ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น
(ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดในวันนี้)
1. ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองที่ลดลง + ราคาน้ำมันที่ร่วงลง; ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลง และการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจมหภาคเล็กน้อย
ปัจจัยที่เคยกดดันตลาดอย่างหนัก—โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่เกิดจากพลังงานและการขายเพื่อความปลอดภัย—ได้พลิกกลับอย่างสิ้นเชิง การฟื้นตัวของความต้องการความเสี่ยงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนโดยตรงที่สุดของการปรับตัวขึ้นในวันนี้ ซึ่งช่วยกระตุ้นความเต็มใจของเงินทุนระยะสั้นในการซื้ออย่างแข็งขัน
2. ภาวะขายมากเกินไป + การซื้อคืนชอร์ต + การไหลเข้าของ ETF; การบรรจบกันของแรงซื้อสามประการ
หลังจากที่ราคาปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงให้เห็นถึงภาวะขายมากเกินไปอย่างมาก ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการซื้อคืนชอร์ตและกิจกรรม "ซื้อเมื่อราคาตก" ของสถาบันผ่าน ETF—การไหลเข้าของเงินทุนสามทางที่ให้การสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งที่จุดต่ำสุดและสร้างฐานที่มั่นคงในช่วง 62,400–63,000 ดอลลาร์
3. ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ลดลง; มูลค่าสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนฟื้นตัว
การลดลงเล็กน้อยของอัตราดอกเบี้ยได้ลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง Bitcoin และปรับปรุงคุณค่าของ Bitcoin เมื่อเทียบกับการลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เล็กน้อย ดึงดูดเงินทุนที่มีอยู่ให้เข้ามาเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวในระยะสั้น
ตลาดคริปโต
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นเป็นการวิเคราะห์ส่วนตัวไม่ใช่ซิกแนลให้เทรดตามนะครับ แนะนำให้หาข้อมูลหุ้นแต่ล่ะตัวเพิ่มเติมด้วยนะครับ
เซ็ตระบบเทรดครอบระบบลงในกราฟ ทำแบบเดิมซ้ำๆ ทดสอบ back test ถนัดใช้อินดี้อะไรก็เอามาใส่ลงไปไม่มีผิดไม่มีถูกครับ มันขึ้นกับตัวเราเองเราเข้าใจในแบบเรานะครับผม
BTCUSD : สัญญาณซื้อ-ขาย ครั้งที่ 4/2026 ของระบบ MACD ตัด 0อธิบาย :
ระบบ Action Zone หรือ MACD ตัดศูนย์ คือระบบที่ใช้หลักการดูเส้น MACD ว่า เส้นนี้จะตัดกับเส้นศูนย์เมื่อไหร่ โดย ถ้าตัดขึ้นก็จะเป็นสัญญาณซื้อ ถ้าตัดลงก็จะเป็นสัญญาณขาย ถือเป็นระบบ Trend Following ที่ใช้ได้ดีกับตลาดที่มีเทรนจ๋าๆ เช่น BTC ก่อนปี 2025 ( แต่จากปี 2025 เป็นต้นมา ใช้ไม่ได้แล้ว 555 )
ความเห็นของรอบนี้ :
เห็นระบบเขียวแล้วก็แดงอีกแล้วในเวลาไม่กี่วัน แล้วก็รู้สึกว่า เออ ดีแล้วล่ะที่ผมเลิกเทรดคริปโตไปแล้ว เพราะบอกตรงๆ ว่ามันทำท่านี้มาปีครึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ ซึ่ง ถ้าเราไปย้อนดูจริงๆ Bitcoin ไม่เคยเจอ false sig บ่อยขนาดนี้เลย อย่างน้อยๆ มันอาจจะมี false sig สักครึ่งปี แล้วก็ขึ้นต่อแรง แต่ว่า ในระยะเวลาตลอด 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา มันไม่มีการขึ้นแรงๆ ให้เราเห็นเลย ยังไม่นับเรื่อง HW wallet โดนแฮกอีก.. ส่วนตัวมองว่า อนาคตก็น่าจะจบแล้วสำหรับ Bitcoin และ คริปโต โดยรวม แต่ก็จะแวะมาทำบันทึกไว้เรื่อยๆ ล่ะกันครับ 555
BTC ActionZone Buy-Sell#4 ( 17/7 - 2/8/2026 )
------------------
Entry : 63830+-
SL : 62279 ( -2.7% )
Initial Position Size (Risk 2%) = 70% ของพอร์ต
Exit Loss : 62887 ( -1.47% )
Position Size 70% ของพอร์ต =
Total Loss = ( 70% * (-1.47% ) ) = -1% ของพอร์ต
------------------
สรุปผลกำไร สะสม ของทุกระบบ ในปี 2026 ได้ดังนี้
* รายการกำไรนี้ เป็นการคำนวณตรงๆ ยังไม่ได้ใส่ค่า fee และ slippage หรือความผันผวนของ USDTHB เข้าไปนะครับ ดังนั้น กำไร/ขาดทุนจริงๆ ของการทำตามระบบ ก็น่าจะคลาดเคลื่อนจากข้อมูลด้านล่างพอสมควรครับ
(6Jan-21Jan) Action Zone = -2%
(17Mar-18Mar) Action Zone = -2%
(10Apr-24May) Action Zone = +2.72%
(17Jul-2Aug) Action Zone = -1%
Sum กำไรสะสมของปี 2026 = -2.28% ที่ความเสี่ยง 2% ต่อระบบต่อครั้ง ( กำไรหน่วย USD )
สรุปสถิติของระบบ ปี 2026
เทรดทั้งหมด : 4 ครั้ง
เทรดชนะ : 1 ครั้ง
เทรดแพ้ : 3 ครั้ง
Win Rate = 25%
ภาพรวมตลาดวันนี้ภาพรวมตลาดวันนี้
ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 64,900 ดอลลาร์ โดยตลาดกำลังเคลื่อนไหวออกข้าง (sideway) ในกรอบจำกัดหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมตินโยบายการเงินในเชิงเข้มงวด (hawkish) แม้ว่าการคงอัตราดอกเบี้ยจะช่วยพยุงความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น แต่โอกาสในการปรับตัวขึ้นยังคงถูกจำกัดอย่างมากจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงที่ยืดเยื้อ การที่ปัจจัยหนุนด้านกฎระเบียบที่คาดหวังไว้ยังไม่เกิดขึ้นจริง และแรงกดดันจากการเทขายของผู้ที่ติดสถานะซื้อ (trapped positions) ในระดับราคาที่สูงกว่าปัจจุบัน นอกจากนี้ การที่ตลาดกำลังจะปิดรอบสัปดาห์ในวันศุกร์ประกอบกับความไม่แน่นอนตามปกติในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดอย่างระมัดระวัง
กลยุทธ์การเทรดหลัก: พิจารณาเปิดสถานะซื้อ (long) ด้วยปริมาณไม่มากเพื่อเก็งกำไรการดีดตัวระยะสั้น หากราคาสามารถยืนเหนือโซนแนวรับที่ 64,300–64,500 ดอลลาร์ได้ ในทางกลับกัน ให้พิจารณาเปิดสถานะขาย (short) ที่ระดับแนวต้าน 65,500–66,000 ดอลลาร์ เพื่อทำกำไรจากการย่อตัวของราคา ทั้งนี้ ควรใช้กลยุทธ์เข้า-ออกเร็ว (quick-in, quick-out) สำหรับการเทรดระยะสั้น ลดขนาดสถานะลงอย่างมากก่อนปิดตลาด และคงสถานะการถือครองสินทรัพย์ไว้ในระดับต่ำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ตรรกะเบื้องหลังแรงกดดันขาลงตรรกะเบื้องหลังแรงกดดันขาลง
(แรงขับเคลื่อนหลักของตลาดที่ผลักดันแนวโน้มระหว่างวันและกำหนดโทนขาลง)
1. กระแสเงินทุนใน ETF เปลี่ยนจากไหลเข้าเป็นไหลออกจำนวนมาก การซื้อจากสถาบันหายไปอย่างสิ้นเชิง
การพุ่งขึ้นในเดือนกรกฎาคมนั้นขับเคลื่อนโดยกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิใน ETF อย่างต่อเนื่อง เมื่อกระแสเงินทุนกลับทิศทาง รากฐานของการพุ่งขึ้นก็พังทลายลง สถาบันลดตำแหน่งลงในช่วงต้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง นักลงทุนรายย่อยก็ทำตามด้วยการขายออก และสภาพคล่องในตลาดใหม่ก็เหือดแห้งไป ทำให้ไม่มีเงินทุนเหลืออยู่เพื่อรองรับแรงกดดันในการขาย
2. ความระมัดระวังความเสี่ยงแพร่กระจายก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนขาขึ้นลังเลที่จะเข้าสู่ตลาด
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด เงินทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่เฉยๆ งดเว้นจากการเปิดสถานะซื้อ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ความคาดหวังสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนยังคงสูง สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นแรงกดดันขาลงสำหรับสินทรัพย์คริปโตที่ไม่มีผลตอบแทน ส่งผลให้ความต้องการของนักลงทุนขาขึ้นที่จะไล่ราคาให้สูงขึ้นนั้นต่ำมาก
3. ตำแหน่ง "ใต้น้ำ" (สถานะซื้อที่ติดอยู่) จำนวนมากสร้างแนวต้านด้านบน ซึ่งจำกัดขอบเขตของการดีดตัวขึ้นอย่างเข้มงวด
ปริมาณมหาศาลของสถานะที่ติดอยู่จากระดับราคาก่อนหน้านี้ได้สะสมอยู่ในช่วง 64,600–65,000 และ 65,800–66,500 ดังนั้น การดีดตัวขึ้นเล็กน้อยทุกครั้งจะกระตุ้นให้เกิดการขายจากนักลงทุนที่ต้องการออกจากสถานะที่ขาดทุน เมื่อรวมกับปริมาณการซื้อขายที่ลดลง การดีดตัวขึ้นที่ "ปราศจากปริมาณการซื้อขาย" ใดๆ ย่อมล้มเหลวและถอยกลับในที่สุด
BTC: ใกล้ถึง 50KBTC เคลื่อนไหวในช่วง 64K–66K มาเป็นเวลานาน จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคและแนวโน้มมาโครร่วมกัน พบว่าบิตคอยน์อยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ชัดเจน การเด้งกลับขึ้นทุกครั้งเป็นเพียงการย้อนกลับทางเทคนิค ไม่ใช่จุดเริ่มต้นการกลับตัวขาขึ้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้คือเปิดออร์เดอร์ขายบริเวณโซนแรงต้านด้านบน
โซนเข้าออร์เดอร์ขาย: 66000 – 67000 ดอลลาร์
โซนนี้เป็นโซนแรงต้านอุปสงค์หลัก มีแรงขายรวมตัวอย่างมาก ภายใต้โครงสร้างแนวโน้มขาลงปัจจุบัน ที่นี่เป็นจุดเข้าขายที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด อัตราส่วนความเสี่ยงต่อกำไรดีมาก
เป้าหมายรับกำไรแบบแบ่งส่วน
✅ เป้าหมาย TP ที่ 1: 63000 ดอลลาร์
แรงรับสำคัญระยะสั้น เหมาะปิดส่วนหนึ่งของออร์เดอร์
✅ เป้าหมาย TP ที่ 2: 62000 ดอลลาร์
ระดับสำคัญสำหรับการทะลุแรงรับหลักระยะสั้น เป้าหมายหลักของออร์เดอร์ขายคลื่นนี้
✅ เป้าหมายการย้อนกลับลึก: 58000 ดอลลาร์
การเทรดมีความเสี่ยงสูงมาก โปรดเทรดภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ฉันจะส่งสัญญาณที่แม่นยำอย่างต่อเนื่อง
การถูกปฏิเสธที่แนวต้านหลายครั้ง บ่งชี้ถึงโอกาสปรับฐานลงสู่โซนแนวภาพรวมโครงสร้างตลาด
กราฟ BTC/USDT ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง ยังคงสะท้อนมุมมองเชิงลบ เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าบริเวณแนวต้านสำคัญที่ 66,800–67,000 ดอลลาร์ ความพยายามในการทะลุแนวต้านหลายครั้งไม่ประสบความสำเร็จ แสดงให้เห็นว่าฝั่งผู้ขายยังคงควบคุมตลาดและป้องกันระดับราคาดังกล่าวอย่างแข็งแกร่ง
แม้ว่าก่อนหน้านี้ Bitcoin จะสามารถทะลุกรอบการปรับฐานขาลง (Descending Channel) ได้ แต่การฟื้นตัวกลับหยุดลงเมื่อเผชิญกับแนวต้านระยะยาว ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่จุดตัดสินใจสำคัญ ซึ่งหากเกิดการถูกปฏิเสธอีกครั้ง อาจนำไปสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้น
ประเด็นทางเทคนิคที่สำคัญ
1. แนวต้านสำคัญที่ถูกทดสอบหลายครั้ง
ราคา Bitcoin ถูกปฏิเสธหลายครั้งบริเวณ 66,800–67,000 ดอลลาร์
การกลับตัวซ้ำหลายครั้งยืนยันว่าบริเวณนี้เป็น โซนอุปทาน (Supply Zone) ที่แข็งแกร่ง
ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุระดับนี้ได้อย่างชัดเจน โมเมนตัมขาขึ้นจะยังคงถูกจำกัด
2. การทะลุกรอบขาลงกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญ
กรอบสี่เหลี่ยมเอียงในกราฟแสดงถึงช่องทางปรับฐานขาลงก่อนหน้า
แม้ว่าราคาจะทะลุกรอบดังกล่าวขึ้นมาได้ แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญแนวต้านที่แข็งแกร่งกว่าในกรอบเวลาที่ใหญ่กว่า
ดังนั้น การทะลุกรอบครั้งก่อนยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น
3. ความเสี่ยงของการสร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลง (Lower High)
การเคลื่อนไหวล่าสุดยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่เหนือจุดสูงสุดเดิมได้
หากไม่สามารถสร้าง Higher High ได้ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงขายรอบใหม่จะเพิ่มขึ้น
โมเมนตัมฝั่งซื้อเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน
แผนการเทรด
โอกาสเปิดสถานะขาย (Short)
โซนเข้า: 64,200–64,800 ดอลลาร์ (บริเวณทดสอบแนวต้าน)
สัญญาณยืนยัน
แท่งเทียนกลับตัวขาลง
การหลุดโครงสร้างตลาดในกรอบเวลาที่เล็กกว่า
ปริมาณการขาย (Volume) เพิ่มขึ้น
จุดยกเลิกมุมมอง
แท่งเทียน 4 ชั่วโมง ปิดเหนือ 66,800–67,000 ดอลลาร์ อย่างแข็งแกร่ง พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
เป้าหมายขาลง
เป้าหมายหลัก: 58,500–59,000 ดอลลาร์
ระดับดังกล่าวสอดคล้องกับ
โซนแนวรับ/อุปสงค์เดิม (Demand Zone)
บริเวณที่เคยมีแรงซื้อเข้ามาอย่างชัดเจน
จุดที่มีสภาพคล่องสะสมอยู่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด
พื้นที่ที่ผู้ซื้ออาจกลับเข้ามาสะสมอีกครั้ง
เงื่อนไขที่ทำให้มุมมองขาลงเป็นโมฆะ
แนวโน้มขาลงจะอ่อนแรงลง หาก Bitcoin
ปิดแท่ง 4 ชั่วโมง เหนือ 67,000 ดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน
เปลี่ยนแนวต้านให้กลายเป็นแนวรับหลังการรีเทสต์สำเร็จ
สร้าง Higher High และ Higher Low ต่อเนื่อง พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น
การบริหารความเสี่ยง
ข่าวเศรษฐกิจมหภาคหรือข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับตลาดคริปโทอาจทำให้เกิดการทะลุแนวต้านอย่างรุนแรง
อาจเกิดการทะลุหลอก (False Breakout) ใกล้ระดับแนวต้านสำคัญ
ควรรอการยืนยันจากพฤติกรรมราคาก่อนเปิดสถานะ และใช้ Stop Loss พร้อมการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นหมายเหตุ.... ภาพใหญ่มองขึ้น ภาพรองลง ก็หมายถึง ย่อเพื่อขึ้นแต่ตอนย่อมันก็จะ
ยกเพื่อลงไปเรื่อยๆหาdemand เราจะรอการสร้างPA เพื่อBUYกลับตามเทรน แต่หาก
ไม่สามารถกลับตัวได้เราจะต้องตามน้ำหาPA SELLก่อนฉะนั้นแผนภาพที่ได้จะมีสองแนวทาง
ไว้เสมอ
กำหนดแผนรอกราฟวิ่งเข้ามาตามแผนวิ่งมาในแผนไหนกำหนดเงื่อนไขจุดเข้าซื้อตามแผน
ส่วนตัววิเคราะห์อย่างเดียวไม่เทรดจะเทรดจริงไม่เพียงกี่อย่างเท่านั้น ส่วนกราฟอื่นบนโลกนี้
ใช้เพื่อการฝึกวเคราะห์รูปแบบของตนเองเพื่อกลับมาย้อนดูว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เป็น
ไปตามที่วิเคราะห์ ตามค่าสถิติบันทึกการเทรดไว้ใช่หรือไม่เท่านั้น
BTCUSD H2: สะสมตัวใกล้ขอบบน เป้าหมาย 67,900BTCUSD ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 63,885 หลังจากผันผวนอยู่ในช่วง 61,500–65,400 เป็นเวลานาน จุดต่ำสุดล่าสุดได้รับการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงแรงขายที่อ่อนลง และผู้ซื้อค่อยๆ เข้าควบคุมส่วนบนของโซนสะสม
สถานการณ์ขาขึ้นจะได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นหากแท่งเทียน H2 ปิดเหนือ 65,400–65,500 และรักษาระดับนี้ไว้ได้หลังจากการทดสอบซ้ำ ในกรณีนั้น BTC อาจเคลื่อนตัวขึ้นต่อไปยัง 66,500 จากนั้นไปยัง 67,903
หลีกเลี่ยงการซื้อทันทีที่ต่ำกว่าแนวต้าน รูปแบบที่ชัดเจนกว่าคือการรอการทะลุแนวต้านที่แท้จริงและการทดสอบซ้ำที่ประสบความสำเร็จก่อนที่จะคาดหวังการเคลื่อนไหวขึ้นครั้งต่อไป
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆ
ทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรด
ของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด
ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆ
ทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรด
ของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด
ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
อย่าลืม MM อย่ากด 1,000ไม้เหมือนคนฟอกขาวนะครับ แพ้คือคุณเป็นคนกำหนดเอง อย่าแพ้แล้วไปโทษโบรกเกอร์แล้วไปเรียกเก็บเงินกับ D...นะครับของผมมี50US หาร 5000จุดsl=0.01LOTครับ
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆ
ทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรด
ของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด
ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นไม่ได้พูดนานแล้ว การวิเคราะห์นี้คือบันทึกการฝึกหาจุดเข้าส่วนตัวไม่ใช่การส่งซิกแนลการเทรดใดๆ
ทั้งสิ้นเป็บสมุดบันทึกการเทรดส่วนตัวเพียงแต่นำมาเพื่อให้ผู้ที่ได้เห็นได้ไปฝึกใช้ให้เข้ากับแนวทางการเทรด
ของตนเองหรือผู้เรียนรู้ใหม่ได้รู้จักตั้งไข่แบบใดยืนให้ได้ด้วยตนเองควรเริ่มเรียนรู้สิ่งใด
ควรฝึกตั้งคำถามและหาคำตอบให้ตนเองเท่านั้น
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นกำหนดแผนรอกราฟวิ่งเข้ามาตามแผนวิ่งมาในแผนไหนกำหนดเงื่อนไขจุดเข้าซื้อตามแผน
ส่วนตัววิเคราะห์อย่างเดียวไม่เทรดจะเทรดจริงไม่เพียงกี่อย่างเท่านั้น ส่วนกราฟอื่นบนโลกนี้
ใช้เพื่อการฝึกวเคราะห์รูปแบบของตนเองเพื่อกลับมาย้อนดูว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เป็น
ไปตามที่วิเคราะห์ ตามค่าสถิติบันทึกการเทรดไว้ใช่หรือไม่เท่านั้น
การวิเคราะห์เชิงลึกของวัฏจักรปี 2026–2030 | มุมมองระยะยาวEthereum กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่สำคัญมากบนกราฟรายเดือน (1M) หลังจากซื้อขายอยู่ในระดับราคาสูงมาหลายปี โครงสร้างตลาดในปัจจุบันมีลักษณะคล้ายกับช่วงการกระจายเหรียญ (Distribution Phase) ที่เคยเกิดขึ้นในวัฏจักรก่อน ๆ ด้านล่างคือสถานการณ์ที่ผมกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด
ภาพรวมของวัฏจักรตลาด
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา Ethereum ได้ผ่าน 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่
ตลาดขาขึ้นอย่างรุนแรงในปี 2020–2021
ตลาดขาลงในปี 2022
ช่วงฟื้นตัวตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน
ขณะนี้ราคากำลังเข้าใกล้แนวต้านระยะยาวที่เคยมีแรงขายจำนวนมากในอดีต โดยในทุกวัฏจักรที่ผ่านมา Ethereum มักปรับฐานอย่างรุนแรงก่อนจะเริ่มแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ ดังนั้นผมยังไม่คาดหวังว่า ETH จะทำจุดสูงสุดใหม่ในระยะนี้
แนวต้านสำคัญ
พื้นที่สีชมพูบนกราฟคือโซนอุปทาน (Supply Zone) ระยะยาว
ในบริเวณนี้
นักลงทุนระยะยาวอาจเริ่มขายทำกำไร
นักลงทุนรายใหญ่หรือ Whale อาจเริ่มกระจายการถือครอง
แรงขายมักมีมากกว่าแรงซื้อ
หาก ETH ไม่สามารถปิดแท่งเทียนรายเดือนเหนือโซนนี้ได้ โอกาสที่จะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
สถานการณ์การปรับฐาน
จากการวิเคราะห์ของผม ETH อาจเคลื่อนไหวตามลำดับดังนี้
ปรับตัวลงสู่บริเวณ 560 ดอลลาร์
รีบาวด์ทางเทคนิค
ปรับตัวลงต่อสู่โซน 300–400 ดอลลาร์
ระดับราคานี้มีเหตุผลรองรับ ได้แก่
เป็นโซน Demand ขนาดใหญ่บนกราฟรายเดือน
เป็นพื้นที่สะสมก่อนตลาดกระทิงปี 2021
มีสภาพคล่องสูงในอดีต
อาจเป็นจุดสะสมของนักลงทุนสถาบัน
หาก ETH ลงมาถึงบริเวณนี้ จะเป็นโซนที่สำคัญที่สุดที่ควรติดตาม
จิตวิทยาของตลาด
ในทุกวัฏจักรของคริปโท จะมีช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่
สูญเสียความมั่นใจ
ขายสินทรัพย์ด้วยความตื่นตระหนก
เชื่อว่าตลาดคริปโทได้จบลงแล้ว
แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลาดังกล่าวมักเป็นช่วงที่นักลงทุนรายใหญ่เริ่มสะสมสินทรัพย์อย่างเงียบ ๆ
หาก ETH ลดลงสู่ 300–400 ดอลลาร์ นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากอาจไม่สามารถถือครองต่อไปได้
วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหม่
หลังจากสะสมราคาเป็นเวลานาน ETH อาจเริ่มวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่
สถานการณ์ที่ผมคาดหวังคือ
สร้างจุดต่ำสุดระยะยาว
สะสมราคาเป็นเวลาหลายเดือน
ทะลุโครงสร้างขาลง
ปรับตัวขึ้นสู่บริเวณ 1,300 ดอลลาร์
หากสามารถทะลุ 1,300 ดอลลาร์ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่แข็งแกร่ง ตลาดจะมีโอกาสไปสู่ระดับราคาที่สูงขึ้นในอนาคต
อะไรจะทำให้สถานการณ์นี้ไม่เป็นจริง
มุมมองขาลงจะถูกยกเลิก หาก
ETH ปิดแท่งเทียนรายเดือนเหนือโซนอุปทานปัจจุบันอย่างชัดเจน
ปริมาณการซื้อขายยืนยันแรงซื้อใหม่
กราฟรายเดือนยังคงสร้าง Higher High และ Higher Low
หากเกิดขึ้น โอกาสเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
บทสรุป
ในมุมมองของผม ช่วงปี 2026–2028 อาจเป็นช่วงการปรับฐานครั้งใหญ่ของ Ethereum
โซน 300–400 ดอลลาร์ จะเป็นบริเวณที่สำคัญที่สุด หากเกิดแรงขายครั้งใหญ่
หลังจากช่วงสะสมราคา ETH อาจฟื้นตัวขึ้นสู่ 1,300 ดอลลาร์ ก่อนเริ่มแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวครั้งใหม่
คำชี้แจง: บทวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่อ้างอิงจากโครงสร้างราคาและวัฏจักรของตลาด ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน โปรดบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน
คุณคิดอย่างไร? Ethereum จะสร้างจุดสูงสุดใหม่ต่อไป หรือจะมีการปรับฐานรุนแรงอีกครั้งก่อนเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่?
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นกำหนดแผนรอกราฟวิ่งเข้ามาตามแผนวิ่งมาในแผนไหนกำหนดเงื่อนไขจุดเข้าซื้อตามแผน
ส่วนตัววิเคราะห์อย่างเดียวไม่เทรดจะเทรดจริงไม่เพียงกี่อย่างเท่านั้น ส่วนกราฟอื่นบนโลกนี้
ใช้เพื่อการฝึกวเคราะห์รูปแบบของตนเองเพื่อกลับมาย้อนดูว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เป็น
ไปตามที่วิเคราะห์ ตามค่าสถิติบันทึกการเทรดไว้ใช่หรือไม่เท่านั้น
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นกำหนดแผนรอกราฟวิ่งเข้ามาตามแผนวิ่งมาในแผนไหนกำหนดเงื่อนไขจุดเข้าซื้อตามแผน
ส่วนตัววิเคราะห์อย่างเดียวไม่เทรดจะเทรดจริงไม่เพียงกี่อย่างเท่านั้น ส่วนกราฟอื่นบนโลกนี้
ใช้เพื่อการฝึกวเคราะห์รูปแบบของตนเองเพื่อกลับมาย้อนดูว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เป็น
ไปตามที่วิเคราะห์ ตามค่าสถิติบันทึกการเทรดไว้ใช่หรือไม่เท่านั้น
BTCUSD - การฝ่าวงล้อมสำเร็จ เป้าหมายที่สูงขึ้นBitcoin ได้เสร็จสิ้นการฝ่าวงล้อมเหนือเส้นแนวโน้มขาลงในระยะยาว และตอนนี้กลับมาทดสอบโซนฝ่าวงล้อมที่ประมาณ 61,400 ดอลลาร์ ความจริงที่ว่าราคารักษาบริเวณนี้ไว้แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อยังคงควบคุมโครงสร้างระยะสั้น ในขณะที่การปรับฐานในปัจจุบันส่วนใหญ่ช่วยให้ตลาดดูดซับผลกำไรก่อนที่จะดำเนินการต่อในแนวโน้มขาขึ้น
ปัจจัยมหภาคยังสร้างรากฐานเชิงบวกสำหรับ Bitcoin ความคาดหมายว่าเฟดจะค่อยๆ ผ่อนคลายนโยบายการเงินในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมกับกระแสเงินทุนที่มั่นคงเข้าสู่สปอต Bitcoin ETFs ช่วยให้ความเชื่อมั่นด้านความเสี่ยงยังคงเป็นบวก สิ่งนี้ยังคงสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นของตลาดสกุลเงินดิจิทัล
หากบริเวณ $61,400 ยังคงได้รับการปกป้อง BTCUSD มีแนวโน้มที่จะทดสอบพื้นที่แนวต้านใกล้กับ $65,000 ก่อนที่จะขยายโมเมนตัมขาขึ้นไปยังบริเวณ $66,950 ตามโครงสร้างกระทิงที่เกิดขึ้นในกราฟ H3
BTCUSD - รักษาระดับในช่องแนวโน้มขาขึ้นใหม่!BTCUSD กำลังปรับตัวลงมาที่โซนแนวรับภายในช่องแนวโน้มขาขึ้น แต่โครงสร้างหลักยังคงรักษาระดับโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ หลังจากที่ทะลุแนวโน้มขาลงมาก่อนหน้านี้ ราคาไม่ได้กลับไปสู่สถานะที่อ่อนแอกว่า แต่ยังคงสร้างฐานเหนือโซนแนวรับใกล้ 62,000 ดอลลาร์ต่อไป
สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงสนับสนุน Bitcoin โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวลงเมื่อเร็วๆ นี้ ช่วยลดแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยและปรับปรุงความต้องการความเสี่ยง FXStreet ยังตั้งข้อสังเกตว่า BTC ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ เนื่องจากความคาดหวังว่า Fed จะมีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น ในขณะที่ตลาดกำลังรอรายงานการประชุม FOMC เพื่อยืนยันทิศทางนโยบายเพิ่มเติม
ในกรอบเวลา H2 โซนแนวรับปัจจุบันเป็นกุญแจสำคัญสำหรับสถานการณ์ขาขึ้น หากราคายังคงรักษาระดับเหนือโซนนี้ BTCUSD มีแนวโน้มที่จะดีดตัวกลับภายในช่องแนวโน้มขาขึ้นและมุ่งเป้าไปที่ 66,600 ดอลลาร์
การยกเลิก: ปิด H2 ต่ำกว่า 61,500 ดอลลาร์อย่างชัดเจน
แผนการซื้อขาย BTC 3 จุดในตอนนี้ที่ดูเหมือนจะขึ้นมาแล้ว แต่แรงขึ้นก็คล้ายจะหมดแล้วเช่นกัน เป็นไปได้สูง ว่าจะอยู่ราคาแถวๆนี้และหล่นไปจากที่มันขึ้นมาหรือบริเวณ 60000 อีกครั้ง
ราคาพุ่งแรงครับ! ตอนนี้เด้งขึ้นมาถึงโซน **$63,000–64,000** แล้ว จัดโพสต์อัปเดตให้เลย 🔥
เพื่อนๆ จำที่บอกว่า "บันไดยังลง รอดูก่อนอย่าเพิ่งดีใจ" ได้ไหมครับ 😏 ล่าสุด... บันไดขั้นนั้นเริ่มพลิกแล้วจ้า!
จากที่เคยไปจูบก้นเหว $58,000-59,000 ตอนนี้ BTC ทะยานขึ้นมายืนแถว **$63,000-64,000** ขึ้นมาเกือบ 7% ในรอบสัปดาห์เดียว! 📈
🪜 **อธิบายง่ายๆ แบบเด็กก็เข้าใจ:**
ลองนึกภาพคนที่ล้มแล้วนอนอยู่กับพื้น (ตอน $58K) จากนั้นค่อยๆ ลุกยืน (เด้งกลับ $60K) แล้วตอนนี้เริ่ม **เดินได้จริงๆ** ไม่ใช่แค่ยืนโซเซอีกต่อไป 🚶♂️
🔍 **สิ่งที่เปลี่ยน:**
- คนที่เคย "แทงสวนขาลง" (short) โดนบีบต้องรีบซื้อคืนกันวุ่น ยิ่งซื้อคืน ยิ่งดันราคาขึ้นไปอีก (เหมือนคนวิ่งหนีเสือ พอวิ่งพร้อมกันหมด ก็ยิ่งวิ่งไว) 🐆
- กองทุนใหญ่ (sovereign fund) เริ่มเข้าซื้อสะสมช่วงราคาต่ำ = มีมือใหญ่มาช่วยพยุง 💪
⚠️ **แต่... อย่าเพิ่งรีบยกธงชัย!**
เทียบง่ายๆ: การที่นักเรียนสอบตกมาตลอด แล้ววันนึงทำได้คะแนนดีขึ้น ไม่ได้แปลว่าเขาเก่งแล้วทันที ต้องดูต่อว่า **"ทำดีต่อเนื่องได้ไหม"** — BTC ก็เหมือนกัน ต้องรอดูว่ายืนเหนือระดับสำคัญได้มั่นคงจริงไหม
🎯 **จุดเฝ้าต่อไป:**
🟢 ยืนเหนือ **$62,000** ได้มั่นคง = สัญญาณดีต่อเนื่อง
🔴 ถ้าร่วงกลับต่ำกว่านี้เร็วๆ = อาจแค่ "เด้งในขาลง" เหมือนที่ผ่านมา ยังต้องระวัง
**สรุป:** จากหมีเต็มตัว 🐻 ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ความน่าเชื่อถือของขาขึ้นต้อง "พิสูจน์ตัวต่อเนื่อง" ไม่ใช่แค่เด้งวันสองวันแล้วเชื่อทันที
ทีมเชื่อว่ากลับตัวแล้วยกมือ! 🙋♂️ ทีมยังรอดูอยู่ 👀 บอกหน่อย!
⚠️ *ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนนะครับ ตลาดผันผวนได้เสมอ เช็คจอจริงก่อนตัดสินใจ*
\#Bitcoin #BTC #คริปโต #เทรดคริปโต
BTC อาจจะขึ้นไปให้ชื่นใจ ก่อนที่จะซึมยาว, Rule of alt vs WCในเชิงของ Elliott wave theory ผู้เขียนมีมุมมองว่า
ปัจจุบันนี้ BTC เรากำลังอยู่ใน Wave 4 โดยขาลงก่อนหน้านี้เฉลยแล้วว่า
BTC มีขาลง 5 wave ย่อย นั่นคือรหัสแรกออกมาแล้วว่าคือ 5 ดังนั้น
Correction ของ Wave4 มีโอกาสเป็นรหัส 5-3-5 นั่นคือ Zigzag
แต่ทีนี้สิ่งที่ขัดใจผู้เขียนอยู่นั่นคือการที่ มี Wave 2 เป็น Zigzag
และ Rule of alternation ได้เขียนไว้ว่า Wave 2 กับ Wave 4 ควรสลับฝั่งกัน
เช่น Wave 2 ใช้เวลาน้อย Wave 4 จะใช้เวลาเยอะ
Wave 2 เป็น Zigzag (Simple) ดังนั้น Wave 4 ควร Flat (Complex)
แต่ๆๆ ปัจจุบัน ขาลง นั่ง นอน ตีลังกา หรือหรี่ตาดู ยังไงก็ลงมา 5 คลื่นย่อย
จากที่ผู้เขียนศึกษาเพิ่มเติมมาต่อพบว่า หากจะให้วัดกันไปเลยระหว่าง
Rule of alternation VS Wave count อะไรสำคัญกว่า และควรให้น้ำหนักเป็นอย่างแรก
นั่นคืออออ ... Wave count จ้า เพียงแต่การมี Rule of alternation เป็นเพียง Guideline
ดังนั้นสิ่งที่ต้องประเมินถัดมา แล้วอะไรล่ะ ที่จะทำให้ 2 สิ่งนี้ที่สวนทางกันอยู่ ดูสมเหตุสมผลขึ้น
นั่นคือการที่ Zigzag นั้น ควรมีหน้าตาคล้ายๆ Flat ซึ่งจะทำให้ Correction ในอนาคต ของ Wave 4...
ดูสมจริงขึ้น !!!
การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ผุ้ลงทุนควรศึกษาให้ครบถ้วนก่อนลงทุน
ฝึกอ่านกราฟเพื่อหาจุดเข้าซื้อให้แม่นยำยิ่งขึ้นกำหนดแผนรอกราฟวิ่งเข้ามาตามแผนวิ่งมาในแผนไหนกำหนดเงื่อนไขจุดเข้าซื้อตามแผน
ส่วนตัววิเคราะห์อย่างเดียวไม่เทรดจะเทรดจริงไม่เพียงกี่อย่างเท่านั้น ส่วนกราฟอื่นบนโลกนี้
ใช้เพื่อการฝึกวเคราะห์รูปแบบของตนเองเพื่อกลับมาย้อนดูว่าสิ่งที่วิเคราะห์ไว้เป็น
ไปตามที่วิเคราะห์ ตามค่าสถิติบันทึกการเทรดไว้ใช่หรือไม่เท่านั้น






















