04/03/25 วิเคราะห์จากกราฟ SET (Time Frame: WEEKLY)04/03/25 จากกราฟ SET (Time Frame: WEEKLY) ที่แสดง TD Sequential (BUY SETUP 9) และ Keltner Channel (KC)
🔎 TD Sequential - BUY SETUP 9
1. TD Buy Setup 9 ปรากฏขึ้น แสดงถึงภาวะ Oversold หรือมีโอกาสที่แนวโน้มขาลงจะเริ่มชะลอ และอาจมีการรีบาวด์ทางเทคนิค สัญญาณยืนยันแท่ง WEEK วันที่ 07/03/25
2. แท่งเทียนล่าสุดแสดงแท่งที่ 9 ของ TD Buy Setup ซึ่งหมายความว่าหากมีแท่งเทียนสีเขียวในช่วงถัดไป อาจเป็นสัญญาณของการกลับตัวระยะสั้น
3. ดู Confirmation Signal (เช่น การปิดแท่งเทียนสูงกว่าค่ากลางของแท่งก่อนหน้า) เพื่อยืนยันว่าแรงขายอ่อนแรงลง
📈 Keltner Channel (KC)
1. ราคาต่ำกว่าเส้นล่างของ Keltner Channel ซึ่งหมายความว่าตลาดอยู่ในภาวะ Oversold และมีโอกาสที่ราคาจะดีดกลับเข้าสู่ Channel
2. แนวต้านที่สำคัญ อยู่บริเวณกลางของ KC (~1,303) และแนวต้านถัดไปอยู่ที่เส้นบน (~1,443)
3. หากราคาไม่สามารถดีดกลับเข้า KC ได้ อาจบ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่งและมีโอกาสทำ Lower Low ต่อไป
🎯 กลยุทธ์เทรด
✅ สำหรับสายรีบาวด์ (Short-Term Bullish)
• หากราคาเริ่มปิดเหนือแท่งเทียนก่อนหน้า อาจพิจารณาเข้าซื้อเก็งกำไรโดยมีเป้าหมายที่ 1,219 - 1,303
• ตั้ง Stop Loss หากราคาหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดของแท่งที่ 9 (ประมาณ 1,180)
❌ สำหรับสายเทรนด์ฟอลโลว์ (Trend Following Bearish)
• หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นเหนือ KC และปิดต่ำกว่าระดับ 1,180 อาจเป็นสัญญาณให้เทรนด์ขาลงแข็งแกร่งต่อไป
• เป้าหมายแนวรับถัดไปอยู่แถว 1,150 - 1,125
🔔 สรุป
• TD Sequential Buy Setup 9 บ่งบอกว่าตลาดอยู่ในภาวะ Oversold และมีโอกาสเกิด Rebound
• Keltner Channel แสดงให้เห็นว่าราคาหลุดออกจาก Channel ซึ่งอาจมี Technical Rebound กลับเข้ามาหรือเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง
• ต้องรอการยืนยันสัญญาณ (เช่น การปิดแท่งเขียว) ก่อนเข้าซื้อเพื่อความปลอดภัย
📌 จับตาแนวรับ 1,180 และแนวต้าน 1,219 - 1,303 สำหรับการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้า! หลัง 7 มีนาคม 2568 เป็นค้นไป
ดัชนีตลาด
ฝึกอ่านกราฟช่วงนี้เห็นข่าวของเซ็ตมันออกมาเต็มไปหมดเลยก็เลยลองย้อนกลับไปดูหน่อยในอดีตที่เคยวิเคราะห์เอาไว้ในอีกเมลหนึ่งที่ใช้วิเคราะห์หุ้นเป็นหลักช่วงของเดือนธันวาคมปีที่แล้วมันก็ยังไม่หลุดแผนอะไรนะครับเอาเป็นว่าตอนนั้นช่างมันอดีตไม่ต้องพูดเรามาพูดถึงปัจจุบันเลยกลับมาวิเคราะห์ใหม่ตามรูปที่เห็นนี่แหละครับคืออยากจะเล่าตามรูปลองอ่านทำความเข้าใจดูครับกราฟบนโลกใบนี้เป็นแบบนี้แหละไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากนี้เลยทีนี้การที่มันลงแบบต่อแท่งลงมามันไม่ใช่เรื่องที่ประหลาดแปลกใหม่อะไรเลยคือถ้ามันจะต่อแท่งลงในเดือนขนาดนี้นะแสดงว่า 1 แท่งคือ 1 เดือนเนี่ยมันลงต่อเนื่องเราก็ปล่อยให้มันลงไปถ้าเปรียบเทียบก็คือเราก็ปล่อยให้รถขนส่งมันไปขนส่งมาจากทางเหนือแล้วก็ให้มันลงไปทางใต้แล้วให้มันไปที่จุดพักรถขนส่งสินค้าก่อนเสร็จแล้วมันก็ต้องกระจายสินค้าก็คืออะไรทำ่side way สักพักนึงแล้วให้มันทำการบรรทุกใส่รถให้เรียบร้อยแล้วก็เตรียมส่งออกไปที่หัวเมืองต่างๆมันก็คือการที่จะเตรียมพุ่งขึ้นหรือจะพุ่งลงแค่นั้นเองสุดท้ายมันก็คืออะไรครับเกิด price action อะไรบางอย่างเราถึงค่อยเข้าออเดอร์ฉะนั้นในกรอบตรงนี้ฝั่งซ้ายก็มีประโยชน์เสมอฝั่งซ้ายที่
ตีกรอบเล็กๆมันคือเจ้าตลาดเอาไว้สร้างข่าวเพื่อให้เม่าเข้าออเดอร์ถ้าไม่เข้าใจก็จะเข้า order แบบมั่วๆถั่วเฉลี่ยไม้เข้าแบ่งไม้เข้าสุดท้ายก็จะโดนลากไปก่อนให้ขาดทุนสุดท้ายถ้าทนไม่ไหวก็ต้องตัดขายเพราะฉะนั้นสำคัญที่สุดก็คือ PA สำคัญสุด PA ในรูปแบบของ indicator PA ในรูปแบบของแท่งเทียนหรือ pa ในรูปแบบของเราเองที่เราจำได้ในรูปแบบนั้นๆที่เคยทำกำไรได้เอาภาพนั้นแหละมาใช้แค่นั้นเองบนโลกใบนี้ใช้แบบเดียวกันเลยส่วนการกระพือข่าวอะไรต่างๆมันอยู่ที่ด้านซ้ายของกราฟทั้งหมดนั่นแหละครับตามที่ตีกรอบให้คือจุดพักตัวนะครับลองสังเกตดูเอาตัวนี้ไปลองภาพดูกับทุกๆกราฟเลยบนโลกใบนี้อ่ะเห็นหมดเลย
Why Gold is the best ?ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลก!Why Gold is the best ?ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลก! เก็บไปทำไม?
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความๆดีๆที่มีให้อ่านกันไม่รู้จักเบื่อ ช่วงนี้ทองคำพี่เค้ามารงจริงๆ วันนี้เรามาหาความรู้รอบตัวเกี่ยววกับทองคำกันบ้างดีกว่า ว่ามันเกี่ยวข้องกับประเทศชาติและเศีษฐกิจอย่างไร ทำไมพุ่งแรง ดิ่งแรงได้เบอร์นี้ มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
👉ประเทศที่มีสำรองทองคำมากที่สุดในโลกคือ สหรัฐอเมริกา โดยมีปริมาณทองคำสำรองอยู่ที่ 8,133.5 ตัน ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจาก World Gold Council ณ ไตรมาสที่ 3 ของปี 2024
👉ซึ่งสามประเทศที่ถือครองทองคำมากที่สุดรองลงมารวมกัน ได้แก่ เยอรมนี อิตาลี และฝรั่งเศส กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นหนึ่งในผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุด
👉 แม้ว่าเงินจะไม่ได้รับการหนุนหลังด้วยทองคำอีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลยังคงจัดเก็บทองคำแท่งในปริมาณมหาศาลเพื่อป้องกันภาวะเงินเฟ้อรุนแรงหรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอื่นๆ
การสำรองทองคำทำงานอย่างไร
👉👉ทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว ในระดับที่แตกต่างกัน ในช่วงศตวรรษที่ 17 ถึง 20 ทองคำแท่งใช้ในการค้าระหว่างประเทศ ด้วยเหตุนี้ ประเทศต่างๆ จึงจำเป็นต้องรักษาคลังทองคำไว้ด้วยเหตุผลทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง
👉👉 ประเทศส่วนใหญ่หยุดใช้ทองคำหนุนสกุลเงินของตนตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 1900 และ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศสุดท้ายที่เลิกใช้มาตรฐานทองคำอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1999 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเก็บทองคำแท่ง ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในกรณีเงินเฟ้อสูงหรือภัยพิบัติทางเศรษฐกิจอื่นๆ
👉👉 สำหรับธุรกิจ ทองคำถือเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ที่ใช้ในยา เครื่องประดับ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก ทั้งสถาบันและรายย่อย ทองคำถือเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สหรัฐอเมริกามีทองคำสำรองอยู่ 8,133.46 ตัน ในช่วงที่ ระบบแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศของ เบรตตันวูดส์ กำลังเฟื่องฟู เมื่อสหรัฐอเมริกาเสนอที่จะจัดเก็บและปกป้องทองคำของประเทศอื่นเพื่อแลกกับเงินดอลลาร์ มีรายงานว่าระหว่าง 90% ถึง 95% ของทองคำสำรองของโลกทั้งหมดอยู่ในห้องนิรภัยของอเมริกา
👉👉หลายทศวรรษต่อมา สหรัฐอเมริกายังคงถือครองทองคำสำรองไว้มากที่สุด ทองคำคิดเป็นมากกว่า 75% ของเงินสำรองต่างประเทศ และ สหรัฐฯ ยังคงปกป้องทองคำที่เป็นของประเทศอื่นต่อไป ธนาคารกลางสหรัฐในนิวยอร์กเป็นผู้ดูแลทองคำที่เป็นของรัฐบาลต่างประเทศ ธนาคารกลาง และองค์กรระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ
ทำไมประเทศต่างๆ ยังถือสำรองทองคำ?
ทองคำช่วยให้รัฐบาลสามารถสำรองค่าเงินของตนเองได้เนื่องจากมาตรฐานทองคำไม่มีผลบังคับใช้แล้ว เหตุใดประเทศต่างๆ จึงยังคงถือทองคำสำรองไว้ มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ทองคำยังคงอยู่ในห้องนิรภัยของธนาคารกลางในสหรัฐอเมริกา
เช่นเดียวกับนักลงทุนรายบุคคล รัฐบาลจำเป็นต้องกระจายพอร์ตการลงทุนด้วย การถือตราสารการลงทุนประเภทต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและรับประกันความปลอดภัย
แม้ว่ามาตรฐานทองคำจะเป็นสิ่งในอดีตแล้ว แต่รัฐบาลของหลายประเทศยังคงเชื่อว่าการถือครองทองคำจะช่วยให้สกุลเงินของพวกเขามีเสถียรภาพในระดับหนึ่ง
ทองคำทำหน้าที่เป็นเครื่องป้องกันภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจของประเทศ
10 อันดับประเทศที่มีทองคำสำรองมากที่สุด (ณ ตุลาคม 2023)
สหรัฐอเมริกา: 8,133.5 ตัน
เยอรมนี: 3,352.7 ตัน
อิตาลี: 2,451.8 ตัน
ฝรั่งเศส: 2,436.5 ตัน
รัสเซีย: 2,332.7 ตัน
จีน: 2,191.5 ตัน
สวิตเซอร์แลนด์: 1,040.0 ตัน
ญี่ปุ่น: 845.9 ตัน
อินเดีย: 800.8 ตัน
เนเธอร์แลนด์: 612.5 ตัน
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ แม้ทองคำจะราคาแพงขึ้นไปมากโขแล้ว แต่คนก็ยังนิยมเก็บกันอยู่เพราะมันเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยนั่นเอง หากเรามีเงินทุนสำรองมากพอแอดแนะนำว่าเก็บสะสมในรูปทองคำแท่งบ้างก็น่าจะดีนะครับ เอาใจช่วยทุกท่านให้เทรดได้เงินสะสมเยอะๆครับ
Nการศึกษา
DXY (Dollar)เห็นยังไง วิเคราะห์ไปแบบนั้น
ไม่ยึดติดทฤษฏี มองถึงความได้เปรียบของรูปทรงกราฟที่เกิดขึ้น
นำไปสู่ผลลัพธ์ที่สร้างผลตอบแทน !!
แต่ถ้าอยากรู้เหตุผลอย่างอื่นเพิ่มเติม
เข้ามารับชมได้ที่เพจ Order Concept
หรือพิมพ์ค้นหาที่ FacebooK : @OrderConceptFX ได้เลย
ไลฟ์วิเคราะห์ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
(เวลา 14:00 น.) เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ตลอด
ที่นี้เราจะไม่พูดถึงแค่เรื่องกราฟแบบมือใหม่
แต่เราจะพาไปเจาะลึกถึง Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
ฝึกอ่านกราฟช่วงนี้เห็นข่าวออกมาอีกละตลาดหุ้นไทยเซ็ตตกหุ้นร่วงก็ยังงงๆว่ามันจะกังวลอะไรก็ในเมื่อมันต้องลงอยู่แล้วจะให้มันลงมาเท่าไหร่ก็ให้มันลงมาเลยจนกว่ามันสร้าง price action ขาขึ้นแล้วเราก็ค่อยช้อนซื้อกลับไปแค่นั้นเองวิเคราะห์เอาไว้เมื่อเดือนธันวาคมมันก็ลงไปตามแผนอยู่นะก็มาขัดเกลาเพิ่มเติมจากการมองในวันนี้เขาจะเห็นภาพประมาณนี้แหละสุดท้ายราคาปัจจุบันมันยังลงอยู่ก็อย่าเพิ่งไปเข้ามันแค่นั้นเองอย่าไปขวางรถสิบล้อรถสิบล้อมันกำลังจะลงมาอยู่ก็ปล่อยให้มันลงไปก็แค่นั้นเองอืมงง
Set ทำ new low แต่อย่าด่วนสรุปว่าตลาดหุ้นไทยแย่ช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการหาหุ้นผู้นำตลาดและจับจังหวะเทรด เพราะมันอาจจะเป็นการลงครั้งท้ายๆของดัชนีแล้วก็ได้
ที่ผมตั้งข้อสังเกตแบบนี้เพราะว่าเห็นหุ้นที่ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบปีจำนวนไม่น้อยและมาเป็นกลุ่ม ที่สำคัญคือแม้ว่าดัชนีจะทำจุดต่ำสุดใหม่แต่หุ้นผู้นำก็ยังคงยืนในโซนจุดสูงสุดที่มันขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่ง
ถึงตอนนั้นนี่เป็นเพียงแค่ความเห็นเท่านั้น ความเห็นไม่มีทางเอาชนะความจริงได้ ดังนั้นทุกการเทรดที่ผมเข้าในช่วงนี้ผมจะให้ระดับตัดขาดทุนที่แคบมากๆเผื่อผิดทางจะได้เสียหายน้อยเอาไว้ก่อน
Position Trading ลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาวอันไหนดีกว่ากันPosition Trading ลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาวอันไหนดีกว่ากัน
👰 กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจระหว่างเทรดสั้นกับเทรดยาว มันต่างกันยังไง แล้วอันไหนดีกว่ากัน มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
การเทรดแบบ Position Trading คือการถือตำแหน่งในการเข้าออเดอร์ มีหลายแบบ แบบถือเป็นเดือนหรือปีในระยะยาว และ การถือออเดอร์แบบระยะสั้นๆเทรดแบบรายวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุน เป้าหมาย และความพร้อมของแต่ละคน ย้ำว่าแต่ะคนไม่เหมือนกันจริงๆ ข้อนี้สำคัญมาก ในการเลือกรูปแบบการเทรด
Position Trading มีไว้ใช้เพื่ออะไร?
1. เพื่อเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิคด้วย Position Trade และการวิเคราะห์ทางเทคนิคช่วยในการจับจังหวะการเข้าออเดอร์และออกออเดอร์
2. Position Trade ให้ความสำคัญกับกรอบเวลาใหญ่ เช่น กราฟรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของราคาและแนวโน้มหลัก แต่ในปัจจุบันเราปรับแต่งให้ Position Trade มีทั้งแบบระยะยาว และแบบระยะสั้น เพื่อสร้างความหลากหลายและกลยุทธิ์ที่มากขึ้น นั่นเอง
3. เพื่อช่วยให้มีการบริหารความเสี่ยงและเงินทุนอย่างมีวินัย โดยเริ่มจากการกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนที่เหมาะสมในแต่ละสินทรัพย์ และเพื่อป้องกันการขาดทุนที่เกินกว่าระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงตั้งเป้าหมายที่จะทำกำไร
Position Trading มีเทคนิคการทำอย่างไรบ้าง
1.Trend Following
การตามติดแนวโน้มหลักของราคา โดยใช้วิธีการต่างๆ ในการระบุแนวโน้ม เช่น การวิเคราะห์ทิศทางของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages) หรือ ADX เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้ม
2. Breakout Trading
มุ่งเน้นการรอคอยจังหวะที่ราคาผ่านแนวต้านหรือแนวรับสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อุปทานและการเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ ในกรอบเวลารายวันรายเดือนหรือรายสัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ร่วมกันทางเทคนิค เช่น Pivot Point
3. Value Investing
เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น การคำนวณมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดคิดลด (DCF) แล้วถือครองไปจนกว่าตลาดจะตระหนักถึงมูลค่าที่แท้จริงและราคาปรับตัวให้สะท้อนโอกาสในระยะยาว
สรุป: อันไหนดีกว่ากัน?
Position Trading เหมาะกับคนที่:
ไม่มีเวลาเทรดตลอดวัน
ชอบการลงทุนแบบเน้นความมั่นคง
สามารถรอผลตอบแทนในระยะยาวได้
ไม่ชอบความเสี่ยงสูง
การเทรดระยะสั้น เหมาะกับคนที่:
มีเวลาและความพร้อมในการติดตามตลาด
ชอบความท้าทายและรับความเสี่ยงได้
มีทักษะการวิเคราะห์ตลาดที่ดี
ต้องการทำกำไรในเวลาสั้น ๆ
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พยายามถามตัวเองให้ได้คำตอบก่อนว่าชอบเล่นแบบไหน แล้วเรามีความสามารถในการทำกำไรแบบไหนกนแน่ พร้อมมากน้อยเพียงใด ทีนี้ก็เทรดไม่ยากแล้วครับ และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ
SET เทรนด์เป็นลงมาตลอดตั้งแต่ตัดเส้น MA200SET เทรนด์เป็นลงมาตลอดตั้งแต่ตัดเส้น MA200 ที่ระดับราคา 1380
ปัจจุบัน ราคากไม่สามารถยืนเหนือเส้น MA 50 วัน ได้ใน Time frame 4H ที่ราคา 1300
หากภายในสัปดาห์นี้มีการเด้งรีบาวน์ได้ ก็จะไปชนแนวต้าน 1300 แล้วเกิดการย่อตัวก่อน 1 รอบอยู่ดี
โดยมีแนวรับ 1237 ที่พร้อมจะหลุด หากหลุดก็จะมีแนวรับถัดไปคือ 1225-1218 และ 1190 แบบลึกเลยทีเดียว
ในทางกลับกัน หากภายในสัปดาห์หน้านี้เปิดลงหลุดพรวด 1237 ลงไปเลย ก็จะมีแนวรับด้านบนตามที่ว่าไว้
โดยถ้าลงถึง 1190 จริง ก็เตรียมกระสุนให้พร้อมเก็บหุ้นไม้แรกด้วยล่ะ
ปล. จริงๆแถว 1205-1200 ก็เริ่มเก็บได้หน่อยๆ
Disclaimer คำเตือน
1.โพสต์นี้เป็นการแชร์มุมมองเพื่อการศึกษาและเรียนรู้พฤติกรรมการทำราคาของกราฟเทคนิคคอลเท่านั้น (For Educational purposes only) และ ผู้เขียนไม่ใช่ (Financial advisor nor a CPA)
2.ทางเพจไม่ได้มีเจตนาชี้แนะหรือชี้ชวนการลงทุนแต่อย่างใด (I am sharing my opinion with no guarantee of investment gains or losses.)
3.ผู้ลงทุนควรศึกษาผลิตภัณฑ์การลงทุนก่อน และตัดสินใจการลงทุนเอง ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นผู้ลงทุนต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง (Investing of any kind involves risk. While it is possible to minimize risk, your investments are solely your responsibility. You must conduct your own research.)
วิธีใช้ Sentiment Indicator อารมณ์ในตลาด วิธีใช้ Sentiment Indicator อารมณ์ในตลาด
👰กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับอารมณ์การเทรดในตลาด อารมณ์ที่เป็นอารมณ์ร่วมจริงๆนะ เอ๊ะแล้วมันดียังไง มันเริ่มจากตรงไหน มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
หลังจากที่เราๆเทรดเดอร์มือใหม่ทั้งหลายเริ่มเข้าสู่วงการเทรดแบบเต็มตัวแล้ว หลายๆคนน่าจะเริ่มรู้จัก รูปแบบในการวิเคราะห์ข้อมูลของตลาดมาบ้าง ไม่มากก็น้อย แต่ที่งงๆเยอะหน่อย น่าจะเป็นอารมณ์ในตลาด Sentimental Analysis หรือความอ่อนไหวของตลาดว่ามันคืออะไร ทำไมขึ้นๆลงๆ เดาทางไม่ถูกเลย
Market Sentiment คืออะไร
Sentiment หมายถึงแนวทางความคิด และความรู้สึกของนักลงทุนในตลาด ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อหรือขายสินทรัพย์ทางการเงิน โดยใช้ความรู้สึกหรืออารมณ์โดยรวมที่นักลงทุนและเทรดเดอร์มีต่อตลาดนั้น ๆ ซึ่งในแต่ละตลาดการลงทุนก็จะมีมุมมองที่แตกต่างออกไป
Market Sentiment แบ่งมุมมองของตลาดออกเป็น 3 เทรนด์
1. ตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น (Uptrend)
2. ตลาดอยู่ในสภาวะขาลง (Downtrend)
3. ตลาดยังหาทิศทางไม่ได้ (Sideway)
การวิเคราะห์อารมณ์ของตลาด (Sentiment Analysis) คืออะไร?
ระบบเทรด Sentiment Analysis (การวิเคราะห์ความรู้สึก) เป็นระบบที่อาศัยการประเมินความรู้สึกหรืออารมณ์ของตลาดจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
เช่น ข่าวสาร, โซเชียลมีเดีย, ฟอรัม, หรือความคิดเห็นของผู้คน เพื่อทำนายทิศทางราคาของสินทรัพย์ (เช่น หุ้น, สกุลเงิน, หรือคริปโตเคอร์เรนซี)
โดยหากข้อมูลข่าวสารในตลาดส่อแววเป็นปัจจัยบวก (Positive Sentiment)
ก็ถือเป็นสัญญาณขาขึ้น ให้ BUY
ในขณะเดียวกัน หากมีข่าวสารที่เป็นปัจจัยลบ (Negative Sentiment)
ก็จะถือเป็นสัญญาณขาลงนั่นเอง ให้ SELL
อย่างไรก็ตาม บางครั้งข้อมูลที่ถูกรวบรวมมาก็อาจไม่ได้บอกสัญญาณเทรดที่ถูกต้องเสมอไป เทรดเดอร์ก็ควรพิจารณาข้อมูลข่าวสารทางการเงินทั้งที่เป็นปัจจัยบวกและลบร่วมด้วยในระหว่างการเทรด ซึ่งมีโอกาสสูงที่ข้อมูลเหล่านั้นจะส่งผลต่อราคาสินทรัพย์ที่เรากำลังเทรดอยู่ แต่หากรารู้จักใช้ sentiment indicator ให้เป็นประโยชน์ ก็หมดห่วงได้เลย! มันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
อินดิเคเตอร์ Sentiment กำลังบอกอะไร?
การตีความหมายของ sentiment indicator !
1. การอ่านตัวชี้วัดตามตัวเลขจริง (เหมาะสำหรับเทรดระยะยาว)
- หากตัวเลขอยู่ในระดับสูงๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังมองตลาดอยู่ในเกณฑ์บวก และเราก็เดิมพันในทิศทางตลาดตามความเป็นจริง โดยมองฝั่ง BUY และคิดว่าราคาจะขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
- หากตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังได้รับแรงกดดันจากสภาวะเชิงลบของตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวลงไปอีก โดยมองฝั่ง SELL
2. การอ่านตัวชี้วัดแล้วมองในทิศทางตรงกันข้าม(เหมาะสำหรับเทรดระยะสั้น)
- หากตัวเลขอยู่ในระดับต่ำๆ หมายความว่าผู้บริโภคกำลังได้รับแรงกดดันจากสภาวะเชิงลบของตลาด ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวบวก และราคาก็อาจกลับตัวขึ้นหลังจากนั้น
- ในขณะเดียวกัน หากอินดิเคเตอร์ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงๆ ก็หมายความว่าผู้บริโภคกำลังมองตลาดอยู่ในเกณฑ์บวก ซึ่งเทรดเดอร์มืออาชีพโดยส่วนใหญ่จะมองว่า indicator นั้นอาจปรับตัวลงพร้อมๆ กับตลาดในไม่ช้า
อินดิเคเตอร์ Sentiment ของตลาด vs. อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค
Indicator บางตัวอาจใช้วิเคราะห์ได้ทั้งในเชิงเทคนิคและสภาวะอารมณ์ของตลาด อย่างไรก็ตาม อินดิเคเตอร์ทั้ง 2 ประเภทก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ดังนี้:
1. อินดิเคเตอร์ Sentiment ใช้บอกพฤติกรรมของทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องในตลาดดังกล่าว
2.อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิค บ่งบอกภาพรวมของตลาด ไม่ว่าจะเป็นราคา (Price), ปริมาณการซื้อขาย (Volume), และข้อมูลอื่นๆ ในเชิงเทคนิคที่ปรากฎใน กราฟเทรด
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น ถ้าเราอ่านแบบง่ายๆเข้าใจง่ายๆ ทุกอย่างจะดูง่ายเอง แค่อย่าไปคิดเยอะครับ ไม่ต้องไปคิดแทนเขา เราคิดแค่ว่ามันบอกขึ้นลง แค่นั้นก็พอ เห็นมั้ยครับ ง่ายนิดเดียว และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ
Flow Option SET50 ยังค่อนข้างจะแย่อยู่มากนอกจากยอด flow tfex set50 แล้ว ยังมี ข้อมูลอีกด้านนึงคือ option SET50 ที่ถ้าเรานำมา plot กราฟ
เราจะเห็น ต่างชาติกับรายย่อย ทำตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง
flow ตัวแรก คือ
Accumulate PUT&CALL Foreign SET50 จะเห็นได้ว่า ต่างชาติสะสม put ค่อนข้างเยอะมาก มากกว่าตอนกลางปีที่แล้ว
Accumulate PUT&CALL Local SET50 ส่วนรายย่อยนั้น ก็ Call option สะสมมาเยอะมามาก
Accumulate CALL Foreign and Local SET50 ตัวนี้จะนำ call option ระหว่าง รายย่อยกับฝรั่งมา เปรียบเทียบกัน
สรุป คือให้ภาพมันเล่าเรื่องตอนนี้ ฝรั่งยังมุ่งหน้า สะสม put รายย่อย สะสม call ตลาดก็ยังไม่สามารถขึ้นได้
SET Entry 2025-2028 (Sideway) นี้เป็นการมองตลาด SET โดยรวมเป็น Sideway คาดว่าตลาดจะเป็นแบบนี้ไปถึงปี2028 ในการวิเคราะห์ราคาในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2025 ราคาได้เดินทางมาโซนสำคัญคือ 0.618 ราคา 1260 ราคาจะเกิดPullbackในระยะสั้น+200จุด แล้วกลับตัวลงต่อเพราะในภาพใหญ่ราคายังถูกไม่พอที่รายใหญ่จะเข้าโดยส่วนตัวผมคาดการณ์จุดที่ถูกที่สุดของตลาดSETอยู่ที่ราคา 1050 เป็นโซนที่เหมาะแก่การทะยอยเข้าซื้อ
โดยรวมผมให้แนวรับ2จุดคือ 1260 (คิดว่าราคาแค่Pullback) และ ราคา1050 (โซนสำคัญที่ถูกที่สุด)
นี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเป็นการคาดการณ์เท่านั้นโปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
HitSL
15/02/2025
ตลาดหุ้นจะ Rebound with Market Breadth SET100ตลาดหุ้นอาทิตย์นี้เริ่มส่งสัญญาณในเชิงบวกมากขึ้น
ที่ผ่านมา ใครที่เทรด TFEX จะสับสนทุกครั้งที่ตลาดเดิ้งขึ้นมาบริเวณ 830++ มักจะทุกตบลงไป ต่ำกว่า 820ทุกครั้ง จึงทำให้เกิดความกลัว หรือความเคยชินว่า รอบนี้ตลาดจะลงไปอีกรอบไม๊
Above MA 20 เริ่มมีการทำฐานยกตัวขึ้นมาได้ ส่งสัญญาณดี
ADV/DEC MA ตัวนี้เริ่มแย่ตั้งแต่ 3ตค แต่ตลาดก็ยังขึ้นต่อได้ ตัวนี้ยังคงต้องขอดูอีกสักพัก ถ้าเริ่มกลับตัว อาจจะเริ่มเป็นการ Confirm ว่าตลาดมีทิศทางเริ่มเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้นได้
Trend Momentum เส้นสีแดงเริ่ม พักใน TF DAY เป็นการบอกว่า หมีเริ่มหมดแรง
เส้นสีน้ำเงิน เริ่มขึ้น เป็นการบอกว่าตลาดอาจะมีการรีบาว ขึ้นมาได้
เส้นสีเขียว ยังไม่ไปไหน ก็ไม่สามาารถบอกได้ว่า ตลาดจะเป็นเป็นขาขึ้นได้จริงๆ จนกว่า
สีเขียว จะปรับขึ้นมา มากกว่านี้
เส้นสีเหลือง คือ การ พักตัวในขาขึ้นหรืออาจจะเปลี่ยนเป็นขาลงได้ ตอนนี้เป็นปกติที่ต้อง
อยู่ด้านล่าง
สรุป คือตลาดยังมีโอกาสเล่นรีบาวได้ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะเปลี่ยนทิศเป็นขาขึ้นไม๊ ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังสูง
What is a trading system? ระบบเทรคืออะไร?
What is a trading system?ระบบเทรด คืออะไร?
👰กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับการเทรดวิเคราะห์กราฟและการแชร์เทคนิคคอลแจ่มๆที่ใช้ดีและบอกต่อ วันนี้แอดมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับระบบเทรด เพราะหลาคนยังไม่รู้ว่าระบบเทรดคือะไร แล้วมันเริ่มยังไง มาครับ บทความนี้มีคำตอบ
ระบบเทรด ช่วยให้การเทรดเพื่อทำกำไรนั้นมีประสิทธิภาพสูง และมักจะประกอบด้วยหลายปัจจัยที่ทำให้มันโดดเด่นและน่าเชื่อถือ ขึ้นอยู่กับประเภทของการเทรดและขึ้นอยู่กับตัวบุคคลของคนนั้นด้วย ว่าชอบแนวไหน (เช่น หุ้น, Forex, Cryptocurrency) เพราะสไตล์การเทรดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน (เช่น Scalping, Day Trading, Swing Trading)
ระบบเทรดที่ดีมักจะมีลักษณะดังนี้
1. ระบบเทรดอัตโนมัติ (Algorithmic Trading)
👀 Bot Trading: ใช้โปรแกรมหรือบอทเพื่อเทรดอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น RSI, MACD, Moving Average
👀 High-Frequency Trading (HFT): เทรดด้วยความเร็วสูง ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางเวลาและข้อมูล
2. ระบบเทรดแบบ Manual (มือถือ)
👀 Price Action: วิเคราะห์กราฟแท่งเทียนหรือรูปแบบราคาโดยไม่ใช้ Indicator
👀 Indicators-Based: ใช้ Indicator ต่างๆ เช่น Moving Average, Bollinger Bands, Fibonacci Retracement
3. ระบบเทรดที่ใช้ Machine Learning/AI
👀 ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลและทำนายแนวโน้มราคา
👀 ปรับตัวได้ตามสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
4. ระบบเทรดที่ใช้ Risk Management ที่ดี
👀 Stop Loss/Take Profit: กำหนดจุดตัดขาดทุนและกำไรล่วงหน้า
👀 Position Sizing: จัดการขนาดการเทรดให้เหมาะสมกับพอร์ต
5. ระบบเทรดที่ใช้ Backtesting
👀 ทดสอบระบบกับข้อมูลในอดีตเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
👀 ช่วยให้มั่นใจว่าระบบทำงานได้ดีในสภาวะตลาดต่างๆ
6. ระบบเทรดที่ใช้ Sentiment Analysis
👀 วิเคราะห์ความรู้สึกของตลาดจากข่าวสารหรือโซเชียลมีเดีย
👀 ช่วยทำนายทิศทางราคาจากปัจจัยทางจิตวิทยา
ตัวอย่างระบบเทรดยอดนิยม:
👉Moving Average Crossover: ใช้เส้น Moving Average สองเส้นตัดกันเพื่อหาจุดเข้า-ออก
👉 Breakout Trading: เทรดเมื่อราคา breakout จากระดับสำคัญ
👉Trend Following: เทรดตามแนวโน้มหลักของตลาด
เครื่องมือที่นิยมใช้:
👉 MetaTrader 4/5 (MT4/MT5): แพลตฟอร์มเทรด Forex และ CFD
👉TradingView: สำหรับวิเคราะห์กราฟและสร้างระบบเทรด
👉Python/R: สำหรับเขียน Algorithmic Trading
ข้อควรระวัง:
👋ไม่มีระบบเทรดใดที่ทำกำไรได้ 100% เสมอไป
👋 การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
👋 ควรทดสอบระบบกับบัญชีทดลองก่อนใช้จริง
👽👽👽เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ถึงบางอ้อกันหรือยังฮะ จริงๆแล้วมันก็คือกลุทธิ์การเทรดนั่นแหละ แต่จัดวาและทำให้เป็นแบบแผน แล้วเราจะเทรดได้อย่างราบรื่น และกำไรมั่นคงฮะ และที่สำคัญต้องหมั่นฝึกฝนและทดสอบระบบเทรดและกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการเทรดเสมอ แล้วเราจะเก่งและกำไรเรื่อยๆครับ






















