ สินทรัพย์อะไร สามารถทิ้งไว้ที่ใต้โพส หรือ ทักส่วนตัวมาเลยก็ได้นะครับ
......................
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเราไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
ดัชนีตลาด
SET ปิดที่ 1114.49 สิ้นวัน (16 มิ.ย. 2568) ไม่ผ่าน 61.8%จากกราฟและข้อมูลล่าสุด SET ปิดที่ 1114.49 ณ สิ้นวัน (16 มิ.ย. 2568) และรีบาวด์ไม่ผ่านแนว Fibonacci 61.8% บริเวณ 1123.11 อย่างมีนัยสำคัญนั้น เราสามารถสรุปภาพรวมและความน่าจะเป็นในเชิงเทคนิคได้ดังนี้:
________________________________________
🔍 วิเคราะห์ตามหลัก “5 Steps Setup” จากภาพแรก:
✅ Step 1: Trendline
• เส้น แนวโน้มหลักยังเป็นขาลง (แดงเฉียงลงในภาพ)
• ราคากลับเข้ามาในกรอบขาลงอีกครั้งหลัง break แล้ว fail
• ✅ สอดคล้องกับโอกาสที่จะกลับลง
________________________________________
✅ Step 2: S/R Zone
• โซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1123.11 (Fibo 61.8%) และ 1143.72 (Fibo 50%)
• ราคาขึ้นไม่ผ่าน 1123 และกลับตัวลง
• แสดงว่าแนวต้านมีแรงขายหนาแน่น → Resistance Confirmation
________________________________________
✅ Step 3: Fibonacci Retracement
• SET รีบาวด์จากจุดต่ำ 1056.41 กลับขึ้นมาทดสอบระดับ 0.618 = 1123.11
• ราคาวันนี้ปิดต่ำกว่าระดับนี้ → บ่งชี้ว่า Fibonacci 61.8% กลับกลายเป็นแนวต้าน
________________________________________
✅ Step 4: Candlestick Pattern
• หากพิจารณาแท่งเทียนล่าสุด:
o ปิดลบต่อเนื่องหลายวัน
o ไม่มีการเกิดแท่งกลับตัวที่ยืนยัน bullish
• นับเป็น "confirmation" ของแรงขายเมื่อไม่สามารถยืนเหนือ 1123 ได้
________________________________________
✅ Step 5: Final Result
สถานการณ์ตรงตาม Checklist ทั้ง 4 ข้อก่อนหน้า → Setup สำหรับ “Short” ได้รับการยืนยัน
• สามารถวาง Stop Loss ไว้เหนือ 1125-1130 (เหนือ Fibo 61.8%)
• Target zone: ตาม Fibonacci ถัดไปที่
o 1093.78 (Fibo 78.6%)
o 1076.32 (Fibo 88.6%)
o หรืออาจกลับไป low เดิมที่ 1056.41
________________________________________
📉 สรุปภาพรวมทางเทคนิค SET Index ณ วันที่ 16 มิ.ย. 2568:
ประเด็น วิเคราะห์
แนวโน้มหลัก ขาลง (ยังไม่เปลี่ยนแปลง)
Breakout Trendline เคย break แล้วหลุดกลับ → กลับสู่ขาลงอีกครั้ง
แนวต้านที่ล้มเหลว 1123.11 (Fibo 61.8%)
แรงขายยืนยัน Candlestick และการปิดต่ำกว่าแนวต้านอย่างชัดเจน
แนวรับถัดไป 1093.78 / 1076.32 / 1056.41
กลยุทธ์ที่เหมาะสมตอนนี้ Wait to Short หรือ ถือ Short ต่อ ถ้าเข้าแล้ว
Stop Loss ที่แนะนำ >1125
________________________________________
🧠 TIP สำหรับนักลงทุน:
• การหลุด 1123 = Bear Control Zone → ระวังการเทขายหนักอีกระลอก
• อย่าพยายาม "ถัวเฉลี่ยขาดทุน" ถ้าแนวโน้มยังไม่เปลี่ยน
• หากจะรอ Long ใหม่: ต้องมีแท่งเขียวยืนยันกลับ + ปิดเหนือ 1123/1143
________________________________________
SET จะลงไปถึงไหน?SET จะลงไปถึงไหน?
ต่อไปนี้คือ การวิเคราะห์ SET@DAY อย่างละเอียด โดยใช้ข้อมูลจากภาพ ซึ่งประกอบด้วย:
• TD Sequential (Thomas DeMark)
• FVG (Fair Value Gap)
• Fibonacci Retracement
• โครงสร้างราคา (Structure: High/Low, Trendline)
________________________________________
📊 วิเคราะห์แนวโน้ม SET@DAY (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มิ.ย. 2025)
________________________________________
🧭 1. โครงสร้างราคา (Market Structure)
• ภาพรวม: SET อยู่ใน “แนวโน้มขาลง” ชัดเจน (Downtrend)
• ราคาได้ทำ Lower High – Lower Low อย่างต่อเนื่องตั้งแต่จุดยอดใกล้ 1,220 จุด
• ปัจจุบันราคาอยู่ต่ำกว่า 1,123.11 จุด ซึ่งเป็นโซน Fibonacci 61.8% ของรอบขาขึ้นก่อนหน้า → แนวรับสำคัญทางจิตวิทยา
________________________________________
🔵 2. TD Sequential – TD Buy Countdown: 8/13
• ตัวเลข “8 สีฟ้า” คือ TD Countdown Phase (นับแท่งลงเพื่อหาจุด "แรงขายหมด" หรือ Exhaustion Zone)
• ความหมายของ TD8:
ยืนยันว่าแนวโน้มขาลงยังดำเนินอยู่
ยังไม่มีสัญญาณกลับตัว
ต้องรอให้ถึง 13 แท่ง พร้อมเงื่อนไขอื่น (เช่น close > high ของ 2 แท่งก่อนหน้า) ก่อนพิจารณา Reversal
• ดังนั้น: TD8 ไม่ใช่สัญญาณให้ซื้อหรือเด้ง เป็นเพียงการติดตามจังหวะการลงเท่านั้น
________________________________________
🟥 3. FVG (Fair Value Gap)
• พบ 2 โซนสำคัญ:
1. FVG บน (แดง): ระหว่าง ~1,143–1,164 → ถือเป็น แนวต้าน จากรอยเบรกดาวน์ก่อนหน้า
2. FVG ล่าง (เขียว): ระหว่าง ~1,085–1,105 → เป็นบริเวณ Fair Value Zone ที่ยังไม่ได้ถูกเติมเต็ม อาจเป็นโซนที่ราคาจะกลับมา "เคลียร์" ในอนาคต
________________________________________
📐 4. Fibonacci Retracement Levels
• วิเคราะห์จากการวัดคลื่นขึ้นล่าสุด:
o 61.8% = 1,123 → จุดที่ราคากำลังทดสอบ (สำคัญ)
o 78.6% = 1,093 และ 88.6% = 1,076 → Critical Support Zone หากราคาหลุด 1,123 จุด
________________________________________
⚠️ 5. แนวโน้มต่อไป: 2 Scenario สำคัญ
📉 กรณี Bearish (ราคาลงต่อ):
• หากหลุดแนวรับ 1,123 จุด → มีแนวโน้มไหลลงสู่:
o FVG ล่าง ที่ยังเปิด (~1,085–1,105)
o Fibo 78.6–88.6% (1,093–1,076) → โซนนี้สำคัญมากต่อโอกาสเด้งหรือ Reversal จริงจัง
• ต้องจับตาว่า TD Countdown จะถึง 13/13 พร้อมแท่งกลับตัวหรือไม่บริเวณนี้
📈 กรณี Rebound:
• หากยืนเหนือ 1,123 แล้วมีแท่งกลับตัว (Bullish Engulf / Marubozu พร้อม Vol.)
• แนวต้านระยะสั้น:
o 1,143 (Fibo 50%)
o 1,147–1,164 → บริเวณ FVG แดง / Supply Zone
• ต้องผ่าน 1,164 จุดขึ้นไปให้ได้ จึงจะมีน้ำหนักในการกลับตัวเป็นรอบใหญ่
________________________________________
✅ สรุปภาพรวม:
ประเด็น รายละเอียด
แนวโน้มหลัก ขาลง (ราคาต่ำกว่า FVG + ต่ำกว่า Fibo 61.8%)
TD Sequential อยู่ใน TD Buy Countdown แท่งที่ 8 → แรงขายยังไม่หมด
แนวรับสำคัญ 1,123 / 1,093 / 1,076
แนวต้านสำคัญ 1,143 / 1,164
จุดน่ารอ FVG ล่าง + Fibo 78.6–88.6 → ลุ้น Exhaustion Zone + Reversal
กลยุทธ์ รอ Reversal Confirmation ที่แนวล่าง / ไม่ควรเปิด Long เร็วเกินไป
SET สิ่งที่นายตลาดทำ คือ การสลายพลังเทของ Market Distribution13/06/25 ต้นสัปดาห์ ตลาดหุ้นไทย ลากวนหลอกตรง VWAP@1145 อยู่หลายวัน สิ่งที่นายตลาดทำ คือ การสลายพลังเทของครับ {Market Distribution Phase}
ความเดิมที่เราชวนกันหา "หัวคลื่น A" หลังจากการดีดตัวมาทดสอบ 38.2% ที่ 1231.01 เมื่อ 13 พ.ค.68
หลังจากนั้นเราจะเห็นว่า 14-15-16 ในสัปดาห์นั้นตลาดอ่อนกำลังทางขึ้นชัดเจน
ฟินฟลูเอนเซอร์ ต้องเตือนการพักตัวของตลาด ว่ามันกำลังจะลงกลับสู่แนวโน้มหลัก กรอบที่มีนัยสำคัญ คือ 61.8-88.6 นั่นก็คือ 1123.11-1093.78*-1076.32 {1093.78 = ปิด GAP}
ดังนั้นตั้งแต่ 15-16 พ.ค.68 เป็นต้นไป ไม่ควรแนะนำให้ไปซื้อหุ้นสวนตลาด เพราะมันชัดแล้วว่าตลาดลง
SET50 Futures ก็คือเทรดลงไม่ว่าจะ Put Option/Put DW/Short Futures
ซึ่งทางเพจก็ย้ำมาตลอดทาง ว่ามันลงนะไม่เทรดขึ้น ในมื่อวางแผนแบบนี้ไว้ล่วงหน้า แล้วเรามาตกใจอะไรกันไปใยให้ป่วยการ จิตตก เสียสุขภาพ เสียเวลา เปล่าประโยชน์
Market Distribution Phase เป็นช่วงสำคัญที่นักลงทุนต้องระวังให้มาก เพราะเป็นช่วงที่ตลาดเริ่มส่งสัญญาณว่า “จบรอบขาขึ้น” แล้ว กำลังจะ “กลับทิศ” ไปเป็นขาลง
________________________________________
🔍 อธิบายง่ายๆ: Market Distribution Phase คืออะไร?
Distribution Phase (ระยะกระจายของ):
คือช่วงที่ “รายใหญ่” หรือ “นักลงทุนสถาบัน” เริ่ม ขายทำกำไรอย่างเงียบๆ หลังจากราคาขึ้นมามากในช่วงก่อนหน้า
________________________________________
📉 ลักษณะของช่วง Distribution
ลักษณะ ความหมาย
ราคาเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ (Sideway บนยอด) แรงซื้อเริ่มหมด แรงขายเริ่มแทรกเข้ามา
ปริมาณซื้อขาย (Volume) สูงในบางแท่ง แต่ราคาไม่ไปต่อ เป็นการ “ขายของออก” จากรายใหญ่ โดยไม่ให้ราคาตก
มีแท่งเทียนกลับทิศ เช่น Shooting Star, Bearish Engulfing สัญญาณว่าแรงขายเริ่มคุมตลาด
เริ่มหลุดแนวรับสำคัญ (Support) สัญญาณว่าขาลงใกล้เริ่มแล้ว
________________________________________
💡 เปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย
• ตอนสะสมของ (Accumulation) = พ่อค้าตุนสินค้า
• ตอน Public Participation = ขายของดี ลูกค้ารุมซื้อ
• ตอน Excess = สินค้าราคาสูงเกินจริง คนเริ่มตะโกน “ไปต่อ!”
• ตอน Distribution = พ่อค้าเริ่มทยอย “ขายหมดโกดัง” โดยยังทำหน้าตาเฉย ไม่ให้คนอื่นรู้
________________________________________
⚠️ แล้วนักลงทุนทั่วไปควรทำอย่างไร?
1. จับสัญญาณกลับตัวให้ทัน เช่น:
o แท่งเทียนกลับทิศ
o Volume ไม่สนับสนุนการขึ้น
o ราคาทะลุแนวรับลงมา
2. หยุดซื้อเพิ่ม
3. ทยอยขายทำกำไร / ปิดพอร์ตบางส่วน
4. ตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ
________________________________________
SET มีโซนแนวต้าน FVG ขนาดใหญ่SET มีโซนแนวต้าน FVG ขนาดใหญ่
🔍 FVG คืออะไร (พื้นฐานก่อนเข้า Bear FVG)
FVG (Fair Value Gap) คือช่องว่างของราคา (Price Imbalance) ที่เกิดจากแรงซื้อหรือขายที่ "รุนแรงและไม่สมดุล" ในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ตลาดยังไม่มีโอกาส "เทรดในราคาที่ยุติธรรม" ระหว่างกลางของช่วงนั้น
เกิดขึ้นได้เมื่อ:
แท่งเทียน 3 แท่งเรียงกัน มี “ช่องว่าง” ระหว่าง High กับ Low ของแท่งเทียนที่ 1 และ 3 โดยแท่งกลางเป็นแท่งเทียนที่เคลื่อนตัวรุนแรง
________________________________________
🐻 BEARISH FVG (Bear FVG) คืออะไร?
"ช่องว่างของความไม่เป็นธรรมจากการขายรุนแรง ที่รอให้ราคากลับมาเติมก่อนจะลงต่อ"
✅ โครงสร้าง Bear FVG:
เกิดจากแท่งเทียน 3 แท่งต่อเนื่อง:
แท่งที่ 1: แท่งเขียวหรือแดง (ราคายังนิ่ง)
แท่งที่ 2: แท่งแดงใหญ่ (แรงขายรุนแรง เกิด Break Down)
แท่งที่ 3: แท่งแดง/เขียว ขึ้นเล็กน้อย หรือพักตัว
📌 Bearish FVG จะเกิดขึ้นเมื่อ:
• Low ของแท่งที่ 1 > High ของแท่งที่ 3
• เกิด “ช่องว่าง” ที่ราคาไม่ได้เทรดตรงกลางระหว่างนั้นเลย
เช่น:
แท่ง 1: Low = 100
แท่ง 2: แท่งแดงรุนแรง ลงมาถึง 90
แท่ง 3: High = 95
→ เกิด FVG ช่องราคา 95 ถึง 100
________________________________________
📈 การใช้งาน Bearish FVG ในการเทรด
1. เทรดตามแนวโน้ม (Trend Continuation)
ใช้ Bear FVG เป็น “จุดกลับตัวเพื่อเปิด Short”
• เมื่อราคา รีเทสต์กลับเข้าไปใน FVG (เช่น กลับขึ้นมาถึง 96-98 ในช่อง 95–100)
• ให้หาสัญญาณกลับตัว (เช่น Doji, Rejection wick, Bearish Engulfing)
• เข้า Short ที่ช่วง FVG
• วาง SL เหนือ High ของ FVG
• วาง TP ที่ Low ก่อนหน้า หรือ Fibonacci Ext 1.272 / 1.618
________________________________________
2. ใช้ประกอบกับ Order Block หรือ Supply Zone
• FVG มักเกิดคู่กับ Order Block (OB) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของแรงขาย
• ถ้า OB และ FVG อยู่ใกล้กัน → เสริมความน่าเชื่อถือ
• ใช้เป็น “Zone หลอกรีบาวด์ ก่อนร่วงแรง”
________________________________________
3. FVG หลายช่วง → Zone Compression
• หากพบ Bear FVG ต่อเนื่องหลายชุด → ราคาอาจสร้าง Supply Zone แรง
• เมื่อราคากลับขึ้นมาเจอ FVG บนๆ → มีโอกาสกลับตัวรุนแรงมากขึ้น
________________________________________
🧠 คำแนะนำจากผู้คิดค้น (สไตล์มาสเตอร์):
“Fair Value Gap ไม่ใช่แค่ช่องว่างของราคา แต่คือ ‘รอยแผลของการต่อสู้ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา’… เมื่อทหาร (ราคา) กลับมาสู่สนามรบเดิม พวกเขามักจะพ่ายแพ้อีกครั้ง”
________________________________________
✅ Checklist ก่อนเทรดด้วย Bearish FVG
เงื่อนไข ตรวจสอบแล้วหรือยัง?
เกิดแท่งแดงแรงกลาง 3 แท่งหรือไม่ ✅
มี Gap ระหว่างแท่ง 1 กับ 3 ✅
ราคาเริ่มรีเทสต์ขึ้นไปใน FVG ✅
มีแรงขายกลับตัว? ✅ (สัญญาณจากแท่งเทียนหรือ RSI divergence)
วาง SL / TP อย่างมีเหตุผล ✅
________________________________________
Revenge Trading: กับดักอารมณ์ที่นักเทรดต้องระวังในโลกการเทรดที่ผันผวน การขาดทุนเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอ 😔 แต่มีกับดักหนึ่งที่อันตรายกว่า นั่นคือ Revenge Trading หรือ "การเทรดล้างแค้น"
Revenge Trading คืออะไร? 😠
มันคือการที่เราพยายาม "เอาคืน" ตลาด ทันทีหลังจากขาดทุนหนักๆ โดยมีเป้าหมายคืออยากได้เงินที่เสียไปคืนมาอย่างรวดเร็วที่สุด 💸 พฤติกรรมนี้เกิดจากอารมณ์โกรธ หงุดหงิด และไม่ยอมรับความจริง แทนที่จะทำตามแผนที่วางไว้ 📝
สัญญาณเตือนที่ควรรู้ 🚨
สังเกตตัวเองหากมีอาการเหล่านี้:
เพิ่มขนาดเทรด แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง 🚀
เทรดถี่ขึ้น และเร็วขึ้น โดยไม่วิเคราะห์ให้ดี 💨
ไม่สนใจ Stop Loss หรือการบริหารความเสี่ยง 🚫
รู้สึกโกรธ อยากเอาคืนตลาดทันที 😡
ขาดความอดทน รอจังหวะไม่ไหว ⏳
ผลเสียที่ตามมา 📉
Revenge Trading มักนำไปสู่:
ขาดทุนหนักกว่าเดิม: เพราะตัดสินใจด้วยอารมณ์ 💸
วินัยเสีย: เลิกทำตามกฎของตัวเอง ⛓️
เครียด: สุขภาพจิตแย่ลง 😓
หมดกำลังใจ: อาจเลิกเทรดไปเลย 😞
รับมืออย่างไรดี? 💡
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ:
ยอมรับความจริง: การขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด 🧘♀️
หยุดพัก: ถ้าอารมณ์ไม่ดี ให้หยุดเทรดทันที ไปทำอย่างอื่น 🚶♂️
ทบทวนแผน: กลับมาดูแผนการเทรด และทำตามอย่างเคร่งครัด 📖
บริหารความเสี่ยง: กำหนดจุด Stop Loss และขนาดเทรดที่เหมาะสมเสมอ 🛡️
จำไว้ว่า การควบคุมอารมณ์เป็นหัวใจสำคัญ ในการเทรด หากคุณจัดการกับมันได้ คุณก็จะหลีกเลี่ยงความเสียหาย และมีโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาวครับ! ✨
วิเคราะห์คลื่น SET ปรับฐานคลื่น IV Flat Correction คลื่น 5 ขา C การปรับฐานคลื่น IV เวฟหลักของดัชนี SET เป็นรูปแบบ Flat correction โดยที่มี คลื่น Strong-B ยกตัวที่ระดับ 78.6% ของคลื่น A ในช่วงโควิท บ่งบอกถึงคลื่น B ที่แข็งแกร่งและแรงซื้อที่มีมาก
ตอนนี้การปรับฐานของคลื่น C กำลังอยู่ในช่วงคลื่นที่ 5 เป็นรูปแบบคลื่นขยายโดยมีความยาวเท่ากับ คลื่น 1 + คลื่น 3 รวมกันที่ระดับ 61.8% ของคลื่น A เป็นเป้าหมายแรก ที่โซนดัชนี 1150 แล้วมีแรงซื้อกลับทันที แต่ยังไม่สามารถเบรคผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 20 สัปดาห์และเส้นกดดาวน์เทรนไลน์ของคลื่น 5 ได้
สิ่งที่น่าจับตามองในสถานการณ์นี้ คือ ความยาวของคลื่นทั้ง C เกิดขึ้นเป็นรูปแบบตามทฤษฎีคลื่น Strong-B Flat correction ย่อลงมาที่แนวรับสำคัญ โดยมีโครงสร้างตามลำดับ
คลื่น 1 ย่อตัวพักฐานมาที่ความยาว 38.6% ของคลื่นขาขึ้นก่อนหน้า
คลื่น 2 ยกตัวที่ระดับ 61.8 - 78.6% ของความยาวคลื่น 1 ถือว่ามีแรงซื้อที่แข็งแกร่ง
คลื่น 3 ย่อตัวพักฐานแบบ Falling wedge มีความยาวเท่ากับ 161.8 - 200% ของคลื่น 1
คลื่น 4 มักจะเป็นคลื่นหลอกกลับตัวก่อนกลับตัวจริง มีความเร็วและรุนแรงยกตัวที่ระดับ 50 % ของคลื่น 3
คลื่น 5 ของขา C ที่มีการปรับฐานในรูปแบบขยายมีความยาวเท่ากับคลื่น 1 + 3 รวมกัน หากแต่ยังไม่มีสัญญาณ bullish divergence ใน RSI อาจจะนำไปสู่การเกิด Extended Flat Strong-B correction ที่คลื่น C ขยายตัวไปมากกว่า 61.8% ของคลื่น A
Bearish Scenario: แนวโน้มยังให้น้ำหนักฝั่งลง หากปริมาณการซื้อขายที่ลดลงต่อไป การกลับตัวอาจจะชะลอตัวและปรับฐานลงต่อไป สังเกตุจากรูปแบบการย่อตัวคลื่นแรกของคลื่น 5 เคลื่อนที่แบบเร็วและรุนแรง มีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปที่แนวรับต่อไปที่ระดับ 78.6% ของคลื่น A ที่ระดับดัชนี 1010 ไปถึง 100% ของคลื่น A ที่ระดับดัชนี 850 ทำให้การปรับฐานมีแนวโน้มลึกเป็นระดับหรือแม้แต่ 123.6% ในกรณีที่ตลาดมีแรงขายสูง
Bullish Scenario: หากคลื่น 5 ไม่มีแรงขายส่งอาจจะเกิด Truncation ทำให้เกิดการกลับตัวก่อนเวลา ซึ่งจะสามารถยืนยันได้จากการเบรคเอ้าท์ทะลุดาวน์เทรนแชนนัลของคลื่น C หรือกลับขึ้นไปยืนดาวน์เทรนแชนนัลหรือเหนือดัชนีของคลื่น 3 ก่อนหน้านี้ได้ที่โซน 1290 เป็นการส่งสัญญาณบวก
จากนี้ไปจับตาดูสัญญาณขัดแย้งกระทิงและการทะลุเส้นแนวโน้ม 20 สัปดาห์อีก 1-2 รอบ จะมีโอกาสเป็นการกลับตัวจริง
SET ไม่เล่นขึ้น จนกว่าจะลงถึงโซนแล้วเห็น "Sell Reject"🧠 สรุปภาพรวมจากภาพ SET@DAY:
• เป็นกราฟ SET Index รายวัน ที่เน้นวิเคราะห์พฤติกรรมราคาในเฟรมกลาง–ยาว
• ใช้เครื่องมือ 3 อย่างหลัก:
1. Linear Regression Channel ±3SD (เส้นแดง)
2. Fibonacci Retracement (เส้นแนวนอนสีฟ้า-แดง)
3. Price Pattern: Rebound & Rejection
________________________________________
🔻 1. แนวโน้มหลัก (Primary Trend)
• แนวโน้มเป็น Downtrend ที่ชัดเจน
o จากจุดสูงสุด 1506.82 → จุดต่ำสุด 1056.41
o แกนกลางแนวโน้มคือ Regression Line ที่ลากลง
o ราคาวิ่ง “ใต้แนวโน้มหลัก” ตลอดเวลา
• พฤติกรรมราคาทำ Lower Highs – Lower Lows อย่างสม่ำเสมอ
________________________________________
🔁 2. การฟื้นตัวจาก -3SD: Rebound ที่ยัง “ไม่พ้นกรอบขาลง”
• SET มีแรงรีบาวด์แรงจาก 1056.41 → 1231.02
🔹 ถือเป็น การดีดตัวจากขอบล่าง -3SD กลับเข้าใกล้ค่าเฉลี่ย
• จุด 1231.02 = เป็น จุดสูงสุดของการ Rebound Wave
o แต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน Fibonacci 38.2% (1228.47)
o แล้วโดนแรงขายกดกลับลงมา (เห็นจากเส้น dotted red)
• แปลว่า การดีดขึ้นนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มหลักได้
________________________________________
📏 3. Fibonacci Retracement
• ใช้ Fibonacci วัดจากยอด rebound → low
• จุดราคาปัจจุบัน 1149.18 อยู่ระหว่างแนว 50% (1143.72) และ 38.2% (1164.32)
ระดับ Fib จุดราคา ความหมาย
1228.47 38.2% (rebound wave) แนวต้านสูงสุด
1164.32 38.2% (pullback) แนวต้านรอง
1143.72 50% แนวรับสำคัญ → “แนวรับชี้ชะตา”
1123.11 61.8% แนวรับถัดไป ถ้าหลุด = bearish
1093.78 78.6% แนวรับสุดท้ายก่อน low เดิม
________________________________________
🧭 แนวทางกลยุทธ์:
เงื่อนไข แนวโน้ม กลยุทธ์
ยืนเหนือ 1143.72 มีโอกาส sideway / rebound เทรดสั้น ลุ้นไป 1164–1180
หลุด 1143.72 กลับเข้าสู่ bearish wave Cut loss หรือวาง short / hedge
หลุด 1123.11 เสี่ยงลงแรง เตรียมรับแนวรับสำคัญ 1093.78
หลุด 1056.41 new low, panic zone อาจเร่งขาย force sell
________________________________________
🔮 สรุปในสไตล์ "นักเทคนิคอล Fibonacci"
“SET ดีดแรงจากขอบนรก -3SD แต่ขึ้นไม่สุด ฟ้าไม่รับ วิญญาณร่วง
หากไม่สามารถเกาะแนว 1143 ได้อีกครั้ง... ราคาก็อาจถลำกลับลงไปรับกรรมที่แนว 1123 → 1093 หรือจุดเริ่มนรกเดิม 1056”
QuantDataManager: เครื่องมือจัดการข้อมูลราคาเพื่อการเทรดอัตโนมัต📌 QuantDataManager คืออะไร?
QuantDataManager (QDM) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยทีมงานของ StrategyQuant ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยนักเทรดและนักพัฒนาอัลกอริทึมในการ ดาวน์โหลด, แปลง, วิเคราะห์ และ ส่งออกข้อมูลราคาในอดีต ที่มีคุณภาพสูง สำหรับใช้งานกับแพลตฟอร์มการเทรดยอดนิยม เช่น MetaTrader 4 (MT4), MetaTrader 5 (MT5) และ StrategyQuant X เอง
เครื่องมือนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำในการทดสอบกลยุทธ์ (Backtesting) และการวิเคราะห์ข้อมูลราคาเพื่อการสร้างระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading)
🔍 คุณสมบัติเด่นของ QuantDataManager
✅ 1. ดาวน์โหลดข้อมูลคุณภาพสูงจากหลายแหล่ง
QuantDataManager สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการข้อมูลราคาชั้นนำ เช่น:
Dukascopy – ข้อมูล Tick และ Minute ที่แม่นยำและย้อนหลังได้ยาวนาน
Yahoo Finance
Binance / Coinbase – สำหรับข้อมูลคริปโต
Darwinex / Bitfinex / Poloniex และอื่น ๆ
✅ 2. วิเคราะห์คุณภาพของข้อมูล
QDM มีระบบ Data Quality Checker ที่ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบ:
ช่องว่างของข้อมูล (Missing Bars)
การซ้ำซ้อนของข้อมูล
ความสมบูรณ์ของ Timeframe
✅ 3. แปลงข้อมูลได้หลาย Timeframe
ผู้ใช้สามารถแปลงข้อมูล Tick เป็น Timeframe ที่ต้องการ เช่น:
M1, M5, M15, H1, D1
Custom Timeframe (เช่น M3, M10, H6)
รวมถึงการแปลงแบบ Aggregated หรือ Renko/Range Bar (ผ่าน StrategyQuant)
✅ 4. ส่งออกได้หลายรูปแบบ
QDM รองรับการส่งออกข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมกับแพลตฟอร์มปลายทาง เช่น:
MetaTrader 4 (.FXT, .HST)
MetaTrader 5
CSV, JSON, SQX สำหรับ StrategyQuant
ใช้ร่วมกับ Tick Data Suite หรือ Tickstory ได้
💡 เหมาะกับใคร?
ผู้ที่ต้องการ Backtest อย่างแม่นยำใน MT4/MT5
นักพัฒนา EA และ AlgoTrader ที่ต้องการข้อมูลคุณภาพสูง
ผู้ใช้ StrategyQuant ที่ต้องการข้อมูลพร้อมใช้ในการสร้างกลยุทธ์
นักวิเคราะห์ที่ต้องการข้อมูลราคาย้อนหลังแบบ Tick หรือ Minute
📝 สรุป
QuantDataManager คือเครื่องมือที่นักพัฒนาและนักเทรดควรมีไว้ใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณให้ความสำคัญกับ คุณภาพของข้อมูลราคา, ความแม่นยำในการ Backtest, และ การจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเทรดเดอร์ขั้นสูง QDM จะช่วยยกระดับการวิเคราะห์และพัฒนาอัลกอริทึมของคุณได้อย่างแน่นอน
Global Asset Rotation หลังจากตลาดขึ้นมาแล้ว what next?ทอง :สิ่งแรกที่เห็น คือ จากที่ Bullish สุดๆ พอเริ่มเข้าสู่ zone เหลืองคือ zone พัก และตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อ สิ่งนึงที่เห็นชัดคือ มันมีความชันวิ่งทางลงเยอะ และกำลังมุ่งหน้าไป ทาง zone สีแดง บ่งบอกว่า ทอง กำลังเข้าสู่ zone Bearish และยิ้่ง ลงต่ำเท่าไหร่ โอกาสที่ จะเป็น Bearish หนักๆ ยิ่งเยอะ
Dji30, Ndx100 , s&p500 พละกำลังที่จะขึ้นต่อเริ่มแพ่วลง สังเกตุจาก หัวเริ่มไม่ขึ้นต่อ อาจจะเริ่มพักตัว คำถามว่า พักตัวแล้วขึ้นต่อ หรือ พักตัวแล้ว ไหลลงเลย ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ แต่ตอนนี้ถึงจุด ที่เริ่มไม่ควร ไล่ราคาแถวนี้แล้ว สิ่งที่ทำคือ Wait and See รอดู
สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci🐂🐻 สงครามหมีกระทิงในแดน Fibonacci
เปรียบแต่ละระดับ Fibonacci เป็น "ตำแหน่งยุทธศาสตร์" ที่สำคัญของสงครามแนวโน้ม
🔢 ระดับ Fib 📍ตำแหน่งในสงคราม 🧠 ความหมายเชิงเทรด
14.6% จุดลาดตระเวนเบื้องต้น รอยเท้าศัตรูเล็กๆ – อาจเป็นการพักตัวระยะสั้นก่อนเดินหน้าต่อ ไม่ใช่จุดเปลี่ยนที่สำคัญ
23.6% ป้อมหน้า (Outpost) เริ่มเห็นแรงต้าน หรือรับ – มักใช้วัด momentum ว่ายังแข็งแรงไหม ถ้ายังไปต่อได้ แสดงเทรนด์ยังอยู่
38.2% ค่ายทหารย่อย เป็น “ฐานป้องกัน” ที่เริ่มมีความสำคัญ กระทิง-หมีเริ่มเผชิญหน้าชัดเจน มักใช้เป็น wave 2 หรือ b pullback
50.0% สนามรบหลัก จุดวัดใจกลางสนาม – ยังไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นจุดที่ "ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ" รอดูว่ากระทิงหรือหมีจะควบคุมได้
61.8% เมืองหลวง 💥 จุดยุทธศาสตร์สูงสุด – หากโดนทะลุ เทรนด์อาจ เปลี่ยนฝั่ง ได้เต็มตัว จึงเป็นแนว ตัดสินขาด
78.6% เมืองหลวงแตกแต่ยังไม่ยึด ปราการสุดท้ายก่อนแตกทัพ – โอกาสพลิกกลับมีน้อย แต่ถ้ากลับได้ = รีเวอร์แซลขั้นเทพ
88.6% เมืองหลวงลุกเป็นไฟ ⚔️ สถานการณ์สิ้นหวัง แต่ยังพอมีปาฏิหาริย์ – การถอยลึกเกินปกติ แต่หากกระทิงโต้กลับได้ อาจเป็น "V-shape reversal" แบบไม่คาดคิด
100% กองทัพถอยกลับเต็มตัว เทรนด์เดิม ตายสนิท – เท่ากับราคา ย้อนกลับ 100% จบแนวโน้มเดิม
127.2% ล้อมเมืองใหม่ เริ่มเข้าสู่แนว Extension – กองทัพเริ่มบุกไป “ยึดเมืองใหม่” ตั้งเป้าทะลุไฮ/โลเดิม
161.8% ยึดประเทศใหม่ เป็น เป้าโปรดของกระทิง/หมีที่ชนะศึก – คล้ายจุด Take Profit แรกของเทรนด์ใหม่
200% ขยายอาณาเขต เทรนด์เริ่มร้อนแรงเกินเหตุ – เข้าสู่ “ภาวะเร่ง” ที่ต้องระวังความร้อนแรงเกินจริง
261.8% จักรวรรดิใหม่ จุดสูงสุดของสงครามเทรนด์ – มักเกิดก่อนการพักฐานใหญ่หรือ Reversal – “ยิ่งสูง ยิ่งเสี่ยงหัก”
________________________________________
📌 สรุปภาพรวม
• 🔸 14.6–38.2% = โซน "พักเพื่อไปต่อ" (Pullback โซน)
• 🔸 50–61.8% = โซน "ตัดสินใจ" (Reversal Zone)
• 🔸 >100–261.8% = โซน “ขยายแนวรบ” (Extension Zone)
CHoCH หลอกหรือ BOS แรง? สัปดาห์นี้รู้กัน! US30 4Hจากกราฟที่ทั้ง Daily → 4H → 1H → 15m ICT ครบชุดเลย เดี๋ยว น้าจะพาเจาะลึก POI และวางแผนล่วงหน้าสำหรับสัปดาห์สุดท้ายของพฤษภานี้ให้เนียน ๆ เลยนะ
🧠 1. โครงสร้างตลาดปัจจุบัน (Market Structure)
✅ แนวโน้มล่าสุด:
TF 1D – ราคาขึ้นไปเก็บ Liquidity ด้านบน Premium Zone แล้วเริ่มเทกลับลง
โครงสร้างหลักยังเป็น Bullish แต่มี Bearish CHoCH ชัดใน 4H และ 1H แล้ว
❗ สถานการณ์ปัจจุบัน:
ราคา Break โซน PDH → CHoCH → ปรับตัวลงเข้าสู่โซน PDL/Equilibrium
RSI กำลังตัดลงจากโซน Bearish และ Hidden Bear หลาย TF
📍Bias: Bearish ระยะสั้น (Retracement) / Bullish ระยะกลาง
⏳Liquidity:
ด้านล่าง: มี PDL / FVG ใหญ่ / Weak Low ที่ยังไม่ถูกเก็บ
ด้านบน: Premium Zone / EQH ถูกเก็บหมดแล้ว
🧭พฤติกรรมราคา (Price Behavior):
TF15m-1H กำลังทำ CHoCH → BOS ลง
เกิด FVG หลายชุดและราคา Reject บริเวณ OB / Premium อย่างชัดเจน
📍 2. จุดสำคัญ POI (Points of Interest)
🟩 Buy POI (โซนซื้อ):
→ FVG Daily / 4H ตรง PWL + Zone Discount
→ Strong Low ระยะกลาง รอ Sweep
🟥 Sell POI (โซนขาย):
→ OB 1H + FVG หลังจาก CHoCH
→ OB 4H อยู่ใน Premium Zone เดิม
🧭 3. วางแผนเทรด
📉 แผน A: Short
✅ Bias: Bearish Retracement
✅ Entry1: (OB 1H + FVG)
✅ Entry2: (OB 4H แรงกว่า)
❌ SL: 42,900 (บน Weak High สุดท้าย)
🎯 TP1: 41,600 (PDL)
🎯 TP2: 41,200 (FVG ใหญ่)
🔥 R:R ≈ 1:2.5
💡 Trigger: CHoCH + Bearish Engulf / RSI Bear + OB Rejection
📈 แผน B: Long
✅ Bias: Bullish โครงสร้างใหญ่
✅ Entry1: 41,280 – 41,150 (FVG+PWL)
✅ Entry2: 41,000 – 40,800 (Strong Low)
❌ SL: 40,650
🎯 TP1: 42,100 (กลับขึ้น OB 1H)
🎯 TP2: 42,600 (กลับขึ้น Premium zone)
🔥 R:R ≈ 1:3+
💡 Trigger: CHoCH + RSI Bull + OB Confirmation
📉 แผน C: Hold / ไม่เข้า
หากราคากลับขึ้น Premium zone โดยไม่มี Sweep / BOS → R:R ไม่คุ้ม
📊 4. ความเป็นไปได้ (% โอกาสสำเร็จ)
✅ Short จาก OB 42,100–42,300 ≈ 70%
→ โซน OB ชัด + CHoCH แล้ว + RSI Bear + Rejection
✅ Long จากโซน 41,280 ≈ 60%
→ ยังต้องรอ Confirm CHoCH + Weak Low ยังไม่ถูกเก็บ
✅ ถือรอ (Hold) ≈ 30%
→ หากไม่มี Signal จาก OB หรือจุดกลับตัว
📌 5. บทสรุป:
🔹 โครงสร้างหลัก: Bullish D1
🔹 โครงสร้างรอง: Bearish CHoCH 4H/1H (กำลังพักตัว)
🔹 เน้นความแม่นยำสูงจาก OB 1H + RSI Divergence
🔹 หากราคาลงถึง Discount ใหญ่ ให้เตรียม Plan B Long
🔧 แนะนำเสริม:
ใช้ EMA 34/89/200 → ตอนนี้ 1H ตัดลงแล้ว แต่ D1 ยังขึ้น
ใช้ RSI Divergence → มี Hidden Bear ชัดเจนบน 4H และ 1H
🧩 สรุปสุดท้าย – แผนแนะนำ: Short Retracement ก่อน แล้วค่อย Plan Long ใน Discount
"ทุกวิกฤตจบที่ 1183 จุด: จุดที่ Fibonacci กลายเป็นเส้นชีวิตตลาด""ทุกวิกฤตจบที่ 1183 จุด: จุดที่ Fibonacci กลายเป็นเส้นชีวิตตลาด"
ภาพนี้คือกราฟ SET Index รายไตรมาส (SET@Quarterly) ที่แสดงการย้อนกลับของราคาหลักทรัพย์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1975 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้ Fibonacci Retracement จากจุดสูงสุด (ประมาณ 1789.16) มายังจุดต่ำสุด (204.59) ซึ่ง ระดับ 61.8% (ที่ 1183.85 จุด) ปรากฏว่าเป็นแนวรับสำคัญซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายวิกฤติ
🧠 ความสำคัญของแนว Fibonacci 61.8%
• Fibonacci 61.8% คือสัดส่วน "Golden Ratio" ที่มักเกิดขึ้นในธรรมชาติ และตลาดการเงินก็มักสะท้อนพฤติกรรมแบบนี้เช่นกัน
• ในแง่จิตวิทยา นักลงทุนจำนวนมากจับตาแนวนี้ และเมื่อราคาย่อลงถึง 61.8% มักมีแรงซื้อเข้ามาพยุงไว้
________________________________________
🕰️ วิเคราะห์เหตุการณ์ตามช่วงเวลาสำคัญ
📍1. จุดเริ่มต้น: 204.59 จุด (30 มิ.ย. 1998)
• หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง 1997
• SET พังจากเกือบ 1800 จุดลงมาเหลือต่ำกว่า 300 จุด
• จุดต่ำสุดเกิดในช่วง IMF เข้าแทรกแซง
• จากจุดนี้ SET เริ่มฟื้นระยะยาว
________________________________________
📍2. ปี 2008: วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (Subprime Crisis)
• จากกราฟ ราคาย่อลึกในช่วงปี 2008 แต่ยัง “ไม่หลุด” แนว 61.8% (บริเวณ 1183.85)
• เกิดแรงดีดกลับขึ้น ทำ new high
________________________________________
📍3. ปี 2020: วิกฤต COVID-19
• SET ยุบอย่างรวดเร็วช่วง Q1/2020
• ต่ำสุดใกล้ระดับ 960 จุด แต่ดีดกลับขึ้นแรง → ถือเป็น Rebound แบบ V-Shape
• อีกครั้งที่ราคาลงลึก แต่ไม่หลุด 61.8%
________________________________________
📍4. ปัจจุบัน (Q2/2025): กลับมาทดสอบ 1183.85 อีกครั้ง
• ภาพแสดงว่าราคากำลัง “ชะลอตัว” ใกล้แนวแนวต้าน 61.8%
• ถือว่าเป็นจุดวัดใจระหว่าง “พักตัวเพื่อฟื้น” หรือ “หลุดแล้วจบรอบใหญ่”
________________________________________
🔁 สรุปเชิงกลยุทธ์
เหตุการณ์ จุดต่ำสุด การฟื้นตัว สถานะของ 61.8%
วิกฤต 1997 ~204.59 เริ่มต้นรอบใหม่ เป็นฐาน
วิกฤต 2008 ~380-500 เด้งกลับแรง ไม่หลุด 61.8%
วิกฤตโควิด ~960 เด้ง V-Shape ไม่หลุด 61.8%
ปัจจุบัน ~1170 รอวัดใจ กำลังทดสอบ 61.8%
________________________________________
📌 สรุปสุดท้าย
ภาพนี้แสดงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ของ SET กับ Fibonacci 61.8% ได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะ:
• 61.8% (ที่ 1183.85) ทำหน้าที่เหมือน "แนวรับ-ต้าน ในอดีต" ที่ตลาดเคารพเสมอ
• เป็นระดับที่ รอดจากทุกวิกฤตใหญ่: ต้มยำกุ้ง / แฮมเบอร์เกอร์ / โควิด
• ขณะนี้กำลังทดสอบอีกครั้ง → เป็นจุดวัดใจของรอบใหญ่ในปี 2025
เมื่อ SET ถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือตเมื่อ SET ถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือต่ำกว่า
_______________________________________
อธิบายภาพ
1. โครงสร้างภาพรวม
• จุด High (Hi): 18 ต.ค. 2567 ที่ระดับ 1506.82 จุด (จุดสูงสุดในรอบนี้)
• จุด Low (Lo): 8 เม.ย. 2568 ที่ระดับ 1056.41 จุด (จุดต่ำสุดในรอบนี้)
• กราฟแสดงการเคลื่อนไหวของ SET Index ที่ดิ่งลงจาก Hi → Lo แบบต่อเนื่อง
2. การฟื้นตัว (Retracement)
• หลังจากทำจุดต่ำสุด SET มีแรงรีบาวด์หรือฟื้นตัวขึ้น
• เส้นแนวนอนแต่ละเส้น (สีน้ำเงิน-แดง) คือระดับ Fibonacci Retracement สำคัญ (วัดจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดรอบนี้)
3. จุดเด่นของภาพ: Fibonacci 38.2%
• ระดับ 38.2% (1228.47 จุด) ถูกเน้นด้วยตัวเลขและเส้นสีแดงในภาพ
• กราฟรีบาวด์มาชนแนวต้านนี้ (ฟื้นตัวขึ้นมาถึง 38.2% ของขาลงทั้งหมด) แล้วเกิดแรงขายกดกลับลงมาอีกครั้ง
________________________________________
หลักการ Fibonacci Retracement (Hi to Lo)
1. Fibonacci Retracement ใช้วัด "แรงฟื้นตัว" ของราคาหลังเกิดแนวโน้มใหญ่ (ขึ้นหรือลง)
o วาดจากจุดสูงสุด (Hi) → จุดต่ำสุด (Lo) ในรอบนั้น
2. ค่า 38.2% เป็นหนึ่งในโซนยอดนิยมที่ราคา "มัก" จะฟื้นตัวกลับมา (แต่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง)
o ตามทฤษฎี: ถ้าราคาขึ้นไปแล้วหยุดที่ 38.2% มักสะท้อนว่า "ยังอยู่ในเทรนด์เดิม" (ในที่นี้ คือ เทรนด์ขาลงยังไม่จบ)
o หากผ่าน 38.2% ได้ชัดเจน เป้าหมายถัดไปคือ 50% และ 61.8% ตามลำดับ
________________________________________
สรุปความสำคัญ
• SET ฟื้นตัวได้ 38.2% แล้วหยุด: เป็นสัญญาณว่า “แรงขายจากเทรนด์ขาลง” ยังครอบงำอยู่
• โซน 38.2% = แนวต้านสำคัญที่เทรดเดอร์จับตามองว่าราคาจะไปต่อหรือไม่
• หากยืนเหนือ 38.2% ได้ อาจมีแรงดันไปสู่โซน 50% (1281.61) หรือ 61.8% (1334.76) ตามลำดับ
• แต่ถ้าถูกกดกลับจาก 38.2% = มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวรับเดิมหรือต่ำกว่า
________________________________________
สรุปย่อ
SET Index ฟื้นตัวหลังลงหนัก แต่หยุดอยู่ที่ 38.2% ตามหลัก Fibonacci—แนวต้านสำคัญที่วัดใจตลาด! ถ้าผ่านได้ มีลุ้นขึ้นต่อ แต่ถ้ายืนไม่อยู่ อาจเห็นการทดสอบจุดต่ำใหม่อีกครั้ง
ปัจจุบันก็เห็นชัดเจนว่าไม่ผ่านแนว 38.2% นะครับ
Fibonacci 38.2% ในการวิเคราะห์กราฟ SET-WEEKFibonacci 38.2% ในการวิเคราะห์กราฟ SET
________________________________________
Fibonacci 38.2% คืออะไร?
• Fibonacci 38.2% คือ “แนวต้านสำคัญ” ที่ได้จากการลากเส้นวัดรีบาวด์ (Fibonacci Retracement) หลังจากที่ SET เกิดขาลงแรง
• ตัวเลข 38.2% มาจากหลักคณิตศาสตร์ Fibonacci ซึ่งนักเทคนิคอลใช้กันทั่วโลกเพื่อจับ “จุดเปลี่ยน” หรือ “ด่านสำคัญ” ของราคา
________________________________________
ความหมายของ 38.2% ในเชิงเทคนิค
• แนวต้านจิตวิทยา:
ราคามักจะเด้งขึ้นมาทดสอบแนวนี้หลังจบขาลงใหญ่
นักลงทุนที่ติดดอยหรือรอขายขาดทุน จะใช้จังหวะนี้ขายออก
ทำให้ราคามักหยุดชะงัก หรือพักตัวบริเวณนี้
• ถ้ายืนเหนือ 38.2% ได้:
สะท้อนว่ากำลังซื้อเริ่มกลับมา เทรนด์ฟื้นตัวมีลุ้นไปต่อถึง 50%–61.8%
• ถ้ายืนไม่ได้ หรือโดนขายหนัก:
ตลาดยังอยู่ในโหมดรีบาวด์เท่านั้น ยังไม่มีแรงซื้อจริงจัง
________________________________________
ตัวอย่างในกราฟ SET
• ในกราฟที่แสดง เส้น 38.2% อยู่ที่ 1,228.47 จุด
• จะเห็นว่าราคาวิ่งขึ้นมาทดสอบแนวนี้ และเริ่มมีแรงขายกดลง
• ถ้าราคาขึ้นไปแล้วยืนเหนือ 1,228 จุดไม่ได้ ตลาดมีโอกาสพักฐานหรือลงต่อ
• ถ้าทะลุ 38.2% ขึ้นไปได้ชัดเจน จะเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับรอบฟื้นตัว
________________________________________
สรุปสั้น:
Fibonacci 38.2% คือแนวต้านหลักที่ตลาดต้องตัดสินใจ ถ้าผ่านได้ ตลาดมีลุ้นฟื้นตัวต่อ
แต่ถ้าชนแล้วกลับตัวลงอีก แสดงว่ารีบาวด์อาจจบลงแค่ตรงนี้
SET 21/05/25 กำลังปรับฐาน D : ขาลง ที่ดีดขึ้น 38.2 ob will os
- will os 38.2
- Tsd.1195.8-1231 ถ้าไม่เ่บรค 1231 ยัง os
240 : ขึ้นไม่ถึง 161.8 จึง os 38.2
- os HL ในวันเบรค 1195.3 แต่ปิดต่ำกว่า จึงยังไม่มี TSu.
60 : os LL ลุ้นลง 161.8
- H-Budi. Tsu.1185.3-1191.5
- ถ้าเบรค 1191.5 ไม่หลุด 1185 จะ ob test 1230.3
30 15 : os HH HL
- ถ้าไม่หลุด 1185 พา 60 ob
- ถ้าหลุด 1185 ลงเป้า 1175.5 1164-62
SET หากเปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1195 เด้งขึ้นต่อ SET หากเปิดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1195 เด้งขึ้นต่อ
โดยมีแนวต้าน 1216 กับ 1231, 1245
แต่ถ้ายืนไม่ได้ มองย่อตัวต่อ โดยมีแนวรับย่อย 1188, 1182, 1175, 1166, 1150 ตามลำดับ
อาจจะพักตัวสักสองสามวันก่อนเลือกทางอีกที
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SET50 ติดต้าน 805 หากหลุด 769 มีโอกาสลงไป 750SET50 ติดต้าน 805 หากหลุด 769 มีโอกาสลงไป 750
หากเด้งไม่ข้าม Gap zone ที่ 790-795
หรือถ้าเด้งแล้วจะมีแนวต้าน 790-795-800-805 ตามลำดับ
โดยถ้าเบรก 805 ได้ก็จะไปติดแนวต้านโซน Gap คือ 814-828
ถ้าสัปดาห์หน้าหลุด 769 ก็จะลงไปหาแนวรับ 750
แต่ถ้าไม่หลุดจะ sw พักตัวในกรอบ 769-805 ก่อนจะเลือกทางอีกที
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
HSI กำลังติดแนวต้าน 23,661HSI กำลังติดแนวต้าน 23,661
มีโอกาสย่อตัวสูงหากไม่เบรกแนวต้าน
โดยมีแนวรับคือ 22,418, 20,850 และ Low เดิมคือ 19,259
แต่ถ้าหากเบรกขึ้นบนได้ ก็จะกลับไปแตะ high เดิมในรอบ 2 เดือน
คือแถว 24,569
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
SPX ใกล้ติดแนวต้าน 6,020 กับ 6,148 SPX ใกล้ติดแนวต้าน 6,020 กับ 6,148
หากเบรกบนได้มีโอกาสทำ ATH
แต่ว่า ถ้าขึ้นไปแล้วชนแนวต้าน 6,020 และเกิดการย่อตัว
มีโอกาสลงมาปิด Gap zone กับ แนวรับเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น
บริเวณ 5,757 และถ้าย่อตัวไม่หลุดจะเด้งกลับขึ้น
ไปหาแนวต้านใหม่ได้
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
DJI เกาะอยู๋บน speed line DJI เกาะอยู๋บน speed line
โดยมีแนวรับห้ามหลุดคือ 41,743 โดยประมาณ
ซึ่งใกล้กับแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสองเส้น
และจะมีเป้าแนวต้านคือแถว 43,741 กับ 45,000
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)






















